This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

เศรษฐกิจโฉมใหม่ ในยุคสมัยของครีเอเตอร์

เศรษฐกิจโฉมใหม่ ในยุคสมัยของครีเอเตอร์

43

cover-(12).jpg

           เด็กรุ่นใหม่อาจงุนงงสงสัยเมื่อได้ยินเรื่องเล่าว่าในสมัยก่อนหากอยากดูการ์ตูนเรื่องโปรดจะต้องตื่นแต่เช้า หรือยอมนอนดึกเพื่อรอเวลารับชมรายการที่ตนเองชื่นชอบ เรื่องราวแสนธรรมดาเหล่านี้กลับกลายเป็นเรื่องเกินจินตนาการสำหรับคนที่เติบโตมาในโลกยุคใหม่ ยุคที่เพียงมีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็สามารถรับชมได้ทุกรายการในโลก ใช่แต่เพียงรายการจากสื่อยักษ์ใหญ่เท่านั้น รายการอินดี้ รายการสอนเทคนิคการแต่งหน้าจากคนธรรมดา การเข้าไปดูเกมใหม่ๆ จากนักเล่นเกมผ่านเว็บไซต์สตรีม แม้แต่รายการที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเลย เพียงแค่ไลฟ์สดให้รับชมชีวิตประจำวันแสนธรรมดาก็ยังปราฏว่ามีผู้เข้าชมนับล้านๆ คน ไม่ว่ารสนิยมของเราจะเฉพาะทางแค่ไหน โลกอินเทอร์เน็ตจะพาเราไปพบกับรายการที่ถูกใจเราเสมอ หรือถ้ายังไม่ถูกใจเสียที เราก็สามารถ “สร้าง” รายการของตัวเองได้อย่างง่ายดายด้วยโทรศัพท์เครื่องเดียวกันนั้นเอง

            นี่คือโลกที่เรียกว่ายุคแห่ง “ครีเอเตอร์” ที่คนธรรมดาสามารถสร้าง “คอนเทนต์” หรือเรื่องราวต่าง ๆ  และ “แชร์” เรื่องราวเหล่านี้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีอยู่อย่างมากมาย และถ้าเกิดเรื่องราวเหล่านั้น “โดนใจ” ก็เตรียมตัวเป็นคนดังและสร้างรายได้จากความปังได้เลย นับเป็นเทรนด์ธุรกิจแบบใหม่ที่เรียกว่า “เศรษฐกิจนักสร้างสรรค์” หรือ Creator Economy ที่กำลังกลายเป็นอนาคตใหม่ของธุรกิจและความบันเทิงในยุคปัจจุบัน

01-01-(4).jpg

            กว่าจะมาเป็นเศรษฐกิจนักสร้างสรรค์

            เอริค เฟรย์แท็ก ผู้บริหารจาก Streamlabs เว็บสตรีมชื่อดังกล่าวว่า ในอดีตเราเคยมีรายการเพียงสิบรายการสำหรับผู้ชมนับพันล้านคน แต่ในยุคของเศรษฐกิจนักสร้างสรรค์ เรามีรายการพันล้านรายการเพื่อผู้ชมพันล้านคน ผู้คนในอดีตเคยรับชมรายการโทรทัศน์ตามตารางเวลา แนวทางการนำเสนอของสื่อต่าง ๆ ถูกควบคุมโดยบรรณาธิการ ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่สร้างโดยสตูดิโอที่มีเพียงหยิบมือ แต่โลกของอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีได้มอบอำนาจให้คนธรรมดาได้สร้างและเสพผลงานตามรสนิยมและความถนัดของพวกเขาเอง

