เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

Late B(l)oomers ศิลปินผู้เปล่งประกายในวัย 60+

Late B(l)oomers ศิลปินผู้เปล่งประกายในวัย 60+

133 | อ่าน : 12 นาที
5 กันยายน 2568

Webcover.jpg

 

          ท่ามกลางกระแสที่หลายคนอยากรีบกอบโกยรายได้เพื่อเกษียณเร็ว หรือ FIRE (Financial Independence, Retire Early) อุทยานการเรียนรู้ TK Park จึงชวนทุกคนมามองอีกมุม เพราะโลกนี้มีศิลปินหลายคนที่เชื่อว่าความฝันไม่มีวันหมดอายุ และจับจังหวะชีวิตของตัวเองได้ในวัยเกษียณ

           หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังลังเลว่าสายเกินไปหรือยังที่จะเริ่มต้นทำตามความฝัน เรื่องราวของ Late b(l)oomers เหล่านี้ อาจทำให้คุณเปลี่ยนความคิด เพราะที่สุดแล้ว ชีวิตก็เหมือนต้นไม้หลากชนิด มีจังหวะในการผลิดอกออกผลเป็นของตนเอง

 

Bloomers01.jpg

 

          แฮร์รี เบิร์นสไตน์: หนังสือเล่มแรกจากศตวรรษแห่งความโดดเดี่ยว

          หากคุณมีชีวิตถึงวัยเกือบหนึ่งร้อยปี คุณอยากใช้เวลาที่เหลือไปกับอะไร?

          สำหรับ Harry Bernstein (แฮร์รี เบิร์นสไตน์) ชายสูงวัยที่สูญเสียภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก และจำต้องใช้ชีวิตโดดเดี่ยวมานานหลายปี เขาเลือกใช้ความเหงาและความเศร้าเป็นแรงขับเคลื่อน ถ่ายทอดความทรงจำวัยเด็กอันเจ็บปวดออกมาเป็นตัวอักษร จนกลายมาเป็น The Invisible Wall หนังสือเล่มแรกของเขาที่เริ่มต้นเขียนเมื่อเขาอายุได้ 93 ปี ก่อนจะได้รับการตีพิมพ์ในอีก 3 ปีให้หลัง

          The Invisible Wall เล่าเรื่องราวชีวิตของแฮร์รีในวัยเด็ก สมัยที่ครอบครัวชาวยิวของเขายังอาศัยในเมืองชนบทเล็ก ๆ ของอังกฤษ เมืองที่เขาอาศัยอยู่คล้ายถูกแบ่งแยกด้วยกำแพงที่มองไม่เห็น คั่นกลางระหว่างผู้คนสองฝั่งที่ต่างความเชื่อ นั่นก็คือ ‘ชาวยิว’ และ ‘คริสเตียน’ ความขัดแย้งระหว่างผู้คนสองศาสนาทำให้ชีวิตวัยเด็กของแฮร์รีเต็มไปด้วยความทรงจำอันเลวร้าย โดยเฉพาะเมื่อพี่สาวของเขาตกหลุมรักกับหนุ่มชาวคริสเตียน

          สำหรับคุณปู่แฮร์รีแล้ว นี่อาจเป็นเพียงบันทึกความทรงจำตลอดชีวิตเกือบหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา เป็นเสมือนการบำบัดเยียวยาทางจิตใจในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่สำหรับวงการวรรณกรรมนี่คือบันทึกแห่งความสำเร็จ ที่ไม่เพียงโด่งดังเป็นที่รู้จัก แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนนับไม่ถ้วน

          หลังจาก The Invisible Wall กลายเป็นหนังสือและได้รับการแปลเป็นภาษาอื่นหลายภาษา คุณปู่แฮร์รีก็ยังคงจับปากกาถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตออกมาเป็นงานเขียนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งบอกลาโลกใบนี้ไปในวัย 101 ปี ปิดฉากชีวิตนักเขียนผู้แม้จะเริ่มต้นช้า แต่ก็ฝากผลงานน่าจดจำไว้ที่โลกใบนี้ไม่น้อย

