เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

สวนสุนันทา... จากเขตหวงห้ามสู่มหาวิทยาลัย

สวนสุนันทา... จากเขตหวงห้ามสู่มหาวิทยาลัย

237 | อ่าน : 15 นาที
11 ตุลาคม 2566

01.jpg

          เรารู้จักสวนสุนันทาในฐานะมหาวิทยาลัยราชภัฎที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง แต่น้อยคนนักจะทราบว่าภายในรั้วมหาวิทยาลัยมีพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ซ่อนอยู่  

          เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดพื้นที่ให้อุทยานการเรียนรู้ TK Park จัดกิจกรรม TK Small Tour พาผู้สนใจด้านศิลปวัฒนธรรมเข้าชมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ พิพิธภัณฑ์วังสวนสุนันทา↗ ซึ่งเป็นจุดกำเนิดขององค์ความรู้วิชาการบ้านการเรือนของสยามตั้งแต่ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จนกลายมาเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านวิชาคหกรรมศาสตร์ในยุคปัจจุบัน

          ถ้าจะถามว่าเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์วังสวนสุนันทาแห่งนี้มีอะไรบ้าง เรื่องแรกคือ วังสวนสุนันทาเคยเป็นศูนย์กลางของราชสำนักฝ่ายในซึ่งนับว่าเป็นเขตหวงห้ามสำหรับบุคคลนอก และที่นี่ก็ถือเป็นราชสำนักฝ่ายในแห่งสุดท้ายก่อนสยามเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบรัฐธรรมนูญที่เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2475 เรื่องต่อมา ด้วยเหตุที่กลุ่มอาคารวังสวนสุนันทาคือที่พำนักของพระมเหสีของรัชกาลที่ 5 และเจ้านายสตรีชั้นสูงมากมาย ที่นี่จึงมีข้ารับใช้ที่ได้รับการฝึกฝนทักษะฝีมือเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นโรงเรียนฝึกวิชาการบ้านการเรือนและกริยามารยาทของกลุ่มหญิงสาวเหล่านี้ไปโดยปริยาย และข้อสุดท้าย ที่นี่เป็นต้นกำเนิดของอาหารหลากหลายเมนูที่เราในปัจจุบันอาจเคยลิ้มลอง เช่น สะเต๊ะลือ น้ำพริกลงเรือ แกงรัญจวน เป็นต้น

02.jpg

          อาคารสายสุทธานภดล เป็นหัวใจของพิพิธภัณฑ์วังสวนสุนันทา ทั้งด้วยความสำคัญและด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทาในปัจจุบัน ทว่า เมื่อครั้งแรกสร้างวังสวนสุนันทานั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริจะสร้างสวนป่าสำหรับประทับพักผ่อนในบรรยากาศสบาย ๆ ตามแบบวังที่เคยได้ทอดพระเนตรเมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรป แต่ด้วยขณะนั้น ซึ่งเป็นช่วงปลายรัชกาล พื้นที่ภายในพระบรมมหาราชวังแออัดไปด้วยกลุ่มอาคารเดิม ซึ่งเป็นที่พำนักของเจ้านายและข้าราชบริพารฝ่ายในไปแล้วกว่า 30,000 คน พระองค์จึงโปรดฯ ให้สร้างสวนป่าที่ด้านตะวันตกของพระราชวังดุสิต พร้อมกลุ่มอาคารพระตำหนักไว้ภายในสวนป่า เพื่อรองรับบรรดาพระมเหสี เจ้าจอม และเจ้านายฝ่ายในทั้งหลายที่ไม่ได้เสด็จออกไปประทับกับพระราชโอรสหรือพระราชธิดาหลังสิ้นสุดรัชกาลของพระองค์ โดยพระราชทานนามวังแห่งนี้ว่าวังสวนสุนันทา การก่อสร้างกลุ่มพระตำหนักเหล่านี้เสร็จสมบูรณ์ในรัชสมัยต่อมา

          ด้วยชื่อวังสวนสุนันทา ผู้คนจำนวนมากอาจเข้าใจว่าที่นี่คงเคยเป็นที่ประทับหรือเป็นที่ประดิษฐานพระสรีรางคารของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์หรือพระนางเรือล่ม แต่ความจริงแล้ว รัชกาลที่ 5 พระราชทานนามที่นี่ว่าวังสวนสุนันทาเพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์เพียงเท่านั้น ด้วยเพราะพระองค์สิ้นพระชนม์ไปนานมากก่อนที่สวนแห่งนี้จะถูกสร้างขึ้น และพระสรีรางคารของพระองค์ก็ประดิษฐานไว้ที่สุนันทานุสาวรีย์ในสุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

