เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. สื่อการเรียนรู้ของ TK Park
  4. บทความ
บทความ

ความรู้

บ้าน หนังสือภาพ และงานศิลปะ: เส้นทางสร้างสรรค์ของก้อย สกุณี ณัฐพูลวัฒน์

บ้าน หนังสือภาพ และงานศิลปะ: เส้นทางสร้างสรรค์ของก้อย สกุณี ณัฐพูลวัฒน์

147
25 มิถุนายน 2569

cover-web.jpg

บ้าน หนังสือภาพ และงานศิลปะ: เส้นทางสร้างสรรค์ของก้อย สกุณี ณัฐพูลวัฒน์

          หากเดินเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งย่านวัดอุโมงค์ ตำบลสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ สิ่งแรกที่ผู้มาเยือนได้พบอาจไม่ใช่เพียงความอบอุ่นของพื้นที่อยู่อาศัย หากเป็นชั้นหนังสือภาพ งานศิลปะและบรรยากาศเงียบสงบที่ทำให้บ้านหลังนี้ดูคล้ายกำลังบอกเล่าเรื่องราวบางอย่างผ่านทุกองค์ประกอบที่ถูกจัดวางอยู่ภายใน
          สถานที่แห่งนี้คือ Koi’s Living Gallery แกลเลอรีและพื้นที่ร้านหนังสือขนาดเล็ก ของคุณก้อย สกุณี ณัฐพูลวัฒน์ นักเขียน บรรณาธิการ และนักวาดภาพประกอบ ผู้ทำงานอยู่ในแวดวงหนังสือมาอย่างยาวนาน
          ภายใต้คอนเซปต์ gallery-ish. bookish. object-ish. พื้นที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนได้ใช้เวลาอย่างไม่เร่งรีบ จะนั่งอ่านหนังสือ มองงานศิลปะ เลือกซื้อหนังสือ ผลงานภาพเขียน ของสะสม ดื่มกาแฟ หรือเข้าร่วมเวิร์กช็อปงานศิลปะ หรือตลาดงานคราฟต์ที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว
          แต่ก่อนจะมีบ้านหลังนี้ หลายคนรู้จักคุณก้อยในฐานะหนึ่งใน 4 ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเล่า ร้านหนังสืออิสระชื่อดังบนถนนนิมมานเหมินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงปี พ.ศ. 2543 และร่วมดำเนินกิจการอยู่ในช่วง 4 ปีแรก ดูเหมือนว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาพื้นที่ของหนังสือไม่เคยห่างออกไปจากชีวิตของเธอเลย

web01.jpg

จากนักศึกษาเกษตร สู่โลกศิลปะ

          ในช่วงปีสุดท้ายของชีวิตในมหาวิทยาลัย คุณก้อยตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ไม่เหมือนเพื่อนร่วมรุ่น โดยขอเลื่อนการฝึกงานตามสายวิชาออกไปหนึ่งปี เพื่อรักษาสถานะนักศึกษาเอาไว้สำหรับไปฝึกงานกับนิตยสาร บ้านและสวน แม้นั่นจะหมายถึงการเรียนจบช้ากว่าเพื่อนก็ตาม
          การตัดสินใจครั้งนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะหลังจากฝึกงานเพียงไม่กี่เดือน สำนักพิมพ์ก็ติดต่อกลับมาและชวนให้เข้าทำงานทันทีหลังเรียนจบ ก่อนจะทำงานต่อกับ Home & Décor และเริ่มต้นชีวิตฟรีแลนซ์ในเวลาต่อมา
          คุณก้อยเล่าถึงตัวเองอย่างเรียบง่ายว่า “เป็นคนที่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสิ่งที่ชอบ” และดูเหมือนประโยคนี้จะอธิบายเส้นทางชีวิตทั้งหมดของเธอได้เป็นอย่างดี