            ย้อนกลับไปเพียงสองทศวรรษ ในยุคนั้นคงไม่มีใครคิดว่าเราจะสามารถหาเลี้ยงชีพได้จากการนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่บ้าน หรือสร้างรายได้มหาศาลจากการทำวิดีโอตลกๆ ในสวนหลังบ้านของตัวเอง การที่ผู้คนส่วนใหญ่สนใจเรื่องราวที่ดูเหมือนจะไร้สาระเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เพราะในอดีตรายการตลกบันเทิงเบาสมองต่างๆ ก็ล้วนแต่เป็นรายการที่ได้รับความนิยมสูงอยู่แล้ว เพียงแต่การอยู่รอดของรายการเหล่านี้ในอดีตนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยมากมาย เช่น ต้นทุนการผลิต การสนับสนุนของสปอนเซอร์รายใหญ่ การควบคุมทิศทางของรายการจากทีมงานจำนวนมาก หากมีสิ่งใดสะดุดเพียงนิดเดียว รายการเหล่านี้ก็ล้มไม่เป็นท่า

            ทว่าในปัจจุบัน “ครีเอเตอร์” หรือผู้สร้างสรรค์งานเพียงหนึ่งคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ใช้ต้นทุนการผลิตเพียงโทรศัพท์หนึ่งเครื่องก็สามารถสร้าง “คอนเทนต์” หรือรายการที่ได้รับความนิยมได้ นอกจากนี้แล้ว ปัจจัยการอยู่รอดของครีเอเตอร์ยังถูกลดทอนให้ง่ายดายขึ้น เช่น บางรายการได้รับการสนับสนุนจาก “แฟน” หรือผู้ชมที่ชื่นชอบรายการและ “บริจาค” หรือมอบทุนสนับสนุนคอนเทนต์ให้ครีเอเตอร์โดยตรง ไม่ต้องรอการสนับสนุนของสปอนเซอร์รายใหญ่อีกต่อไป ทิศทางของคอนเทนต์ถูกกำหนดโดยครีเอเตอร์คนเดียวหรือทีมงานกลุ่มเล็กๆ จึงมีความชัดเจนและเฉพาะทาง ดึงดูดผู้ที่สนใจในคอนเทนต์เหล่านี้ได้โดยไม่ต้องปรับรูปแบบรายการเพื่อเอาใจสปอนเซอร์รายใหญ่ ทำให้ผู้สร้างและผู้ชมคอนเทนต์รู้สึกถึงความเป็นอิสระอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

05-01-(1).jpg

            ผู้ทรงอิทธิพลหรือ Influencer ในยุคปัจจุบัน จึงไม่ใช่ดาราภาพยนตร์ชื่อเสียงโด่งดังอีกต่อไป แต่เป็นวัยรุ่นหรือคนอายุยี่สิบกว่าๆ ที่ทำวิดีโอตลกๆ และเผยแพร่ผ่าน Youtube นักเล่นเกมที่ "สตรีม" หรือถ่ายทอดสดการเล่นเกมของตัวเองผ่านเว็บไซต์ โดยผู้ชมสามารถพูดคุยกับนักเล่นเกมได้ตลอดทั้งคืน หรือเด็กวัยรุ่นที่ร้องเพลงลิปซิงค์กับคลิปวิดีโอโปรดบนแพลตฟอร์ม TikTok โดยผู้ชมอาจจะหัวเราะสนุกสนานไปกับเนื้อหาหรือจะลิปซิงค์แข่งกับเจ้าของคอนเทนต์ในแพลตฟอร์มเดียวกันก็ยังได้ คอนเทนต์หรือเนื้อหาของรายการจึงไม่มีข้อจำกัดเหมือนในอดีต เพราะผู้ชมรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องดูภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ตามผังรายการ แต่สามารถเข้าถึงสิ่งที่พวกเขาสนใจได้โดยตรง และยังสามารถมีปฏิสัมพันธ์ที่ “พิเศษ” กับผู้สร้างคอนเทนต์ได้ จึงทำให้มีทั้งความสนุกและความผูกพันกับรายการหรือผู้สร้างคอนเทนต์ดังกล่าวอย่างเหนียวแน่น

          เศรษฐกิจโฉมใหม่ ยุคสมัยแห่งครีเอเตอร์

          หากในอดีต ดาราสร้างรายได้มหาศาลจากต้นทุนความเป็น “คนดัง” ได้ฉันใด ต้นทุนความดังของครีเอเตอร์ผู้สร้างคอนเทนต์ยอดนิยมก็นำมาสร้างรายได้มหาศาลได้ไม่ต่างกัน

