เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือกิจกรรมร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเงื่อนไขและข้อตกลง
เกี่ยวกับเรา
การเดินทางติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. สื่อการเรียนรู้ของ TK Park
  4. บทความ
บทความ

ความรู้

ห้องสมุดเป็นรากฐานที่แท้ของการศึกษาและประชาธิปไตย

ห้องสมุดเป็นรากฐานที่แท้ของการศึกษาและประชาธิปไตย

540 | อ่าน : 5 นาที

cover_001.jpgPhoto : Andrey Shadrin

จุดเริ่มต้นของห้องสมุดฟินแลนด์คือ “ความเป็นสาธารณะอย่างแท้จริง” เราเชื่อว่าสิทธิด้านการศึกษา การมีความรู้ และการพัฒนาศักยภาพตนเอง เป็นโอกาสซึ่งทุกคนต้องได้รับอย่างเท่าเทียมกัน หากเราไม่มีแนวคิดร่วมกันเช่นนี้ เราจะไม่สามารถสร้างมุมมองด้านการศึกษาและห้องสมุดให้เป็นแบบนี้ได้เลย

ระบบห้องสมุดฟินแลนด์

          ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาฟินแลนด์ใช้งบประมาณลงทุนเรื่องระบบห้องสมุด 320 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินประมาณ 58 ยูโรต่อคนต่อปี ซึ่งนับเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างสูง เพราะเชื่อว่าการศึกษาและห้องสมุดเป็นทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาสังคม ผลสำเร็จคือฟินแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการรู้หนังสือสูงที่สุด มีผู้ใช้บริการห้องสมุดมากที่สุด และห้องสมุดเป็นหนึ่งในบริการที่ชาวฟินแลนด์ชื่นชอบมากที่สุด

           งบประมาณที่ห้องสมุดได้รับจากรัฐบาลถูกนำไปใช้ด้านการให้บริการและงานอื่นๆ ตามความจำเป็น เช่น การพัฒนาขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ การเพิ่มอัตราการรู้หนังสือ การส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน การพัฒนาพื้นที่ห้องสมุดให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีงบประมาณอีกส่วนหนึ่งที่มาจากองค์กรส่วนท้องถิ่น

           ฟินแลนด์มีห้องสมุดสาธารณะ 720 แห่ง มีรถห้องสมุดที่ 135 คัน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่อยู่ห่างไกล แต่ละปีมีการยืมหนังสือจากห้องสมุดราว 85 ล้านครั้ง คิดเป็นประมาณ 15 เล่มต่อคน มีผู้ใช้บริการห้องสมุดเฉลี่ยคนละ 9 ครั้งต่อปี

           ทรัพยากรของห้องสมุดประมาณ 1 ใน 3 เป็นหนังสือสำหรับเด็ก และเกือบครึ่งหนึ่งของหนังสือที่มีการยืมออกก็เป็นหนังสือเด็ก หมายความว่ากลุ่มลูกค้าสำคัญที่สุดคือเด็กและวัยรุ่น ด้วยเหตุนี้โรงเรียนจึงเป็นพันธมิตรที่สำคัญยิ่งของห้องสมุด ห้องสมุดประชาชนพยายามจัดหาสื่อที่หลากหลายและเพียงพอ เพื่อให้โรงเรียนหลายแห่งสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องสร้างห้องสมุดขนาดใหญ่ไว้ในโรงเรียน 

Kirjastoauto_2020_kuva_Maarit_Hohteri_1.jpgรถห้องสมุดเคลื่อนที่ 'Stoori'
Photo: Maarit Hohteri / the city of Helsinki

 

ห้องสมุดในยุค Disruption

          ปัจจุบันเกิดการแทรกแซง (disruption) มากมาย ทั้งในสังคม การศึกษา การทำงาน รวมทั้งห้องสมุด ปัจจุบันห้องสมุดเป็นมากกว่าสถานที่อ่านหนังสือ แต่ให้บริการพื้นที่พบปะพูดคุย พื้นที่จัดกิจกรรม เมกเกอร์สเปซและทรัพยากรต่างๆ โดยนัยนี้ ห้องสมุดจึงเป็นทั้งบริการและสถานที่ ซึ่งทั้งสองด้านนี้จำเป็นต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กัน

           ฟินแลนด์เชื่อมั่นว่าห้องสมุดเป็นรากฐานที่แท้ของการศึกษาและประชาธิปไตยในอุดมคติ ในภาษาฟินนิชคำศัพท์ว่า Sivistys (อ่านว่า ซี-วิส-ตุส) หมายถึงการศึกษา ความมีอารยะ ปัญญา และการรู้แจ้ง ส่วนแนวคิดที่ว่าทุกคนต้องมีโอกาสที่เท่าเทียมกันในด้านการศึกษาและการพัฒนาตัวเอง มาจากคำศัพท์ในภาษาเยอรมันว่า belo จากรากฐานความคิดดังกล่าว รัฐจึงทุ่มเททรัพยากรและความสามารถให้ชาวฟินแลนด์ทุกคน รวมถึงชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟินแลนด์ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานด้านการศึกษาและวัฒนธรรม

