เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

เส้นทางการค้นหาตัวเอง ในแบบของหนังสือ, การ์ตูน และภาพยนตร์

เส้นทางการค้นหาตัวเอง ในแบบของหนังสือ, การ์ตูน และภาพยนตร์

333
21 ตุลาคม 2564

book_review.jpg         “ดอกไม้แต่ละชนิดผลิบานในฤดูกาลของมันเอง
           ตอนนี้อาจยังไม่ถึงช่วงเวลาของคุณ
           อาจสายไปหน่อยเมื่อเทียบกับคนอื่น
           แต่ถ้าฤดูนั้นมาถึง คุณจะงดงามไม่แพ้ดอกไม้ชนิดอื่น
           ดังนั้นในช่วงเวลาที่รอคอย จงเตรียมตัวให้พร้อม”
           - เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด : คิมรันโด -
          โวหารการเปรียบเทียบชีวิตคนประหนึ่งดอกไม้ในธรรมชาติ ที่ต่างรอคอยเวลาอันเหมาะสมของตนเอง ได้กลายเป็นหนึ่งในประโยคในดวงใจของใครหลายต่อหลายคนไปทั่วโลก คือเนื้อหาที่ปรากฏในหนังสือ “เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด” โดย คิมรันโด อาจารย์ประจำภาควิชาการบริโภค คณะคหศาสตร์ มหาวิทยาลัยโซล ได้ออกสู่สายตานักอ่านชาวเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 สร้างปรากฏการณ์ขายได้กว่า 1 ล้านเล่มภายในระยะเวลาเพียง 8 เดือน ก่อนจะได้รับการแปลเป็นอีกแปดภาษาไปทั่วโลก และได้รับการตีพิมพ์ในประเทศไทยกว่า 35 ครั้ง
           จากจุดเริ่มต้นของความตั้งใจในฐานะพ่อ ผู้ต้องการเขียนหนังสือให้ลูกชายซึ่งอยู่ในช่วงวัยเปลี่ยนผ่านได้อ่านเพื่อเรียนรู้ถึงธรรมชาติความเปลี่ยนแปลงของชีวิต รวมเข้ากับเรื่องราวจากบรรดาลูกศิษย์ที่มักจะมาปรึกษาตนถึงความกังวลในวันที่พวกเขาใกล้จะจบการศึกษา จนออกมาเป็นเรื่องราว 4 บทที่ชวนให้นักอ่านทุกคนได้ตั้งคำถามสะท้อนตัวตน สร้างมุมมองใหม่ รวมถึงเรียนรู้ที่จะยอมรับธรรมชาติของความเปลี่ยนแปลงในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวัยรุ่น ในวันที่ชีวิตของพวกเขายังเต็มไปด้วยคำถาม ท่ามกลางแรงกดดันจากสังคมที่คอยผลักดันให้ต้องเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ในเร็ววัน
           วรรคทองนี้มาจาก “ฤดูกาลที่ตัวคุณผลิบาน” หนึ่งใน 4 บทสำคัญของหนังสือเล่มนี้ โดยคิมรันโดเล่าถึงดอกไม้แต่ละชนิดในธรรมชาติที่ล้วนแตกต่างกัน ซึ่งจะผลิบานในฤดูกาลของมันเอง เปรียบเทียบกับชีวิตคนเราที่ล้วนแตกต่าง ที่วันนี้อาจจะยังไม่ใช่วันของเรา เพราะแท้จริงแล้วมันเป็นเรื่องของฤดูกาลชีวิตที่ยังมาไม่ถึงมากกว่า หากมันยังมาไม่ถึงในวันนี้ก็ไม่เป็นไร หน้าที่ของเราคือใช้ชีวิตต่อไปให้ดีที่สุด และจงเตรียมพร้อมเสมอในวันที่ฤดูกาลของเรามาถึง
           ในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและการแข่งขัน รวมทั้งบรรทัดฐานต่าง ๆ ที่สังคมคาดหวังให้เราทุกคนต้องเป็นไปอย่างนั้นอย่างนี้ เพื่อที่จะได้รับการยอมรับว่าประสบความสำเร็จแล้ว ไม่ว่าจะเป็นต้องเรียนให้เก่ง ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ยังไม่รวมถึงค่านิยมเรื่องความก้าวหน้าทางอาชีพการงาน ที่นับวันอายุความสำเร็จจะยิ่งสั้นลงทุกที สิ่งที่  “ฤดูกาลที่ตัวคุณผลิบาน” บอกทุกคนคือ เราจำเป็นต้องเร่งรีบขนาดนั้นไปเพื่ออะไร ในเมื่อชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว มาตรวัดความสำเร็จแต่ละคนก็ยิ่งไม่เท่ากัน เรายังไม่ถึงฝั่งฝันในวันนี้ก็ไม่เป็นไร อนาคตเรายังมีวันต่อ ๆ ไปให้ไขว่คว้าฝันนั้นอยู่ ความสำเร็จของชีวิตควรเป็นสิ่งที่เรานิยามได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่มาจากสิ่งที่คนอื่นบอกให้เราเป็น
           "เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด" เปรียบเสมือนคู่มือชีวิตของเหล่าวัยรุ่นที่ได้ชื่อว่าเป็นวัยแห่งการค้นหาตัวเอง คอยพูดคุยกับคุณในวันที่ท้อแท้ สับสน สิ้นหวัง และเจ็บปวด ซึ่งสิ่งที่คุณเจอในแต่ละหน้าจะไม่ใช่คำตอบแบบสูตรสำเร็จชีวิตในพริบตา แต่ทุกประโยคที่ผ่านสายตาเรียกได้ว่าล้วนเป็นบทเรียนสำคัญให้กับการเติบโตของชีวิตทุกช่วงวัยได้อย่างแน่นอน