03.jpg

          แต่เดิมนั้น ที่นี่เป็นสวนขนาดใหญ่ที่มีการจัดวางแปลนอย่างสวยงาม มีสระน้ำขนาดใหญ่ เกาะแก่ง คลอง และเนินเขา ปลูกต้นไม้ดอกไม้นานาพรรณ และมีพระตำหนักมากถึง 32 ตำหนัก แต่ในปัจจุบัน กาลเวลาทำให้อาคารต่าง ๆ ผุพังลง และมีการรื้อสร้างอาคารอื่นทดแทน อาคารดั้งเดิมจึงเหลือออยู่ไม่กี่แห่ง รวมถึงอาคาร “สายสุทธานภดล” ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา และจัดแสดงนิทรรศการในฐานะพิพิธภัณฑ์

          ตัวอาคารสายสุทธานภดลเป็นปูนสองชั้นทาสีเหลืองอ่อน ประตูหน้าต่างทาสีเขียว ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียนชื่อ “ริกาสซี” (Rigassi) ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ออกแบบสถานีรถไฟอยุธยาและโรงแรมโซฟิเทลหัวหิน ในสมัยแรก พระตำหนักหลังนี้รายล้อมด้วยสวนต้นไม้ดอกไม้หลากชนิด ด้วยพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา พระอรรคชายาเธอในรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดต้นไม้มาก จึงทรงใช้เวลาว่างทำสวน ทรงปลูกต้นไม้ดอกไม้มากมายทั้งกุหลาบ กล้วยไม้ หน้าวัวทุกสีทุกพันธุ์ ชมพูพันธุ์ทิพย์ และต้นไม้แปลก ๆ หายาก จนบางครั้งถึงกับทรงถือไฟฉายลงมาส่องดูต้นไม้ตอนกลางคืนก็มี

03(1).jpg

05.jpg

          ห้องโถงแรกที่ชั้นล่างของพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงในลักษณะห้องรับแขก ที่ฝาผนังประดับภาพถ่ายขนาดใหญ่ของพระวิมาดาเธอฯ พระธิดา และเจ้านายฝ่ายในที่ใกล้ชิดทั้งภาพสมัยยังพระชนมายุน้อย ไปจนถึงช่วงปลายพระชนม์ชีพ ถัดจากห้องโถงนี้เป็นห้องใหญ่จัดแสดงเสื้อผ้า ทั้งผ้าโจงกระเบน เสื้อลูกไม้แขนพองอย่างที่เรียกว่าแขนหมูแฮม กลางห้องมีตั่งไม้ จัดวางพานพระศรีหรือพานหมาก กาน้ำชา มีฉากไม้ฉลุกั้นด้านหลัง ห้องด้านขวา จัดแสดงเป็นห้องอาหารเล็ก ๆ

          ห้องด้านซ้ายมือถือได้ว่าเป็นไฮไลต์ คือจัดเป็นห้องครัว แต่ที่จริงแล้ว ครัวไทยมักอยู่นอกอาคาร แต่มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทาได้จำลองครัวมาไว้ภายในอาคารเพื่อความสะดวกในการจัดแสดงและศึกษา ตรงกลางห้องมีตั่งไม้เตี้ย วางสำรับอาหารไทยจำลอง 2 สำรับ หนึ่งในนั้นคือสำรับข้าวแช่ที่ขึ้นชื่อ ผนังด้านหนึ่งมีตู้กระจกจัดแสดงอาหารจำลองที่ขึ้นชื่อเช่นกัน เช่น สะเต๊ะลือ ปั้นขลิบและขนมจีบไทย ส่วนผนังอีกสองด้านเป็นชั้นเต็มไปด้วยหม้อ กระทะ เครื่องชั่ง เครื่องมืออุปกรณ์ครัวต่าง ๆ ในห้องนี้มีภาพถ่ายขณะที่พระวิมาดาเธอฯ ทรงงานที่ห้องครัวนี้ด้วย ซึ่งวิทยากรบอกให้ลองสังเกตดูว่าในภาพถ่ายมีปลั๊กไฟอยู่ แสดงให้เห็นว่าสมัยนั้นมีไฟฟ้าใช้แล้ว

          พระวิมาดาเธอฯ ทรงพระปรีชาสามารถในด้านการพลิกแพลงสูตรการปรุงและถนอมอาหาร  เช่น หากได้ปลาทูมาคราวละมาก ๆ ก็จะทรงทอดพอสุก อัดใส่ไห หล่อน้ำมัน แล้วปิดปากไหให้แน่น ส่งไปถวายพระราชชายาเจ้าดารารัศมีที่เชียงใหม่ ส่วนเจ้านายและข้าหลวงในวังสวนสุนันทาสมัยนั้นก็เก่งไม่แพ้กัน เช่น การคิดค้นสูตรน้ำพริกลงเรือ ซึ่งถือได้ว่าเป็นฟาสต์ฟู้ดแบบไทย ๆ ก็เกิดจากการที่เจ้าฟ้านิภานภดลพระธิดาในรัชกาลที่ 5 และพระวิมาดาเธอฯ โปรดจะประทับเรือเล่นในคลองภายในวังสวนสุนันทา เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ จึงได้นำของเหลือในครัวมาปรุงใหม่เป็นข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ แนมกับปลาดุกย่างที่มีเหลือ นำมาทอดให้ฟูกรอบ และเมนูนี้ก็แพร่หลายมานอกวังในปัจจุบัน