           ต้นทุนความดังของครีเอเตอร์ที่สามารถพลิกโฉมหน้าเศรษฐกิจนี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่มีที่มาจากหลายปัจจัย จากการสำรวจของเว็บไซต์ Statista พบว่าในปัจจุบันมีผู้ใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฟนมากกว่า 6 พันล้านคน และเกือบ 4 พันล้านคนใช้งานโซเชียลมีเดียเป็นหลัก แถมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเหล่านี้ยังเปิดให้ใช้งานได้ฟรี ทำให้ความสนใจของผู้คนจำนวนมากเปลี่ยนจากสื่อบันเทิงดั้งเดิม อย่างโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ มาสู่การใช้เวลาบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน คอนเทนต์ครีเอเตอร์จึงดึงดูดความสนใจของผู้คนทั่วไปมากยิ่งกว่าดาราดังในจอทีวีไปแล้ว

          เมื่อความสนใจของสี่พันล้านคนทั่วโลกมารวมกันอยู่ที่ครีเอเตอร์ ก็ไม่แปลกที่เม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากโฆษณาและสปอนเซอร์รายใหญ่จะไหลเข้ามายังธุรกิจนี้เช่นกัน ทั้งในรูปแบบของจ่ายเงินเพื่อซื้อเวลาในการโฆษณาสินค้าจากครีเอเตอร์ การสนับสนุนสินค้าให้ครีเอเตอร์รีวิว หรือการทุ่มทุนเพื่อ “สร้าง” ครีเอเตอร์ของสินค้าตัวเองขึ้นมาแข่งขันกับคนอื่น ๆ ในวงการเดียวกัน และด้วยความที่ครีเอเตอร์กับผู้ชมมีความผูกพันกันอย่างใกล้ชิดนี่เอง ทำให้ครีเอเตอร์รู้ว่าจะเจาะกลุ่มเป้าหมายของตนเองได้อย่างไร และจะโฆษณาสินค้าอย่างไรให้ผู้ชมไม่รู้สึกว่าเป็นการยัดเยียดโฆษณามากจนเกินไป

          ธุรกิจนักสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การ “เปลี่ยนตัวดารา” จากหน้าจอโทรทัศน์เป็นหน้าจอออนไลน์ แล้วรอเม็ดเงินสนับสนุนจากธุรกิจอื่นดังที่เคยเป็นมาเท่านั้น แต่การเป็นครีเอเตอร์ยังทำให้มีโอกาสต่อยอดคอนเทนต์ของตนไปในทิศทางอื่น ๆ ได้อย่างไม่จำกัด เช่น การต่อยอดธุรกิจจากคอนเทนต์ของตัวเองเพื่อเป็นผู้ประกอบการในสิ่งที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญได้ เช่น เอ็มมา แชมเบอร์เลน ยูทูปเบอร์ชื่อดังที่สร้างชื่อเสียงจากการทำวีล็อก (Vlog) เกี่ยวกับกาแฟเย็นที่เธอชื่นชอบ ทำให้มียอดผู้ติดตามเธอเป็นจำนวนมากจนกระทั่งเธอตัดสินใจสร้างแบรนด์กาแฟของตัวเองขึ้นมาและได้รับการสนับสนุนจากผู้ติดตามช่องวีล็อกของเธออย่างต่อเนื่อง

           แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถทำให้ธุรกิจนี้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยการสร้าง UI (User Interface) ที่ใช้งานง่าย สามารถดูคอนเทนต์ กดเข้าไปซื้อสินค้าที่ครีเอเตอร์รีวิว หรือสนับสนุนผู้จัดทำได้อย่างง่ายดายเพียงทัชปุ่มเดียวบนหน้าจอเท่านั้น แต่ละแพลตฟอร์มมีความเหมาะสมกับเนื้อหาหลากหลายรูปแบบ เช่น Mixer และ Twitch เหมาะสำหรับสตรีมเมอร์หรือการถ่ายทอดสดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง YouTube และ TikTok สำหรับผู้ต้องการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์หรือเรื่องราวสั้น ๆ Upwork และแพลตฟอร์มการเขียนอื่นๆ สำหรับนักเขียนอิสระ Tumblr และ WordPress เหมาะสำหรับบล็อกเกอร์ในการบอกเล่าแบ่งปันประสบการณ์ หรือหากครีเอเตอร์ถนัดการถ่ายภาพ Instagram และ Pinterest ก็เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในการเผยแพร่ผลงาน

