เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือกิจกรรมร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเงื่อนไขและข้อตกลง
เกี่ยวกับเรา
การเดินทางติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. สื่อการเรียนรู้ของ TK Park
  4. บทความ
บทความ

ความรู้

ใช้ชีวิตอย่างไรท่ามกลางสังคมที่กำหนด ‘ความสำเร็จ’ ไว้แบบสำเร็จรูป

ใช้ชีวิตอย่างไรท่ามกลางสังคมที่กำหนด ‘ความสำเร็จ’ ไว้แบบสำเร็จรูป

444

life-cover-(002).jpg

         “ทำไมเราไม่เก่งเหมือนคนนั้น ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนคนนี้ ?”

          อาจเป็นคำถามที่หลายคนรู้สึกเมื่อมองเห็นชีวิตของผู้คนบนโลกออนไลน์ กระทั่งการใช้ชีวิตทั่วไปท่ามกลางสังคมที่กำหนด ‘ความสำเร็จ’ ไว้แบบ ‘สำเร็จรูป’ จนเริ่มเกิดความสงสัยในตัวเองขึ้นมา ว่าเรายังไม่เก่ง พยายามไม่พอ หรือแท้จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องเก่งหรือประสบความสำเร็จแบบคนอื่น ๆ ก็ได้

          อุทยานการเรียนรู้ TK Park ร่วมสร้างบทสนทนาออนไลน์ Journey to Find Yourself เพื่อตั้งคำถามว่าด้วยความคาดหวังของสังคม ในหัวข้อ ‘SOCIAL EXPECTATION กับดักของความฝัน ภาพจำของความสำเร็จ และสิ่งที่หนุ่มสาวกำลังเผชิญ’  ร่วมพูดคุยโดย พี่แหม่ม-วีรพร นิติประภา, เบนซ์-ธนชาติ ศิริภัทราชัย, ญา-ปราชญา ศิริมหาอาริยะโพธิ์ญา และอัด-อวัช รัตนปิณฑะ

         บาดแผลจาก ‘ความคาดหวัง’
         “แอดติดที่ไหน ?”
         “เงินเดือนเท่าไร ?”
         “มีรถหรือยัง ?”
         “จะแต่งงานตอนไหน ?”
          เหล่านี้คือส่วนหนึ่งในคำถามจำนวนมากที่ปรากฏชัดในวันรวมญาติ หรือคำถามที่เรามักได้ยินในช่วงวัยต่างๆ ซึ่งบางคราวก็ชวนรู้สึกว่า หากไม่มีคำตอบที่ตรงใจผู้ถาม ตนเองจะถูกตัดสินว่าอยู่ในหมวด ‘คนที่ไม่ประสบความสำเร็จ’ ในชีวิตหรือไม่ และบางครั้งคำถามเหล่านี้ก็ทำให้หลายคนต้องยอมสละความสุขและความต้องการของตัวเอง เพื่อเดินไปบนเส้นทางที่คนอื่นบอกว่า “นี่คือความสำเร็จ” เช่นเดียวกับอัด-อวัช รัตนปิณฑะ ซึ่งพ่อแม่อยากให้เรียนมหาวิทยาลัยที่สอบติด แม้ไม่ใช่คณะที่เขาอยากเรียนก็ตาม

life-717-8-(002).jpg

อัด-อวัช รัตนปิณฑะ


          “สองปีแรกของผมคือทรมานไม่อยากไปเรียนเลย จนมันถึงจุดที่เราไม่เรียน ติด F เยอะขึ้น ช่วงกำลังจะขึ้นปี 3” อัดเล่าถึงประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัยที่เขาพยายามฝืนทนจนสามารถเรียนจบมาได้ แต่กลับเต็มไปด้วยความทุกข์ใจ
           “หลังจากนั้นมันทำให้ผมกลับมาแคร์ตัวเองมากที่สุด… จริงๆ มาตรฐานบางอย่างของสังคมมันก็ยังหลอกหลอนเราอยู่ อย่างอายุ 25 เรียนจบมา 2-3 ปี ตามหลักแล้วถ้าเป็นคนรุ่นก่อนต้องมีบ้าน มีเงิน มีอะไรที่มันเริ่มเยอะแล้ว แต่กลายเป็นว่า ณ วันนี้ผมยังไม่มีอะไรที่มันเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นหลักเป็นแหล่ง บางทีก็ทำให้เรายัง struggle อยู่กับสิ่งนี้ว่าความมั่นคงในชีวิตเราคืออะไร แต่สุดท้ายแล้วผมก็จะย้อนกลับมาที่ แล้วทุกวันนี้เรามีความสุขกับชีวิตหรือเปล่า”

