เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

JOMO, FIRE, SINKs ชีวิตยุคนี้มีหลายสไตล์!

JOMO, FIRE, SINKs ชีวิตยุคนี้มีหลายสไตล์!

97 | อ่าน : 12 นาที
7 พฤศจิกายน 2568

00-cover-alt.jpg

 

         อยู่ก่อนแต่ง หรือแต่งก่อนอยู่ หรือไม่แต่ง ไม่อยู่ ไม่รีบทำอะไรทั้งนั้น

 

          ผู้คนทุกยุคสมัยต่างมี “วิถีชีวิตในฝัน” เป็นของตัวเอง ยุคหนึ่ง ผู้คนอาจใฝ่ฝันถึงบ้านหลังใหญ่พร้อมคนรับใช้และเครื่องประดับล้ำค่า ยุคต่อมาก็ให้ความสำคัญกับการมีรถขับและงานที่มั่นคง แต่สำหรับคนยุคนี้ “ความสุข” ดูเหมือนจะไม่ได้อยู่ที่สิ่งของหรือสถานะเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป การได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ทำในสิ่งที่รัก และรักษาสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว กลับกลายเป็นค่านิยมใหม่ที่หลายคนให้ความสำคัญ

          TK Park พาทุกคนมาทำความเข้าใจกับไลฟ์สไตล์อย่าง JOMO, FIRE, SINKs, CC และ LAT ที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนยุคใหม่ ว่าชีวิตแบบไหนที่เรียกว่าชีวิตในฝันของคน Generation นี้

 

01.jpg

 

          FIRE (Financial Independence, Retire Early) ผู้มีอิสรภาพทางการเงิน

          สำหรับคนยุคก่อน การได้ทำงานจนเกษียณเพื่อให้มีเงินบำนาญเลี้ยงชีพในยามแก่ตัว อาจเป็นชีวิตในฝันที่ฟังดูปลอดภัยและน่าพึงพอใจสำหรับคนหมู่มาก แต่สำหรับคนยุคนี้การต้องอดทนทำงานวันละ 8 ชั่วโมงติดต่อกันแบบยืนระยะไปจนถึงอายุ 60 ปีกลับไม่ใช่รูปแบบชีวิตที่พวกเขาใฝ่ฝัน

          แนวคิด FIRE ซึ่งย่อมาจาก Financial Independence, Retire Early คือการรีบทำงานเก็บเงินเพื่อให้เกษียณได้ไวกว่ากำหนด ถือกำเนิดขึ้นและแพร่หลายไปในหมู่นักลงทุนและมนุษย์เงินเดือนอย่างรวดเร็ว พวกเขายินดีใช้ชีวิตในวัยหนุ่มสาว วัยที่ยังมีแรงและไฟอย่างท่วมท้น ขยันทำงานเก็บเงินให้มาก ใช้ให้น้อย เริ่มลงทุนคู่ขนานกับงานประจำอย่างสม่ำเสมอ สะสมเงินก้อนใหญ่ เพื่อให้มีอิสรภาพทางการเงินและเกษียณได้เร็วที่สุด

          แม้แนวคิด FIRE จะต้องอาศัยวินัยและความขยันอดออมที่เหนือกว่าคนในช่วงวัยเดียวกัน แต่ก็มีหลายคนที่ยินดีเสียสละความสุขในช่วงวัยหนุ่มสาว เพราะไม่อยากถูกผูกติดกับชีวิตการทำงานไปจนถึงบั้นปลายชีวิต เพราะยิ่งพวกเขาเกษียณได้เร็วมากเท่าไหร่ ก็หมายถึงพวกเขาจะมีทางเลือกในการใช้ชีวิตแบบที่ฝันเร็วมากขึ้นเท่านั้น

 

02.jpg

 

          SINKs (Single Income, No Kids) โสดอย่างเป็นสุข

          หลายสิบปีก่อน ความฝันสูงสุดของหลายคนคือการมีบ้าน มีรถ มีคู่ชีวิต มีลูก มีครอบครัวที่อบอุ่น เพื่อทำให้ชีวิตนั้นสมบูรณ์แบบ แต่สำหรับคนยุคใหม่ที่ไม่พร้อมแบกรับภาระเพิ่มเติมในชีวิต พวกเขากลับรู้สึกว่าการอยู่เป็นโสดแบบไม่มีลูกอาจตอบโจทย์มากกว่า

          SINKs คือ Single Income, No Kids แปลว่าหารายได้คนเดียว ไม่มีลูก คือไลฟ์สไตล์ที่คนเลือกใช้ชีวิตแบบเป็นโสด มีรายรับเพื่อเลี้ยงตัวเองคนเดียว จึงมีอิสระสูง มีทางเลือกในการใช้จ่ายเพื่อสร้างความสุขให้ตนเอง สามารถช้อปปิ้ง ไปเที่ยว รับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนงาน หรือแม้แต่ย้ายถิ่นฐานที่อยู่อาศัยได้อย่างอิสระ เพราะไม่ต้องคอยกังวลเรื่องลูก จึงยืดหยุ่นกับอนาคตได้เพราะปัจจัยในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดมีเพียงแค่ตัวเอง