web02.jpg

เมื่อศิลปะสอนให้กล้าหาญที่จะเริ่มต้น

          จากการทำงานในแวดวงหนังสือสำหรับเด็ก ซึ่งทำให้ได้ใกล้ชิดกับนักวาดภาพประกอบและทำกิจกรรมร่วมกันอยู่เสมอ ทำให้คุณก้อยเริ่มสนใจโลกของภาพวาดมากขึ้น แม้จะไม่เคยเรียนศิลปะอย่างจริงจัง แต่ด้วยความชื่นชอบส่วนตัว จึงตัดสินใจเดินทางไปเรียนเกี่ยวกับภาพประกอบที่ประเทศอิตาลี และสิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ใช่เทคนิคการวาดภาพ เหมือนเช่นที่คุณก้อยบอกว่า “อาจารย์ไม่ได้สอนว่าต้องวาดยังไง แต่สอนให้เรากล้าหาญที่จะเริ่มต้น การวาดภาพจึงเป็นภาษาสากล และการลงมือทำคือประตูบานแรกของการเรียนรู้”
          ทุกวันนี้ นอกจากทำงานวาดภาพประกอบ คุณก้อยยังคงจัดเวิร์กช็อปศิลปะอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเชิญศิลปินจากต่างประเทศมาสอนในประเทศไทย เพราะความสุขทางศิลปะ คือการได้แบ่งปันให้ผู้อื่นค้นพบความสุขแบบเดียวกัน

web03.jpg

หนังสือภาพสำหรับเด็ก โลกใบใหญ่แห่งจินตนาการ

          เมื่อถามถึงความแตกต่างระหว่างภาพประกอบทั่วไปกับภาพประกอบสำหรับเด็ก คุณก้อยมองว่า ทั้งสองอย่างแทบไม่ได้แตกต่างกันมากนัก อย่างน้อยในมิติของความงามทางศิลปะ เพราะเชื่อว่า “หนังสือภาพสำหรับเด็ก คือหนึ่งในศิลปะชุดแรก ๆ ที่เด็กจะได้สัมผัสในชีวิต”
          ดังนั้น ภาพสำหรับเด็กจึงควรมีคุณค่าทางศิลปะไม่ต่างจากงานสำหรับผู้ใหญ่ เด็กสามารถซึมซับความงาม มองเห็นรายละเอียด และเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ทางสายตาได้ตั้งแต่ยังเล็ก โดยมีสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ คือ ภาพสำหรับเด็กไม่ควรทำหน้าที่บอกเล่าทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา แต่ควรเปิดพื้นที่ให้เด็กได้ตีความด้วยตนเอง
          เด็กควรได้ฝึกมอง ฝึกคิด และสร้างประสบการณ์ผ่านสิ่งที่เห็น เพราะสำหรับคุณก้อยแล้ว “หนังสือภาพไม่ได้เป็นเพียงหนังสือหนึ่งเล่ม แต่กำลังทำหน้าที่เป็นโลกใบใหญ่ของเด็ก ๆ อีกด้วย”

20260624_102024461_iOS.jpg

“ห่อบ้านไว้ด้วยรัก” เมื่อบ้านกลายเป็นพื้นที่ทดลองทางความคิด

          เมื่อแนวคิดเรื่องบ้านถูกถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ ห่อบ้านไว้ด้วยรัก ซึ่งประกอบไปด้วยผลงานทั้งหมด 15 ชิ้น โดยบ้านในนิทรรศการของคุณก้อยไม่ได้มีความหมายทั่วไป หากแต่เต็มไปด้วยจินตนาการ ดังเช่น บ้านในอนาคต บ้านของต้นไม้ บ้านของมนุษย์ต่างดาว บ้านของนักดนตรี บ้านของคนเร่ร่อน หรือบ้านของคนที่ใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง
          ด้วยความเป็นคนชอบทดลอง จึงเลือกใช้เทคนิคและวัสดุแตกต่างกันในแต่ละชิ้นงาน เพราะเชื่อว่า กระบวนการสร้างงานตั้งแต่สีไปจนถึงชนิดของกระดาษ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อความหมาย
          ในภาพที่พูดถึงคนเร่ร่อน คุณก้อยเลือกใช้กระดาษลัง เพราะรู้สึกว่าวัสดุชนิดนี้สอดคล้องกับเรื่องราวที่ต้องการเล่า เพราะภาพประกอบไม่ได้มีความสำคัญเพียงสิ่งที่ผู้ชมเห็น แต่ทุกกระบวนการก่อนหน้านั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าเช่นกัน
          ในบรรดาผลงานทั้ง 15 ชิ้น มีหนึ่งชิ้นที่คุณก้อยกระซิบว่ารักมากที่สุด ซึ่งเป็นภาพของคนที่นั่งอยู่ในบ้านเพียงลำพัง ก้มมองโทรศัพท์มือถือ มีข้าวของวางกระจัดกระจายอยู่รอบตัว โดยโจทย์ของภาพนี้คือ บ้านที่มีคนอยู่คนเดียว แต่สิ่งที่ต้องการสื่อสารกลับไม่ได้พูดถึงความโดดเดี่ยวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะในความเป็นจริง ต่อให้บ้านมีสมาชิกอยู่มากมาย แต่หากทุกคนต่างจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ ก็ไม่ต่างจากการใช้ชีวิตอยู่ลำพัง
          ภาพนี้จึงไม่ใช่เพียงงานศิลปะ แต่สะท้อนความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคมร่วมสมัยผ่านความเงียบภายในบ้าน