07.jpg

04.jpg

          นอกจากนี้ พระวิมาดาเธอฯ ยังทรงเป็นคนแรก ๆ ในประเทศไทยที่ริเริ่มงานสังคมสงเคราะห์ จากการที่สมเด็จเจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี พระราชธิดาประชวรและสิ้นพระชนม์เมื่อมีพระชนมายุเพียง 5 พรรษาเท่านั้น จึงทรงพระอนุสรณ์คำนึงว่าขนาดลูกท่านดูแลเลี้ยงดูอย่างดียังประสบเคราะห์เช่นนี้ เด็กอื่น ๆ จะเป็นเช่นไร จึงได้ทรงตั้งโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเด็กยากจนด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ตำบลสวนมะลิ ซึ่งเด็กเหล่านี้กินอยู่ฟรี มีเสื้อผ้า ของเล่น ได้เรียนหนังสือ ได้รับการอบรมมารยาท และเรียนรู้วิชาชีพ เช่น เลี้ยงสัตว์ ปลูกต้นไม้ ปลูกบ้าน เพื่อให้ช่วยเหลือตัวเองได้เมื่อโตขึ้น

          ด้านบนของอาคารเป็นพื้นไม้กระดาน โดยรอบมีหน้าต่างและบานเลื่อนด้านล่างที่สามารถเปิดให้ลมเข้าระบายความร้อนได้ ภายในห้องต่าง ๆ จัดแสดงกิจกรรมที่เจ้านายและข้าหลวงในพระตำหนักทำเป็นประจำ เช่น งานปักผ้า กรองดอกไม้ และมุมที่จัดเป็นห้องบรรทมของพระวิมาดาเธอฯ และเจ้าฟ้านิภานภดล พระราชธิดาองค์เล็ก ห้องสรง และห้องจัดเลี้ยงพระกระยาหารขนาดเล็ก ๆ

06.jpg

08.jpg

          แค่เพียงอาคารขนาดเล็กหลังเดียว ก็มีเรื่องเล่ามากมายแล้ว แต่วิทยากรก็ยังนำเดินเลาะต่อไปตามทางเดินที่มีหลังคาคลุมเลียบสระน้ำ สู่อาคารนิทรรศการอีก 2 หลัง คือ อาคารจุฑารัตนาภรณ์ ที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับดนตรีไทย และอาคารอาทรทิพยนิวาสซึ่งจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะไทยแขนงต่าง ๆ ทั้งสถาปัตยกรรม โขน และละคร

          อาคารจุฑารัตนาภรณ์ เคยเป็นที่ประทับของพระองค์เจ้าจุฑารัตนราชกุมารี พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 และเจ้าจอมมารดามรกฎ และทรงมีพระอนุชาพระองค์เดียวคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม ที่ทรงพระนิพนธ์เพลงลาวดวงเดือนที่เรารู้จักกันนั่นเอง พระองค์เจ้าจุฑารัตนราชกุมารีทรงเชี่ยวชาญด้านกวีนิพนธ์มาก และนิราศหัวหินที่ทรงพระนิพนธ์ไว้ก็ถูกนำมาจัดพิมพ์ในหนังสือที่ระลึกงานพระศพของพระองค์ ด้านล่างของอาคารเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับดนตรี และพระประวัติของพระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภา ผู้ทรงริเริ่มวงเครื่องสายผสมหญิงล้วนที่มีฝีไม้ลายมือดีมากเป็นที่เชิดหน้าชูตาของวังสวนสุนันทา

11.jpg

10.jpg

          อาคารหลังสุดท้ายของกิจกรรมในครั้งนี้ คือ อาคารอาทรทิพยนิวาส ที่เล่าวิวัฒนาการของงานศิลปะของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ในงานสร้างเมืองใหม่ จึงต้องฟื้นฟูงานช่างงานศิลปะจากเดิมทั้งหมด ตลอดจนความรุ่งเรืองของงานช่างงานศิลปะหลายแขนงในแต่ละรัชกาลซึ่งมีจุดเด่นต่างกันออกไป การรับเอาวัฒนธรรมและศิลปะจากตะวันตกเข้ามาผสมผสานจนกลายเป็นศิลปะร่วมสมัย ส่วนชั้นบนเป็นห้องจัดแสดงงานศิลปะที่เกี่ยวกับโขน ทั้งเครื่องแต่งกายตัวพระ นาง ยักษ์ ลิง เครื่องประดับ อาวุธที่ใช้ในการแสดง