quote_one-piece.jpg           “คนที่รู้จักชัยชนะและความพ่ายแพ้ 
            รู้จักการถอยหนีและการหลั่งน้ำตา
            จะเติบโตเป็นคนได้โดยสมบูรณ์
            ถึงแม้ร้องไห้ก็ไม่เป็นไร แต่นายต้องก้าวต่อไปให้ได้”
             - ONE PIECE : เออิจิโระ โอดะ -
            คำพูดในใจของ ‘แชงคูส’ โจรสลัดผมแดงที่มีต่อลูฟี่ ด้วยความปรารถนาดีว่าเขาจะได้เรียนรู้สัจธรรมชีวิตจากการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ ‘เอส’ โจรสลัดผู้เปรียบเสมือนพี่ชายแท้ ๆ ของตนเอง ที่นับว่าเป็นการสูญเสียคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งในชีวิตของโจรสลัดหมวกฟางคนนี้เลยก็ว่าได้
            ในงานศพของโจรสลัดหนวดขาวและเอส ระหว่างเดินทางกลับแชงคูสได้นึกถึงโจรสลัดหนุ่มหมวกฟางที่เขาเดิมพัน “อนาคต” ของโลกโจรสลัดเอาไว้ เขารู้ดีว่าเหตุการณ์ครั้งนี้คงเป็นเรื่องยากที่สุดเรื่องหนึ่งที่ลูฟี่ต้องเผชิญ เพราะว่าการสูญเสียคนใกล้ชิดประหนึ่งคนในครอบครัวตั้งแต่ยังวัยหนุ่มแบบนี้ คงเป็นบทเรียนบทหนักยากเกินจะรับไหวเป็นแน่ แต่แชงคูสก็เชื่อมั่นเช่นกันว่า บทเรียนแห่งความโศกเศร้าครั้งนี้ จะเป็นประสบการณ์สำคัญที่จะสอนให้ลูฟี่ได้เรียนรู้ธรรมชาติของชีวิต ว่าทุกอย่างนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ มีพบมีจาก มีสุขมีทุกข์ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นก้าวสำคัญแห่งการเติบโตทั้งสิ้น
            สิ่งที่แชงคูสกล่าวไว้นั้นไม่ได้เป็นสิ่งเกินจริงในโลกแห่งโจรสลัดหรือโลกแห่งความจริงนัก เพราะบ่อยครั้งความสูญเสียหรือพ่ายแพ้มักถูกมองเป็นพลังลบที่รังแต่จะคอยฉุดรั้งพลังใจเราให้หมดกำลัง หลายคนพยายามปกปิดหรือป้องกันมันเอาไว้ไม่ให้เกิดขึ้นกับตนเองเพียงเพราะคิดว่ามันคือสัญลักษณ์ของความล้มเหลว แต่แท้จริงแล้วความรู้สึกล้มเหลวหรือสิ้นหวังนี้คือบทเรียนสำคัญที่จะเติมเต็มการเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอย่างสมบูรณ์ต่างหาก
            ภายใต้เรื่องเศร้าและความพ่ายแพ้ในชีวิตที่ทำให้วันของเราเต็มไปด้วยความหมองหม่นนั้น คือบทเรียนที่สอนทุกคนให้รู้จักสัจธรรมว่าทุกข์สุขนั้นเป็นของคู่กัน เป็นสองสิ่งที่สร้างสมดุลให้ชีวิตมนุษย์ว่าแท้จริงแล้วในความสุขเศร้านั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่ทุกคนต้องเผชิญไม่วันใดก็วันหนึ่ง และเราต่างมีชีวิตอยู่เพื่อเรียนรู้ธรรมชาติของทุกข์สุขอันแสนจะธรรมดานี้ เพื่อให้แต่ละก้าวของอายุขัยที่เหลือเต็มไปด้วยความเข้าใจ ไม่ยึดตึด และปล่อยวาง