           ส่วนเบนซ์-ธนชาติ ศิริภัทราชัย แม้จะมีโอกาสได้เรียนและทำงานบนเส้นทางที่หวัง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนในครอบครัวจะเข้าใจและเห็นด้วยกับเขาเสียทีเดียว
life-717-7-(002).jpg

เบนซ์-ธนชาติ ศิริภัทราชัย

          “เราเป็นคนแรกในตระกูลที่เรียนสายนิเทศศาสตร์ เพราะฉะนั้นเขาก็จะตั้งคำถามเยอะมากเลยว่าทำไม เราไม่รู้ว่าในตอนนี้มันดีขึ้นหรือยัง แต่ในยุคเรานิเทศศาสตร์ปุ๊บคือเต้นกินรำกิน อยากไปอยู่รายการทีวีเหรอ อยากเป็นดาราเหรอ อะไรอย่างนี้ เขายังไม่ได้มีความรู้ในศาสตร์วิชา หรือเส้นทางอาชีพที่อยู่ในหัวเขามาก เพราะฉะนั้นเขาก็จะ say no ไปก่อน เราก็อธิบายให้เขาฟังว่าเราชอบจริงๆ เราถนัดจริงๆ เขาก็ยังไม่ซื้อเลยนะ คือผ่านการโต้เถียงมานานมาก”
          สิ่งเหล่านี้ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับความกดดัน บ้างก็ต้องพับเก็บความฝันและความต้องการไปเสียก่อน เพราะสังคมได้กำหนดทางเลือกที่ ‘ควรจะเป็น’ ไว้เพียงไม่กี่อย่าง ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดัง คณะที่จบมาแล้วมีงานรองรับ แม้แต่วัยผู้ใหญ่ที่ต้องมีเงินเก็บ มีทรัพย์สินเป็นชิ้นเป็นอันไว้เป็นหลักฐานแสดงความมั่นคง ทั้งที่จริงแล้วมนุษย์มีทางเลือกและความต้องการหลากหลายมากไปกว่านั้น

          คำถามต่อมาคือ กรอบและความคาดหวังของสังคมที่ว่านี้มีสาเหตุจากอะไร ?

life-717-5-(002).jpg

ญา-ปราชญา ศิริมหาอาริยะโพธิ์ญา

           “รู้สึกว่าปัญหาเรื่องความฝันของวัยเด็ก มันคือการที่เราไม่รู้ว่าเราฝันอยากเป็นอะไร แล้วพอวันหนึ่งที่มีผู้ใหญ่คาดหวังมา โยนเข้ามาว่าเราต้องเป็นอาชีพนี้ หรือต้องเป็นคนแบบนี้ แล้วเรารับมันเอาไว้ เราก็รู้สึกว่า นี่แหละเป็นความฝันของเรา แต่ว่าในอนาคต พอมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็เพิ่งรู้ว่า นี่ไม่ใช่ความฝันของเรานี่นา"
          ญา-ปราชญา ศิริมหาอาริยะโพธิ์ญา ในวัย 16 ปีเล่าถึงความฝันวัยเด็กของเธอที่เป็นไปตามความคาดหวังของคนรอบข้าง ก่อนจะพบว่าความฝันเหล่านั้นไม่ใช่ตัวตนและความชอบของเธอไปเสียหมด