 

Bloomers02.jpg

 

          คุณย่าโมเสส: จากฟาร์มชนบท สู่ภาพสีน้ำมันในหอศิลป์ระดับโลก

          ‘แอนนา แมรี โรเบิร์ตสัน โมเสส’ (Anna Mary Robertson Moses) หรือที่แวดวงศิลปะรู้จักกันในนาม ‘คุณย่าโมเสส’ (Grandma Moses) คือหญิงชราจากฟาร์มเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของนิวยอร์ก เพราะเกิดในครอบครัวใหญ่ที่มีพี่น้องถึงสิบคน เธอจึงต้องออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี ชีวิตของเธอไม่ต่างจากหญิงสาวชนบททั่วไป แต่งงาน มีลูก ทำหน้าที่แม่อย่างเต็มที่ ใช้เวลาว่างกับงานเย็บปักถักร้อยท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามของบ้านในชนบท

          วันหนึ่ง เธอได้รับคำแนะนำจากผู้เป็นน้องสาวให้ทดลองวาดภาพแทนการปักผ้าในเวลาว่าง นั่นคือประตูที่ทำให้เธอค้นพบว่าเธอชอบกิจกรรมนี้แค่ไหน คุณย่าโมเสสในวัย 70 ปลายจึงหันมาวาดภาพอย่างจริงจัง โดยถ่ายทอดวิถีชีวิตเรียบง่ายและภาพชนบทที่คุ้นตาผ่านฝีแปรงลงบนผืนผ้า กลายเป็นงานจิตรกรรมสีน้ำมันแนวโฟล์กอาร์ต (folk art) ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว

          วันหนึ่งน้องสาวของเธอชวนให้เธอลองส่งภาพไปวางขายในงานแสดงสินค้า ร่วมกับแยมและผลไม้กระป๋องที่เธอทำขายอยู่แล้ว แล้วผลงานของเธอได้ไปเตะตานายหน้าขายงานศิลปะเข้าอย่างจัง ผลงานของเธอถูกส่งตรงจากฟาร์มนอกเมืองสู่หอศิลป์ใจกลางนิวยอร์ก และภายในไม่กี่ปี ชื่อของ ‘คุณย่าโมเสส’ ก็กลายเป็นดาวดวงใหม่แห่งวงการศิลปะ

          หนึ่งในผลงานที่โด่งดังที่สุดที่เธอวาดตอนอายุ 83 ปี อย่าง Sugaring Off (1943) ถูกประมูลไปในราคาสูงถึงกว่า 1.36 ล้านเหรียญสหรัฐ เรื่องราวชีวิตของเธอถูกถ่ายทอดผ่านหนังสือและภาพยนตร์สารคดี และได้รับคำยกย่องจากสื่อมากมาย รวมถึงได้ขึ้นปกนิตยสารชื่อดังอย่าง TIME ยิ่งไปกว่านั้น งานของเธอได้ถูกนำไปจัดแสดงในหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์มากมายที่ศิลปินทุกคนล้วนใฝ่ฝัน อาทิ MoMA และ Smithsonian American Art Museum

          แค่เวลาในช่วงบั้นปลายชีวิต คุณย่าโมเสสก็สร้างผลงานไว้กว่า 2,000 ชิ้น งานของเธอได้รับคำชื่นชมว่าอบอุ่น เรียบง่าย แต่สะท้อนความทรงจำ ความสุขสงบ และความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ อย่างลึกซึ้ง ซึ่งทั้งหมดคือสิ่งที่เธอค่อย ๆ สะสมจากชีวิตอันยาวนานและจริงแท้ของเธอเอง

 

Bloomers03.jpg

 

