เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ

126
1 เมษายน 2569

วงคุยต่างวัย-ภาพปกนอกใน.jpg

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ: เมื่อครอบครัวไม่ได้ตั้งกฎ แต่เริ่มฟังกันใหม่อีกครั้ง

หลายบ้านไม่ได้มีปัญหาอะไรใหญ่โตให้คนภายนอกมองเห็น ไม่มีเสียงทะเลาะดังลั่น ไม่มีประตูปิดใส่กันแรง ๆ แต่ในชีวิตประจำวัน กลับมีความเงียบค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น เป็นความเงียบที่เกิดขึ้นเมื่อสมาชิกในครอบครัวนั่งอยู่ด้วยกัน ต่างคนต่างมองจอของตัวเอง ผู้ใหญ่ก็คิดว่าเด็ก "ติดจอ" ขณะที่เด็กรู้สึกว่าผู้ใหญ่ "ไม่เข้าใจโลกของเขาเลย"

ความเงียบและความห่างแบบนี้บ่อยครั้งเกิดขึ้นเพราะเราต่างคนต่างอยู่ในโลกส่วนตัวที่อีกฝ่ายไม่คุ้นเคย และเมื่อ "ช่องว่างระหว่างวัย" ถูกซ้อนทับด้วย "ช่องว่างระหว่างจอ" เรื่องเล็ก ๆ ในบ้านจึงกลายเป็นเรื่องที่คุยกันยากขึ้นทุกวัน

วงคุยต่างวัย-5.JPG

นั่นทำให้กิจกรรม Family Digital Dialogue: วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ ที่ทีม iGROW ผู้พัฒนาเครื่องมือและกระบวนการเรียนรู้ด้านการประกอบการเพื่อสังคมสำหรับเด็กและเยาวชน ร่วมจัดขึ้นใน เทศกาลการเรียนรู้กรุงเทพฯ Learning Fest Bangkok 2026 กลายเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ 

กิจกรรมนี้ไม่ได้เริ่มต้นด้วยคำถามว่า "ใครใช้จอมากเกินไป" ไม่ได้แจกเคล็ดลับสูตรสำเร็จให้พ่อแม่เอากลับไปใช้ และก็ไม่ได้ชวนเด็ก ๆ มานั่งฟังผู้ใหญ่บรรยายอย่างเดียว แต่เริ่มจากสิ่งที่เรียบง่ายกว่านั้นมาก คือการชวนสมาชิกในครอบครัวมาลอง "ฟังกันใหม่"

 

เปิดโลกของกันและกัน ก่อนจะตัดสิน

ทีมวิทยากรจาก iGROW นำโดย ครูจ้อย และ ครูมะนาว เปิดวงด้วยกติกาง่าย ๆ แต่สำคัญมาก คือเมื่ออีกฝ่ายพูด เราจะฟังด้วยใจ ยังไม่รีบแสดงความเห็น รีบสอน หาทางแก้ หรือยกเหตุผลของตัวเองขึ้นมาทับเรื่องของอีกฝ่าย

วงคุยต่างวัย-7.jpg

ทีม iGROW ชวนให้ผู้ปกครองฟังลูกเล่าว่าชอบแอปอะไร เกมอะไร ดูยูทูบช่องไหน ไม่ใช่เพื่อรู้ว่าตอนนี้ "ใช้อะไร" แต่เพื่อเข้าใจว่า "ทำไมถึงชอบ" สิ่งที่ได้ยินก็ทำให้พ่อแม่หลายคนแปลกใจ เด็กคนหนึ่งบอกว่า  "My Mom hates me playing Roblox. My Mom likes comics" ประโยคเดียวนั้นพูดแทนสิ่งที่หลายครอบครัวอาจไม่เคยพูดตรง ๆ กัน ว่าต่างคนต่างก็มีโลกของตัวเอง และต่างก็ไม่รู้จักโลกของอีกฝ่ายเลย

เมื่อถึงคราวของพ่อแม่บ้าง ลูก ๆ ก็ได้ลองเข้าไปสัมผัสโลกในมุมมองของผู้ใหญ่ ทีมวิทยากรชวนให้เห็นว่าคุณพ่อคุณแม่เองก็ติดมือถือไม่ต่างกัน แค่ใช้คนละแบบเท่านั้น และเมื่อลูกได้เห็นเช่นนี้ เด็กหลายคนก็บอกว่า "ไม่รู้มาก่อนว่า แม่ก็ชอบอยู่หน้าจอเหมือนกัน" นั่นคือช่วงเวลาที่หลายครอบครัวได้พบความจริงข้อหนึ่งร่วมกันว่า แท้จริงแล้วไม่มีใครเป็นฝ่ายบริสุทธิ์ที่อยู่ "นอกโลกจอ" เราทุกคนต่างก็ใช้หน้าจอเพื่อเติมบางอย่างในชีวิตเหมือนกัน

