This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

สร้างสังคมสุดกรีนด้วยการ “ยืมหนังสือ”

สร้างสังคมสุดกรีนด้วยการ “ยืมหนังสือ”

395

cover.jpg          ขึ้นชื่อว่าคนรักหนังสือ ไม่ว่าใครก็คงอยากซื้อหนังสือเล่มใหม่ของนักเขียนคนโปรดเก็บไว้ให้เต็มห้อง จน “กองดอง” ของหนอนหนังสือบางคนท่วมหัว สุดท้ายมิวายจะต้อง “เคลียร์” หนังสือเล่มเก่าออกเพื่อต้อนรับกองดองล็อตใหม่ที่ถาโถมเข้ามาทุกเทศกาลงานหนังสือ นอกจากจะกลายเป็นเรื่อง “สิ้นเปลือง” เงินในกระเป๋า (อันฟีบแฟบ) ของเราแล้ว บางทียังทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรโลกโดยไม่ตั้งใจอีกด้วยวันนี้พี่ ๆ TK Park มีมุมมองต่อรูปแบบของการแบ่งปันหนังสือ ที่เรียกเท่ๆ ได้ว่าเป็นการใช้งานแบบ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) ที่กำลังเป็นเทรนด์ของโลกในตอนนี้มาเล่าให้ฟัง

01.jpg

            แบ่งปันเรื่องราวสุดฮิต คืนชีวิตให้หนังสือ
            “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) คือแนวคิดว่าเราต้องใช้ผลิตภัณฑ์ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุดเมื่อเทียบกับการใช้ทรัพยากรการผลิตที่สูญเสียไป เมื่อนำมาใช้พิจารณาหนังสือก็จะพบว่า หนังสือหนึ่งเล่มที่เราซื้อมา เราอาจได้อ่านเพียงหนึ่งหรือสองครั้ง หรืออาจแบ่งปันให้เพื่อนในกลุ่มได้อ่านสักสองสามคน เท่ากับว่าเรื่องราวในหนังสือเล่มเดียวได้โลดแล่นในจินตนาการของผู้อ่านไม่ถึงสิบครั้งเท่านั้นก่อนจะกลับไปนอนหงอยเหงาในชั้นหนังสือให้ฝุ่นเกาะหนาเตอะ หรือรอวันถูกขายเลหลัง กลายเป็น “สินค้าที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง” (single use items)

02.jpg

           แต่หากเป็นหนังสือที่วางอยู่บนชั้นหนังสือในห้องสมุด มีผู้ยืมอ่านไปแล้วนับร้อยนับพันคน ก็เท่ากับว่าหนังสือเล่มนั้นได้ทำหน้าที่อย่างคุ้มค่าทุกแผ่นกระดาษและทุกหยดหมึกที่พิมพ์ออกมา เข้ากับนิยามของเศรษฐกิจหมุนเวียนว่า สิ่งของนั้นถูกใช้งานจนเกิดความคุ้มค่าสูงสุดต่อต้นทุนการผลิต แถมยังทำให้หนังสือเล่มนั้นไม่เหงา เพราะมีหนอนหนังสือแวะเวียนมาทักทายไม่ขาดสายอีกด้วย ดังเช่นห้องสมุด TK Park ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2555-2564) หนังสือ 1 เล่ม มีจำนวนการยืมสูงถึง 150 ครั้ง 

03.jpg

           หนังสือหนึ่งเล่มใช้ทรัพยากรการผลิตมากกว่าที่คิด
           บางคนอาจจะตั้งคำถามว่า หนังสือแค่เล่มเดียวจะสิ้นเปลืองทรัพยากรการผลิตมากแค่ไหนกัน หากเราเคยดูหรือเคยอ่าน The Story of Stuff เรื่องเล่าของข้าวของ (ผู้เขียน : Annie Leonard ผู้แปล : พลอยแสง เอกญาติ) จะพบว่ากว่าจะมาเป็นหนังสือหนึ่งเล่มนั้นต้องใช้ทรัพยากรและผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรมมากมาย แม้จะบอกว่าเมื่อเทียบกับสินค้าอื่นแล้ว หนังสือสิ้นเปลืองแค่กระดาษเท่านั้น แต่ที่จริงแล้ว กระดาษที่ใช้ทำหนังสือนั้นมาจากป่าที่ปลูกขึ้นเฉพาะสำหรับทำกระดาษ ซึ่งส่วนมากเป็นพืชเชิงเดี่ยว ขาดความหลากหลายทางชีวภาพ ซ้ำพื้นที่ป่ากระดาษยังรุกรานพื้นที่ป่าจริง ๆ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์อื่น ๆ ด้วย กระบวนการผลิตหนังสือหนึ่งเล่มจึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่เราคิด

