This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

การบ้านเปลี่ยนโลก: เมื่อความคิดของเด็ก กลายเป็นโปรเจ็กต์ทรงคุณค่า

การบ้านเปลี่ยนโลก: เมื่อความคิดของเด็ก กลายเป็นโปรเจ็กต์ทรงคุณค่า

9 | Read : 12 min
October 16, 2025

CoverWeb.jpg

 

          เมื่อการบ้านของเด็ก กลายเป็นสิ่งที่โลกรอคอย

การบ้านจะหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าไม่ได้มีไว้แค่ทบทวนบทเรียน วัดความจำ และทดสอบความเข้าใจ แต่เป็นโจทย์ปลายเปิดที่ทำให้เด็กและเยาวชนคิดและทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น 

          อุทยานการเรียนรู้ TK Park พาไปดู "การบ้าน" ของเด็กทั่วโลก ที่ทำให้เราเห็นว่าเมื่อเด็ก ๆ พบแรงบันดาลใจ ได้โอกาสสำรวจปัญหา เข้าถึงแหล่งข้อมูล รู้จักวัสดุและเครื่องไม้เครื่องมือ ได้ใช้จินตนาการ และต่อยอดความรู้ด้วยตัวเอง พวกเขาก็สามารถทำการบ้านให้กลายเป็นโปรเจ็กต์น่าประทับใจแบบที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึง

 

01.jpg

 

          BEACON เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อเพื่อนที่ห่างไกล

          ไฟฟ้าช่วยอำนวยความสะดวกและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในหลาย ๆ ด้าน ทว่าบนโลกใบนี้ยังมีชุมชนห่างไกลอีกมากที่ผู้คนยังไม่มีไฟฟ้าใช้

         แต่ ฮานนาห์ เฮิร์บส์ (Hannah Herbst) นักเรียนมัธยมจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ประเทศที่ทุกคนสามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานได้ตามปกติ เพิ่งรู้เรื่องนี้ หลังจากที่เธอติดต่อกับเพื่อนทางจดหมายที่อยู่ประเทศเอธิโอเปียมานานหลายปี 

          เมื่อรู้ว่าครอบครัวของเพื่อนและอีกหลายล้านคนทั่วโลกต้องอยู่ท่ามกลางความมืดมิดในตอนกลางคืนเพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ ฮานนาห์ที่สนใจในเรื่องวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว จึงใช้เวลาหลายปีในการค้นคว้าและทดลอง จนได้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดพกพาที่มีชื่อว่า ‘BEACON’ ทำงานโดยการเปลี่ยนคลื่นและกระแสน้ำในมหาสมุทรให้กลายเป็นพลังงาน กักเก็บไว้ในอุปกรณ์ ก่อนจะแปลงเป็นไฟฟ้าที่เพียงพอสำหรับใช้งานในครัวเรือน 

          ชิ้นส่วนหลายอย่างใน BEACON ทำจากพลาสติกที่สร้างขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ จึงทำให้ต้นทุนไม่สูงมาก ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนา หลังจากที่ฮานนาห์นำเสนอโครงงานของเธอในงานประกวดสิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ ผลงานชิ้นนี้ก็ทำให้เธอได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ และที่สำคัญไปกว่านั้น ผลงานของเธอก็ได้รับการผลิตจริง และถูกส่งไปให้ครอบครัวเพื่อนของเธอที่เอธิโอเปีย นำพาแสงแห่งความสุขให้คนมากมายไม่ต้องอยู่ท่ามกลางความมืดมิดอีกต่อไป  

 

02.jpg

 

          Braigo เครื่องพิมพ์อักษรเบรลล์จากตัวต่อเลโก้

          ครั้งหนึ่ง ซุบฮัม บันเนอร์จี (Shubham Banerjee) เด็กชายวัย 12 ปี ที่อาศัยอยู่ในซานตา คลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา บังเอิญเห็นใบปลิวโครงการช่วยผู้พิการทางสายตา ทำให้เขาสงสัยขึ้นมาว่าคนตาบอดนั้นอ่านหนังสือกันอย่างไร หลังจากค้นคว้าจนได้รู้จักกับอักษรเบรลล์เขาก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่าเครื่องพิมพ์สำหรับอักษรเบรลล์นั้นมีราคาแพงมาก คิดเป็นเงินหลายพันดอลลาร์!