            วันพีซ (One Piece) มังงะที่เขียนขึ้นโดย เออิจิโระ โอดะ คือเรื่องราวการตามหา "วันพีซ" ของโจรสลัดหนุ่ม ‘ลูฟี่’ และผองเพื่อน โดยเชื่อกันว่าผู้ที่ได้ครอบครองนั้นจะได้เป็นเจ้าแห่งโจรสลัด เริ่มตีพิมพ์ลงในนิตยสาร โชเน็นจัมป์ ของสำนักพิมพ์ ชูเอฉะ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 และเนื่องจากความโด่งดัง วันพีซ จึงได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมะ นวนิยาย รวมไปถึงวิดีโอเกมอีกหลายภาคด้วยกัน
           ความโดดเด่นของวันพีซที่ครองใจผู้อ่านมาอย่างยาวนานกว่า 24 ปี นอกจากความสนุกตื่นเต้นที่ทำให้ทุกคนลุ้นไปกับการผจญภัยของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางนั้น ด้วยระยะเวลาของเรื่องราวที่ยาวนานเทียบเท่าหนึ่งในสี่ของอายุขัย แฟนวันพีซทุกคนจึงเรียกได้ว่าเติบโตไปพร้อมกับตัวละครเหล่านี้ จากความไร้เดียงสาในวัยเด็ก ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงกลายเป็นผู้ใหญ่ร่วมกัน จนกลายเป็นความผูกพันระหว่างมังงะและนักอ่าน ราวกับว่าวันพีซเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เรารู้จักมานาน เป็นมิตรภาพที่แน่นแฟ้นเฉกเช่นเหล่าโจรสลัดหมวกฟางเชิดชูความรักแห่งความเป็นเพื่อนไว้เหนือสิ่งอื่นใด
           การเติบโตระหว่างเราในฐานะนักอ่านกับกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางนับว่าเป็นหัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งที่สำคัญของมังงะเรื่องนี้ เพราะแม้ว่าในแต่ละหน้ากระดาษที่เราเปิดอ่าน ลูฟี่และผองเพื่อนจะดูเหมือนยังคงอายุเท่าเดิม ในขณะที่เราค่อย ๆ เติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ แต่สิ่งที่พวกเขาเติบโตขึ้นไปพร้อมกับเรานั้นคือประสบการณ์ชีวิตต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามาผ่านการต่อสู้ที่ชาวคณะโจรสลัดได้พบเจอครั้งแล้วครั้งเล่า แปรเปลี่ยนกลายเป็นบทเรียนแห่งการเติบโต ที่สะท้อนสู่บทเรียนชีวิตจริงให้กับผู้อ่านได้อย่างดี
           วันพีซคือตัวอย่างของมังงะที่ไม่ได้เป็นแค่เพียงหนังสือการ์ตูนที่อ่านเอาเพียงสนุก แต่ทุกช่องของตัวการ์ตูนลายเส้นที่เราได้เห็น ทุกข้อความที่เราได้อ่าน คือการสะท้อนโลกแห่งความเป็นจริง กลับเข้ามาเป็นบทเรียนแห่งการเติบโตของมนุษย์ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตาม มังงะจึงกลายเป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จในการสอดแทรกใจความสำคัญแห่งความเป็นมนุษย์ที่เคลือบไว้ด้วยความบันเทิงอย่างแยบคาย และยังแพร่หลายออกไปนอกดินแดนอาทิตย์อุทัยมาอย่างยาวนานร่วมศตวรรษ