           อีบุ๊กอาจยังไม่ใช่คำตอบของเศรษฐกิจหมุนเวียน
           นักอ่านสายไอทีอาจเสนอไอเดียเด็ดว่าเราก็เปลี่ยนหนังสือกระดาษเป็น E-book ให้หมดเสียเลยสิ ยิ่งสมัยนี้การแสดงผลในเครื่องอ่านอีบุ๊กแทบจะไม่ต่างจากการอ่านกระดาษแล้ว แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเงินมากพอจะถอยเครื่องอ่านเหล่านี้มาใช้ แถมกว่าจะผลิตเครื่องอ่านอีบุ๊กขึ้นมาสักเครื่องก็ต้องใช้แร่สำหรับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่หายาก และกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่ปล่อยของเสียออกมามากมาย กว่าจะใช้งานถึงจุด “คุ้มค่า” ก็ไม่แน่ว่าเจ้าเครื่องนั้นอาจพังเสียก่อน กลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้ลำบากสิ่งแวดล้อมไปอีก

04.jpg

          สบายตา สบายใจ ไม่ต้องหาที่เก็บ
          นักสะสม “กองดอง” คงพอจะนึกออกว่า กองภูเขาหนังสือที่รีบคว้ามาจากงานเทศกาลหนังสือนั้นกินพื้นที่ในบ้านมากแค่ไหน บางคนเก็บในชั้นหนังสือไม่พอก็ต้องยกไปวางบนตู้ โต๊ะ เตียง จนแทบจะพลิกตัวนอนไม่ได้เพราะติดกองหนังสือ บางคนอาจเลยเถิดไปถึงการซื้อตู้หนังสือเพิ่มหรือต่อเติมห้องสำหรับเก็บหนังสือใหม่ ยิ่งเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรอื่น ๆ มากขึ้นอีก อย่าลืมว่าบ้านที่รกด้วยกองหนังสือ ไม่เพียงส่งผลต่อการใช้ชีวิต แต่ยังส่งผลทำให้จิตใจไม่ปลอดโปร่งอีกด้วย จะดีกว่าไหมถ้าเรา “เปลี่ยน” ความคิด  “ปล่อย” ความต้องการครอบครองหนังสือหลาย ๆ เล่มไป เลือกเฉพาะเล่มที่ทัชหัวใจเก็บไว้พอประมาณ เล่มที่เหลือถ้าอยากอ่านก็เพียงแค่เดินไปหยิบยืมจากห้องสมุดใกล้บ้านมาชดเชยในวันที่คิดถึง

05.jpg

           การยืมทำให้สิ่งแวดล้อมยั่งยืนกว่าการซื้อ
           เมื่อคิดในแง่ของเศรษฐกิจหมุนเวียนแล้ว หนังสือหนึ่งเล่มในห้องสมุดอาจสร้างประโยชน์ได้มากมายมหาศาลเมื่อเทียบกับทรัพยากรการผลิตที่เสียไป เพราะหนังสือได้เปลี่ยนสภาพจาก สินค้าที่ใช้ครั้งเดียว  หรือ ใช้ไม่กี่ครั้งโดยคนๆเดียว มาเป็นสินค้าที่มีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง หนังสือที่มีต้นทุนการผลิตเล่มละ 100-200 บาท อาจทำให้คนอ่านได้สนุกกับเรื่องราวมากกว่าหนึ่งร้อยหรือหนึ่งพันคน เท่ากับว่าทรัพยากรของโลกที่ใช้สร้างความสุขผ่านตัวหนังสือต่อหนึ่งคนยิ่งลดน้อยลงไป นอกจากจะประหยัดทรัพยากรโลกแล้วก็ยังช่วยประหยัดทรัพยากรในกระเป๋าเงินใบน้อยของเราอีกด้วย เช่น หากเราเป็นสมาชิก TK Park เสียค่าสมาชิกเพียงปีละ 100-200 บาท หากได้อ่านหนังสือสักปีละ 50 เล่ม ก็เท่ากับว่าเราเสียเงินไปกับความเพลิดเพลินผ่านตัวหนังสือเพียงเล่มละ 2-4 บาทเท่านั้นเอง 