life-717-6-(002).jpg

พี่แหม่ม-วีรพร นิติประภา

          นอกจากในระดับครอบครัวแล้ว อีกมุมหนึ่งของพี่แหม่ม-วีรพร นิติประภา ยังมองว่า ปัญหาเหล่านี้เกิดจากโครงสร้างทางสังคม เช่น การต้องมีบ้าน มีรถ มีเงินเก็บสำรองไว้สำหรับช่วงตกงานหรือวัยเกษียณ เพราะรัฐบาลไม่ได้จัดสรรสิ่งสวัสดิการเหล่านี้ไว้ให้ หรือหากจัดสรรไว้ก็มีราคาสูงจนคนบางกลุ่มไม่สามารถเข้าถึงได้ อย่างรถไฟฟ้าไปจนถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
          “พวกคุณไม่มีสิทธิตกงานด้วยซ้ำ เพราะว่ารัฐไม่จ่ายระหว่างที่คุณตกงาน มันไม่ได้เป็นเรื่องเลื่อนลอย มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับโครงสร้างทางสังคมอันใหญ่ ...อีกข้อหนึ่งคือการศึกษาของเรามันแพงมาก พ่อแม่เลยต้องใช้จ่ายเงินส่วนหนึ่งให้กับการศึกษาของลูก”
          “มันคือเรื่องของทุนนิยม จริงๆ แล้วเราไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความต้องการมีบ้าน มีรถ โฆษณาต่างหากที่บอกว่าคุณต้องมี เขาบอกว่าคุณจะต้องมีบ้านตอนคุณอายุ 30 ขณะที่ 30 คุณไม่มีปัญญาหรอก ดังนั้นเขาจะบอกคุณว่าคุณจงผ่อน เพราะคุณต้องมีไง ระบบเงินผ่อนมา ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนทุกอย่าง”
          นั่นทำให้หลายคนต้องพยายามดิ้นรน เพื่อให้มีฐานะ มีความมั่นคงในชีวิต ก่อนจะไปให้ความสำคัญกับความฝันและความชอบของตนเอง โดยอัดมองว่าสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนเริ่ม ‘รู้สึกผิดกับเวลาว่าง’
          "เวลาที่เราไม่ทำงาน ไม่สร้างผลงาน มันทำให้เรารู้สึกผิด โครงสร้างสังคมพวกนี้มันทำให้เราต้องทำงานหาเงินตลอดเวลา ซึ่งเราเราเป็นมนุษย์ ต้องมีเวลาพักโดยไม่ต้องรู้สึกผิด"
           ส่วนเบนซ์-ธนชาติที่มีประสบการณ์การเรียนต่อในสหรัฐอเมริกา ทำให้เขาได้รับรู้ว่า การมีรัฐสวัสดิการที่ดีทำให้วิถีชีวิตของผู้คนแตกต่างออกไป บ้างก็เริ่มเรียนปริญญาช่วงวัยกลางคน บ้างก็ออกเดินทางค้นหาตัวตนก่อนเริ่มเรียนมหาวิทยาลัย แม้แต่การซื้อรถที่ไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไป
           "เรื่องรัฐสวัสดิการมันเปลี่ยนวิธีคิดเราไปเหมือนกัน มันเกี่ยวข้องกับชีวิตเราทุกอย่าง อย่างการเดินทางเราก็พบว่าเราไม่จำเป็นต้องมีรถก็ได้ เพราะเรามีขนส่งสาธารณะที่ดี"
           สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่เริ่มมองโลกในมุมที่ต่างออกไป จากเดิมที่คนรุ่นก่อนหน้าพยายามแสวงหาความมั่นคงของชีวิต แต่คนรุ่นหลังกลับมองว่าความมั่นคงเหล่านั้นควรมาจาก ‘สวัสดิการพื้นฐานของรัฐ’ โดยสาเหตุส่วนหนึ่ง อาจมาจากการข้ามทวีปไปยังสถานที่ใหม่ ๆ ได้ง่ายกว่าสมัยก่อน หรือการมองเห็นชีวิตของผู้คนอย่าง ‘ไร้พรมแดน’ ผ่านโลกออนไลน์       
           โดยพี่แหม่ม-วีรพรกล่าวเสริมถึงประเด็นนี้ว่า
           "คนรุ่นใหม่เขาเริ่มมองเห็นว่า คนมันไม่ได้มีชีวิตที่ดีได้โดยโดดเดี่ยว มันมีเรื่องของโครงสร้างสังคม รัฐสวัสดิการด้วย แต่ครอบครัวเขายังอยู่ในยุคสมัยแบบเก่า ยังไม่เห็นตรงนี้"