           ชาวฟินแลนด์มีวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต รู้สึกว่าตนมีความจำเป็นต้องพัฒนาและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา แต่ปัจจุบันการแทรกแซง (disruption) ในตลาดแรงงานและชีวิตการทำงานสร้างแรงกดดันมากขึ้นต่อระบบการศึกษา ห้องสมุด มหาวิทยาลัย ฯลฯ

           ห้องสมุดมีบทบาทช่วยให้ประชาชนสามารถหาและใช้ข้อมูล สอนทักษะด้านเทคโนโลยี เป็นหนึ่งในพื้นที่และบริการของรัฐที่ฝึกทักษะให้ทุกคนแม้ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา และหนึ่งในภารกิจที่มีความสำคัญมาโดยตลอดคือการส่งเสริมการอ่านและการสร้างวัฒนธรรมการอ่าน

           ในบริบทปัจจุบันมีหลายประเด็นท้าทายสำหรับห้องสมุด เช่น ข่าวปลอม (fake news) ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมีอารยะและการเรียนรู้ การแบ่งแยกในโลกเสมือน การไม่รับฟังความเห็นที่แตกต่าง ฯลฯ พลเมืองจึงจำเป็นต้องมีความรู้เท่าทันข่าวสารและสื่อดิจิทัล และต้องใช้ข้อมูลที่มีอยู่อย่างระมัดระวัง ในที่นี้ห้องสมุดสามารถเป็นพื้นที่อุดมคติในการเปิดเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออก และเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการถกเถียงเรื่องอ่อนไหว ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการเมือง

เราไม่เชื่อเรื่องการเซ็นเซอร์ (censored) หรือให้รัฐบาลออกมาบอกว่าข้อมูลนี้เป็นจริงหรือเท็จ เราเชื่อว่าการศึกษาเป็นหนทางเดียวที่ทำให้เราจัดการปัญหาได้หลายวิธี หมายความว่าเราจำเป็นต้องลงทุนเรื่องขีดความสามารถและทักษะตลอดชีวิตไม่ใช่แค่ในโรงเรียน

การกำหนดทิศทางห้องสมุด

          รัฐธรรมนูญของฟินแลนด์ระบุไว้ว่า “ทุกคนต้องได้รับเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งศาสตร์ ศิลป์ และการศึกษา” มีการบัญญัติกฎหมายด้านวัฒนธรรมเพื่อสนับสนุนศิลปะทุกแขนง มรดกทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ และห้องสมุด โดยกำหนดเป็นแผนแม่บทและจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลตามรอบการเลือกตั้งทุก 4 ปี รัฐบาลชุดใหม่ก็จะดำเนินงานตามแผนแม่บทที่วางไว้

           ประเทศฟินแลนด์มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีกรุงเฮลซิงกิเป็นเมืองหลวงตั้งอยู่ตอนใต้ รัฐบาลท้องถิ่นและภูมิภาคต่างๆ สามารถริเริ่มการพัฒนาท้องถิ่นได้เองตามความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องรอการสั่งการจากกระทรวง ดังนั้นเมืองต่างๆ จึงสามารถพัฒนาเครือข่ายห้องสมุดของตนเอง

in_003.jpgห้องสมุดโอดิ (Oodi Library) Photo : วริษฐา ดำแก้ว

 

           ห้องสมุดโอดิ (Oodi Library) คือหนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่น เพิ่งเปิดตัวในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีการประกาศอิสรภาพของฟินแลนด์ในปี 2017 และเปิดใช้งานเมื่อปี 2018 ในฐานะของขวัญจากรัฐบาลและกรุงเฮลซิงกิ ชื่อ Oodi แปลว่า “บทกวี” ในที่นี้หมายความถึงบทกวีแห่งวัฒนธรรม ความเท่าเทียม และเสรีภาพ ในการแสดงออก

           การสร้างห้องสมุดโอดิใช้งบประมาณเกือบ 100 ล้านยูโร ซึ่งชาวฟินแลนด์ถือว่าเป็นการนำเงินภาษีของประชาชนมาลงทุนอย่างเหมาะสม กระบวนการออกแบบอาคารเปรียบเหมือนการสร้างบ้านให้ผู้คนมาอยู่อาศัย จึงใช้หลักการมีส่วนร่วม มีการอภิปรายหลายครั้งกับผู้คนหลากหลายกลุ่ม เพื่อให้ประชาชนบอกเล่าถึงภาพห้องสมุดในฝันกับนักออกแบบและสถาปนิก ให้ประชาชนออกความเห็นว่างบประมาณที่ได้มาควรนำไปใช้ทำอะไรบ้าง รวมทั้งชื่อห้องสมุดก็มาจากความเห็นของประชาชน