          ซุบฮัมใช้เวลานานนับเดือนในการทดลอง เพื่อค้นหาว่าเขาจะสามารถสร้างเครื่องพิมพ์อักษรเบรลล์ในราคาที่เป็นมิตรต่อผู้พิการทางสายตาได้อย่างไร จนกระทั่งเขาทดลองสร้างต้นแบบจากของเล่นชิ้นโปรดอย่างตัวต่อเลโก้ มาผสานเข้ากับมอเตอร์หุ่นยนต์ จนได้ ‘Braigo’ เครื่องพิมพ์อักษรเบรลล์จากตัวต่อเลโก้ราคาไม่แพงที่ใช้งานได้จริง ลดต้นทุนลงเกือบสิบเท่าเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์ทั่วไป

          ผลงานนี้ถูกนำเสนอในงานวิทยาศาสตร์และสร้างเสียงฮือฮาในแวดวงเทคโนโลยีอย่างมาก ต่อมาเขาตั้งบริษัทเล็ก ๆ ชื่อว่า Braigo Labs Inc. เพื่อพัฒนาต้นแบบเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่ พร้อมเปิดเผยดีไซน์และซอฟต์แวร์แบบ Open Source ให้ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ฟรี เรียกว่าโครงงานวิทยาศาสตร์ชิ้นนี้ของเขา ไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจให้นักประดิษฐ์รุ่นเยาว์คนอื่น ๆ แต่ยังมอบโอกาสให้ผู้พิการทางสายตาทั่วโลก สามารถเข้าถึงสื่อสิ่งพิมพ์อักษรเบรลล์ได้ง่ายขึ้นในราคาที่เป็นมิตรยิ่งกว่าเดิม

 

03.jpg

 

          Easy-wrap Finger Plaster พลาสเตอร์ติดง่ายไม่ง้อใคร

          มุมมองของเด็กนั้นเรียบง่าย ไม่ซับซ้อนเท่าผู้ใหญ่ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรละเลย เพราะบางครั้งความคิดเรียบง่ายนั้นเองก็ทำให้เด็ก ๆ สามารถคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยแก้ปัญหาเดิม ๆ ได้ง่ายดาย แบบที่ผู้ใหญ่นึกกันไม่ออก 

          โคโตเนะ อุกาโมจิ (Kotone Ugamochi) เด็กนักเรียนหญิงญี่ปุ่นวัย 10 ปี บังเอิญถูกมีดบาดนิ้วอยู่บ่อยครั้ง ด้วยเหตุนั้นเองทำให้เธอสังเกตว่าพลาสเตอร์ปิดแผลที่มีอยู่ในท้องตลาดช่างไม่ตอบโจทย์การใช้งานด้วยตนเองเอาเสียเลย ทั้งปลายพลาสเตอร์สองข้างที่เผลอทีไรก็จะแปะติดกันอยู่เรื่อย พอแกะออกมาแปะใหม่ พลาสเตอร์ก็ยับย่นไม่แนบสนิทไปกับนิ้ว หากจะติดได้อย่างสมบูรณ์แบบก็ต้องให้คนอื่นช่วยติดให้ ทำให้เด็ก ๆ อย่างเธอต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่อยู่เสมอ 

          ระหว่างที่โรงเรียนปิดเทอมฤดูร้อน เธอจึงได้ริเริ่มประดิษฐ์พลาสเตอร์ที่ใช้งานง่ายขึ้น สามารถแปะได้ด้วยตัวเอง แล้วเอาไปส่งเป็นการบ้านปิดเทอม โดยเธอได้แก้ปัญหานี้ง่าย ๆ ด้วยการย้ายแผ่นซับแผลสีขาวที่ปกติจะถูกจัดวางไว้กลางแผ่นพลาสเตอร์ ไปไว้ใกล้ปลายด้านหนึ่ง เมื่อแปะลงบนแผลแล้วก็สามารถพันปลายด้านยาวรอบนิ้วได้ง่าย ๆ ด้วยตัวคนเดียว

          สิ่งประดิษฐ์นี้นอกจากจะได้รับรางวัลจากระดับจังหวัดและระดับนานาชาติแล้ว ยังไปเตะตาเครือบริษัทร้านขายยาชื่อดังอย่าง Matsumoto Kiyoshi จนได้รับการติดต่อซื้อสิทธิบัตรแล้วนำไปพัฒนาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่วางขายได้จริงและได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ

 

04.jpg

 

          KalamSat ดาวเทียมรุ่นจิ๋วที่เบาที่สุดในโลก

          ริฟัท ชารุค (Rifath Shaarook) คือเด็กหนุ่มขี้อายจากเมืองเล็ก ๆ ในทมิฬนาดู ประเทศอินเดีย ตอนอายุได้ 15 ปี เขาได้เข้าร่วมแข่งขันโครงการประกวดนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ และได้สร้างบอลลูนสำรวจอากาศที่บรรจุก๊าซฮีเลียมขึ้นมา นับแต่นั้นประตูสู่โลกแห่งการประดิษฐ์ของเขาก็ได้เปิดออก

