เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือกิจกรรมร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเงื่อนไขและข้อตกลง
เกี่ยวกับเรา
การเดินทางติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. สื่อการเรียนรู้ของ TK Park
  4. บทความ
บทความ

ความรู้

เรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง อะไรคือ NFT งานสร้างสรรค์สำหรับนักสะสมในโลกดิจิทัล

เรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง อะไรคือ NFT งานสร้างสรรค์สำหรับนักสะสมในโลกดิจิทัล

593

NFTcover.jpg

          อาจฟังดูแปลกอยู่ไม่น้อยหากมีใครบางคนเดินมาบอกว่า ข้อความบนหน้าจอเฟซบุ๊กที่เห็นกันอยู่ทุกวันอาจทำรายได้มากถึงหลายล้านดอลลาร์ และอาจจะยิ่งแปลกเข้าไปอีก หากใครคนนั้นย้ำว่าสิ่งที่เราต้องทำเพื่อจะได้เงินมาก็เพียงแค่แคปหน้าจอแล้วเอาไปปล่อยบนอินเทอร์เน็ตในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
         แต่ไม่ว่าเรื่องนี้จะฟังดูเกินจริงขนาดไหนก็ต้องยอมรับว่ามันกำลังเกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพียงแต่ทุกอย่างอาจฉับไวเสียจนเราไม่ทันตั้งตัวเท่านั้นเอง ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแจ็ค ดอร์ซี ซีอีโอและผู้ก่อตั้งทวิตเตอร์นำข้อความแรกของตัวเองบนโลกออนไลน์เมื่อปี 2006 มาแปลงเป็นสิ่งที่เรียกย่อๆ ว่า “NFT” ก่อนที่จะนำเข้าไปประมูลในตลาดดิจิทัล  ผลปรากฏว่าในเวลาไม่นาน ข้อความของเขาที่เขียนว่า “just setting up my twttr” มีคนประมูลไปเป็นจำนวนเงินถึง 2.9 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 91 ล้านบาท ตัวเลขนี้สูงจนมีคอลัมนิสต์ออนไลน์ชื่อดัง เจย์ ปีเตอร์ส ออกมาเขียนบทความตอบโต้ที่มีหัวข้อว่า “ได้โปรดอย่าจ่ายเงินค่าข้อความบนทวิตเตอร์แก่เศรษฐีพันล้านอย่างแจ็ค ดอร์ซี” แต่ไม่ว่าเรื่องราวนี้จะดูมีเงื่อนงำหรือสร้างความไม่พอใจแก่หลายๆ คน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำถามที่เกิดขึ้นมาทันทีก็คือ “แล้วอะไรคือ NFT?”      

