เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. สื่อการเรียนรู้ของ TK Park
  4. บทความ
บทความ

ความรู้

20 เรื่องไม่ลับแต่คุณอาจไม่รู้ของ ‘ฮารูกิ มูราคามิ’

20 เรื่องไม่ลับแต่คุณอาจไม่รู้ของ ‘ฮารูกิ มูราคามิ’

1439
30 กันยายน 2565

Murakami_cover.jpg

          คุณอาจเป็นแฟนหนังสือคนโปรดของ ‘ฮารูกิ มูราคามิ’ คุณอาจอ่าน Norwegian Wood มาแล้วเป็นรอบที่เจ็ด นั่งซึมอยู่สักพักก่อนจะหยิบ Kafka on the Shore มาอ่านเป็นรอบที่แปด แต่ถึงแบบนั้นคุณก็ยังรู้สึกว่าไม่อาจเข้าถึงจิตใจของนักเขียนผู้หยิบความเหงาในจิตใจมนุษย์มาตีแผ่คนนี้ได้เลย 

          ถ้าหากคุณรัก คุณย่อมอยากใกล้ชิดเขามากขึ้นอีกนิด ทำความรู้จักและทำความเข้าใจเขามากขึ้นอีกสักหน่อย 

          สำหรับคุณ, ผู้เป็นรักแท้จริงของฮารูกิ มูราคามิ สิ่งที่เรากำลังจะเล่าให้คุณฟังต่อไปนี้คือ 20 เรื่องไม่ลับ…แต่คุณอาจไม่รู้ ที่จะทำให้คุณรู้จักกับนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคคนนี้ได้มากขึ้น ได้เข้าใจถึงความชอบและรสนิยมที่กลายมาเป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับบอกเล่าเรื่องราวอันแสนอัศจรรย์เหล่านี้ มันอาจทำให้คุณอ่านหนังสือได้สนุกขึ้นอีกหน่อย เหมือนเครื่องเคียงรสเลิศสำหรับอาหารจานหลัก หรืออาจจะเปล่าประโยชน์โดยสิ้นเชิงเลยก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณชอบงานของใครสักคนอย่างแท้จริงแล้ว เชื่อเถอะว่าการได้ใกล้ชิดกับโลกของเขามากขึ้นอีกสักหน่อยต้องไม่ใช่เรื่องที่เสียเปล่าอย่างแน่นอน

          1.ชายผู้หลงรักในเพลงแจ๊ส

          ด้วยรายชื่อเพลงแจ๊สมากมายที่ปรากฎบนงานของเขา คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าฮารูกิ มูราคามิ คือมนุษย์ผู้คลั่งไคล้เพลแจ๊สผู้หนึ่ง เขาเคยทำงานที่แรกในร้านแผ่นเสียง เช่นเดียวกับ โทรุ วาตานาเบะ ตัวละครในหนังสือเรื่อง Norwegian Wood  เขายังคงเป็นเจ้าของแผ่นเสียงกว่า 6,000 แผ่น และมีเมืองที่โปรดปรานคือ บอสตัน ในรัฐแมสซาชูเซตส์ เพราะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยร้านแผ่นเสียงมือสองนั่นเอง

04.jpg

         2. ชายผู้ไม่มีวันวิจารณ์หนังสือ

         คุณจะไม่มีทางพบข้อความของฮารูกิ มูราคามิ บนปกแน่นอน นั่นเพราะนักเขียนผู้นี้มองว่างานของเขาคือการเฝ้ามองโลกและผู้คน ไม่ใช่การตัดสินหรือวิจารณ์ เขาแค่อยากเปิดพื้นที่ให้กับทุกความเป็นไปได้ในโลกใบนี้ มูราคามิมองว่าโลกนี้ควรมีนักวิจารณ์ แค่นั่นไม่ใช่งานของเขา