          ชาร์ล แบรดลีย์: เวทีความฝันช่วงสั้น ๆ ของนักดนตรีโซล

          เมื่อปี 2011 บนเวทีที่แสงไฟส่องสว่าง ศิลปินโซลรุ่นใหญ่เพิ่งออกอัลบั้มแรกในวัย 62 ปี ‘ชาร์ลส์ แบรดลีย์’ (Charles Bradley) หรือที่แฟนเพลงรู้จักในชื่อ ‘Screaming Eagle of Soul’ คือเจ้าของเสียงร้องที่ทั้งดิบ ลึก และสะเทือนอารมณ์จนสะกดใจผู้ฟังทั่วโลก

          แต่กว่าที่เขาจะได้มีโอกาสเดินตามความฝัน เส้นทางชีวิตของแบรดลีย์ก็เต็มไปด้วยบาดแผล เขาเกิดในครอบครัวยากจนที่ฟลอริดา แม่ทิ้งเขาไปตั้งแต่แบเบาะ ก่อนจะกลับมารับไปอยู่ด้วยกันที่นิวยอร์กเมื่อเขาอายุได้ 8 ขวบ ทว่า ความเป็นอยู่ของเขาก็ไม่ได้ดีนัก เขาถูกแม่ทำร้ายจนต้องเร่ร่อนออกไปนอนข้างถนนและต้องขอทานเพื่อหาเงินประทังชีวิต

          จุดเปลี่ยนในชีวิตของแบรดลีย์มาเยือนเมื่อเขาอายุได้ 14 ปี พี่สาวพาเขาไปยังโรงละครเพื่อดูการแสดงของ เจมส์ บราวน์ นักร้องผิวสีชื่อดังแห่งยุค นั่นเองที่จุดประกายให้เขารู้สึกหลงใหลในการร้องเพลง ทว่า ความยากจนก็ทำให้ชีวิตของแบรดลีย์ทำได้เพียงใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นจริง เขาทำงานเป็นพ่อครัวอยู่หลายปี ก่อนจะเร่ร่อนทำงานสารพัดเพื่อหาเงิน ครั้งที่เขาก้าวเข้าใกล้แสงไฟมากที่สุดคงจะเป็นงานเล็ก ๆ ในคลับ ที่เปิดโอกาสให้เขาได้ขึ้นเวทีร้องเพลงเลียนแบบ เจมส์ บราวน์ ศิลปินในดวงใจ

          แบรดลีย์ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากจนกระทั่งอายุล่วงเข้าวัย 50 ปลาย ค่ายเพลงอิสระ Daptone Records ก็ค้นพบพรสวรรค์ของเขา เขาจึงได้โอกาสแต่งเพลงและอัดเสียงอย่างจริงจัง และในที่สุดก็ได้ออกอัลบั้มแรก ‘No Time for Dreaming’ เมื่ออายุได้ 62 ปี และได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตจนมีผลงานตามมาอีก 3 อัลบั้ม กลายเป็นจุดเริ่มต้นของชื่อเสียงที่เขารอคอยมาทั้งชีวิต

          แม้เวลาที่เขาได้ยืนบนเวทีนั้นจะแสนสั้น เพราะอีก 6 ปีถัดมา เขาก็จากโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็งในวัย 68 ปี ทว่า ความฝันที่เขาเคยใฝ่หามาทั้งชีวิต แม้จะผลิดอกออกผลช้าไปสักหน่อย แต่ดาวดวงนี้ก็มีโอกาสได้เปล่งประกาย ฝากชื่อเอาไว้ให้วงการเพลงโซลได้จดจำในที่สุด

 

          ชีวิตไม่ใช่สิ่งจีรังและนับวันก็ยิ่งร่วงโรย แต่ชีวิตก็ไม่ใช่การแข่งขันแบบจับเวลาเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยเหมือนกัน TK Park จึงเชื่อว่าคุณค่าของชีวิตคือการได้ใช้เวลาอย่างสร้างสรรค์และสนุกกับมันอย่างเต็มที่ ทำให้ชีวิตเดียวที่เรามีเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าจดจำ

 