life-717-4-(002).jpg

          เมื่อการเปลี่ยนสังคมเป็นเรื่องยาก จะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
          แม้คนรุ่นใหม่จะให้ความสำคัญกับ ‘ความสำเร็จ’ รูปแบบเดิมลดน้อยลงเรื่อยๆ แต่ใช่ว่าสิ่งเหล่านี้จะหายไปโดยสิ้นเชิง เพราะโครงสร้างสังคมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในระยะสั้น ดังนั้นโจทย์ของคนรุ่นใหม่คือ ทำอย่างไรให้ความฝันที่มีไม่มอดดับไปเสียก่อน และสามารถมีความสุขได้ท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยไม้บรรทัดวัดความสำเร็จ ซึ่งญาให้คำตอบว่า เธอไม่ได้ทิ้งความคาดหวังเหล่านั้นไปอย่างสิ้นเชิง แต่เก็บมาเป็น ‘ตัวเลือกหนึ่ง’ สำหรับการค้นหาตนเอง
           “วิธีการของญา-ปราชญา ก็คือว่า เก็บเอาความคาดหวังมาเป็นชอยส์หนึ่งในการเลือกของเรา ญารู้สึกว่าความฝันของเรามันเหมือนกับการเปิด Mystery Box แล้วทดลองดูว่าชอบหรือไม่ชอบ ถ้าไม่ชอบก็เปิดกล่องใหม่ ลองดูใหม่ จนเจออันที่เราชอบมากที่สุด”
           ส่วนอัด-อวัช ที่เพิ่งผ่านช่วง First Jobber มาไม่นานนั้นมองว่า ความคาดหวังของสังคมอาจจะยังมีผลต่อชีวิต แต่คงไม่สำคัญมากเท่าความต้องการและความสุขของตัวเขาเอง
          “นับวันเรายิ่งรู้สึกว่าเราแคร์ตัวเองมากขึ้น แล้วเรารู้สึกว่าเราไม่อยากจะพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ต้องเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่เขาอยากให้เป็น ที่เขาวาดไว้… เรื่องความมั่นคง สิ่งที่เป็นตัววัดมาตรฐานพวกนี้เราก็ยังอยากมี แต่เราไม่ได้เอามันไปยึดติดว่าชีวิตเราต้องเป็นแบบนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ เรายังเชื่อว่าทางเดินของเรามันก็เป็นทางเดินของเรา”
           เช่นเดียวกับเบนซ์-ธนชาติ ที่มองเรื่องนี้ในฐานะคนทำสื่อว่า "โฆษณาชอบบอกว่าเราต้องเป็นคนยังไง พอเราได้มาทำสื่อ เราเลยพยายามนำเสนอถึงคนรุ่นใหม่ว่า แกเป็นแบบไหนก็ได้ที่อยากเป็น ไม่จำเป็นต้องกล้าแสดงออกหรือผาดโผนมากก็ได้… ความฝันของคนยุคนี้มันไม่ต้องไปยึดติดกับความสำเร็จแบบยุคก่อนแล้ว โชคดีที่มันอาจจะเป็นประสบการณ์ก็ได้ แต่โชคร้ายคือมันดันถ่ายรูปลงโซเชียลได้ เราต้องรู้เท่าทันมัน อย่าไปรู้สึกเปรียบเทียบ"
          นอกจากมุมของคนหนุ่มสาว ในแง่ของการเป็นพ่อแม่ พี่แหม่ม-วีรพร กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า พ่อแม่ที่เป็นอีกเจเนอเรชันนั้นไม่จำเป็นต้องเข้าใจหรือเห็นด้วยกับลูกทุกๆ อย่าง แต่สิ่งสำคัญมากไปกว่านั้น คือ ‘ความเชื่อมั่น’ และ ‘เคารพการตัดสินใจ’ ของลูกหลาน
          "เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจกันทุกอย่างก็ได้ เด็กรุ่นใหม่ก็มีทางของเขา มันก็เป็นเรื่องของคุณ พี่ไม่ได้เข้าใจคนรุ่นใหม่เท่ากับตัวเขาเอง แต่พี่เชื่อมั่นว่าเค้าจะผ่านมันไปได้ ทุกอย่างมันจัดการตัวของมันเองได้"
          สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ตราบใดที่โครงสร้างของสังคมยังไม่เปลี่ยนแปลงไป  ‘ความสำเร็จแบบสำเร็จรูป’ อาจเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่สังคมกำหนดจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
          ฉะนั้นคำถามที่สำคัญกว่า “เราไม่เก่งใช่ไหม” หรือ “เราไม่ดีพอหรือเปล่า” อาจเป็นคำถามที่ว่า “สิ่งสำคัญในชีวิตเราคืออะไร” และ “ชีวิตที่ดีสำหรับเราเป็นแบบไหน” เพื่อหาวิธีการ ‘ใช้ชีวิต’ ในแบบของตนเอง ไปพร้อมกับการพยายามขับเคลื่อนให้โครงสร้างเดิมเกิดความเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับความฝันและตัวตนของผู้คนที่มีภาพความสำเร็จหลากหลายในสังคม