NFT-02.jpg
         Blockchain และความเชื่อมโยงกับ NFT
         หากดูจากชื่อเต็มๆ ของ NFT หรือ Non-fungible Token ในแง่หนึ่ง เราอาจแปลความหมายได้ว่า “เหรียญตราที่ไม่อาจทดแทนได้” แต่จริงๆ แล้วกระบวนการทำงานของสิ่งที่เราเรียกว่า NFT นั้น คือการเปลี่ยนสินทรัพย์ใดๆ ก็ตามที่มีอยู่ให้กลายเป็นดิจิทัล  ก่อนจะนำมาแลกเปลี่ยนบนเครือข่ายแลกเปลี่ยนระหว่างคอมพิวเตอร์ไร้ศูนย์กลาง (Decentralized Network) หรือที่หลายๆ คนอาจคุ้นหูในช่วงสิบปีมานี้ในชื่อของ Blockchain
           Blockchain ใช้ระบบของตัวเองที่เรียกว่า “Peers to Peers” หรือการทำให้คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องสามารถสอดส่องดูแลกันเอง โดยวิธีการคร่าวๆ ก็คือเมื่อคอมพิวเตอร์ A เข้ารหัสเพื่อลงข้อมูล Blockchain จะทำการล็อคข้อมูลและส่งต่อผ่านลูกโซ่ไปสู่คอมพิวเตอร์ B เมื่อคอมพิวเตอร์ B รับข้อมูลแล้วก็จะล็อคข้อมูลส่วนนี้และส่งให้คอมพิวเตอร์ C จนครบทุกเครื่องในเครือข่าย ลักษณะนี้ทำให้ระบบ Blockchain เป็นโครงข่ายที่มีความปลอดภัยสูง เพราะคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะได้รับเฉพาะข้อมูลที่ถูกส่งผ่านมาเป็นทอดๆ หากลองเปรียบเทียบง่ายๆ เราอาจเปรียบเทียบ Blockchain ได้กับระบบการเงินที่ประกอบด้วยสามส่วนคือ หน่วยงานรัฐหรือธนาคารกลาง ธนาคารสาขา และเงินหรือสื่อกลางการแลกเปลี่ยน
          เมื่อเทียบเคียงกับสามองค์ประกอบดังกล่าว  อาจพูดได้ว่า Blockchain ก้าวเข้ามาเป็นธนาคารกลางหรือหน่วยงานที่ดูแลระบบทั้งหมด ส่วนเว็บไซต์ต่างๆ ที่เราใช้ซื้อขายสินทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ก็คือธนาคารสาขา ส่วนเหรียญตราที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนก็มีทั้งแบบที่สามารถถูกแทนที่ได้ หรือ Fungible Token อย่างสกุลเงินดิจิทัล หรือ Cryptocurrency ที่จะแตกเป็นเหรียญที่ใช้แลกเปลี่ยนในรูปแบบต่างๆ และ NFT หรือเหรียญซื้อขายที่ไม่สามารถแทนที่ได้นั่นเอง จากตรงนี้ เมื่อประโยชน์ของ NFT คือการไม่สามารถถูกแทนที่ได้หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเมื่อผลิตออกมาแล้วจะกลายเป็นอะไรก็ตามที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ขณะเดียวกันก็อยู่บนเครือข่ายดิจิทัล ที่มีความปลอดภัยสูงมากอย่าง Blockchain ดังนั้น NFT จึงถูกนำมาใช้หรือถูกปรับเข้ากับการทำงานสร้างสรรค์มากกว่าจะเป็นอะไรที่แลกเปลี่ยนเพื่อตรึงมูลค่าตลาดอย่างบิตคอยน์ที่เรามักจะคุ้นชื่อกว่า       