ฟินแลนด์ลงทุนมากมายด้านอาคารห้องสมุด แต่แทนที่จะคิดถึงเพียงเรื่องการมีพื้นที่สวยๆ สิ่งที่ควรจำไว้คือ การดำเนินงานเพื่อให้การศึกษามีคุณภาพเท่าเทียมกันซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ห้องสมุด

          ความสำเร็จของฟินแลนด์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน การพัฒนาห้องสมุดเป็นงานระยะยาวซึ่งรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นทำงานร่วมกันมานับร้อยปี ภายใต้เงื่อนไขทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ปัจจัยความสำเร็จยังมาจากบุคลากรห้องสมุดที่มีความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ ประการสำคัญคือภูมิปัญญาในการพัฒนาห้องสมุดมิได้มาจากกระทรวง ทว่ามาจากกลุ่มคนในท้องถิ่นที่มีวิสัยทัศน์และเป็นนวัตกรในการลงมือทำสิ่งต่างๆ อย่างมีส่วนร่วม


วีดิทัศน์การบรรยาย เรื่อง How Library Can Promote the Quality of Education: The Experiences from Finland

 

ที่มา

สรุปความจาก การบรรยาย เรื่อง How Library Can Promote the Quality of Education: The Experiences from Finland โดย  แอนนา คอร์ปิ (Anna Korpi) ในการประชุม TK Forum 2020 “Finland Library and Education in the Age of Disruption” วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงแรมเอส 31

 

1 ธันวาคม 2563

บทความแนะนำ

เปลี่ยนทุกเมืองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ทุกเมือง
readWORLD

เปลี่ยนทุกเมืองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ทุกเมือง

เมืองแห่งการเรียนรู้ ในฐานะระบบนิเวศของการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นประเด็นที่การประชุม TK Forum 2022 ได้หยิบยกขึ้นมานำเสนอ เนื้อหาว่าด้วยแนวคิดและประสบการณ์การขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ของเมืองด้วยนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ ทั้งในและต่างประเทศ

บรรณารักษ์ควรจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต (ตอนที่ 1)  หากหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ถึงจุดอวสาน
readWORLD

บรรณารักษ์ควรจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต (ตอนที่ 1) หากหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ถึงจุดอวสาน

มีคนจำนวนไม่น้อยมองว่าหนังสือและวารสารในรูปแบบสิ่งพิมพ์กำลังใกล้จะถึงจุดจบแล้ว พวกเขาชี้ให้เห็นว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (อีบุ๊ค) แพร่หลายอย่างรวดเร็ว และมีการแปลงวารสารวิชาการส่วนใหญ่ให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

บรรณารักษ์ควรจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต (ตอนที่ 2) หากหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ยังไม่ถึงจุดอวสาน
readWORLD

บรรณารักษ์ควรจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต (ตอนที่ 2) หากหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ยังไม่ถึงจุดอวสาน

นักปราชญ์บางท่านเคยกล่าวไว้ว่า ข้อดีของอนาคตคือมันยังไม่เกิดขึ้น สิ่งที่เราได้อธิบายละเอียด ณ ที่นี้ไม่ได้เป็นสถานการณ์เพียงแบบเดียวที่อาจเกิดขึ้นกับหนังสือและห้องสมุดในอนาคต หนังสือที่ตีพิมพ์เป็นรูปเล่มอาจจะไม่ได้หายไปหรือจะไม่หายไปในเร็วๆ นี้ก็ได้

ทฤษฎีการเรียนรู้ที่บรรณารักษ์และห้องสมุดควรทำความเข้าใจ
readWORLD

ทฤษฎีการเรียนรู้ที่บรรณารักษ์และห้องสมุดควรทำความเข้าใจ

ภารกิจของคนทำงานห้องสมุดจะต้องสอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้และการเรียนรู้ส่วนบุคคล

นิสัยการอ่านของพลเมืองโลก ตอนที่ 2
readWORLD

นิสัยการอ่านของพลเมืองโลก ตอนที่ 2

World Reading Habits in 2018

นิตยสาร ‘ตาย’ สื่อออนไลน์ ‘เกิด’
readWORLD

นิตยสาร ‘ตาย’ สื่อออนไลน์ ‘เกิด’

ตอนที่ 10 ข้อสังเกตจากผลการสำรวจการอ่านของประชากร 2561

อ่านหนังสือกระดาษลดลงเล็กน้อย อ่านจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์พุ่งทะยาน
readWORLD

อ่านหนังสือกระดาษลดลงเล็กน้อย อ่านจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์พุ่งทะยาน

ตอนที่ 5 ข้อสังเกตจากผลการสำรวจการอ่านของประชากร 2561

เด็กเล็ก 1.45 แสนคน อ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียว
readWORLD

เด็กเล็ก 1.45 แสนคน อ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียว

ตอนที่ 7 ข้อสังเกตจากผลการสำรวจการอ่านของประชากร 2561

287
|อ่าน : 7 นาที
409
|อ่าน : 7 นาที
299
|อ่าน : 7 นาที
1640
|อ่าน : 7 นาที
114
|อ่าน : 3 นาที
545
367
88