          สร้างสรรค์โดย Jaruwan C. และ TK Park

          ที่มา [1], [2], [3], [4], [5], [6], [7]

          เครดิตภาพประกอบ Harry Bernstein โดย Syosset Public Library, Grandma Moses โดย Clara Sipprell, Charles Bradley โดย smial

บทความแนะนำ

เตรียมพร้อมเด็กไทยสำหรับศตวรรษที่ 21
บล็อก

เตรียมพร้อมเด็กไทยสำหรับศตวรรษที่ 21

ครอบครัวและโรงเรียนยุคใหม่ควรมีบทบาทอย่างไรในการส่งเสริมให้เด็กไทยเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ

198
สู่ห้องน้ำไร้เพศ Bladder Has No Gender
บล็อก

สู่ห้องน้ำไร้เพศ Bladder Has No Gender

TK Park ฉลอง Pride Month และชวนทุกคนมาตระหนักถึงความสำคัญของห้องน้ำไร้เพศ (Gender-neutral Restroom)

188|อ่าน : 10 นาที
สปอยล์กันหน่อย Learning Designer คืออะไร อธิบายยังไงให้พ่อกับแม่รู้เรื่อง
บล็อก

สปอยล์กันหน่อย Learning Designer คืออะไร อธิบายยังไงให้พ่อกับแม่รู้เรื่อง

deep academy การรวมตัวของนักออกแบบการเรียนรู้

1042
‘เขียน’ เปลี่ยนชีวิต
บล็อก

‘เขียน’ เปลี่ยนชีวิต

เราไม่ได้เขียนนิยายเพื่อขายนิยาย เราเขียนนิยายเพื่ออธิบายสภาวะภายในจิตใจของเราเองบางอย่างเฉพาะตัว แต่ว่าอย่างน้อยเราหวังว่าคนอื่นจะชอบอ่านเท่านั้นเอง

460
ถอดรหัส “บุ๊กคลับ” ฉบับสำหรับเด็ก
บล็อก

ถอดรหัส “บุ๊กคลับ” ฉบับสำหรับเด็ก

พื้นที่สบายใจให้ได้คิด ถกเถียง และเข้าใจกันและกัน

2424
พื้นที่เรียนรู้ ประตูถัดไป : เที่ยวแบบ Chat Walk ลัดเลาะเรียนรู้จากตรอกซอกซอย ชุมชน และผู้คน
บล็อก

พื้นที่เรียนรู้ ประตูถัดไป : เที่ยวแบบ Chat Walk ลัดเลาะเรียนรู้จากตรอกซอกซอย ชุมชน และผู้คน

ชวนออกเดินสำรวจบางลำพูผ่านเรื่องเล่าจากผู้คนและพื้นที่จริง ก่อนชวนมองใหม่ว่าแหล่งเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงห้องสมุดหรือพิพิธภัณฑ์ แต่ซ่อนอยู่ในตรอก ซอย ถนน และชุมชนรอบตัวเรา

548
AI x วัฒนธรรม: เมื่อเทคโนโลยีทำวัฒนธรรมไทยให้วิวัฒน์
บล็อก

AI x วัฒนธรรม: เมื่อเทคโนโลยีทำวัฒนธรรมไทยให้วิวัฒน์

TK Park ย้อนชมกิจกรรมในวาระครบรอบ 20 ปีของ TK Park โดย MIT Media Lab, Creatorsgarten และพิเชษฐ กลั่นชื่น แดนซ์ คอมพานี

391|อ่าน : 10 นาที
การบ้านเปลี่ยนโลก: เมื่อความคิดของเด็ก กลายเป็นโปรเจ็กต์ทรงคุณค่า
บล็อก

การบ้านเปลี่ยนโลก: เมื่อความคิดของเด็ก กลายเป็นโปรเจ็กต์ทรงคุณค่า

TK Park พาไปดู "การบ้าน" ของเด็กทั่วโลก ที่ทำให้โลกนี้ดีขึ้น

167|อ่าน : 12 นาที
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.