         3. ชายผู้ใช้ชีวิตอย่างเข้มงวด

         ฮารูกิ มูราคามิเป็นคนที่มีวินัยมาก กิจวัตรประจำวันของเขาถูกจัดไว้อย่างเเป็นระเบียบ เข้มข้น แทบจะเรียกได้ว่าเข้มงวดกับชีวิต เขาตื่นนอนตอนตีสี่ ทำงานต่อราวห้าถึงหกชั่วโมง ก่อนจะวิ่งสิบกิโลเมตร หรือว่ายน้ำอีกราว 1,500 เมตร อ่านหนังสือสักหน่อย ฟังเพลงสักนิด ทานข้าว แล้วเข้านอนตอนสามทุ่ม เป็นความซ้ำซากจำเจที่เหมือนกับการสะกดจิตตัวเองให้เข้าถึงสภาวะจิตใจขั้นที่ลึกที่สุด เพราะเขามองว่าการเขียนนิยายเรื่องหนึ่งก็เหมือนการฝึกเอาชีวิตรอด มันต้องใช้ความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจพอๆ กับเซนส์ทางศิลปะ

        4. ชายผู้หลงรักในภาพยนตร์

        แน่นอนว่ามีแต่คนผู้สัมผัสประสบการณ์ชีวิตด้วยตัวเองและเสพเรื่องราวผ่านสื่อต่างๆ เป็นจำนวนมากเท่านั้นที่จะมีวัตถุดิบเพียงพอสร้างสรรค์งานได้อย่างไม่มีวันหมด หนึ่งในงานอดิเรกที่ฮารูกิ มูราคามิ หลงใหลมากคือการดูภาพยนตร์ ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีในมหาวิทยาลัย เขาดูภาพยนตร์ไปทั้งหมด 200 เรื่อง

        5. ชายผู้ชื่นชอบแกงกะหรี่

        ฮารูกิ มูราคามิถูกปากกับอาหารประเทศตัวเองมากที่สุด ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนเขาก็มักจะเลือกแวะเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นเสมอๆ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วเขายังชื่นชอบอาหารอินเดียด้วย โดยเฉพาะตอนที่อยู่บอสตัน แน่นอนว่าจานโปรดที่เขาชอบย่อมต้องเป็นแกงกะหรี่

01.jpg

        6. ชายผู้เป็นทาสแมว

        จะมีสัตว์เลี้ยงชนิดไหนที่สะท้อนภาพลักษณ์ของคนเหงาในยุคนี้ได้ดีไปกว่าเจ้าเหมียวสี่ขาหน้าขนที่ชอบทำตัวสันโดษ ในบทความที่เขียนไว้ในปี 1989 ฮารูกิ มูราคามิเลี้ยงแมวมากกว่าสิบตัวในช่วงเวลาหลายปี และหนึ่งในนั้นก็มีนายท่านที่ชื่อว่า คิริน ที่เขาได้มาจากเพื่อนนักเขียนคนโปรดด้วย

       7. ชายผู้เป็นเจ้าแห่งการเขียนฉบับร่าง

       ในการเขียนนิยายแต่ละเล่มฮารูกิ มูราคามิ มักจะเขียนฉบับร่างของนิยายไว้มากถึงสี่หรือห้าฉบับ ใช้เวลาหกเดือนแรกไปกับการร่างงานร่างแรก และใช้อีกเจ็ดหรือแปดเดือนหลังไปกับการแก้ไข

       8. ชายผู้เติบโตมากับหนังสือภาษาอังกฤษ

       สมัยอาศัยอยู่ที่โกเบ ด้วยความที่เป็นเมืองท่า มักจะมีเรือชาวต่างชาติมาจอดเทียบนำสินค้าขึ้นลงท่าอยู่เนืองๆ นอกจากสินค้าสำคัญแล้วก็ยังมีหนังสือภาษาอังกฤษมือสอง ฮารูกิ มูราคามิก็อาศัยเรียนและอ่านเรื่องราวสนุกๆ จากหนังสือภาษาอังกฤษเหล่านี้ โดยหนังสือภาษาอังกฤษเล่มแรกที่เขาได้อ่านเป็นตอนที่เขาอยู่ในช่วงมัธยมฯ The Name Is Archer โดย รอสส์ แมคโดนัลด์

