This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

ประสบการณ์แบบหมอๆ จากเจ้สู่คุณหมอนักเล่าเรื่อง ‘น.พ.อุเทน บุญอรณะ’

ประสบการณ์แบบหมอๆ จากเจ้สู่คุณหมอนักเล่าเรื่อง ‘น.พ.อุเทน บุญอรณะ’

293
March 14, 2023

TK Park Wake up ชะนี.jpg

          ‘อยากเป็นหมอ’ คำพูดติดหูที่สะท้อนค่านิยมของสังคมไทยที่มักส่งเสริม สนับสนุน (แกมบังคับเล็กๆ) ให้ลูกหลานเรียนหมอ เพราะเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ได้รับการยกย่องนับหน้าถือตาจากสังคม แต่เมื่อได้เป็นหมอแล้ว ชีวิตจะเป็นอย่างที่วาดฝันไว้หรือไม่ จะมีใครตอบได้ดีกว่าหมออีกล่ะ ...จริงไหม

          น.พ.อุเทน บุญอรณะ หรือหมอเกาลัด นอกจากเป็นอายุรแพทย์โรคระบบประสาทและสมองแล้ว เขายังหลงใหลในศาสตร์การเล่าเรื่อง เลยจัดสรรเวลาว่างหลังจากการทำหน้าที่หมอมาจับปากกา สวมอาชีพนักเขียน มีผลงานหนังอย่าง ‘กว่าเจ้จะเป็นหมอ’ ‘Wake Up ชะนี’ และ ‘เป็นผู้ใหญ่ใครว่าไม่เจ็บ’ และยังเป็นเจ้าของเพจหมอตุ๊ด ที่เล่าประสบการณ์ชีวิตตัวเองอย่างออกรส

          หมอเกาลัดจะมาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตหมอ ว่ากันตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นนักศึกษาแพทย์ ไปจนถึงการควบสองอาชีพไว้ในตัวเอง แถมด้วยคำแนะนำสำหรับผู้ที่อยากสวมเสื้อกาวด์รักษาคนไข้

TK Park หมอ.jpg

  • 5 ข้อ ว่าที่นักศึกษาแพทย์ต้องรู้

          เชื่อว่า หลายคนอาจยังเข้าใจผิดหรือสับสนเกี่ยวกับอาชีพหมอ หมอเกาลัดเลยส่ง 5 เช็กลิสต์มาให้สำรวจและปรับความเข้าใจอาชีพนี้ให้ถูกต้องตรงกัน

          ข้อหนึ่ง : วิชาฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ที่เรียนช่วงมัธยมปลาย เพื่อใช้สอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ แต่เมื่อเริ่มเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 จะต้องเรียนใหม่ทั้งหมด และวิชาที่ใช้เยอะที่สุดคือวิชาภาษาอังกฤษ เพราะต้องอ่าน Textbook หลายเล่มมาก

          ข้อสอง : คณะแพทยศาสตร์ ไม่มีสาขาวิชาเอก เราเรียนทุกวิชาเหมือนกันจนจบ 6 ปี จากนั้นจึงเรียนเพิ่มพูนทักษะอีก 3 ปี แล้วทำงานเพื่อเรียนรู้ว่าชอบด้านไหน แล้วจึงกลับมาเรียนต่อเฉพาะทางในสาขาที่สนใจ ซึ่งแต่ละสาขามีระยะเวลาเรียนแตกต่างกัน เช่น อายุรกรรมเรียน 3 ปี ศัลยกรรมสมองเรียน 6 ปี เป็นต้น  

          ข้อสาม :  คณะแพทยศาสตร์เรียนไม่ยาก แค่เรียนเยอะ งานเยอะ ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือเยอะ แค่อ่านให้ครบ ทำความเข้าใจ จับประเด็นให้ได้ก็เพียงพอแล้ว

          ข้อสี่ :  ชีวิตหมอแบ่งตามลำดับความสำคัญเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก เราต้องมอบชีวิตให้คนไข้ ส่วนที่สอง ให้ครอบครัว ส่วนที่สามถึงจะเป็นชีวิตส่วนตัว 

          ข้อห้า : หมอเป็นอาชีพที่มั่นคง ไม่จริงเสมอไป ดูจากช่วงที่โรคโควิด-19 ที่ผ่านมา หมอหลายคนที่มีคลินิกต้องปิดกิจการกันเยอะมาก ปัจจุบันอาชีพแพทย์ยังถือว่าขาดแคลนมาก โดยเฉพาะแพทย์เฉพาะทาง