06.jpg

          แชร์หนังสือร่วมกัน สรรสร้างจิตสาธารณะ
          หนอนหนังสือบางคนอาจรักหนังสือยิ่งชีพ ริ้นไม่ให้ไต่ ร่องรอยอะไรก็ไม่ให้มี แต่บางคนก็ชอบขีดเขียนความคิดลงในหนังสือ หรือบางครั้งก็พกเข้าไปในห้องน้ำ วางในที่ที่ไม่ควรวาง เผลอทำน้ำหกเลอะเทอะ พับมุมพับหน้าจนหนังสือยับเยิน ทั้งหมดนี้คงไม่เป็นไรหากหนังสือเล่มนั้นเป็นสมบัติส่วนตัวของแต่ละคน แต่หากเป็นหนังสือของห้องสมุดซึ่งเป็นสมบัติส่วนรวม คนที่ยืมหนังสือต่อจากนักอ่านคนนั้นเห็นสภาพหนังสือที่เหมือนผ่านสงครามมาคงต้องใจสลาย
           ดังนั้นการหันมาอ่านหนังสือ “ร่วมกัน” ในห้องสมุดแทนการซื้อหนังสือเป็นสมบัติส่วนตัวนับเป็นการฝึกฝนจิตสาธารณะให้เรารู้จักรักและถนอมหนังสือมากขึ้น เพื่อให้หนังสือหนึ่งเล่มมีอายุการใช้งานจนถึงจุดที่คุ้มค่าตามหลักของเศรษฐกิจหมุนเวียน เพราะหากเราคืนหนังสือกลับไปในสภาพยับเยิน สิ่งที่ต้องเสียไม่ใช่แค่ค่าปรับเท่านั้น แต่คือการสิ้นเปลืองทรัพยากรการฟื้นฟูหนังสือให้กลับมามีสภาพดังเดิม หรืออาจจะต้องซื้อเล่มใหม่ ซึ่งหมายถึงต้องผ่านกระบวนการผลิตหนังสือเล่มใหม่เพื่อมาทดแทนเล่มเดิมที่อาจต้องนำไปทำลายทิ้ง
           ในยุคสมัยที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมกำลังทวีความรุนแรงขึ้นทั้งสภาวะโลกร้อน ปัญหาขยะล้นโลก นักอ่านอย่างเราก็คงไม่พ้นต้องรับผลกระทบในอนาคต จะดีกว่าไหมถ้าจะมาร่วมสร้างโลกที่น่าอยู่ตั้งแต่วันนี้ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพียงแค่หยิบบัตรห้องสมุดใกล้บ้าน เลือกหยิบยืมหนังสือที่วางเหงาอยู่บนชั้นหนังสือมานาน ก็ช่วยให้หนังสือเล่มหนึ่งได้ฟื้นคืนชีวิตและโลดแล่นในจินตนาการอย่างคุ้มค่าที่ได้เกิดมา (ผลิตมา) เป็นหนังสือแล้ว

           รายการอ้างอิง
           Romee. (2018). Circular Economy: The Book Library. Retrieved February 9, 2022, from https://www.whenateengoesgreen.com/circular-economy-the-book-library/?

            Younghee Noh. (2016). A Study on Applying the Sharing Economy to Libraries. Retrieved February 9, 2022, from https://www.researchgate.net/publication/309819556_A_Study_on_Applying_the_Sharing_Economy_to_Libraries

February 17, 2022

Recommended articles

เศรษฐกิจโฉมใหม่ ในยุคสมัยของครีเอเตอร์
Blog

เศรษฐกิจโฉมใหม่ ในยุคสมัยของครีเอเตอร์

ยุคแห่ง “ครีเอเตอร์” ที่คนธรรมดาสามารถสร้าง “คอนเทนต์” และ “แชร์” เรื่องราวเหล่านี้ผ่านช่องทางออนไลน์

10 เรื่องขำๆ ของ สตีเฟน คิง
Blog

10 เรื่องขำๆ ของ สตีเฟน คิง

ชวนสำรวจเรื่องราวสุดแปลกของพ่อมดแห่งโลกสยองขวัญ

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ
Blog

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ

เมื่อครอบครัวไม่ได้ตั้งกฎ แต่เริ่มฟังกันใหม่อีกครั้ง

Meanlee กับลายเส้นที่เปิดพื้นที่ให้ความต่างอยู่ร่วมกัน
Blog

Meanlee กับลายเส้นที่เปิดพื้นที่ให้ความต่างอยู่ร่วมกัน

ลายเส้นของ มีน – ธันยธรณ์ ลี้ไวโรจน์ คือภาพแทนแนวคิด “The Difference” ของ Learning Fest Bangkok 2026

วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก
Blog

วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก

โลกบังคับให้พวกเขาร้าย พวกเราก็เช่นกัน?

ฉันและเธอ เติบโตด้วยกัน
Blog

ฉันและเธอ เติบโตด้วยกัน

TK Park ชวนพ่อแม่ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเข้าใจธรรมชาติ และเติบโตไปพร้อมกัน

ใครกินอะไรไม่สำคัญ แต่ลูกฉันต้องได้กินผัก!
Blog

ใครกินอะไรไม่สำคัญ แต่ลูกฉันต้องได้กินผัก!

TK Park ส่งท้ายนิทรรศการ Le petit chef ที่ห้องเด็ก TK Park (ก.ค. ถึง ก.ย. 67) โดยชวนพ่อแม่พาเด็ก ๆ หัดกินผัก

23 เมษายน วันหนังสือและลิขสิทธิ์โลก เพราะคนบ้าหนังสือไม่ได้มีแค่คุณ
Blog

23 เมษายน วันหนังสือและลิขสิทธิ์โลก เพราะคนบ้าหนังสือไม่ได้มีแค่คุณ

TK Park รวบรวมเรื่องราวเกร็ดเล็กน้อยของโลกหนังสือและลิขสิทธิ์ เฉลิมฉลอง World Book and Copyright Day ปี 2024

43
141
7
6
6
|Read : 10 min
11
|Read : 10 min
21
|Read : 10 min
553
|Read : 15 min