เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

20 เรื่องไม่ลับแต่คุณอาจไม่รู้ของ ‘ฮารูกิ มูราคามิ’

20 เรื่องไม่ลับแต่คุณอาจไม่รู้ของ ‘ฮารูกิ มูราคามิ’

1508
30 กันยายน 2565

Murakami_cover.jpg

          คุณอาจเป็นแฟนหนังสือคนโปรดของ ‘ฮารูกิ มูราคามิ’ คุณอาจอ่าน Norwegian Wood มาแล้วเป็นรอบที่เจ็ด นั่งซึมอยู่สักพักก่อนจะหยิบ Kafka on the Shore มาอ่านเป็นรอบที่แปด แต่ถึงแบบนั้นคุณก็ยังรู้สึกว่าไม่อาจเข้าถึงจิตใจของนักเขียนผู้หยิบความเหงาในจิตใจมนุษย์มาตีแผ่คนนี้ได้เลย 

          ถ้าหากคุณรัก คุณย่อมอยากใกล้ชิดเขามากขึ้นอีกนิด ทำความรู้จักและทำความเข้าใจเขามากขึ้นอีกสักหน่อย 

          สำหรับคุณ, ผู้เป็นรักแท้จริงของฮารูกิ มูราคามิ สิ่งที่เรากำลังจะเล่าให้คุณฟังต่อไปนี้คือ 20 เรื่องไม่ลับ…แต่คุณอาจไม่รู้ ที่จะทำให้คุณรู้จักกับนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคคนนี้ได้มากขึ้น ได้เข้าใจถึงความชอบและรสนิยมที่กลายมาเป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับบอกเล่าเรื่องราวอันแสนอัศจรรย์เหล่านี้ มันอาจทำให้คุณอ่านหนังสือได้สนุกขึ้นอีกหน่อย เหมือนเครื่องเคียงรสเลิศสำหรับอาหารจานหลัก หรืออาจจะเปล่าประโยชน์โดยสิ้นเชิงเลยก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณชอบงานของใครสักคนอย่างแท้จริงแล้ว เชื่อเถอะว่าการได้ใกล้ชิดกับโลกของเขามากขึ้นอีกสักหน่อยต้องไม่ใช่เรื่องที่เสียเปล่าอย่างแน่นอน

          1.ชายผู้หลงรักในเพลงแจ๊ส

          ด้วยรายชื่อเพลงแจ๊สมากมายที่ปรากฎบนงานของเขา คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าฮารูกิ มูราคามิ คือมนุษย์ผู้คลั่งไคล้เพลแจ๊สผู้หนึ่ง เขาเคยทำงานที่แรกในร้านแผ่นเสียง เช่นเดียวกับ โทรุ วาตานาเบะ ตัวละครในหนังสือเรื่อง Norwegian Wood  เขายังคงเป็นเจ้าของแผ่นเสียงกว่า 6,000 แผ่น และมีเมืองที่โปรดปรานคือ บอสตัน ในรัฐแมสซาชูเซตส์ เพราะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยร้านแผ่นเสียงมือสองนั่นเอง

04.jpg

         2. ชายผู้ไม่มีวันวิจารณ์หนังสือ

         คุณจะไม่มีทางพบข้อความของฮารูกิ มูราคามิ บนปกแน่นอน นั่นเพราะนักเขียนผู้นี้มองว่างานของเขาคือการเฝ้ามองโลกและผู้คน ไม่ใช่การตัดสินหรือวิจารณ์ เขาแค่อยากเปิดพื้นที่ให้กับทุกความเป็นไปได้ในโลกใบนี้ มูราคามิมองว่าโลกนี้ควรมีนักวิจารณ์ แค่นั่นไม่ใช่งานของเขา