TK Park แนะให้แนว หมอ.jpg

  • ชีวิตหมอที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

          หมอเกาลัดพาย้อนเวลากลับไปช่วงเป็นนักศึกษาแพทย์ “ช่วงที่ลำบากสุดคือตอนปี 4 คือปี 1 เราเรียนรวมกับเด็กวิทย์ทั่วไป ปี 2 - 3 เริ่มสนุกเพราะเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ผ่าอาจารย์ใหญ่ทั้งวันทั้งคืน แต่พอปี 4 ขึ้นไป ต้องสลัดคราบนักศึกษาไปเป็นแพทย์ฝึกหัด ทำงานในโรงพยาบาล บอกเลยว่าวิถีชีวิตเปลี่ยนแทบทุกอย่าง จากการเข้าเรียน 9 โมงเช้า เลิก 4 โมงเย็น กลายเป็นต้องเข้าวอร์ดตั้งแต่ 6 โมงเช้า ออกจากโรงพยาบาล 2 ทุ่ม และถ้าต้องอยู่เวรก็อาจจะอยู่ยาวจนถึงเที่ยงคืน การพูด ต้องสื่อสารภาษาแพทย์กับรุ่นพี่และอาจารย์ เพราะฉะนั้น การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญมากในการเรียนแพทย์”

          จบจากการเป็นแพทย์ฝึกหัด ก็ต่อด้วยไปเป็นแพทย์เพิ่มพูนทักษะอีก 3 ปี หลังจากนั้นถึงเข้าสู่การเรียนแพทย์เฉพาะทางที่เลือกได้ตามความถนัด ใครวางแผนอยากเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางในต่างประเทศ จะต้องไปสอบใบประกอบวิชาชีพที่ประเทศนั้นก่อน

          “อย่างเราไปเรียนต่อเฉพาะทางที่อเมริกา ก็ต้องไปสอบใบประกอบวิชาชีพที่นั่นก่อน แล้วค่อยไปเรียน แต่พอกลับไทยก็มีกฎหมายบังคับว่า ถ้าจะเป็นแพทย์เฉพาะทางในไทย ต้องสอบใบประกอบวิชาชีพของไทยด้วย แม้จะสอบมาแล้วจากต่างประเทศ ก็ต้องสอบใหม่”

TK Park แนะให้แนว หมอ หมอเกาลัด.jpg

  • หมอไม่ใช่อาชีพ แต่คือวิถีชีวิต

          แนวทางการรักษาผู้ป่วยในปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยและการตัดสินใจของหมอเพียงอย่างเดียว หมอต้องคุยกับญาติเพื่อทราบถึงความต้องการของผู้ป่วยให้ชัดเจน เพราะเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการรักษา “ต้องให้ความสำคัญกับการเคารพการตัดสินใจของผู้ป่วย เพราะท้ายที่สุด เป็นสิ่งที่หมอต้องปฏิบัติกับร่างกายของเขา ปัจจุบันหมอจึงมีหน้าที่ให้แนวทางแก่การรักษาเท่านั้น แล้วให้ผู้ป่วยได้ตัดสินใจเลือกทางที่ตัวเองต้องการ” 

          นอกจากนี้ อาชีพหมอจะติดตัวเราตลอดไป “การเรียนคณะแพทย์ต้องเข้าใจก่อนว่า การเป็นแพทย์ไม่ได้เป็นแค่อาชีพ แต่เป็นวิถีชีวิต เพราะไม่ว่าเรากำลังใช้ชีวิตส่วนตัวอยู่ ถ้าถูกเรียกตัว ก็ต้องรีบเข้าโรงพยาบาลทันที ดังนั้น หากตัดสินใจเรียนคณะแพทย์แล้ว อย่าถามตัวเองว่าอยากทำอาชีพนี้ไหม ให้ถามว่าอยากจะใช้วิถีชีวิตแบบนี้ไหม ต้องนึกถึงคนในครอบครัว และผู้ร่วมชีวิตในอนาคตว่าจะเข้าใจเราไหม และที่สำคัญสุด เราเข้าใจตัวเองหรือเปล่า และยอมรับได้ไหม”