05.jpg

         9. ชายผู้ตระหนักว่าอยากเป็นนักเขียนตอนดูเบสบอล

         อันที่จริงจะบอกว่าการดูเบสบอลมีส่วนช่วยให้เขาอยากเป็นนักเขียนก็คงไม่ถูกนัก คงเป็นแค่ช่วงเวลาที่ทำให้เขาตระหนักรู้ถึงตัวเองมากกว่า ตอนที่ เดฟ ฮิลตัน นักกีฬาเบสบอลลงมาหวดลูกในเกมระหว่าง Yakult Swallows และ Hiroshima Carp จู่ๆ ฮารูกิ มูราคามิ ก็รู้สึกว่าเขาสามารถเขียนหนังสือได้ ในคืนนั้นเขากลับบ้านไปและเริ่มต้นเขียน Hear The Wind Sing และใช้เวลาหลายเดือนช่วงเลิกงานจากบาร์แจ๊สที่เขาเป็นเจ้าของสานต่อหนังสือเล่มนี้จนเสร็จ

        10. ชายผู้ไม่รู้ว่าตัวเองมีเงินอยู่เท่าไหร่

        จากบทสัมภาษณ์ใน The Guardian ฮารูกิ มูราคามิบอกว่าตัวเองไม่รู้ว่ามีเงินอยู่เท่าไหร่ ไม่รู้ว่าในแต่ละปีสามารถหาเงินได้จากงานเขียนมากแค่ไหน ไม่รู้ว่าจ่ายภาษีไปเท่าไหร่แล้ว เขาไม่สนใจเรื่องนั้น ข้อดีของการมีเงินมากคือคุณไม่จำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องเงิน และสิ่งที่ดีที่สุดที่เงินสามารถซื้อได้คือเวลาและความเป็นอิสระ

         11.ชายผู้ฟังเพลงร็อก

         ระหว่างวิ่งแม้ว่าฮารูกิ มูราคามิจะหลงใหลในเพลงแจ๊ส แต่ยามที่เขาออกวิ่งในเพลย์ลิสต์ของเขาจะเต็มไปด้วยเพลงร็อค เพราะเขารู้สึกว่าทำให้จังหวะการวิ่งดีขึ้น Creedence Clearwater Revival, John Mellencamp และ The Beach Boys คือนักร้องคนโปรดที่เขาฟังระหว่างวิ่งอัลตร้ามาราธอน 100 กิโลเมตร เขาเคยเปลี่ยนมาฟังโอเปร่าอยู่หนหนึ่งก่อนจะพบว่ามันไม่เหมาะกับการวิ่งเอาเสียเลย

02.jpg

        12. ชายผู้ไม่รู้ตอนจบของหนังสือตัวเอง

        ในการให้สัมภาษณ์กับ Paris Review เกี่ยวกับนิยายสืบสวนสอบสวนของเขาครั้งหนึ่ง ฮารูกิ มูราคามิบอกว่าเขาที่เป็นผู้เขียนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป และบทสรุปจะเป็นอย่างไร เขาเขียนหนังสือเพราะอยากหาคำตอบ หากรู้บทสรุปก่อนก็เปล่าประโยชน์ที่จะเขียนหนังสือเรื่องนี้ หรืออีกนัยหนึ่งคือเขากำลังจะบอกว่าแม้จะมีโครงเรื่องอยู่แล้วแต่เรื่องราวภายใต้ปากกาของเขาก็สามารถดำเนินไปอย่างอิสระภายใต้การเคลื่อนไหวของตัวละคร

        13.ชายผู้เขียนหนังสือเล่มแรกบนโต๊ะในห้องครัว

        นอกจากเขียงแล้วก็คงมีเพียงนิยายเล่มนี้ที่ได้ใช้เวลาอยู่บนนั้นนานถึง 10 เดือน

        14. ชายผู้มีภรรยาเป็นนักอ่านคนแรก

        แม้ตัวละครในหนังสือของเขามักจะประสบกับความเหงาและโศกนาฎกรรมความรักเป็นส่วนใหญ่ แต่ในชีวิตจริงฮารูกิ มูราคามิกลับโชคดีมาก เพราะเขามีเพื่อนคู่คิดที่คอยดูแลชีวิตเขาในหลายๆ ด้าน โยโกะ ภรรยาของเขานอกจากจะเป็นคนรู้ใจแล้วยังเป็นคนแรกที่ได้อ่านหนังสือทุกเล่มของเขาอีกด้วย