web04.jpg

บ้านทุกหลังต้องมีหัวใจ

          หากถามถึงหัวใจของบ้านในมุมมองส่วนตัว คุณก้อยตอบอย่างรวดเร็วว่า จะเห็นได้ว่าในภาพที่เขียนออกมา บ้านแทบทุกหลังมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกัน นั่นคือ “ห้องครัว” ซึ่งเป็นเหมือนพื้นที่แห่งความสุขของคนในบ้าน   คำตอบสั้น ๆ นี้ดูเหมือนสะท้อนวิธีคิดทั้งหมดเอาไว้
          เธอเลือกเดินด้วยเส้นทางของตัวเองเพื่อความสุข  เลือกพาตัวเองไปอยู่ใกล้สิ่งที่รัก ผ่านหนังสือ ผ่านศิลปะ ผ่านการทดลอง และผ่านการแบ่งปันให้ผู้อื่นได้ค้นพบโลกแบบเดียวกัน และบางที บ้าน ในความหมายที่แท้จริง อาจไม่ใช่สถานที่ที่เราอาศัยอยู่ทุกวัน แต่เป็นพื้นที่ให้เราได้ใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่ทำให้หัวใจของเราเติบโตอย่างแท้จริง

 

เครดิตภาพ: Koi’s Living Gallery 

บทความแนะนำ

เปิดพื้นที่ให้คิด(ส์)
บล็อก

เปิดพื้นที่ให้คิด(ส์)

เมื่อนิทานที่คุ้น กลับไม่เหมือนเคย

112
วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ
บล็อก

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ

เมื่อครอบครัวไม่ได้ตั้งกฎ แต่เริ่มฟังกันใหม่อีกครั้ง

71
JOMO, FIRE, SINKs ชีวิตยุคนี้มีหลายสไตล์!
บล็อก

JOMO, FIRE, SINKs ชีวิตยุคนี้มีหลายสไตล์!

TK Park ชวนมองวิถีชีวิตของคน Gen ใหม่ ที่อาจเปลี่ยนจากเดิมไปตลอดกาล

49|อ่าน : 12 นาที
Time to Table เชื่อมคน เชื่อมเกม เชื่อมใจ
บล็อก

Time to Table เชื่อมคน เชื่อมเกม เชื่อมใจ

เรื่องราวของ Time to Table คาเฟ่บอร์ดเกมเชียงใหม่ ที่ยังตรึงใจทีมงาน TK Park

116|อ่าน : 10 นาที
Read Fest: 20 ปี TK Park กับ 'สนามเด็กเล่น' ของสมองที่สนามกีฬาแห่งชาติ
บล็อก

Read Fest: 20 ปี TK Park กับ 'สนามเด็กเล่น' ของสมองที่สนามกีฬาแห่งชาติ

พื้นที่แห่งปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ตลอด 5 วัน โดย TK Park และกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

119|อ่าน : 10 นาที
TK พัก: พูดจาภาษา “ดอกไม้”
บล็อก

TK พัก: พูดจาภาษา “ดอกไม้”

วาเลนไทน์นี้ TK Park ชวนทำความรู้จักภาษาดอกไม้ (Floriography หรือ The Victorian Language of Flowers)

381|อ่าน : 12 นาที
“อนาคต” เริ่มต้นที่ดวงจันทร์
บล็อก

“อนาคต” เริ่มต้นที่ดวงจันทร์

TK Park ชวนคุณมาลองเปิดโลกการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ด้วยวัตถุท้องฟ้าสว่างกลมโตที่ชื่อว่าดวงจันทร์

304|อ่าน : 15 นาที
คุยกับครูก้า: เมื่อดนตรีกระตุ้นหัวใจให้เบิกบาน
บล็อก

คุยกับครูก้า: เมื่อดนตรีกระตุ้นหัวใจให้เบิกบาน

TK Park พูดคุยกับครูก้า ที่งาน Workshop “เสียงสร้างสรรค์ เสียงสร้างศิลป์” ก่อนนิทรรศการนิทานสร้างงานศิลป์ ปี 2567

252|อ่าน : 10 นาที
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือกิจกรรมร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเงื่อนไขและข้อตกลง
เกี่ยวกับเรา
การเดินทางติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.