TK Park แนะให้แนว หมอ หมอเกาลัด.jpg

  • หมอสายไฮบริด

          สำหรับการเป็นคุณหมอนักเขียนของหมอเกาลัดนั้น ได้รับทั้งคำแนะนำที่ดีและแรงสนับสนุนจากคนรอบข้างเสมอมา ตั้งแต่คุณพ่อที่สอนให้มุ่งให้ความสำคัญถึงการเลือกเรียนในสาขาวิชาที่ใช้ประกอบอาชีพเลี้ยงตัวได้ แต่ก็สอนให้ตระหนักถึงโลกความเป็นจริงควบคู่ไปด้วย

          ส่วนคุณแม่บอกเสมอว่า “การเป็นนักเขียนต้องมีเรื่องให้เล่า จงไปผจญภัยก่อนเพื่อหาเรื่องมาเล่า”

          และสุดท้ายคือครูแนะแนวที่สอนไว้ว่า “เด็กทุกคนมี 2 ส่วนที่สำคัญคือ 1. ชีวิต 2. ความฝัน ไม่จำเป็นต้องทำงานที่เกี่ยวกับความฝัน ถ้าเราทำงานอะไรสักอย่างที่ทำให้ชีวิตเราดี เลี้ยงตัวได้ เราจะมีเวลามาสานฝันต่อ แต่ถ้าเราไม่มีชีวิต ก็จะไม่มีความฝัน ส่วนการนำอาชีพกับความฝันมาผสมกัน บางคนโชคดีได้ทำงานในสิ่งที่รักมาโดยตลอด แต่ถ้าวันไหนเกิดหงุดหงิดและเบื่องานมาก เราจะไม่เหลือความฝันแล้วนะ เพราะงานที่ทำเกี่ยวความฝันของเราไว้ด้วย เมื่อนั้นเราจะอ้างว้างมาก”

          คำสอนและคำแนะนำเหล่านั้นนำพาให้หมอเกาลัดตัดสินใจเลือกยึดอาชีพแพทย์ไว้หาเลี้ยงตน และตกตะกอนทุกมุมมอง ทุกปัญหาและทุกความรู้สึกที่ได้เรียนรู้จากบทบาทหมอ และแง่มุมของคนไข้ มาถ่ายทอดลงในหนังสือในฐานะนักเขียน ซึ่งเป็นอีกความฝันของเขานั่นเอง สมกับฉายา ‘หมอสายไฮบริด’

          สำหรับแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือ หมอเกาลัดยืนยันว่าควรเริ่มต้นจากการอ่าน “สิ่งที่นักเขียนต้องทำมากกว่าการเขียนคือ ต้องอ่าน” หมอเกาลัดยังบอกเพิ่มเติมอีกด้วยว่า “การอ่านทำให้เรามีคลังสะสมด้านภาษา สักพักในหัวจะเพิ่มพูนไปด้วยตัวอักษรมากมาย กระทั่งวันหนึ่งแรงใจต่อการเขียนหนังสือสักเล่มจะมาเอง”

TK Park หมอเกาลัด แนะให้แนว.jpg

  • จัดเวลาด้วยการลำดับความสำคัญ

          อย่างที่ทราบกันว่า หมอต้องสละชีวิตส่วนตัวเพื่อทุ่มเทให้คนไข้ แล้วการเป็นหมอสายไฮบริด ที่ทำมากกว่าอาชีพหมอจะต้องจัดสรรเวลาอย่างไร? หมอเกาลัดยิ้มก่อนตอบว่า “มีวินัย” ตามด้วยเคล็ดลับการจัดเวลาที่เขาได้มาจากการอ่านหนังสือ

          “การลำดับความสำคัญว่า ณ เวลานี้ อะไรสำคัญสุด อะไรรีบด่วนสุด ลำดับให้ดีแล้วค่อยๆ ทำไป ส่วนเรื่องอยากเป็นอะไร ไม่ต้องกะเกณฑ์มาก เพราะความอยากเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เราเป็นคนใหม่ได้ในทุกเช้าที่ตื่น ดังนั้นให้คิดแค่ว่า จงพร้อมกับทุกสถานการณ์ เตรียมสิ่งที่ต้องทำแล้วทำเลย วันนี้อยากสอบเข้าที่นี่ ก็พร้อม พรุ่งนี้อยากสอบเข้าอีกคณะ ก็พร้อม  ถ้าจัดลำดับความสำคัญได้ การแบ่งเวลาจะมาเอง”