         15. ชายผู้ถอยห่างจากวรรณกรรมญี่ปุ่น

         พ่อของฮารูกิ มูราคามิเป็นอาจารย์สอนด้านวรรณกรรมญี่ปุ่นที่โรงเรียนมัธยมฯ อาจจะด้วยเหตุนี้ที่ทำให้เขาเว้นระยะจากวรรณกรรมญี่ปุ่นก้าวใหญ่ เขาเสพงานจากนักเขียนชาวยุโรปช่วงศตวรรษที่ 19 มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Balzac, Chekhov, Dostoevsky หรือ Dickens แต่สำหรับวรรณกรรมญี่ปุ่นแล้วเขาไม่คิดจะแตะเลย เพราะถ้าเขาได้อ่านมันเมื่อไหร่ก็คงมีหัวข้อให้ได้คุยกับผู้เป็นพ่อ ซึ่งเขาไม่ต้องการเช่นนั้น

03.jpg

         16. ชายผู้คิดว่าการเขียนหนังสือก็เหมือนการสร้างวิดีโอเกม

          เขาคิดว่าการออกแบบวิดีโอเกมนั้นน่ามหัศจรรย์ไม่แพ้การเขียนหนังสือเลย บางครั้งในขณะที่กำลังเขียนอยู่เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเป็นเป็นนักออกแบบที่กำลังออกแบบเกมอยู่

         17. ชายผู้มีนักแปลสามคน

         หนึ่งในเสน่ห์หนังสือของฮารูกิ มูราคามิ คือการเลือกใช้ภาษาที่พาคนอ่านดำดิ่งลงไปในบรรยากาศที่เขาสร้างขึ้น ในการเผยแพร่ผลงานของเขาออกไปเป็นภาษาอื่น นักแปลจึงมีความสำคัญในการช่วยถ่ายทอดถ้อยคำที่คงอารมณ์ความรู้สึกของเจ้าของผลงานอย่างยิ่งยวด ฮารูกิ มูราคามิมีนักแปลคู่บุญอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามคนคือ อัลเฟรด เบิร์นบัม, ฟิลลิป กาเบรียล และเจย์ รูบิน ซึ่งทั้งสามคนนี้ก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมทำให้ชื่อของฮารูกิ มูราคามิเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกตะวันตก

        18. ชายผู้มีตัวอักษรอยู่ในเพลงคลาสสิก

        ในอัลบั้ม Songs from Before ของ แมกซ์ ริทเตอร์ นักประพันธ์เพลงชาวอังกฤษ มีท่อนที่ โรเบิร์ต ไวแอทอ่านข้อความจากหนังสือของฮารูกิ มูราคามิ โดยเพลงที่เป็นที่น่าจดจำมากที่สุดคือ Flowers For Yulia ใครอยากสัมผัสถึงรสชาติของนักเขียนคนโปรดในเพลงคลาสสิคลองกดไปฟังได้เลย คลิก

        19. ชายผู้เขียนบทสัมภาษณ์โศกนาฎกรรม

        สำหรับแฟนนิยายหลายคนอาจยังไม่รู้ว่านอกจากผลงานนิยายที่สร้างชื่อแล้ว ฮารูกิ มูราคามิยังเคยเขียนงานแนว Non-Fiction ด้วย โดยหนังสือเล่มแรกของเขาเป็นหนังสือบทสัมภาษณ์เหยื่อจากเหตุการณ์การโจมตีระบบรถไฟใต้ดินของกรุงโตเกียวด้วยแก๊สซารินในปี 1995 โดยหนังสือเล่มนี้มีชื่อเรื่องว่า Underground (1998)

        20. ชายผู้ชื่นชอบ The Matrix

       ปิดท้ายด้วยเกร็ดน่าสนใจเกี่ยวกับรสนิยมทางภาพยนตร์ของเขาที่อาจทำให้คุณประหลาดใจอยู่เล็กน้อย ผู้กำกับที่ฮารูกิ มูราคามิชื่นชอบคือ อากิ เคาริสมากิ นักเขียนบทและผู้กำกับชื่อดังชาวฟินแลนด์ เจ้าของผลงานระดับรางวัลอย่าง Drifting Clouds (1996), The Man Without a Past (2002), และ The Other Side of Hope (2017) เขาไม่ชอบภาพยนตร์แนวอนิเมชั่นและการ์ตูนทั้งหลาย ส่วนภาพยนตร์เรื่องโปรดน่ะเหรอ.. ไม่ใช่หนังรักสุดเศร้าหรือหนังชีวิตเหงาๆ ที่ไหนหรอก แต่เป็นภาพยนตร์แอคชั่นไซไฟพล็อตล้ำอนาคตอย่าง The Matrix ต่างหาก 