วงคุยต่างวัย-4.JPG

อีกมุมที่น่าสนใจคือการชวนให้มองโลกออนไลน์ของเด็กต่างออกไป สำหรับเด็กหลายคน เกมและโลกออนไลน์คือพื้นที่ที่เขาควบคุมจัดการได้ ถ้าเบื่อก็เปลี่ยนได้ทันที ซึ่งต่างจากชีวิตจริงที่หลายอย่างควบคุมและย้อนกลับไม่ได้ เมื่อเห็นเช่นนี้ คำว่า "ติดจอ" จึงเริ่มไม่ใช่ฉลากที่ง่ายพอสำหรับอธิบายมนุษย์อีกต่อไป

 

รู้จักตัวเองก่อน แล้วค่อยคุยกัน

ในกิจกรรมมีช่วงที่ให้สมาชิกในครอบครัว ทั้งพ่อแม่และลูก ได้นั่งสำรวจตัวเองว่าแพลตฟอร์มไหนทำให้รู้สึกสนุก อะไรทำให้โกรธ เศร้า กลัว หรือเครียด ใช้เมื่อไร นานแค่ไหน และสิ่งนั้นส่งผลกับตัวเองและครอบครัวอย่างไร

วงคุยต่างวัย-3.JPG

แบบฝึกนี้ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง พาทุกคนกลับมาสู่ทักษะสำคัญที่หลายคนลืมไปคือ "การรู้เท่าทันตัวเอง" ในชีวิตประจำวันเรามักเลื่อนหน้าจอไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทันสังเกตว่าเนื้อหาบางอย่างมีผลกับใจ รู้สึกหนัก อึดอัด บางอย่างดึงเราออกจากคนตรงหน้า การหยุดมองสิ่งเหล่านี้อย่างซื่อสัตย์จึงเป็นเหมือนการจุดไฟเล็ก ๆ ในห้องมืด เราอาจไม่ได้แก้ปัญหาทุกอย่างทันที แต่เราเริ่มมองเห็นแล้วว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับเรา

และที่น่าสังเกตคือเมื่อถามว่าอยากเปลี่ยนอะไร เด็ก ๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้บอกว่าอยากเล่นเกมมากขึ้น แต่บอกว่าอยากใช้เวลาหน้าจอร่วมกับพ่อแม่มากขึ้น มันทำให้เห็นชัดว่าสิ่งที่เด็กหลายคนต้องการไม่ใช่จอ แต่คือการที่มีคนอยู่ด้วยอย่างแท้จริง

วงคุยต่างวัย-2.JPG

กิจกรรมนี้ไม่ได้มองโลกดิจิทัลแบบขาวหรือดำ แต่ชวนให้เห็นว่าโลกออนไลน์ก็เป็นพื้นที่ของความสัมพันธ์ได้เช่นกัน บางครอบครัวส่งรูปให้กัน บางบ้านวิดีโอคอลกับญาติที่อยู่ไกล บางคนเล่นเกมกับพี่น้อง ในความหมายนี้ "จอ" ไม่ได้ทำให้ห่างเสมอไป ถ้าเราใช้อย่างมีสติ มันอาจกลายเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ด้วยซ้ำ

 

ออกแบบชีวิตดิจิทัลร่วมกัน ไม่ใช่ตั้งกฎ

หนึ่งในบทเรียนที่สำคัญของกิจกรรมนี้คือ ครอบครัวไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการตั้งกฎที่เข้มที่สุด ควรเริ่มจากการออกแบบชีวิตดิจิทัลร่วมกัน บ้านเราจะใช้โลกดิจิทัลกันแบบไหนที่จะให้ชีวิตของทุกคนดีขึ้น คำว่า "ร่วมกัน" สำคัญมาก เพราะเมื่อกฎถูกกำหนดลงมาจากคนที่มีอำนาจมากกว่า การเชื่อฟังอาจเกิดเพียงชั่วคราว ไม่ค่อยสร้างความเข้าใจระยะยาว ในทางกลับกัน เมื่อข้อตกลงเกิดขึ้นจากการรับฟังทั้งสองฝ่าย ทุกคนจะรู้สึกว่าเสียงของตัวเองมีที่อยู่ในบ้านหลังนั้น