          สำหรับคนที่รักเด็ก SINKs ก็อาจกลายไปเป็น PANKs (Professional Aunt/Uncle, No Kids) หรือสาวโสด (หรือชายโสด) สายเปย์ที่ไม่มีลูกเป็นของตัวเอง แต่เลือกจะใช้จ่ายเพื่อหลาน ๆ เป็นครั้งคราว แต่ไม่มีภาระผูกพันให้ต้องแบกรับระยะยาวเหมือนกับคนที่มีครอบครัว

 

03.jpg

 

          LAT (Living Apart Together) รักแบบมีพื้นที่ส่วนตัว

          แนวคิดการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ไม่ได้เปลี่ยนแค่เรื่องงานหรือการเงิน แต่ยังรวมไปถึงเรื่องความรักและความสัมพันธ์ด้วย

          จากอดีตที่คู่รักต้องแต่งงานก่อนถึงจะอยู่ด้วยกันได้ มาจนถึงยุคที่การอยู่ก่อนแต่งกลายเป็นเรื่องปกติ ทุกวันนี้แนวคิดใหม่อย่าง LAT หรือ Living Apart Together (รักกันแต่แยกกันอยู่) ก็กำลังกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่มากขึ้น

          LAT คือความสัมพันธ์ของคนสองคนที่รักกันจริง แต่เลือกจะไม่อยู่บ้านเดียวกัน อาจเป็นคู่รักที่เพิ่งเริ่มต้น หรือแม้แต่คู่ที่แต่งงานแล้ว มีลูกแล้ว แต่ก็ยังเลือกจะใช้ชีวิตแยกกันอยู่ ด้วยเหตุผลหลากหลาย บางคนต้องการพื้นที่ส่วนตัว บางคนยังโฟกัสกับงาน หรือมีภาระที่ไม่สามารถย้ายมาอยู่ด้วยกันได้ แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไร ตราบใดที่ทั้งคู่ยังยึดโยงกันด้วยความรักและความซื่อสัตย์ คนเหล่านี้เชื่อว่าความรักที่เว้นพื้นที่ส่วนตัวให้แก่กัน ก็สามารถเป็นความสัมพันธ์ที่ดีได้

 

04.jpg

 

          CC (Conscious Consumerism) ผู้บริโภคที่โลกรัก

          แม้จะเห็นได้ว่าเทรนด์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่เน้นให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นหลัก แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง พวกเขาก็ยังสวมบทบาทเป็นผู้รับผิดชอบต่อโลกใบนี้ด้วย

          ในช่วงหลายปีมานี้ ผู้คนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เทรนด์ CC หรือ Conscious Consumerism (บริโภคนิยมแบบมีสติ) ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นตาม ผู้บริโภคประเภทนี้จะใส่ใจกับการเลือกสินค้าที่ไม่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงไม่เบียดเบียนสังคมและสิทธิมนุษยชนของแรงงานผู้ผลิต เช่น สินค้าที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สินค้า Fair Trade และสินค้าสภาพดีที่วนกลับมาขายในตลาดมือสอง

          แม้จะต้องจ่ายแพงกว่าเดิมสำหรับสินค้าประเภทเดียวกัน แต่เหล่า CC รุ่นใหม่ก็ยินดีที่จะจ่ายถ้าสินค้านั้นดีต่อโลกและสังคมมากกว่า เพราะพวกเขามองว่าเม็ดเงินที่จ่ายไปไม่ใช่แค่การซื้อสินค้า แต่ยังเป็นการซื้ออนาคตของโลกใบนี้ที่ต้องอาศัยอยู่ต่อไปอีกหลายสิบปีข้างหน้าให้กับรุ่นลูกหลานด้วย

 

05.jpg

 

          JOMO (Joy of Missing Out) ความสุขของการไม่ตามใคร

          ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหลายคนอาจคุ้นหูกับเทรนด์ FOMO (Fear of Missing Out) หรือการกลัวที่จะตกขบวน กลัวพลาดทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ ทำให้คนคอยวิ่งตามเทรนด์อย่างไม่หยุดหย่อนจนเกิดเป็นความเหนื่อยหน่าย

          ไม่นานมานี้เทรนด์ JOMO หรือ Joy of Missing Out (ยินดีที่ได้พลาด) ที่เป็นขั้วตรงข้ามจึงได้ถือกำเนิดขึ้น อธิบายอย่างง่าย JOMO คือคนที่เชื่อว่าชีวิตคนเราไม่ต้องทำทุกอย่างเหมือนคนอื่นก็ได้ ไม่ต้องรู้ทุกเรื่อง ไม่ต้องตามไปกินทุกร้าน ไม่ต้องไปทุกที่ที่คนอื่นไป ไม่ต้องคอยทำตัวให้ทันกระแสอยู่ตลอดเวลา 