  • ความกดดัน...ความสุข...และผองเพื่อน

          ใครที่ตั้งใจเรียนคณะแพทยศาสตร์ก็ดี หรือได้เข้าเรียนแล้วก็ดี สิ่งที่ต้องพบเจอแน่ๆ ตลอดการเป็นนักศึกษาแพทย์คือ ความเครียดและความกดดัน ‘อย่าอยู่คนเดียว’ คือสิ่งหมอเกาลัดเน้นย้ำเสียงหนักแบบที่ต้องทำตัวหนาให้คำนี้เลย “ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรียนหมอนั้นเครียดมาก แต่ก็มีวิธีที่ช่วยให้ผ่านพ้นไปได้ นั่นก็คือ General Life เป็นการเรียกตามจิตวิทยา ให้คิดว่าไม่ใช่เราที่เหนื่อยและเศร้าคนเดียว เพื่อนข้างๆ ก็เหนื่อยเหมือนกัน เราสอบตก ก็มีเพื่อนที่ตกไปกับเราด้วย เมื่อเรามีเพื่อน จะผ่านพ้นไปได้เสมอ  อาจารย์คณะแพทย์จึงพูดเสมอว่า อย่าบินเดี่ยว ให้ไปกันเป็นกลุ่ม”

          การเรียนเป็นเรื่องสำคัญแต่ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต จงอย่าลืมการใช้ชีวิตของตัวเองด้วย

          “ใน 1 วัน เราต้องมีชีวิตในส่วนของความฝันด้วยอย่างที่บอกไป เราทำงานเพื่อให้ใช้ชีวิตได้ และแบ่งเวลามาทำตามความฝัน เช่น อ่านหนังสือที่อยากอ่าน กินอาหารที่อยากกิน ต้องบอกตัวเองให้ได้ว่าชีวิต ณ ตอนนี้ กิจกรรมอะไรสร้างความสุขให้เรามากที่สุด แล้วแบ่งเวลาใน 1 วันให้ได้ว่า จะต้องได้ทำกิจกรรมที่ตัวเองมีความสุขนะ จะมากหรือน้อยก็ต้องมอบความสุขให้ตัวเองนะ แล้วค่อยไปนอน”

Recommended articles

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”
Blog

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”

“เราคิดทัน AI หรือเปล่า?” และ “ในวันที่ AI เข้ามาช่วยคิดมากขึ้น เราควรปรับบทบาทตัวเองไปในทางไหน?”

13
มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม
Blog

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม

"ถ้าในชีวิตจริงเราไม่วิจารณ์คนแปลกหน้า... แล้วทำไมบนโลกออนไลน์เราถึงทำ?" อย่าปล่อยให้ อิสระ บนหน้าจอ ทำเราลืมมารยาทและคุณธรรมที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะโลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว และไม่ใช่อภิสิทธิ์ในการทำร้ายใคร

13
สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม
Blog

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม

บทเรียนเล็ก ๆ ของการอ่านสื่อร่วมสมัย ที่เริ่มจากสตรอว์เบอร์รีร้องไห้ในฟีดมือถือ แล้วค่อย ๆ พาเราตั้งคำถามว่า ทำไมเราจึงเข้าใจความเจ็บปวดของผลไม้ที่ไม่มีอยู่จริงได้เร็วขนาดนี้ โดยไม่ต้องอ่านตำราเล่มหนา

14
วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ
Blog

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ

เมื่อครอบครัวไม่ได้ตั้งกฎ แต่เริ่มฟังกันใหม่อีกครั้ง

6
อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้
Blog

อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้

เรื่องราวจาก Human Library: Stranger Talk จาก Learning Fest Bangkok 2026

4
Meanlee กับลายเส้นที่เปิดพื้นที่ให้ความต่างอยู่ร่วมกัน
Blog

Meanlee กับลายเส้นที่เปิดพื้นที่ให้ความต่างอยู่ร่วมกัน

ลายเส้นของ มีน – ธันยธรณ์ ลี้ไวโรจน์ คือภาพแทนแนวคิด “The Difference” ของ Learning Fest Bangkok 2026

6
วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก
Blog

วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก

โลกบังคับให้พวกเขาร้าย พวกเราก็เช่นกัน?

6|Read : 10 min
JOMO, FIRE, SINKs ชีวิตยุคนี้มีหลายสไตล์!
Blog

JOMO, FIRE, SINKs ชีวิตยุคนี้มีหลายสไตล์!

TK Park ชวนมองวิถีชีวิตของคน Gen ใหม่ ที่อาจเปลี่ยนจากเดิมไปตลอดกาล

95|Read : 12 min
Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.