วงคุยต่างวัย-1.JPG

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากที่ครอบครัวต่าง ๆ แชร์ไว้ในกิจกรรม บางครอบครัว แม่ตกลงว่า "ดูหนังด้วยกันวันละ 1 ชั่วโมง" ฝั่งเด็กๆ ตื่นเต้นกับไอเดีย TV Night จนวาดรูปตัวการ์ตูนดีใจ พร้อมเขียนว่า "WOOO!!!" และมีฝั่งผู้ปกครองที่บอกว่า "วันนี้จะเริ่มเรียกชื่อลูกให้อ่อนโยนขึ้น" ไม่มีกฎข้อไหนที่ยิ่งใหญ่ แต่ทุกข้อตกลงเกิดขึ้นจากการที่ทั้งสองฝ่ายได้ยินกันจริง ๆ

กิจกรรมยังชวนทุกคนคิดด้วยว่าถ้าทำข้อตกลงได้สำเร็จ 21 วัน จะฉลองกันอย่างไร และถ้าทำไม่ได้ จะปรับแผนไหมแทนที่จะเอาผิด เพราะการเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ควรถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัว และความผิดพลาดก็ไม่ควรถูกตอบโต้ด้วยการลงโทษเสมอไป มันอาจเป็นแค่ข้อมูลว่าแผนเดิมยังไม่เหมาะกับชีวิตจริงของครอบครัวเรา

 

ขึ้นบันไดให้ช้าลง

ตอนท้ายของกิจกรรม มีการชวนให้มองแนวคิดเรื่อง Ladder of Inference หรือบันไดแห่งการตีความ ซึ่งอธิบายว่าเวลามนุษย์เห็นอะไรบางอย่าง เรามักไม่ได้หยุดอยู่แค่สิ่งที่เห็น แต่จะปีนบันไดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จากการเลือกข้อมูลบางส่วน ไปสู่การตีความ สรุป ตัดสิน และแสดงปฏิกิริยา

เมื่อแม่เห็นลูกยังไถหน้าจอในเวลาที่ควรนอน สมองอาจคิดไปได้ถึง "ลูกไม่รับผิดชอบ" "ลูกไม่ฟัง" "ลูกไม่เห็นความหวังดีของเรา" ในเสี้ยววินาที และจากนั้นคำพูดแข็ง ๆ ก็หลุดออกมา ขณะที่ฝั่งลูกเองก็อาจปีนบันไดแบบเดียวกัน จาก "แม่เรียกเสียงดัง" ไปสู่ "แม่ไม่เคยเข้าใจ" เมื่อบันไดของทั้งสองฝ่ายยกระดับสูงขึ้นพร้อมกัน บ้านทั้งหลังจะเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ไม่มีใครอยากอยู่

สิ่งที่กิจกรรมนี้ชวนให้ทำคือการขึ้นบันไดให้ช้าลง ช้าพอที่จะถามตัวเองว่าสิ่งที่เราเห็นคือทั้งหมดจริงหรือยัง ช้าพอที่จะถามอีกฝ่ายว่าเกิดอะไรขึ้น และช้าพอที่จะจำไว้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ศัตรู แต่คือคนในครอบครัว

บางทีการสื่อสารอย่างสันติอาจเริ่มจากการตีความให้น้อยลงและฟังให้มากขึ้น Family Digital Dialogue จึงเป็นบทเรียนเรื่องความสัมพันธ์ เรื่องการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความต่างระหว่างวัย และเรื่องการสร้างบ้านที่ไม่ได้มีแค่กฎ แต่มีความเข้าใจเป็นพื้นฐาน

วงคุยต่างวัย-6.jpg

ก่อนจบกิจกรรม ทีม iGROW ทิ้งท้ายไว้ว่าการเปลี่ยนแปลงและการสร้างข้อตกลงในบ้านจะได้ผลก็ต่อเมื่อทำครบสี่อย่าง หนึ่งคือเข้าใจตัวเองก่อน เพราะบางทีเราไถจอไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่ามันส่งผลกับเราอย่างไร สองคือเข้าไปอยู่ในโลกของอีกฝ่าย เปิดจอเปิดใจทำความเข้าใจกันจริง ๆ สามคือฟังและสื่อสารอย่างเข้าใจ เพราะการฟังก็คือการสื่อสารอย่างหนึ่ง และสี่คือสร้างความเชื่อมั่นให้กัน ไม่ใช่แค่ตั้งกติกาแล้วจบ แต่ต้องทำให้อีกฝ่ายไว้วางใจเราจริง ๆ