          ตรงกันข้าม มนุษย์ JOMO จะเลือกใช้เวลาไปกับสิ่งที่ตนสนใจจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรก การใช้เวลาอยู่กับครอบครัว หรือลงทุนกับการพัฒนาตัวเอง ทำให้คนประเภทนี้มีแนวโน้มจะมีสุขภาพจิตที่ดี เพราะไม่ต้องคอยกดดันกับการต้องตามกระแสสังคมให้ทัน และไม่รู้สึกว่าการพลาดสิ่งที่ทุกคนฮิตเป็นเรื่องน่าเสียดาย ทำให้มีความสุขกับชีวิตตรงหน้าในแบบที่ตัวเองต้องการ

 

          แต่ไม่ว่าใครจะเลือกใช้ชีวิตอย่างไร อยู่ในยุคสมัยไหน “ชีวิตในฝัน” ก็อาจไม่ได้มีคำตอบตายตัว สิ่งสำคัญคือการค้นพบจังหวะชีวิตที่เหมาะกับตัวเอง และใช้ทุกวันให้มีความหมายในแบบที่เราเลือกเดิน นั่นอาจเป็นความสุขที่คนทุกยุคตามหา

          แล้ว “วิถีชีวิตในฝัน” ของคุณล่ะ เป็นแบบไหน.

 

          สร้างสรรค์โดย Jaruwan C. และ TK Park

          อ้างอิง [1], [2], [3], [4], [5], [6], [7] 

บทความแนะนำ

การบ้านเปลี่ยนโลก: เมื่อความคิดของเด็ก กลายเป็นโปรเจ็กต์ทรงคุณค่า
บล็อก

การบ้านเปลี่ยนโลก: เมื่อความคิดของเด็ก กลายเป็นโปรเจ็กต์ทรงคุณค่า

TK Park พาไปดู "การบ้าน" ของเด็กทั่วโลก ที่ทำให้โลกนี้ดีขึ้น

140|อ่าน : 12 นาที
Know the Now of Yourself
บล็อก

Know the Now of Yourself

รู้จักตัวเองให้มากขึ้น แล้วให้หนังสือเป็นเครื่องนําทาง

188
ในโลกที่ไม่มีใครเรียนรู้เหมือนกัน
บล็อก

ในโลกที่ไม่มีใครเรียนรู้เหมือนกัน

มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เรียนรู้ด้วยวิธีเดียว บทความนี้ชวนสำรวจ 4 จังหวะการรับรู้ ทั้งการฟัง การมองเห็น การลงมือทำ และการอ่านเขียน เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบเฉพาะตัว และก้าวข้ามมาตรฐานเดียวสู่การเรียนรู้ที่หลากหลาย

171
The Importance of Being Little ขอพื้นที่เล็กๆ ให้เด็กๆ ค่อยเติบโต
บล็อก

The Importance of Being Little ขอพื้นที่เล็กๆ ให้เด็กๆ ค่อยเติบโต

วัยเด็กเป็นช่วงเวลาที่กำลัง ‘เรียนรู้’ และ ‘พัฒนา’ เพื่อที่จะค้นหาวิถีทางการเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ

240
ใครอ่านอะไร เล่มไหนสุดต๊าซในรอบปี  2564
บล็อก

ใครอ่านอะไร เล่มไหนสุดต๊าซในรอบปี 2564

เก็บตกเทรนด์การอ่านจาก TK Park รับปีใหม่

343
TK Cafe by ANOTHER DOT จุดเชื่อมต่อความรู้และแรงบันดาลใจจากร้านกาแฟ
บล็อก

TK Cafe by ANOTHER DOT จุดเชื่อมต่อความรู้และแรงบันดาลใจจากร้านกาแฟ

จุดเชื่อมต่อของคนรักกาแฟ และจุดของความคิดสร้างสรรค์ที่จะส่งไปยังจุดต่อไป

607
5 เคล็ดลับปรับสมดุลชีวิตและการทำงานยุค New Normal
บล็อก

5 เคล็ดลับปรับสมดุลชีวิตและการทำงานยุค New Normal

บล็อคความเครียด WFH ช่วงโควิด-19

456
7 ไอเทมจากหนังและนิยาย sci-fi ที่กลายเป็นจริง
บล็อก

7 ไอเทมจากหนังและนิยาย sci-fi ที่กลายเป็นจริง

TK Park ชวนย้อนดูอุปกรณ์ไฮเทค 7 อย่างจากหนังและนิยายไซไฟที่ตอนนี้ออกมาโลดแล่นบนโลกจริงแล้ว!

769|อ่าน : 10 นาที
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.