         3. ชายผู้ใช้ชีวิตอย่างเข้มงวด

         ฮารูกิ มูราคามิเป็นคนที่มีวินัยมาก กิจวัตรประจำวันของเขาถูกจัดไว้อย่างเเป็นระเบียบ เข้มข้น แทบจะเรียกได้ว่าเข้มงวดกับชีวิต เขาตื่นนอนตอนตีสี่ ทำงานต่อราวห้าถึงหกชั่วโมง ก่อนจะวิ่งสิบกิโลเมตร หรือว่ายน้ำอีกราว 1,500 เมตร อ่านหนังสือสักหน่อย ฟังเพลงสักนิด ทานข้าว แล้วเข้านอนตอนสามทุ่ม เป็นความซ้ำซากจำเจที่เหมือนกับการสะกดจิตตัวเองให้เข้าถึงสภาวะจิตใจขั้นที่ลึกที่สุด เพราะเขามองว่าการเขียนนิยายเรื่องหนึ่งก็เหมือนการฝึกเอาชีวิตรอด มันต้องใช้ความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจพอๆ กับเซนส์ทางศิลปะ

        4. ชายผู้หลงรักในภาพยนตร์

        แน่นอนว่ามีแต่คนผู้สัมผัสประสบการณ์ชีวิตด้วยตัวเองและเสพเรื่องราวผ่านสื่อต่างๆ เป็นจำนวนมากเท่านั้นที่จะมีวัตถุดิบเพียงพอสร้างสรรค์งานได้อย่างไม่มีวันหมด หนึ่งในงานอดิเรกที่ฮารูกิ มูราคามิ หลงใหลมากคือการดูภาพยนตร์ ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีในมหาวิทยาลัย เขาดูภาพยนตร์ไปทั้งหมด 200 เรื่อง

        5. ชายผู้ชื่นชอบแกงกะหรี่

        ฮารูกิ มูราคามิถูกปากกับอาหารประเทศตัวเองมากที่สุด ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนเขาก็มักจะเลือกแวะเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นเสมอๆ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วเขายังชื่นชอบอาหารอินเดียด้วย โดยเฉพาะตอนที่อยู่บอสตัน แน่นอนว่าจานโปรดที่เขาชอบย่อมต้องเป็นแกงกะหรี่

01.jpg

        6. ชายผู้เป็นทาสแมว

        จะมีสัตว์เลี้ยงชนิดไหนที่สะท้อนภาพลักษณ์ของคนเหงาในยุคนี้ได้ดีไปกว่าเจ้าเหมียวสี่ขาหน้าขนที่ชอบทำตัวสันโดษ ในบทความที่เขียนไว้ในปี 1989 ฮารูกิ มูราคามิเลี้ยงแมวมากกว่าสิบตัวในช่วงเวลาหลายปี และหนึ่งในนั้นก็มีนายท่านที่ชื่อว่า คิริน ที่เขาได้มาจากเพื่อนนักเขียนคนโปรดด้วย

       7. ชายผู้เป็นเจ้าแห่งการเขียนฉบับร่าง

       ในการเขียนนิยายแต่ละเล่มฮารูกิ มูราคามิ มักจะเขียนฉบับร่างของนิยายไว้มากถึงสี่หรือห้าฉบับ ใช้เวลาหกเดือนแรกไปกับการร่างงานร่างแรก และใช้อีกเจ็ดหรือแปดเดือนหลังไปกับการแก้ไข

       8. ชายผู้เติบโตมากับหนังสือภาษาอังกฤษ

       สมัยอาศัยอยู่ที่โกเบ ด้วยความที่เป็นเมืองท่า มักจะมีเรือชาวต่างชาติมาจอดเทียบนำสินค้าขึ้นลงท่าอยู่เนืองๆ นอกจากสินค้าสำคัญแล้วก็ยังมีหนังสือภาษาอังกฤษมือสอง ฮารูกิ มูราคามิก็อาศัยเรียนและอ่านเรื่องราวสนุกๆ จากหนังสือภาษาอังกฤษเหล่านี้ โดยหนังสือภาษาอังกฤษเล่มแรกที่เขาได้อ่านเป็นตอนที่เขาอยู่ในช่วงมัธยมฯ The Name Is Archer โดย รอสส์ แมคโดนัลด์