NFT-01.jpg
         แล้วทำไมต้อง NFT?
         แต่เมื่อเป็นเช่นนั้น NFT จึงไม่ใช่อะไรที่จะสามารถใช้รักษา “มูลค่า” อย่างบิตคอยน์ แต่เป็นอะไรที่เข้ามารับรอง “คุณค่า” ของสิ่งสิ่งนั้น อาทิ หากมีศิลปินอยากจะขายรูปภาพสู่ตลาดบนเงื่อนไขของระบบ Blockchain สิ่งที่เขาต้องทำคือแปลงภาพของตัวเองให้เป็นดิจิทัล อัพโหลดลงบนเว็บไซต์ที่สามารถแลกเปลี่ยนมูลค่าสินค้าด้วย Cryptocurrency จากนั้นก็ทำการหลอมหรือ “Mint” รูปภาพนั้นให้กลายเป็น NFT บนแพลตฟอร์ม แล้วก็รอรับเงินไปได้เลย และเมื่อวิธีการเป็นเช่นนี้ การทำ NFT จึงสามารถปรับใช้กับอะไรก็ตามเพื่อรักษาคุณค่าของสิ่งนั้นบนโลกดิจิทัล ไว้ เช่น การขายคลิปวิดิโอสั้น GIF ภาพถ่าย หรือแม้แต่การขายข้อความสั้นๆ บนโลกออนไลน์อย่างที่แจ๊คทำ
         แต่หากกระบวนการของ NFT สามารถดำเนินไปแบบนี้ได้ คำถามต่อมาก็คือ แล้วเราจะซื้อ NFT ไปทำไมกัน เพราะนอกจากเราจะได้แค่ของที่ลอยอยู่ในอากาศ ไม่สามารถที่จะจับต้องได้แล้ว ในอีกแง่หนึ่งต้องไม่ลืมว่าลิขสิทธิ์ของอะไรก็ตามที่เราซื้อมาก็จะยังคงเป็นของผู้สร้างสรรค์สินค้านั้นๆ ด้วย
          ตัวอย่างที่เห็นชัดคือเหตุการณ์ที่ Vignesh Sandaresan ซื้องานคอลลาจที่เป็นการนำภาพมาต่อๆ กัน ก่อนจะแปลงเป็น NFT บนเว็บไซต์ของ Mike Winkelmann ที่ชื่อ Everydays: The First 5000 Days ไปเป็นมูลค่ากว่า 69 ล้านเหรียญ ข่าวนี้ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายฉบับและมีผู้ออกมาวิจารณ์ว่า “ผมไม่เข้าใจว่าเขาจะซื้อภาพนั้นทำไม ผมเข้าไปดูภาพนั้นกี่ครั้งก็ได้โดยที่ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย” ซึ่งนี่เป็นจุดที่ทำให้ NFT ยังคงเป็นที่ถกเถียงในหมู่ผู้ซื้อขายและในหมู่นักลงทุนจำนวนมาก
         เพราะแม้ว่าสิ่งที่ผู้ซื้อ NFT ได้ไปจากการซื้อภาพชั่วขณะประทับใจของนักกีฬาสักคนหนึ่ง ภาพ ดิจิทัล  หรืออาจจะซื้อเสียงลอยๆ ของเครื่องดนตรีแจ๊ส จะเป็นกรรมสิทธิ์ในฐานะผู้ครอบครองผลงานแต่เพียงผู้เดียว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางงานบางชิ้นอาจถูกทำซ้ำได้อย่างง่ายดาย หรือคุณค่าที่มีอาจไม่ได้ยั่งยืนหรือน่าประทับใจเท่าไหร่นักในโลกแห่งความจริง  แต่อย่างไรก็ตาม คำยืนยันของนักลงทุนที่ชื่นชอบ NFT หลายๆ คนก็ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “มันก็เหมือนการขอลายเซ็นคนดังนั่นแหละ ถ้ามันไร้ความหมาย คุณจะขอไว้ทำไมล่ะ ลอกลายเอาก็ได้ นั่นแหละเหตุผลของ NFT”