ตลอด 3 ชั่วโมงที่ผ่านไป มีเด็ก ๆ Gen Alpha ที่เล่าโลกของตัวเองให้พ่อแม่ฟัง มีผู้ปกครองที่เปิดรับมุมมองใหม่ และครอบครัวที่ได้แบ่งปันประสบการณ์กับครอบครัวอื่นในวงเดียวกัน ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องของ "จอ" ไม่ควรเป็นเรื่องที่ทำให้เรา "ห่าง" แต่น่าจะเป็นโอกาสให้เราเรียนรู้ความ "ต่าง" อย่างอ่อนโยน อย่างเข้าใจ และอย่างสันติไปด้วยกัน

บทความแนะนำ

ไม่มีใครแก่เกินเรียน
บล็อก

ไม่มีใครแก่เกินเรียน

เราต่างมีวันจบการศึกษา แต่การเรียนรู้อาจไม่มีวันจบ

684|อ่าน : 10 นาที
ในโลกที่ไม่มีใครเรียนรู้เหมือนกัน
บล็อก

ในโลกที่ไม่มีใครเรียนรู้เหมือนกัน

มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เรียนรู้ด้วยวิธีเดียว บทความนี้ชวนสำรวจ 4 จังหวะการรับรู้ ทั้งการฟัง การมองเห็น การลงมือทำ และการอ่านเขียน เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบเฉพาะตัว และก้าวข้ามมาตรฐานเดียวสู่การเรียนรู้ที่หลากหลาย

222
How to เลี้ยงลูกตามเทรนด์ Lighthouse Parenting ประภาคารแห่งความเข้าใจ
บล็อก

How to เลี้ยงลูกตามเทรนด์ Lighthouse Parenting ประภาคารแห่งความเข้าใจ

พ่อแม่ยุคใหม่ อยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ แต่ก็พร้อมเข้าชาร์จ

117|อ่าน : 12 นาที
แวดล้อมการอ่านและการเรียนรู้ ปี 2025
บล็อก

แวดล้อมการอ่านและการเรียนรู้ ปี 2025

จากพื้นที่ห้องสมุดกลางเมือง สู่จังหวะใหม่ของการอ่านในชีวิตประจำวัน

271|อ่าน : 12 นาที
TK Park ชวนเปิดบ้านพิบูลธรรม ย้อนรอยสถาปัตยกรรมโบราณย่านเมืองเก่า
บล็อก

TK Park ชวนเปิดบ้านพิบูลธรรม ย้อนรอยสถาปัตยกรรมโบราณย่านเมืองเก่า

บ้านโบราณที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5

561
ทำไมเราจึงไม่ “มูฟออน” จากหนังสือเล่มเก่า  จะดีหรือเปล่าหากชอบอ่านซ้ำ?
บล็อก

ทำไมเราจึงไม่ “มูฟออน” จากหนังสือเล่มเก่า จะดีหรือเปล่าหากชอบอ่านซ้ำ?

“หนังสือเล่มเก่าในดวงใจ” คือเพื่อนสนิทผู้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และยังวางรออยู่ในชั้นหนังสือที่เดิมเพื่อให้เรากลับมาทักทายอยู่เสมอ

2172
เรื่องเล็ก เรื่องน้อย เรื่อง(ของคนหาด)ใหญ่
บล็อก

เรื่องเล็ก เรื่องน้อย เรื่อง(ของคนหาด)ใหญ่

TK Park คุยกับโตมร อภิวันทนากร นักฝึกอบรมเบื้องหลังงานบรรณาธิการสื่อการเรียนรู้สาระท้องถิ่นหาดใหญ่

239|อ่าน : 15 นาที
ออกแบบการเรียนรู้ของสังคม ด้วยการช่วยให้คนได้ตามหา "จุดนับหนึ่ง"
บล็อก

ออกแบบการเรียนรู้ของสังคม ด้วยการช่วยให้คนได้ตามหา "จุดนับหนึ่ง"

เพราะเชื่อในความสวยงามของความแตกต่างหลากหลายของการเรียนรู้

232
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.