05.jpg

         9. ชายผู้ตระหนักว่าอยากเป็นนักเขียนตอนดูเบสบอล

         อันที่จริงจะบอกว่าการดูเบสบอลมีส่วนช่วยให้เขาอยากเป็นนักเขียนก็คงไม่ถูกนัก คงเป็นแค่ช่วงเวลาที่ทำให้เขาตระหนักรู้ถึงตัวเองมากกว่า ตอนที่ เดฟ ฮิลตัน นักกีฬาเบสบอลลงมาหวดลูกในเกมระหว่าง Yakult Swallows และ Hiroshima Carp จู่ๆ ฮารูกิ มูราคามิ ก็รู้สึกว่าเขาสามารถเขียนหนังสือได้ ในคืนนั้นเขากลับบ้านไปและเริ่มต้นเขียน Hear The Wind Sing และใช้เวลาหลายเดือนช่วงเลิกงานจากบาร์แจ๊สที่เขาเป็นเจ้าของสานต่อหนังสือเล่มนี้จนเสร็จ

        10. ชายผู้ไม่รู้ว่าตัวเองมีเงินอยู่เท่าไหร่

        จากบทสัมภาษณ์ใน The Guardian ฮารูกิ มูราคามิบอกว่าตัวเองไม่รู้ว่ามีเงินอยู่เท่าไหร่ ไม่รู้ว่าในแต่ละปีสามารถหาเงินได้จากงานเขียนมากแค่ไหน ไม่รู้ว่าจ่ายภาษีไปเท่าไหร่แล้ว เขาไม่สนใจเรื่องนั้น ข้อดีของการมีเงินมากคือคุณไม่จำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องเงิน และสิ่งที่ดีที่สุดที่เงินสามารถซื้อได้คือเวลาและความเป็นอิสระ

         11.ชายผู้ฟังเพลงร็อก

         ระหว่างวิ่งแม้ว่าฮารูกิ มูราคามิจะหลงใหลในเพลงแจ๊ส แต่ยามที่เขาออกวิ่งในเพลย์ลิสต์ของเขาจะเต็มไปด้วยเพลงร็อค เพราะเขารู้สึกว่าทำให้จังหวะการวิ่งดีขึ้น Creedence Clearwater Revival, John Mellencamp และ The Beach Boys คือนักร้องคนโปรดที่เขาฟังระหว่างวิ่งอัลตร้ามาราธอน 100 กิโลเมตร เขาเคยเปลี่ยนมาฟังโอเปร่าอยู่หนหนึ่งก่อนจะพบว่ามันไม่เหมาะกับการวิ่งเอาเสียเลย

02.jpg

        12. ชายผู้ไม่รู้ตอนจบของหนังสือตัวเอง

        ในการให้สัมภาษณ์กับ Paris Review เกี่ยวกับนิยายสืบสวนสอบสวนของเขาครั้งหนึ่ง ฮารูกิ มูราคามิบอกว่าเขาที่เป็นผู้เขียนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป และบทสรุปจะเป็นอย่างไร เขาเขียนหนังสือเพราะอยากหาคำตอบ หากรู้บทสรุปก่อนก็เปล่าประโยชน์ที่จะเขียนหนังสือเรื่องนี้ หรืออีกนัยหนึ่งคือเขากำลังจะบอกว่าแม้จะมีโครงเรื่องอยู่แล้วแต่เรื่องราวภายใต้ปากกาของเขาก็สามารถดำเนินไปอย่างอิสระภายใต้การเคลื่อนไหวของตัวละคร

        13.ชายผู้เขียนหนังสือเล่มแรกบนโต๊ะในห้องครัว

        นอกจากเขียงแล้วก็คงมีเพียงนิยายเล่มนี้ที่ได้ใช้เวลาอยู่บนนั้นนานถึง 10 เดือน

        14. ชายผู้มีภรรยาเป็นนักอ่านคนแรก

        แม้ตัวละครในหนังสือของเขามักจะประสบกับความเหงาและโศกนาฎกรรมความรักเป็นส่วนใหญ่ แต่ในชีวิตจริงฮารูกิ มูราคามิกลับโชคดีมาก เพราะเขามีเพื่อนคู่คิดที่คอยดูแลชีวิตเขาในหลายๆ ด้าน โยโกะ ภรรยาของเขานอกจากจะเป็นคนรู้ใจแล้วยังเป็นคนแรกที่ได้อ่านหนังสือทุกเล่มของเขาอีกด้วย