NFT-04.jpg
          ความน่าสนใจของ NFT ในปี 2021
          ตั้งแต่ NFT เข้าตลาดและเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ แนวโน้มของสินทรัพย์ดิจิทัล ชนิดนี้ก็ยังไม่มีแนวโน้มจะตกลงมาแต่อย่างใด เว็บไซต์เก็บข้อมูล NFT ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกอย่าง NonFungible.com เผยว่าในปี 2017 อัตราการเติบโตของผู้ใช้ NFT ขึ้นสูงถึง 17% แล้วหลังจากนั้นในปี 2020 เพียงปีเดียวก็เติบโตขึ้นอีกกว่า 50% และที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือตัวเลขซื้อขาย NFT ในอาทิตย์แรกของปีที่ผ่านมาเพียงอาทิตย์เดียวมีมูลค่าถึง 1 ล้านเหรียญ
          จากตัวเลขนี้ อะไรที่ทำให้ NFT กลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าจับตามองในปี 2021 หรือในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้ากันแน่ เพราะอย่างที่เราได้คุยกันไปแล้ว หากวัดกันแค่การเปลี่ยนงานสร้างสรรค์เป็นผลงานดิจิทัล  การใช้ NFT ก็ยังคงมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้เป็นที่ถกเถียงต่อไป แต่แม้จะเป็นอย่างนั้น ก็มีผู้พัฒนาบิตคอยน์และ Blockchain หลายๆ คน อาทิ @Dclblogger ที่ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะมีอย่างน้อย 25 วงการที่มีในโลกตอนนี้ที่จะโดนแทรกแซงโดย NFT ผ่านรูปแบบที่แตกต่างกัน
           Digital Collectibles การสะสมคุณค่าทางใจแนวใหม่   นอกจาก NFT จะเป็นทางออกของผู้สร้างสรรค์งานศิลปะและเปิดทางให้นักสะสมทั่วทุกมุมโลกเข้ามาเป็นเจ้าของกันได้แล้ว NFT ยังมีส่วนเปลี่ยนวิธีหรือเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องนี้ใหม่ในอนาคตด้วย เพราะ NFT จะทำให้บทบาทของธุรกิจแกลเลอรี่และพ่อค้าคนกลางที่จัดหางานศิลปะหมดไป เรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เพราะเงินหมุนเวียนส่วนใหญ่ของวงการศิลปะหลั่งไหลไปที่การจัดนิทรรศการ และการแสดงผลงานในระดับต่างๆ กัน แต่ NFT กำลังจะทำให้เราไม่ต้องไปเดินตามที่ต่างๆ เพื่อหาหรือซื้อภาพที่ตัวเองชื่นชอบ แต่เพียงแค่คลิกเดียวก็สามารถจับจองกรรมสิทธิ์รูปภาพใดก็ได้
           เมื่อเป็นแบบนี้ NFT ย่อมจะเปลี่ยนรูปแบบการเซ็นสัญญาผลงานสร้างสรรค์ต่างๆ ด้วย เพราะศิลปินจะสามารถเพิ่มมูลค่าผลงานตัวเองทุกครั้งที่กรรมสิทธิ์ถูกเปลี่ยนมือจากผู้ถือครองคนหนึ่งไปสู่อีกคน เราอาจลองคิดภาพนักฟุตบอลชื่อดังที่เป็นเจ้าของ Footage การซ้อมของตัวเอง แล้วเอามาปล่อยแบบ NFT แน่นอนว่าเขาสามารถที่จะเลือกตัดขายหรือประมูลช็อตความประทับใจสั้นๆ ของตัวเองก็ได้ ซึ่งถ้าสิ่งนี้กลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต แน่นอนว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาค่าตัวในหลายอาชีพ และจะต้องมีกฎหมายจัดการให้สอดคล้องกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน    
           การเปลี่ยนแปลงโลกของ Gaming แม้ตอนนี้การสตรีมมิ่งเกมจะกลายเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ทำรายได้หลักให้หลายๆ คนไปแล้ว แต่การเข้ามาของ NFT จะทำให้วงการเกมมิ่งขยายใหญ่มากขึ้นไปอีก เพราะการเล่นเกมจะกลายเป็นเรื่อง “Play2Earn” อย่างแท้จริง เราอาจไม่เห็นภาพการนำของในเกมมาแลกของในความเป็นจริงอีกต่อไปแล้ว เพราะ NFT จะทำให้เกมเมอร์สามารถรับเงินสดๆ ขณะที่กำลังสตรีมมิ่งได้เลย ใครเล่นเก่งแค่ไหนก็รับรายได้ไปเท่านั้น และแน่นอนว่าระบบนี้ยังทำให้รายได้จากการเล่นเกมมากขึ้น บวกกับความปลอดภัยที่มาพร้อมกับ Blockchain ด้วย เรียกว่าพลิกโฉมวงการจากหน้ามือเป็นหลังมือกันเลยทีเดียว
           Virtual World ที่ไม่ได้แค่เสมือนจริงอีกต่อไป นอกจากการเปลี่ยนเงินของวงการเกมมิ่ง เราอาจได้เห็นโลกเสมือนจริงที่ไม่ใช่แค่อะไรที่อยู่ในจออีกต่อไป เพราะเมื่อ NFT ผสานเข้ากับ AR และ VR และผนวกกับแพลตฟอร์มโลกเสมือนที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง NFT จะเอื้อให้ผู้คนเข้าไปสร้างโลกเสมือนของตัวเองได้มากขึ้น และทำสิ่งที่เหมือนจะอยู่แค่ในจินตนาการให้กลายเป็นความจริงออกมา