          อาคารทั้ง 3 หลังที่ประกอบเป็นพิพิธภัณฑ์วังสวนสุนันทานี้ เปิดให้เข้าชมตามวันและเวลาราชการ และหากจะเข้าชมเป็นหมู่คณะโดยมีวิทยากร สามารถติดต่อล่วงหน้าได้ที่ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา↗

          …

          กิจกรรม TK Small Tour: เยี่ยมชมอาคารประวัติศาสตร์ วังสวนสุนันทา เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ TK Park จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและสาระบันเทิง ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ยังคงกระตือรือร้นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมได้บนเว็บไซต์และช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ของ TK Park

12.jpg

บทความแนะนำ

รำลึกถึงออสการ์ ไวลด์ และเหล่านักประพันธ์ LGBTQ ส่งท้ายเดือนไพร์ด ผ่านงานเขียนทรงพลังของพวกเขา
บล็อก

รำลึกถึงออสการ์ ไวลด์ และเหล่านักประพันธ์ LGBTQ ส่งท้ายเดือนไพร์ด ผ่านงานเขียนทรงพลังของพวกเขา

TK Park ส่งท้ายเดือนไพร์ด (Pride Month) ด้วยผลงานทรงพลังจากปลายปากกาของนักเขียน LGBTQ

181
คุยกับครูก้า: เมื่อดนตรีกระตุ้นหัวใจให้เบิกบาน
บล็อก

คุยกับครูก้า: เมื่อดนตรีกระตุ้นหัวใจให้เบิกบาน

TK Park พูดคุยกับครูก้า ที่งาน Workshop “เสียงสร้างสรรค์ เสียงสร้างศิลป์” ก่อนนิทรรศการนิทานสร้างงานศิลป์ ปี 2567

323|อ่าน : 10 นาที
เปิดตัวนักวาดภาพประกอบ เบื้องหลังคาแรกเตอร์ ‘มนุษย์เอ๊ะ’
บล็อก

เปิดตัวนักวาดภาพประกอบ เบื้องหลังคาแรกเตอร์ ‘มนุษย์เอ๊ะ’

เปิดเบื้องหลังคาแร็กเตอร์ ‘มนุษย์เอ๊ะ’ จากไอเดียนักวาดภาพประกอบ บะหมี่ — พลอยจะเพลิน

186|อ่าน : 10 นาที
TK Park ชวนเปิดบ้านพิบูลธรรม ย้อนรอยสถาปัตยกรรมโบราณย่านเมืองเก่า
บล็อก

TK Park ชวนเปิดบ้านพิบูลธรรม ย้อนรอยสถาปัตยกรรมโบราณย่านเมืองเก่า

บ้านโบราณที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5

633
ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech  ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech
บล็อก

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech

ยิ่ง AI ฉลาดขึ้นเท่าไหร่ ทักษะความเป็นมนุษย์ยิ่งสำคัญจากอดีตที่ทำตามคำสั่ง วันนี้ AI กลายเป็นสุดยอดผู้ช่วยที่ทำงานแทนเราได้เกือบทุกอย่าง แต่สิ่งที่จะช่วยสร้างความต่างในยุค AI คือการหันมาลับคมทักษะความเป็นมนุษย์ที่หุ่นยนต์ไม่มีวันเลียนแบบได้

268
วังปารุสกวัน พิพิธภัณฑ์ของคุณตำรวจ
บล็อก

วังปารุสกวัน พิพิธภัณฑ์ของคุณตำรวจ

TK Park ชวนเที่ยวพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน เพื่อค้นพบเรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไทย

188|อ่าน : 12 นาที
วรรณกรรมไทย แปลดีได้ แปลขายทั่วโลก
บล็อก

วรรณกรรมไทย แปลดีได้ แปลขายทั่วโลก

TK Park รวมประเด็นเสวนาปิดท้ายโครงการ “พัฒนาทักษะนักแปลเผยแพร่วรรณกรรมไทยสู่สากล”

299|อ่าน : 10 นาที
พลังของคำว่า ‘ไม่’ ในวันที่ลูกกำลังเติบโต
บล็อก

พลังของคำว่า ‘ไม่’ ในวันที่ลูกกำลังเติบโต

บทเรียนแรกที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรได้เรียนไปพร้อมๆ กับลูกน้อยก็คือ พลังของคำว่า ‘ไม่’ นั่นเอง

495
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo