เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

ใครกินอะไรไม่สำคัญ แต่ลูกฉันต้องได้กินผัก!

ใครกินอะไรไม่สำคัญ แต่ลูกฉันต้องได้กินผัก!

406 | อ่าน : 10 นาที
6 กันยายน 2567

20240904-Veggie_Kids-1-cover.jpg

 

          ลองจินตนาการว่าหากคุณกำลังเดินสวนกับเด็ก 4 คน ช่วงอายุ 6-14 ปี ในกรุงเทพมหานคร ในเด็ก 4 คนนี้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่กินผักและผลไม้เพียงพอ!

          ข้อมูลนี้จากรายงานสุขภาพคนไทย ปี 2566↗ ทำให้อุทยานการเรียนรู้ TK Park นำมาเป็นโจทย์สำคัญของการเชื่อมโลกแห่งการเรียนรู้ให้เข้ากับวิถีชีวิตประจำวันของคนรุ่นอนาคต นิทรรศการ Le Petit Chef ที่ห้องเด็ก TK Park (จัดระหว่าง ก.ค. ถึง ก.ย. 67) จึงนำหนังสือนิทานภาพมาเป็นโจทย์ตั้งต้น แล้วต่อยอดไปสู่กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลาย เพื่อนำพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมถึงเด็ก ๆ เข้าสู่โลกของการประกอบอาหารและโภชนาการที่ดีขึ้นอย่างสนุกสนานและดึงดูดใจ

          ตัวอย่างหนังสือนิทานภาพเพื่อส่งเสริมการกินผักของเด็ก ๆ ที่พ่อแม่ผู้ปกครอง มาค้นหาได้ที่ TK Park 

  • ฉันชอบกินผัก↗ 

  • ทีโวชอบกินผัก↗ 

  • ผักแสนอร่อย↗ 

  • โรงเรียนผัก: มะเขือเทศน้อยออกเดินทาง↗ 

  • เล่นสนุกในสวนผัก↗

 

20240904-Veggie_Kids-2.jpg

 

          ผักสีไหนดียังไง

          ผักผลไม้หลากสีมาพร้อมคุณประโยชน์มากมาย พ่อแม่สามารถทำความรู้จักผักสีต่าง ๆ เพื่ออธิบายให้เด็ก ๆ ฟังดังนี้

          ผักผลไม้สีเขียว มีสารคลอโรฟิลด์ เป็นสารตั้งต้นในการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันเซลล์ในร่างกายถูกทำลาย ลดการเกิดมะเร็งได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องการขับถ่าย (ลดเวลาในการเบ่งอึ๊) ได้อีกด้วย

          ผักผลไม้สีแดง มีสารไลโคปีน และเบตาไซยานินในปริมาณสูงมาก เป็นสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินอี 100 เท่า และมากกว่ากลูต้าไธโอนถึง 125 เท่า นอกจากนี้ยังช่วยต้านมะเร็งอีกด้วย  

          ผักผลไม้สีส้มและสีเหลือง มีสารเบตาแคโรทีน ช่วยลดคอเรสเตอรอลและไขมันในเส้นเลือด ทำให้ผิวพรรณสดใส มีความชุ่มชื่น นอกจากนี้ยังมีสารฟลาโวนอยด์และลูทีน ช่วยบำรุงสายตา หัวใจและหลอดเลือด 

          ผักผลไม้สีม่วงและสีน้ำเงิน มีสารแอนโทไซยานิน มีคุณสมบัติช่วยทำลายสารที่ทำให้เกิดมะเร็ง กระตุ้นการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ และช่วยบำรุงเส้นผมให้เงางาม (ผมยาวสลวยเหมือนเจ้าหญิงราพันเซล)

          ผักผลไม้สีขาวและน้ำตาลอ่อน มีสารแซนโทน เป็นสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ช่วยลดอาการอักเสบ รักษาระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังมีสารกรดไซแนปติกและอัลลิซิน มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตและโรคหลอดเลือดหัวใจ ที่สำคัญยังช่วยลดไขมันในเลือดได้ด้วย

 

20240904-Veggie_Kids-3.jpg

 

         9 เทคนิคเปลี่ยนใจลูกให้กินผัก

          หลายครอบครัวที่กำลังพยายามให้ลูกกินผัก ไม่ว่าจะบังคับ หลอกล่อ ลูกก็ยังส่ายหน้าปฏิเสธ หรือเผลอทีไรก็แอบเขี่ยผักทิ้ง TK Park มีหนังสือ กินดี ต้องมีผัก โดยคุณชิดชนก ชูช่วย↗ ที่บอกเล่า 9 เทคนิคทำให้ลูกรักกินผักได้มากขึ้น ดังนี้

          1. เริ่มด้วยผักต้มเปื่อย

          เริ่มแรกควรฝึกให้ลูกกินผักแบบต้มเปื่อย เพราะจะกินง่ายกว่าผักสด เคล็ดลับเพิ่มผักในแต่ละมือ ทุกครั้งที่ต้มซุปก็ให้เพิ่มผักเข้าไปด้วย จะทำให้ลูกคุ้นเคยกับสีสันและรสชาติของผัก

          2. เลือกให้เหมาะกับวัย

          ให้ลูกกินผักที่เหมาะสมกับวัย โดยควรเริ่มจากผักที่นิ่มและกินง่าย เช่น ฟักทองต้มสุก ตำลึง หรือแคร์รอตต้มเปื่อย ผักเหล่านี้เมื่อต้มแล้วเนื้อผักจะนิ่มเคี้ยวง่าย และมีรสหวานเล็กน้อย เหมาะสำหรับเด็กที่กำลังเริ่มกินผัก

          3. เริ่มจากปริมาณน้อย

          หัดให้ลูกกินผักจากปริมาณน้อย ๆ ก่อน เช่น สัปดาห์แรกเริ่มจาก 1 ช้อนโต๊ะ หลังจากนั้นก็เพิ่มปริมาณให้มากขึ้นไปทีละนิด จนลูกเริ่มชินกับการมีเมนูผักอยู่ในจาน

          4. กินให้เห็นเป็นตัวอย่าง

          คุณพ่อคุณแม่ควรกินผักให้ลูกเห็นบ่อย ๆ โดยควรมีเมนูผักวางบนโต๊ะอาหารทุกมื้อ เพื่อให้ลูกคุ้นชินกับการกินผัก เสียงเคี้ยวผักกรอบ ๆ และท่าทางการกินอย่างเอร็ดอร่อยของพ่อแม่จะชวนให้ลูกอยากกินผักตามไปด้วย

          5. ชวนลูกปลูกผัก

          ลองให้ลูกได้ปลูกผักด้วยตนเอง ฝึกให้ดูแล พรวนดินหรือรดน้ำ เมื่อได้ผลผลิตก็ให้ลูกเก็บเอง และนำมาทำอาหาร จะทำให้เด็กเกิดความภูมิใจ และอยากจะชิมผักที่ตัวเองปลูก นับเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการรับประทานผักให้กับเด็กอีกทางหนึ่ง

          6. พาลูกเข้าครัว

          ควรให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการทำอาหารในแต่ละมื้อ เช่น การเตรียมผัก ล้างผัก หรือช่วยทำอาหารที่ใส่ผักลงไปในหม้อหรือกระทะ ความภูมิใจและตื่นเต้นเล็ก ๆ ในการลงมือทำอาหารด้วยตนเอง จะช่วยให้ลูกอยากลองกินผักในมื้ออาหารที่ตัวเองลงมือทำเองมากขึ้นไปอีก

          7. แปลงร่างผักให้แปลกตา

          ลองดัดแปลงอาหารเมนูผักหน้าตาเดิม ๆ ให้ดูแปลกตาและน่ากินมากขึ้น เช่น ทำสเต๊กจากเนื้อสัตว์บดผสมกับผัก แล้วปั้นเป็นรูปสัตว์น่ารัก ๆ หรือใช้พิมพ์ตัดผักผลไม้เนื้อแข็งอย่างฟักทองหรือแคร์รอตให้เป็นรูปดอกไม้ ลูกก็จะเพลิดเพลินกับการกินผักมากขึ้น

          8. นิทานช่วยได้

          คุณพ่อคุณแม่อาจหาหนังสือนิทานเกี่ยวกับผัก หรือการรับประทานผักมาเล่าให้ลูก ๆ ฟังเป็นนิทานก่อนนอน เพื่อกระตุ้นความสนใจและเป็นการเสริมแรงที่ดีให้ลูกอยากรับประทานผักมากขึ้น หรือลองมายืมหนังสือนิทานภาพที่ TK Park ตามลิสต์ด้านบนไปอ่านเล่นกับลูก ๆ ที่บ้านก็ได้นะ

          9. จัดจานให้น่าสนใจ

          นอกจากการปรุงอาหารให้อร่อยถูกปากแล้ว การนำผักต่าง ๆ มาตกแต่งจานอาหารให้ดูน่าสนใจ หรือจะดัดแปลงเมนูผักเพิ่มลงไปในเมนูโปรดของลูก ก็จะช่วยให้ลูกหยิบผักมากินได้ง่ายขึ้น

 

20240904-Veggie_Kids-4-info.png

บทความแนะนำ

10 ทักษะชีวิตแบบฉบับเด็กยุคเก่า ที่อย่าลืมสอนเด็กรุ่นใหม่
บล็อก

10 ทักษะชีวิตแบบฉบับเด็กยุคเก่า ที่อย่าลืมสอนเด็กรุ่นใหม่

นอกการการเรียนรู้ผ่านสื่อต่างๆ แล้ว พ่อแม่ยุคใหม่ก็ต้องไม่ลืมสอนทักษะชีวิตที่จำเป็นให้ลูก

618
สร้างโลกมหัศจรรย์ให้ลูกด้วยพลังของการ ‘อ่านเล่น’
บล็อก

สร้างโลกมหัศจรรย์ให้ลูกด้วยพลังของการ ‘อ่านเล่น’

ผู้ใหญ่ต้องสนุกกับการอ่านก่อน ถึงส่งต่อพลังให้เด็กๆ ได้

512
4 Smalls จากงานเปิดตัว “LOOK AROUND THE SHELF”
บล็อก

4 Smalls จากงานเปิดตัว “LOOK AROUND THE SHELF”

TK Park สรุปเรื่องราว “เล็ก ๆ” ในวงการผู้ผลิตหนังสือไทย จากงานเปิดตัวสื่อ Data Storytelling ชุด “LOOK AROUND THE SHELF”

181|อ่าน : 10 นาที
วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก
บล็อก

วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก

โลกบังคับให้พวกเขาร้าย พวกเราก็เช่นกัน?

208|อ่าน : 10 นาที
สร้างเด็กยุคใหม่ ให้เป็นฮีโร่พิทักษ์โลก
บล็อก

สร้างเด็กยุคใหม่ ให้เป็นฮีโร่พิทักษ์โลก

สอนเด็กยุคใหม่ให้เข้าใจและรับมือกับ Climate Change

330|อ่าน : 15 นาที
บรรณารักษ์ไฟลุก! รวมสกิลสำคัญของบรรณารักษ์ในโลกร่วมสมัย
บล็อก

บรรณารักษ์ไฟลุก! รวมสกิลสำคัญของบรรณารักษ์ในโลกร่วมสมัย

TK Park ประมวลทักษะที่จำเป็นต่องานบรรณารักษ์ในยุคที่การอ่านและการเรียนรู้ต้องเปลี่ยนตามโลก

852|อ่าน : 10 นาที
ในโลกที่ไม่มีใครเรียนรู้เหมือนกัน
บล็อก

ในโลกที่ไม่มีใครเรียนรู้เหมือนกัน

มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เรียนรู้ด้วยวิธีเดียว บทความนี้ชวนสำรวจ 4 จังหวะการรับรู้ ทั้งการฟัง การมองเห็น การลงมือทำ และการอ่านเขียน เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบเฉพาะตัว และก้าวข้ามมาตรฐานเดียวสู่การเรียนรู้ที่หลากหลาย

206
อะไรรอเราอยู่ในปี 2024?
บล็อก

อะไรรอเราอยู่ในปี 2024?

TK Park มองไปข้างหน้า และเตรียมตัวเดินหน้าสู่ปี 2024 อย่างมั่นคง

223|อ่าน : 12 นาที
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.