quote_movie.jpg          “ผมเอาชีวิตไปหั่นในเหมืองแร่เสียสี่ปีเต็ม ๆ เป็นสี่ปีที่คนธรรมดาจะเรียนจบมหาวิทยาลัยได้สบายๆ  
           แต่ที่เหมืองแร่ สำหรับผมแล้ว มันไม่มีใบคู่มือรับรองใด นอกจากแผลคู่มือที่คนอื่นไม่มีวันรู้เลยว่า มันเกิดจากอะไร”
          - มหา’ลัย เหมืองแร่ : ภาพยนตร์โดย จิระ มะลิกุล -
           คำพูดในใจที่เปรียบเสมือนบทสรุป 4 ปี ของชีวิตกรรมกรเหมืองแร่ ที่ฝากรอยแผลเตือนใจไว้บนมือซ้ายของ ‘อาจินต์ ปัญจพรรค์’ ซึ่งเจ้าตัวยกขึ้นมาดูเพื่อระลึกถึงความหลังเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเครื่องบินลอยลำผ่าน ‘เหมือง กระโสม ทิน เดรดยิง’ อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร สู่เส้นทางการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่รอคอยเขาอยู่เบื้องหน้า คือฉากสุดท้ายของภาพยนตร์  ‘มหา’ลัยเหมืองแร่ (The Tin Mine)’ ผลงานการกำกับและเขียนบทของ ‘เก้ง-จิระ มะลิกุล’ ที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมรวมเรื่องสั้นในชื่อ ‘เหมืองแร่’ ของ ‘อาจินต์ ปัญจพรรค์’ และเป็นภาพยนตร์ไทยที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องเปลี่ยนผ่านช่วงชีวิต (Coming of Age) ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของประเทศไทย
           ‘ดัดสันดาน, เอาตัวรอด, หาตัวตน, ขุดเกียรติยศ’ คือเรื่องราวที่ถูกแบ่งออกเป็นสี่บท ประหนึ่งสี่ปีของรั้วมหาวิทยาลัย เส้นทางที่แปรเปลี่ยนชีวิตอาจินต์จากคนเมืองที่สิ้นหวังในชีวิตจากการถูกรีไทร์ ท้อแท้หัวใจเมื่อคนรักไปแต่งงานกับชายอื่น สู่บทเรียนสำคัญแห่งการค้นหาตัวตน ที่ขุดค้นผ่านทุกหยาดเหงื่อที่ลงแรง การทะเลาะเบาะแว้งกับคนงาน และผ่านทุกการสั่งสอนจากหัวหน้าฝรั่ง ที่เปรียบเสมือนการลงทะเบียนเรียนวิชาชีวิตจนถึงวันจบปริญญา ก่อนที่ปริญญาใบนั้นจะหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนใหม่ที่เปี่ยมด้วยศรัทธาและความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
          อาจินต์เองก็เหมือนกับหนุ่มสาวทั่วไปคนหนึ่งที่คาดหวังในชีวิตมหาวิทยาลัยว่าจะกลายเป็นใบเบิกทางสู่การเติบใหญ่และประสบความสำเร็จในอนาคต กระทั่งโชคชะตาเล่นตลกให้เขาต้องสูญเสียสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัยอันล้ำค่านี้ไปแบบไม่มีวันกลับ เหลือไว้แต่เพียงความเคว้งคว้างสิ้นหวังในชีวิต เพราะสิ่งนี้คือเดิมพันที่เขาหวังไว้สูงมากเลยทีเดียว