         15. ชายผู้ถอยห่างจากวรรณกรรมญี่ปุ่น

         พ่อของฮารูกิ มูราคามิเป็นอาจารย์สอนด้านวรรณกรรมญี่ปุ่นที่โรงเรียนมัธยมฯ อาจจะด้วยเหตุนี้ที่ทำให้เขาเว้นระยะจากวรรณกรรมญี่ปุ่นก้าวใหญ่ เขาเสพงานจากนักเขียนชาวยุโรปช่วงศตวรรษที่ 19 มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Balzac, Chekhov, Dostoevsky หรือ Dickens แต่สำหรับวรรณกรรมญี่ปุ่นแล้วเขาไม่คิดจะแตะเลย เพราะถ้าเขาได้อ่านมันเมื่อไหร่ก็คงมีหัวข้อให้ได้คุยกับผู้เป็นพ่อ ซึ่งเขาไม่ต้องการเช่นนั้น

03.jpg

         16. ชายผู้คิดว่าการเขียนหนังสือก็เหมือนการสร้างวิดีโอเกม

          เขาคิดว่าการออกแบบวิดีโอเกมนั้นน่ามหัศจรรย์ไม่แพ้การเขียนหนังสือเลย บางครั้งในขณะที่กำลังเขียนอยู่เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเป็นเป็นนักออกแบบที่กำลังออกแบบเกมอยู่

         17. ชายผู้มีนักแปลสามคน

         หนึ่งในเสน่ห์หนังสือของฮารูกิ มูราคามิ คือการเลือกใช้ภาษาที่พาคนอ่านดำดิ่งลงไปในบรรยากาศที่เขาสร้างขึ้น ในการเผยแพร่ผลงานของเขาออกไปเป็นภาษาอื่น นักแปลจึงมีความสำคัญในการช่วยถ่ายทอดถ้อยคำที่คงอารมณ์ความรู้สึกของเจ้าของผลงานอย่างยิ่งยวด ฮารูกิ มูราคามิมีนักแปลคู่บุญอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามคนคือ อัลเฟรด เบิร์นบัม, ฟิลลิป กาเบรียล และเจย์ รูบิน ซึ่งทั้งสามคนนี้ก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมทำให้ชื่อของฮารูกิ มูราคามิเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกตะวันตก

        18. ชายผู้มีตัวอักษรอยู่ในเพลงคลาสสิก

        ในอัลบั้ม Songs from Before ของ แมกซ์ ริทเตอร์ นักประพันธ์เพลงชาวอังกฤษ มีท่อนที่ โรเบิร์ต ไวแอทอ่านข้อความจากหนังสือของฮารูกิ มูราคามิ โดยเพลงที่เป็นที่น่าจดจำมากที่สุดคือ Flowers For Yulia ใครอยากสัมผัสถึงรสชาติของนักเขียนคนโปรดในเพลงคลาสสิคลองกดไปฟังได้เลย คลิก

        19. ชายผู้เขียนบทสัมภาษณ์โศกนาฎกรรม

        สำหรับแฟนนิยายหลายคนอาจยังไม่รู้ว่านอกจากผลงานนิยายที่สร้างชื่อแล้ว ฮารูกิ มูราคามิยังเคยเขียนงานแนว Non-Fiction ด้วย โดยหนังสือเล่มแรกของเขาเป็นหนังสือบทสัมภาษณ์เหยื่อจากเหตุการณ์การโจมตีระบบรถไฟใต้ดินของกรุงโตเกียวด้วยแก๊สซารินในปี 1995 โดยหนังสือเล่มนี้มีชื่อเรื่องว่า Underground (1998)

        20. ชายผู้ชื่นชอบ The Matrix

       ปิดท้ายด้วยเกร็ดน่าสนใจเกี่ยวกับรสนิยมทางภาพยนตร์ของเขาที่อาจทำให้คุณประหลาดใจอยู่เล็กน้อย ผู้กำกับที่ฮารูกิ มูราคามิชื่นชอบคือ อากิ เคาริสมากิ นักเขียนบทและผู้กำกับชื่อดังชาวฟินแลนด์ เจ้าของผลงานระดับรางวัลอย่าง Drifting Clouds (1996), The Man Without a Past (2002), และ The Other Side of Hope (2017) เขาไม่ชอบภาพยนตร์แนวอนิเมชั่นและการ์ตูนทั้งหลาย ส่วนภาพยนตร์เรื่องโปรดน่ะเหรอ.. ไม่ใช่หนังรักสุดเศร้าหรือหนังชีวิตเหงาๆ ที่ไหนหรอก แต่เป็นภาพยนตร์แอคชั่นไซไฟพล็อตล้ำอนาคตอย่าง The Matrix ต่างหาก 