       ที่มา: https://www.shortlist.com/news/20-things-you-probably-didnt-know-about-haruki-murakami

       เครดิตรูปภาพ

       https://www.dek-d.com/writer/41050/

       https://www.cityspidey.com/news/16241/haruki-murakami-5-essential-and-must-read-books

       https://mainichi.jp/english/articles/20220517/p2a/00m/0et/022000c

       https://lithub.com/haruki-murakami-hosted-a-bossa-nova-jam-over-the-weekend-and-you-can-watch-it-online-now/

บทความแนะนำ

เปิดพื้นที่ให้คิด(ส์)
บล็อก

เปิดพื้นที่ให้คิด(ส์)

เมื่อนิทานที่คุ้น กลับไม่เหมือนเคย

114
จงตก หมกมุ่น ผิดพลาดและเรียนรู้อย่างเห็บเหาอยู่ในเหว แล้วค่อยปีนขึ้นมาเป็นดาวฤกษ์”
บล็อก

จงตก หมกมุ่น ผิดพลาดและเรียนรู้อย่างเห็บเหาอยู่ในเหว แล้วค่อยปีนขึ้นมาเป็นดาวฤกษ์”

‘ตุ้ย’ เสกสรร อุ่นจิตติ ครีเอทีฟหาตัวจับยากของวงการโฆษณาในยุคหนึ่ง ที่ผันตัวเองมาเรียนรู้การทำการเกษตรภายใต้คอนเซ็ปต์ “ไม่แปลก ไม่ปลูก” และเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า ‘จอน นอนไร่’

235
วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ
บล็อก

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ

เมื่อครอบครัวไม่ได้ตั้งกฎ แต่เริ่มฟังกันใหม่อีกครั้ง

74
TK Talk: เวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากเครือข่าย
บล็อก

TK Talk: เวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากเครือข่าย

ถอดบทเรียนจากอุทยานการเรียนรู้เครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อปรับตัวอย่างฉับไวให้เข้ากับโลกปัจจุบันและเท่าทันอนาคต

138|อ่าน : 15 นาที
ความลับดำมืดของนิทานคลาสสิก (ที่แม่ไม่เคยเล่าก่อนนอน)
บล็อก

ความลับดำมืดของนิทานคลาสสิก (ที่แม่ไม่เคยเล่าก่อนนอน)

เรื่องราวของนิทานได้ถูกปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยก่อนจะถูกเคลือบน้ำตาลอีกชั้นเพื่อให้เข้าถึงเด็กเล็กๆ ได้มากขึ้น

6572
มองตัวตนผ่านการตั้งคำถาม ออกแบบชีวิตที่เป็นของเรา กับ ดร. พี่ปัง ‘Designing Your Life’
บล็อก

มองตัวตนผ่านการตั้งคำถาม ออกแบบชีวิตที่เป็นของเรา กับ ดร. พี่ปัง ‘Designing Your Life’

ทำความรู้จักตัวเองผ่านการตั้งคำถาม และการออกแบบชีวิตเพื่อออกไปลงมือทำ ภายใต้ความเข้าใจว่า ชีวิตเรามีทางเลือกได้หลายแบบ ไม่ใช่แค่ด้านเดียว

180
ใช้ชีวิตอย่างไรท่ามกลางสังคมที่กำหนด ‘ความสำเร็จ’ ไว้แบบสำเร็จรูป
บล็อก

ใช้ชีวิตอย่างไรท่ามกลางสังคมที่กำหนด ‘ความสำเร็จ’ ไว้แบบสำเร็จรูป

“สิ่งสำคัญในชีวิตเราคืออะไร” และ “ชีวิตที่ดีสำหรับเราเป็นแบบไหน”

447
สร้างโลกมหัศจรรย์ให้ลูกด้วยพลังของการ ‘อ่านเล่น’
บล็อก

สร้างโลกมหัศจรรย์ให้ลูกด้วยพลังของการ ‘อ่านเล่น’

ผู้ใหญ่ต้องสนุกกับการอ่านก่อน ถึงส่งต่อพลังให้เด็กๆ ได้

464
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือกิจกรรมร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเงื่อนไขและข้อตกลง
เกี่ยวกับเรา
TK Storyติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.