          แต่ชีวิตในเหมืองแร่ก็ค่อย ๆ กอบกู้เศษซากความสิ้นหวังของเขาให้ค่อย ๆ กลับคืนมา อาจินต์ได้เรียนรู้ว่าเส้นทางอันล้ำค่าแห่งการเติบโตเป็นผู้ใหญ่นั้นหาได้เก็บเกี่ยวได้จากโลกแห่งอุดมศึกษาเพียงอย่างเดียว การเติบใหญ่ที่เขาเฝ้าหวังมาตลอดชีวิตเป็นเพียงส่วนเสี้ยวทั้งหมดของโอกาสที่คน ๆ หนึ่งเช่นเขาจะได้เติบโตเท่านั้น หากเราจะเปรียบมหาวิทยาลัยคือบ้านแห่งการเรียนรู้หลังสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่โลกของการเป็นผู้ใหญ่แล้ว บ้านหลังนี้ของอาจินต์ก็ได้สอนสิ่งที่เรียกว่า ‘วิชาชีวิต’ ให้แก่เขาได้อย่างเต็มเปี่ยม เป็นวิชาที่ไม่มีใบปริญญาการันตี เป็นวิชาที่เขาใช้เวลาศึกษาเทียบเท่ากับโลกมหาวิทยาลัยที่เขาจากมา เป็นวิชาที่ทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นที่เกิดจากการลงแรงทำงานเคียงข้างเหล่าเพื่อนชาวเหมืองมาตลอดสี่ปีไว้ดูต่างหน้า ให้เป็นเครื่องเตือนใจถึงบทเรียนแห่งการเติบโตที่หาจากที่ไหนไม่ได้อีก
           การได้ติดตามดูชีวิตของอาจินต์และเพื่อน ๆ ค่อย ๆ เปลี่ยนไปในแต่ละปี เปรียบเสมือนการเรียนรู้จักชีวิตผ่านการเติบโต ช่วงเวลาที่หลายคนอาจโชคดีได้มีทุกอย่างดั่งใจนึก ในขณะที่อีกหลายคนโชคชะตาอาจไม่เข้าข้าง จนรู้สึกสิ้นหวังหรือหลงทาง คือแก่นของ ‘มหา’ลัยเหมืองแร่’ ที่กุมหัวใจผู้ชมทุกคนได้อย่างไม่ยากเย็น และยังกลายเป็นกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนกลับไปหาเราทุกคน พร้อมตั้งคำถามสำคัญของการมีชีวิตอยู่ ว่าแท้จริงแล้วคุณค่าในชีวิตของเรานั้นคืออะไร บทเรียนแห่งการเติบโตของเราคืออะไร และมันได้สั่งสอนอะไรเอาไว้บ้าง
          ‘มหา’ลัยเหมืองแร่’ คือภาพยนตร์แห่งการก้าวผ่านช่วงวัย ที่สอนให้เราเรียนรู้และเข้าใจถึงความไม่จีรังยั่งยืนของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขหรือทุกข์ก็ตาม เป็นบทเรียนล้ำค่าแห่งการเติบโตของชีวิตทุกช่วงวัยที่จะติดตัวอยู่กับเราไปตลอด เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ความไม่แน่นอนของชีวิตนั่นคือความแน่นอนที่สุดแล้ว