           นอกจากนี้แล้ว โซเชียลมีเดียยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่รองรับการเติบโตของผู้ชมมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น TikTok เริ่มมีฟีเจอร์ Duet หรือ Instagram เพิ่งเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Collab เพื่อให้ครีเอเตอร์ชื่อดังหลาย ๆ คนที่สร้างคอนเทนต์แนวเดียวกันได้ร่วมสร้างคอนเทนต์ด้วยกันเพื่อขยายฐานของผู้ชมให้มากขึ้นไปอีก

            ปัจจัยหนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึงและส่งผลลบต่อแทบทุกธุรกิจคือการระบาดของ Covid-19 ทว่าการระบาดของโรคนี้กลับส่งผลในเชิงบวกสำหรับธุรกิจนักสร้างสรรค์ เพราะเมื่อโลกเปลี่ยนการเรียนหรือการทำงานเป็นรูปแบบการทำงานจากที่บ้านมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้ผู้คนอาศัยอยู่ในโลกออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ผู้คนเริ่มค้นหาคอนเทนต์ในการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ เช่น การทำอาหาร การทำขนม การแต่งหน้า การฝึกฝนอาชีพที่สองเพื่อเพิ่มรายได้ขณะอยู่ที่บ้านมากขึ้น

           ลองคิดดูอีกที หนทางครีเอเตอร์นี้อาจไม่ง่าย

          “ยุคสมัยแห่ง Creator Economy” ฟังดูยิ่งใหญ่และเข้าถึงง่าย แถมด้วยเรื่องเล่าความสำเร็จจาก “รุ่นพี่” ครีเอเตอร์มากมายที่กลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืนจากการสร้างคอนเทนต์ที่โดนใจ จนดูเหมือนว่าใครก็เป็นครีเอเตอร์สร้างคอนเทนต์ให้โด่งดังได้ แต่เมื่อธุรกิจนักสร้างสรรค์คอนเทนต์กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เปรียบเสมือน “ยุคตื่นทอง” ในดินแดนอเมริกาที่ไม่ว่าใครก็พร้อมจะออกไปเผชิญโชค เราอาจจะเป็นคนหนึ่งที่รีบตีตั๋วเครื่องบินเดินทางไปแสวงหาโอกาสดินแดนแห่งใหม่ เพื่อพบว่าคนอีกนับล้านกำลังขุดทองอยู่ที่นี่พร้อมกับเครื่องมือและเงินทุนที่ครบครันมากกว่า หนทางนี้จึงอาจไม่ง่ายอย่างที่ฝัน