       ที่มา: https://www.shortlist.com/news/20-things-you-probably-didnt-know-about-haruki-murakami

       เครดิตรูปภาพ

       https://www.dek-d.com/writer/41050/

       https://www.cityspidey.com/news/16241/haruki-murakami-5-essential-and-must-read-books

       https://mainichi.jp/english/articles/20220517/p2a/00m/0et/022000c

       https://lithub.com/haruki-murakami-hosted-a-bossa-nova-jam-over-the-weekend-and-you-can-watch-it-online-now/

บทความแนะนำ

พะเยา เมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก
บล็อก

พะเยา เมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก

เมืองเล็กๆ ที่เป็นขุมทรัพย์ทางภูมิปัญญา

209
มากกว่าถนน คือ หน้าประวัติศาสตร์
บล็อก

มากกว่าถนน คือ หน้าประวัติศาสตร์

TK Chat Walk ชวนเดินสำรวจถนนราชดำเนินผ่านสถาปัตยกรรม อาคาร และอนุสาวรีย์ที่ซ่อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ของรัฐและสังคมไทย เปิดมุมมองใหม่ให้เห็นว่า “ถนน” สายนี้คือหน้าประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตของกรุงเทพฯ

251
จาก ‘จิ๋นซี’ สู่ ‘Loki’ ถึง ‘18 again’ ทำไมพล็อต ‘ข้ามเวลา’ ถึงจีรัง
บล็อก

จาก ‘จิ๋นซี’ สู่ ‘Loki’ ถึง ‘18 again’ ทำไมพล็อต ‘ข้ามเวลา’ ถึงจีรัง

ลองมาคิดกันดูเล่นๆ ว่าทำไมแนวทางนี้ถึงเป็นที่นิยมและไม่มีวันตายไปจากหน้าลิสต์นิยาย

214
Day Theming ช่วยจัดเวลา โฟกัสเรื่องงาน ลดความเครียด
บล็อก

Day Theming ช่วยจัดเวลา โฟกัสเรื่องงาน ลดความเครียด

เหตุผล 3 ข้อที่ควรวางธีมประจำวัน

257
สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม
บล็อก

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม

บทเรียนเล็ก ๆ ของการอ่านสื่อร่วมสมัย ที่เริ่มจากสตรอว์เบอร์รีร้องไห้ในฟีดมือถือ แล้วค่อย ๆ พาเราตั้งคำถามว่า ทำไมเราจึงเข้าใจความเจ็บปวดของผลไม้ที่ไม่มีอยู่จริงได้เร็วขนาดนี้ โดยไม่ต้องอ่านตำราเล่มหนา

187
กายเล่น สมองก็แล่น กับกิจกรรม Physical Wonder & Board สายลึก
บล็อก

กายเล่น สมองก็แล่น กับกิจกรรม Physical Wonder & Board สายลึก

TK Park บันทึกเรื่องราวการเรียนรู้และกลิ่นอายความสนุกจากกิจกรรม Physical Wonder & Board สายลึก จาก Learning Fest Bangkok 2023

224|อ่าน : 10 นาที
ถอดรหัส “บุ๊กคลับ” ฉบับสำหรับเด็ก
บล็อก

ถอดรหัส “บุ๊กคลับ” ฉบับสำหรับเด็ก

พื้นที่สบายใจให้ได้คิด ถกเถียง และเข้าใจกันและกัน

2402
เมื่อพื้นที่สาธารณะของเมืองช่วยเราเลี้ยงลูกได้
บล็อก

เมื่อพื้นที่สาธารณะของเมืองช่วยเราเลี้ยงลูกได้

ชวนมอง “ชุมชน” ในรูปแบบใหม่ เมื่อห้องสมุดและพื้นที่เรียนรู้สาธารณะช่วยลดความโดดเดี่ยว เติมพลังให้พ่อแม่ และเปิดโลกการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ

1260
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.