บทความแนะนำ

How to เลี้ยงลูกตามเทรนด์ Lighthouse Parenting ประภาคารแห่งความเข้าใจ
บล็อก

How to เลี้ยงลูกตามเทรนด์ Lighthouse Parenting ประภาคารแห่งความเข้าใจ

พ่อแม่ยุคใหม่ อยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ แต่ก็พร้อมเข้าชาร์จ

122|อ่าน : 12 นาที
เรื่องเล็ก เรื่องน้อย เรื่อง(ของคนหาด)ใหญ่
บล็อก

เรื่องเล็ก เรื่องน้อย เรื่อง(ของคนหาด)ใหญ่

TK Park คุยกับโตมร อภิวันทนากร นักฝึกอบรมเบื้องหลังงานบรรณาธิการสื่อการเรียนรู้สาระท้องถิ่นหาดใหญ่

243|อ่าน : 15 นาที
Book on Board #4 หนังสือและบอร์ดเกมไทย ไปด้วยกันได้
บล็อก

Book on Board #4 หนังสือและบอร์ดเกมไทย ไปด้วยกันได้

TK Park สรุปความน่าชื่นใจจากโครงการประกวดออกแบบบอร์ดเกม Book on Board #4 เปลี่ยนหนังสือ(ไทย)ที่ชอบ เป็นบอร์ดเกม(ไทย)ที่ใช่

152|อ่าน : 15 นาที
เมื่อพื้นที่สาธารณะของเมืองช่วยเราเลี้ยงลูกได้
บล็อก

เมื่อพื้นที่สาธารณะของเมืองช่วยเราเลี้ยงลูกได้

ชวนมอง “ชุมชน” ในรูปแบบใหม่ เมื่อห้องสมุดและพื้นที่เรียนรู้สาธารณะช่วยลดความโดดเดี่ยว เติมพลังให้พ่อแม่ และเปิดโลกการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ

1214
จากร้านหนังสือสู่คอมมูนิตี้นักอ่าน เมื่อโลกออนไลน์พาเราออกมาเจอกันในพื้นที่จริง
บล็อก

จากร้านหนังสือสู่คอมมูนิตี้นักอ่าน เมื่อโลกออนไลน์พาเราออกมาเจอกันในพื้นที่จริง

สำรวจมุมมองจากคนทำหนังสือและร้านหนังสืออิสระ เมื่อการอ่านไม่ได้จบลงที่หน้าสุดท้าย แต่ต่อยอดเป็นบทสนทนา กิจกรรม และความสัมพันธ์ที่เชื่อมผู้คนเข้ากับร้านและย่าน

1461
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี สตรีสมัยใหม่ผู้สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
บล็อก

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี สตรีสมัยใหม่ผู้สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

จากวังสวนบ้านแก้วสู่พื้นที่การศึกษา ชวนย้อนรอยพระราชกรณียกิจที่สะท้อนแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต การต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น และการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้ผู้คน

334
วังปารุสกวัน พิพิธภัณฑ์ของคุณตำรวจ
บล็อก

วังปารุสกวัน พิพิธภัณฑ์ของคุณตำรวจ

TK Park ชวนเที่ยวพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน เพื่อค้นพบเรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไทย

134|อ่าน : 12 นาที
แสวงหาตัวตน เข้าใจชีวิต
บล็อก

แสวงหาตัวตน เข้าใจชีวิต

การมีอัตลักษณ์หรือตัวตนสำคัญมากแค่ไหน ทุกคนจำเป็นต้องตามหาหรือเปล่า

508
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.