           แต่ไม่ว่าหนทางจะโรยด้วยกลีบกุหลาบหรือขวากหนาม ก็ยังมีคนอีกจำนวนมหาศาลที่พร้อมจะกระโจนเข้ามาในวงการนี้อย่างไม่ขาดสาย เพราะการเป็นครีเอเตอร์มีข้อดีคือการมีอิสระและความยืดหยุ่นในการทำงาน ไม่มีเจ้านายคอยชี้นิ้วสั่ง ไม่มีการแทรกแซงจากนโยบายของบริษัท การประสบความสำเร็จมีเพียงแค่ความเชี่ยวชาญและความคิดสร้างสรรค์ในคอนเทนต์ที่ต้องการนำเสนอเท่านั้น ความอิสระของการเป็นครีเอเตอร์ไม่เพียงแค่สามารถทำงานได้ทุกช่วงเวลาของวันเท่านั้น แต่ยังสามารถทำงานได้จากทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบนรถไฟ รถบัส หรือแม้แต่ในห้องนอน ก็กลายเป็นสถานที่สรรสร้างคอนเทนต์คุณภาพได้ไม่ต่างจากในสตูดิโอ นอกจากนี้ การสร้างคอนเทนต์จากสิ่งที่รักและแปรเปลี่ยนเป็นรายได้ก็นับเป็นข้อดีที่ดึงดูดให้ผู้คนกลายเป็นครีเอเตอร์มากขึ้น บางคนรักการเล่นเกม รักการแต่งหน้า หลงใหลในกลิ่นกาแฟจนอดไม่ได้ที่จะแชร์กิจกรรมที่ตนเองหลงรักทางโลกออนไลน์ ยิ่งคอนเทนต์มีคุณภาพและเต็มไปด้วยความรักในสิ่งที่ทำมากเท่าไร ก็ยิ่งมีแนวโน้มว่าผู้ชมจะตอบรับกับคอนเทนต์ดังกล่าวมากขึ้นเท่านั้น

           อย่างไรก็ตาม การได้ทำงานอย่างอิสระในสิ่งที่ตนเองรักก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ขวากหนามแรกหากคิดจะเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็คือจำนวนผู้ติดตามในแพลตฟอร์ม ยอดวิว ยอดสนับสนุน ยอดบริจาค ทั้งหมดนี้มีผลต่อการเติบโตและการคงอยู่ของช่องที่เราสร้างขึ้นทั้งสิ้น หากมีฐานผู้ติดตามไม่มากเท่าที่ควร คอนเทนต์ที่เราสร้างขึ้นก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงกิจกรรมยามว่าง ยากจะต่อยอดให้กลายเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้

           การได้เม็ดเงินเข้ามาสนับสนุนจากธุรกิจโฆษณา แง่หนึ่งคือการทำให้ครีเอเตอร์มีโอกาสทำคอนเทนต์ต่อไป แต่ชื่อของธุรกิจโฆษณาก็บอกชัดอยู่แล้วว่าต้องการโฆษณาเพื่อขายสินค้า ซึ่งครีเอเตอร์อาจต้องเปลี่ยนแนวเนื้อหาของช่องตามสปอนเซอร์ที่เข้ามา หากทำได้อย่างมีศิลปะก็ย่อมทำให้ช่องของครีเอเตอร์เติบโตมากขึ้น มีรายได้ในการทำคอนเทนต์มากขึ้น แต่เมื่อใดก็ตามที่ผู้ชมรู้สึกว่าเป็นการ “ยัดเยียด” จนเกินไป การเข้ามาของโฆษณาจึงอาจกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้สูญเสียผู้ติดตามคอนเทนต์ได้

             แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ในแง่หนึ่งนั้นช่วยในการเติบโตของครีเอเตอร์ แต่เมื่อผู้คนมหาศาลเริ่มเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ อัลกอริทึมของสื่อโซเชียลมีเดียหลักๆ เช่น Facebook หรือ Youtube อาจเกิดข้อจำกัดในการนำเสนอครีเอเตอร์ที่น่าสนใจ เนื่องจากมีจำนวนครีเอเตอร์ในแนวเดียวกันอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่ทางฝั่งผู้ชมก็ค้นหาครีเอเตอร์ที่ตนเองชอบได้ยากขึ้น และที่สำคัญคือระบบการซื้อโฆษณาของสื่อโซเชียลมีเดีย หากใครทุนหนากว่าก็ย่อมจะยอมจ่ายเงินเพื่อให้คอนเทนต์ของตัวเองอยู่ในการค้นหาลำดับต้น ๆ ขณะที่ครีเอเตอร์หน้าใหม่ยากที่จะโด่งดังในแพลตฟอร์มที่มีข้อจำกัดเหล่านี้ได้

04-01-(2).jpg

            อนาคตก้าวต่อไปของวงการครีเอเตอร์

            ปัจจุบันมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้เกี่ยวข้องในธุรกิจนักสร้างสรรค์มากกว่า 50 ล้านคนที่กำลังขับเคลื่อนเทรนด์ใหม่ของโลกนี้ โดยคาดว่าจะมีเงินสะพัดในธุรกิจนี้ถึง 104.2 พันล้านดอลลาร์  ในปี 2565 มีการประเมินกันว่าแพลตฟอร์มดั้งเดิมของครีเอเตอร์อย่าง Youtube จะสร้างรายได้ประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้จากครีเอเตอร์อิสระ ยังไม่นับรวมถึงแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่กำลังโด่งดังแซงหน้ารุ่นพี่อย่าง Instagram Reels, Snapchat และ TikTok ที่กำลังสร้างฐานผู้ชมรุ่นใหม่ ๆ มากมายมหาศาล หรือแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook ที่กำลังสร้างโลกเสมือนใบใหม่อย่าง Meta Platforms โดยเสนอเงินจำนวนมหาศาลให้นักดนตรีและคนดังเพื่อจัดเซสชันการแสดงสดเสมือนจริงบนแพลตฟอร์ม Meta ซึ่งนี่อาจเป็นธุรกิจที่จะเกิดขึ้นมาในวงการครีเอเตอร์ที่ล้ำขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

           จากการสำรวจของ First Choice เว็บไซต์ชื่อดังพบว่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์กลายเป็นหนึ่งในอาชีพที่น่าดึงดูดที่สุดในศตวรรษที่ 21 โดยนับตั้งแต่ปี 2560 พบว่าเด็ก 1 ใน 3 คนจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,000 คน มีความฝันคือการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ และแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์เนื้อหาออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ตามความถนัดของตนเอง ขณะที่การวิจัยจาก Lego Foundation พบว่า 58% ของเด็กที่ตอบแบบสำรวจเคยเรียนรู้วิธีการใช้งานโปรแกรมสำหรับสร้างคอนเทนต์ และสามารถสร้างเนื้อหาดิจิทัลได้ด้วยตัวเองผ่านโปรแกรมออนไลน์

           อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจำนวนเงินที่อยู่ในเศรษฐกิจของนักสร้างสรรค์คอนเทนต์จะดูมหาศาล และเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็พัฒนามากขึ้นจนดูเหมือนว่าการทำคอนเทนต์ไม่ใช่เรื่องยาก ทำให้ครีเอเตอร์หน้าใหม่มีความหวังในการต่อยอดคอนเทนต์ของตนในเชิงธุรกิจมากขึ้น แต่หลี่จิน นักวิจัยจาก Harvard Business Review ได้แสดงข้อมูลจำแนกรายได้ของครีเอเตอร์ที่แท้จริงว่ามีเพียงผู้สร้าง 1% ถึง 2% แรกเท่านั้นที่ทำรายได้เป็นจำนวนมากในแพลตฟอร์มหลัก ๆ อย่าง Spotify และ Youtube ขณะที่ครีเอเตอร์รุ่นกลางจนถึงหน้าใหม่หลายล้านคนยังไม่สามารถทำเงินในระดับค่าแรงขั้นต่ำได้ หลี่จินเสนอว่าอนาคตของวงการครีเอเตอร์ขั้นต่อไปจะต้องมุ่งเน้นไปที่การมีกฎหมายควบคุมการผูกขาดธุรกิจนี้ให้มากขึ้นเพื่อกระจายเนื้อหาและการมองเห็นที่เหมาะสมเท่าเทียมกันระหว่างครีเอเตอร์ที่ยึดตลาดนี้เอาไว้อย่างเหนียวแน่นกับครีเอเตอร์หน้าใหม่

           ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Creator Economy ได้กลายมาเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนธุรกิจและความบันเทิงในยุคปัจจุบัน ขณะที่ธุรกิจแบบเก่าค่อย ๆ ทยอยหายไป ทั้งจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และปัจจัยใหม่อย่างโรค Covid-19 ทำให้ผู้คนเริ่มคุ้นเคยกับการอาศัยอยู่ในโลกออนไลน์ทั้งการทำงานและการพักผ่อนมากขึ้น มนุษย์ก็จะสร้างเทคโนโลยี แอปพลิเคชั่น หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อความอำนวยสะดวกในโลกออนไลน์มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้วงการครีเอเตอร์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและดูเป็นอนาคตที่สดใสและน่าจับตามองของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

          รายการอ้างอิง

          Alessandro Bogliari. (2021). Four Reasons Why the Creator Economy Is Booming. Retrieved march 25, 2022, from https://www.forbes.com/sites/forbesagencycouncil/2021/11/18/four-reasons-why-the-creator-economy-is-booming/?sh=25d5adad53de

          David Hansson. (2021). What Is the Creator Economy? Pros & Cons. Retrieved march 25, 2022, from https://gigapay.co/blog/what-is-the-creator-economy

          Katie Jansen. (2021). Why The Creator Economy Is Worth Watching In 2022. Retrieved march 25, 2022, from https://www.forbes.com/sites/forbesagencycouncil/2021/12/29/why-the-creator-economy-is-worth-watching-in-2022/?sh=746e0b05583c

          Naimeesha Murthy. (2021). The Continuous Growth And Future Of The Creator Economy. Retrieved march 25, 2022, from https://www.forbes.com/sites/forbesbusinessdevelopmentcouncil/2021/08/30/the-continuous-growth-and-future-of-the-creator-economy/?sh=202e50837c9c

           Werner Geyser. (2021). What is the “Creator Economy”?. Retrieved march 25, 2022, from https://influencermarketinghub.com/creator-economy

April 21, 2022

Recommended articles

10 เรื่องขำๆ ของ สตีเฟน คิง
Blog

10 เรื่องขำๆ ของ สตีเฟน คิง

ชวนสำรวจเรื่องราวสุดแปลกของพ่อมดแห่งโลกสยองขวัญ

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ
Blog

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ

เมื่อครอบครัวไม่ได้ตั้งกฎ แต่เริ่มฟังกันใหม่อีกครั้ง

Meanlee กับลายเส้นที่เปิดพื้นที่ให้ความต่างอยู่ร่วมกัน
Blog

Meanlee กับลายเส้นที่เปิดพื้นที่ให้ความต่างอยู่ร่วมกัน

ลายเส้นของ มีน – ธันยธรณ์ ลี้ไวโรจน์ คือภาพแทนแนวคิด “The Difference” ของ Learning Fest Bangkok 2026

วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก
Blog

วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก

โลกบังคับให้พวกเขาร้าย พวกเราก็เช่นกัน?

ฉันและเธอ เติบโตด้วยกัน
Blog

ฉันและเธอ เติบโตด้วยกัน

TK Park ชวนพ่อแม่ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเข้าใจธรรมชาติ และเติบโตไปพร้อมกัน

ใครกินอะไรไม่สำคัญ แต่ลูกฉันต้องได้กินผัก!
Blog

ใครกินอะไรไม่สำคัญ แต่ลูกฉันต้องได้กินผัก!

TK Park ส่งท้ายนิทรรศการ Le petit chef ที่ห้องเด็ก TK Park (ก.ค. ถึง ก.ย. 67) โดยชวนพ่อแม่พาเด็ก ๆ หัดกินผัก

23 เมษายน วันหนังสือและลิขสิทธิ์โลก เพราะคนบ้าหนังสือไม่ได้มีแค่คุณ
Blog

23 เมษายน วันหนังสือและลิขสิทธิ์โลก เพราะคนบ้าหนังสือไม่ได้มีแค่คุณ

TK Park รวบรวมเรื่องราวเกร็ดเล็กน้อยของโลกหนังสือและลิขสิทธิ์ เฉลิมฉลอง World Book and Copyright Day ปี 2024

เด็กไทย กินอะไรก็เป็น
Blog

เด็กไทย กินอะไรก็เป็น

TK Park ชวนพ่อแม่พาลูกหัดกินอาหารไทยทั่วทุกภาค เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายและพัฒนาการที่สมวัย

141
7
6
6
|Read : 10 min
11
|Read : 10 min
21
|Read : 10 min
553
|Read : 15 min
41
|Read : 10 min