          ไม่กี่ปีต่อมาเขาและทีมนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์คนอื่น ๆ ก็ได้สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการเทคโนโลยีอวกาศ นั่นก็คือดาวเทียมขนาดเล็กที่มีน้ำหนักเบาที่สุดที่โลกเคยมีมา! โดยเขาได้ตั้งชื่อมันว่า ‘KalamSat’ ตามชื่อประธานาธิบดีคนที่ 11 ของอินเดีย อับดุล กลาม (Abdul Kalam) ผู้ส่งเสริมวงการวิทยาศาสตร์อินเดียมาโดยตลอด

          KalamSat สร้างจากคาร์บอนไฟเบอร์จากงานพิมพ์ 3 มิติ มีน้ำหนักเพียง 65 กรัม และสามารถโคจรในอวกาศได้นานถึง 4 ชั่วโมง ผลงานนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศจากโครงการประกวด Cubes in Space แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น ดาวเทียมจากนักประดิษฐ์รุ่นเยาว์ชิ้นนี้ได้รับความสนใจจากองค์การ NASA จนได้รับการพัฒนาและส่งออกไปโคจรรอบโลกได้จริง

          ความสำเร็จของริฟัทนอกจากจะช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศบ้านเกิดแล้ว เรื่องราวของเขายังเป็นแรงบันดาลใจที่จุดประกายให้เด็กคนอื่น ๆ โดยเฉพาะในอินเดีย หันมาสนใจในการศึกษาสาขาเทคโนโลยีอวกาศมากขึ้นด้วย

 

          ใครจะรู้ว่าการบ้านหรือโครงงานวิทยาศาสตร์ธรรมดา ที่เด็ก ๆ กำลังนั่งทำช่วงปิดเทอมนี้ หรือแม้แต่งานประดิษฐ์เล็ก ๆ น้อย ๆ จากกิจกรรมในวันหยุดที่ TK Park อาจกลายเป็นก้าวสำคัญของนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกได้จริงในอนาคตก็ได้

          TK Park จริงจังกับเรื่องจินตนาการของเด็ก เพราะเรารู้ดีว่าความรู้ทั้งในห้องและนอกห้องเรียน สามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้ไม่รู้จบ ภารกิจของเราจึงเป็นการทำให้ความรู้และสื่อต่าง ๆ เข้าถึงได้ง่าย โดยไม่ลืมส่วนที่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจและจินตนาการ



          สร้างสรรค์โดย Jaruwan C. และ TK Park

          อ้างอิง [1], [2], [3], [4], [5], [6], [7] 

Recommended articles

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”
Blog

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”

“เราคิดทัน AI หรือเปล่า?” และ “ในวันที่ AI เข้ามาช่วยคิดมากขึ้น เราควรปรับบทบาทตัวเองไปในทางไหน?”

13
มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม
Blog

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม

"ถ้าในชีวิตจริงเราไม่วิจารณ์คนแปลกหน้า... แล้วทำไมบนโลกออนไลน์เราถึงทำ?" อย่าปล่อยให้ อิสระ บนหน้าจอ ทำเราลืมมารยาทและคุณธรรมที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะโลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว และไม่ใช่อภิสิทธิ์ในการทำร้ายใคร

13
สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม
Blog

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม

บทเรียนเล็ก ๆ ของการอ่านสื่อร่วมสมัย ที่เริ่มจากสตรอว์เบอร์รีร้องไห้ในฟีดมือถือ แล้วค่อย ๆ พาเราตั้งคำถามว่า ทำไมเราจึงเข้าใจความเจ็บปวดของผลไม้ที่ไม่มีอยู่จริงได้เร็วขนาดนี้ โดยไม่ต้องอ่านตำราเล่มหนา

14
วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ
Blog

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ

เมื่อครอบครัวไม่ได้ตั้งกฎ แต่เริ่มฟังกันใหม่อีกครั้ง

6
อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้
Blog

อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้

เรื่องราวจาก Human Library: Stranger Talk จาก Learning Fest Bangkok 2026

4
Meanlee กับลายเส้นที่เปิดพื้นที่ให้ความต่างอยู่ร่วมกัน
Blog

Meanlee กับลายเส้นที่เปิดพื้นที่ให้ความต่างอยู่ร่วมกัน

ลายเส้นของ มีน – ธันยธรณ์ ลี้ไวโรจน์ คือภาพแทนแนวคิด “The Difference” ของ Learning Fest Bangkok 2026

6
วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก
Blog

วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก

โลกบังคับให้พวกเขาร้าย พวกเราก็เช่นกัน?

6|Read : 10 min
JOMO, FIRE, SINKs ชีวิตยุคนี้มีหลายสไตล์!
Blog

JOMO, FIRE, SINKs ชีวิตยุคนี้มีหลายสไตล์!

TK Park ชวนมองวิถีชีวิตของคน Gen ใหม่ ที่อาจเปลี่ยนจากเดิมไปตลอดกาล

95|Read : 12 min
Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.