21 สิงหาคม 2564

บทความแนะนำ

10 ทักษะชีวิตแบบฉบับเด็กยุคเก่า ที่อย่าลืมสอนเด็กรุ่นใหม่
บล็อก

10 ทักษะชีวิตแบบฉบับเด็กยุคเก่า ที่อย่าลืมสอนเด็กรุ่นใหม่

นอกการการเรียนรู้ผ่านสื่อต่างๆ แล้ว พ่อแม่ยุคใหม่ก็ต้องไม่ลืมสอนทักษะชีวิตที่จำเป็นให้ลูก

‘ครอบครัว เพื่อน และคนรัก’ สิ่งเล็กๆ ที่ผลักดันให้ชีวิตมีความสุข
บล็อก

‘ครอบครัว เพื่อน และคนรัก’ สิ่งเล็กๆ ที่ผลักดันให้ชีวิตมีความสุข

ชวนล้อมวงอ่านเรื่องความรักความสัมพันธ์กับ 4 วิทยากร ผู้เข้าใจชีวิตและความรัก

เปิดเวทีคนช่างคิด ‘ศรุติ ยั่งเจริญ’ กับงานครีเอทีฟโฆษณาที่ใครๆ ก็ว่าคูล
บล็อก

เปิดเวทีคนช่างคิด ‘ศรุติ ยั่งเจริญ’ กับงานครีเอทีฟโฆษณาที่ใครๆ ก็ว่าคูล

รู้จักวงการโฆษณาผ่านครีเอทีฟผู้ขายไอเดียด้วย Passion

โปรดรับยารักษาโรคขาดธรรมชาติที่ ‘บ้านป่า เนเจอร์สคูล’
บล็อก

โปรดรับยารักษาโรคขาดธรรมชาติที่ ‘บ้านป่า เนเจอร์สคูล’

ไม่ใช่การสร้างความสนุก เกม หรือกิจกรรม แต่เป็นการเปิดประตูให้เด็กค้นพบความสนุกด้วยตัวเองในธรรมชาติ

ความลับดำมืดของนิทานคลาสสิก (ที่แม่ไม่เคยเล่าก่อนนอน)
บล็อก

ความลับดำมืดของนิทานคลาสสิก (ที่แม่ไม่เคยเล่าก่อนนอน)

เรื่องราวของนิทานได้ถูกปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยก่อนจะถูกเคลือบน้ำตาลอีกชั้นเพื่อให้เข้าถึงเด็กเล็กๆ ได้มากขึ้น

วอลต์ ดิสนีย์ ผู้สร้างอาณาจักรจากหนังสือห้องสมุด
บล็อก

วอลต์ ดิสนีย์ ผู้สร้างอาณาจักรจากหนังสือห้องสมุด

หนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของดิสนีย์ที่ยืนยงมานับร้อยปีก็คือความทุ่มเทในการอ่าน

ออกแบบการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อย่างไรให้เหมาะกับผู้เรียน
บล็อก

ออกแบบการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อย่างไรให้เหมาะกับผู้เรียน

จุดประกายให้เกิดไอเดียในการออกแบบการเรียนรู้และนำไปปรับใช้ได้จริง

เมื่อวงการ ‘เกม’ คือความท้าทายครั้งใหม่ของ Creator Economy
บล็อก

เมื่อวงการ ‘เกม’ คือความท้าทายครั้งใหม่ของ Creator Economy

เป็นเรื่องปกติที่นิตยสาร Time หนึ่งในนิตยสารทรงอิทธิพลชื่อดังหัวใหญ่ของโลกจะต้องประกาศรายชื่อ ‘บุคคลแห่งปี’

540
2974
275
209
6570
904
16721
242