NFT-05.jpg
          ซึ่งแบรนด์รองเท้ายักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Nike ก็เห็นประโยชน์ของเรื่องนี้จึงริเริ่มทำแคมเปญขายรองเท้าตัวเองบน Blockchain ที่ชื่อว่า CryptoKicks ซึ่งจะให้ลูกค้าเข้าไปออกแบบและเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ของเท้าที่มาจากการสร้างสรรค์ของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว ถ้าหากแคมเปญนี้แพร่ขยายได้ในระดับสขาเมื่อไหร่ก็จะต้องถือว่าพลิกคิดเกี่ยวกับการ Customize สินค้าไปอีกระดับหนึ่งเลยทีเดียว
          ถ้าได้อ่านบทความนี้แล้วไม่อยากตกขบวนก็อย่ารอช้า รีบศึกษาเกี่ยวกับ Blockchain และ NFT ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะไม่แน่ว่านอกจากจะได้ปรับตัวกับกระแสที่กำลังมาแรงในขณะนี้แล้ว หลายๆ คนอาจจะสามารถพลิกให้เป็นโอกาสใช้เป็นช่องทางเพิ่มรายได้ของตัวเองอีกวิธีหนึ่งด้วย       

        บทความอ้างอิง
        Bsteh, Sheila, and Prof Dr Filip Vermeylen. "From Painting to Pixel: Understanding NFT artworks."
(2021).
        Chuen, David LEE Kuo, Li Guo, and Yu Wang. "Cryptocurrency: A new investment opportunity?." The
        Journal of Alternative Investments 20.3 (2017): 16-40.
https://www.theverge.com/2021/3/5/22316320/jack-dorsey-original-tweet-nft-cent-valuables
        https://www.theverge.com/22310188/nft-explainer-what-is-blockchain-crypto-art-faq
        https://www.linkedin.com/pulse/why-2021-year-non-fungible-tokens-nfts-ruben?fbclid=IwAR1tbapG5d81XEplAyqckyXKTM3zLwpCx_v2wVrX4LgRdZ4B7Qk0lTcKKMQ




7 มิถุนายน 2564

บทความแนะนำ

เปิดพื้นที่ให้คิด(ส์)
บล็อก

เปิดพื้นที่ให้คิด(ส์)

เมื่อนิทานที่คุ้น กลับไม่เหมือนเคย

112
วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ
บล็อก

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ

เมื่อครอบครัวไม่ได้ตั้งกฎ แต่เริ่มฟังกันใหม่อีกครั้ง

อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้
บล็อก

อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้

เรื่องราวจาก Human Library: Stranger Talk จาก Learning Fest Bangkok 2026

Senior Co-living Space เทรนด์บ้านแชร์ ที่มาแน่ในกลุ่มผู้สูงวัย
บล็อก

Senior Co-living Space เทรนด์บ้านแชร์ ที่มาแน่ในกลุ่มผู้สูงวัย

TK Park ชวนรู้จักเทรนด์ ‘Co-Living Space’ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศตอนนี้

JOMO, FIRE, SINKs ชีวิตยุคนี้มีหลายสไตล์!
บล็อก

JOMO, FIRE, SINKs ชีวิตยุคนี้มีหลายสไตล์!

TK Park ชวนมองวิถีชีวิตของคน Gen ใหม่ ที่อาจเปลี่ยนจากเดิมไปตลอดกาล

Time to Table เชื่อมคน เชื่อมเกม เชื่อมใจ
บล็อก

Time to Table เชื่อมคน เชื่อมเกม เชื่อมใจ

เรื่องราวของ Time to Table คาเฟ่บอร์ดเกมเชียงใหม่ ที่ยังตรึงใจทีมงาน TK Park

Late B(l)oomers ศิลปินผู้เปล่งประกายในวัย 60+
บล็อก

Late B(l)oomers ศิลปินผู้เปล่งประกายในวัย 60+

ศิลปิน 3 คนที่จะบอกคุณว่า อย่าเพิ่งท้อ มาทีหลังก็ดังได้เหมือนกัน

Universal Read อ่านอารยะ
บล็อก

Universal Read อ่านอารยะ

TK Park สรุปบทเรียนการบุกเบิกเส้นทางเรียนรู้วัฒนธรรมไม่จำกัดเขตแดน ผ่านวรรณกรรม เรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิต

70
182
178
|อ่าน : 10 นาที
49
|อ่าน : 12 นาที
116
|อ่าน : 10 นาที
86
|อ่าน : 12 นาที
65
|อ่าน : 12 นาที