เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. สื่อการเรียนรู้ของ TK Park
  4. บทความ
บทความ

ความรู้

“โรคใหม่” สร้าง “การเรียนรู้แบบใหม่”

“โรคใหม่” สร้าง “การเรียนรู้แบบใหม่”

102
18 มิถุนายน 2563

         หลายคนคงสงสัยว่าโลกหลังโควิด 19 เราจะเจอกับอะไร?
         หนึ่งในนั้นคือการเรียนรู้แบบใหม่ เพราะความรู้เป็นสิ่งที่หลายคนใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้

          การมาเยือนของวิกฤติโรคระบาดเต็มไปด้วยความท้าทายเกี่ยวกับระบบการเรียนรู้หลากหลายมิติ เป็นต้นว่า หลักสูตรในโลกการเรียนรู้รูปแบบใหม่หลังจากนี้จะมีหน้าตาแบบไหน และการเรียนรู้ในยุคโควิด 19 ให้มีประสิทธิภาพได้นั้นต้องเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับกระบวนการทำงานท่ามกลางวิกฤตินี้ต่อไปอย่างไร ไปจนถึงรูปแบบการเรียนการสอน การฝึกทักษะจะปรับเปลี่ยนไปอยู่บนแพลตฟอร์มใหม่ๆ แทนที่ความรู้แบบเดิมๆ ที่ได้รับจากใบปริญญาหรือไม่

          วันนี้เราพามาหาคำตอบเกี่ยวกับ การเรียนรู้แบบคนรุ่นใหม่หลัง โควิด 19 กับ คุณอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ Southeast Asia Center (SEAC) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน ในงาน Re:learning for the Future 19 ความท้าทายใหม่ในโลกที่(ไม่)เหมือนเดิม จัดโดย สถาบันอุทยานการเรียนรู้
BLOG_Arinya01-01.jpg
          จากประสบการณ์ทำงานในแวดวงการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 28 ปี และท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและฉับพลันครั้งนี้  คุณอริญญา เถลิงศรี  ได้สรุปการเรียนรู้แบบใหม่ไว้ว่าต้องมี 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ Just In Time, Purpose Driven และ Truly Blended

          Just In Time  
         เรียนตอนนี้ ใช้ตอนนี้
          การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี วิกฤติทางเศรษฐกิจ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกต่างจากเดิม โดยคุณอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ยิ่งในโลกยุคดิจิทัลการเรียนรู้ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยอายุหรือเวลา และด้วยวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ การเรียนรู้ยิ่งเปลี่ยนไปมากกว่าเดิม ทุกคนไม่ได้รอบริษัทหรือใครมาบอกว่าตัวเองต้องพัฒนาอะไร แต่เริ่มมองเองว่า เวลานี้ต้องเรียนอะไร ที่สำคัญเรียนแล้วต้องใช้งานได้เลย

          และอย่างที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์โควิด ได้ใช้มาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งส่งผลให้คนใช้งานออนไลน์กันมากขึ้น ทั้งการจับจ่ายซื้อของ และการติดต่อสื่อสาร New Normal  ที่มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม วิธีการคิด วิธีการใช้ชีวิต ทำให้คนเริ่มจะคุ้นชินกับการตัดสินใจผ่านข้อมูล ผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น และความปกติใหม่ยังรวมไปถึงการศึกษา ที่เกิดการปรับตัวครั้งใหญ่ทั่วโลก มีมาตรการปิดสถาบันศึกษาต่างๆ หันมาใช้การเรียนการสอนแบบทางไกลโดยใช้เทคโนโลยี เพื่อให้การเรียนรู้กลายเป็นความปกติใหม่ทางการศึกษา ขณะเดียวกันทั่วโลกก็เกิดการเรียนรู้แบบใหม่ โดยจำกัดความว่า Just In Time เป็นคำใหม่ที่เกิดขึ้นหลังโควิด หลายคนเริ่มมองว่าตัวเองต้องเรียนเรื่องอะไรเพื่อพัฒนาศักยภาพชีวิตให้อยู่รอด แล้วจะทำอย่างไรให้เข้าถึงสิ่งนั้นได้อย่างรวดเร็ว
BLOG_Arinya02-01.jpg

          “หลังเกิดโควิดมีนวัตกรรมเกิดขึ้นมากมาย ต่างกับเมื่อ 5 ปีก่อนที่หลายองค์กรพยายามผลักดันนวัตกรรมต่างๆ แต่ไม่เกิดขึ้น พอเกิดโควิด คนในองค์กรทั้งเล็กและใหญ่กลับต้องการความรู้ใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถทำอะไรออกมาอย่างเร็ว เพราะฉะนั้นคำว่า Just In Time คือเรียนแล้วเอาไปใช้ได้เลย เรียนวันนี้ เอาไปใช้พรุ่งนี้เลย ไม่ใช่การเรียนรู้แบบเก่าที่เรียนแล้วไม่รู้จะนำไปใช้เมื่อไหร่”

          Purpose Driven
        แพลนกับชีวิต เพื่อจะไปสู่สเต็ปต่อไป
          การเรียนรู้และการทำงานในปี 2020 กำลังเปลี่ยนไปอย่างที่ใครหลายคนอาจจะกำลังสับสน แต่สำหรับคนที่พอจับทางได้ ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือ การเรียนรู้พร้อมกับพัฒนาตัวเอง เพราะความสามารถและทักษะใหม่ๆ สำหรับโลกยุคนี้ คือสิ่งที่จะทำให้คุณสามารถอยู่รอด ต่อได้ในอนาคตและสายอาชีพ

BLOG_Arinya03-01.jpg

          ในส่วนนี้คุณอริญญา ได้อธิบายเสริมว่า “Purpose Driven คือ สิ่งที่เราเคยเรียนมาอาจจะใช้ไม่ได้ เช่นเมื่อก่อนทำมาร์เก็ตติ้งมาแบบหนึ่ง วันนี้อาจต้องเข้าใจดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งอีกรูปแบบหนึ่ง Purpose Driven ก็คือการเริ่มมองดูที่เป้าหมายหรืออนาคตและสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ มองไปไกลขึ้นอีกว่าตัวเรายังอยากอยู่ในอาชีพเดิมต่อหรือเปลี่ยนอาชีพใหม่ แล้วจะปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อไปถึงวัตถุประสงค์นั้น เนื่องจากหลังโควิดทำให้เราเห็นแล้วว่าแต่ละอาชีพเติบโตไปอีกระดับหนึ่งทั้งนั้น อย่างเช่น อาชีพ Data Scientist (นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล) ก็ไปอีกระดับหนึ่ง Project Management  ก็เกิดขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง หรือคนทำงาน Sales ก็ต้องเป็นได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ตัวอย่างอาชีพเหล่านี้ทำให้คนจบใหม่หรือคนในอาชีพเหล่านั้นเริ่มมองเป็น Purpose Driven  คือฉันจะต้องหาการเรียนรู้ใหม่ๆ เพื่อมาตอบโจทย์อาชีพที่ตัวเองอยากไปต่อ”

           Truly Blended
          เน้นการผสมผสาน การเรียนรู้แบบใหม่ที่จะพาคุณไปไกลกว่าเดิม
            สำหรับส่วนสุดท้าย คุณอริญญา ได้แนะนำว่าปัจจุบัน การเรียนรู้ของผู้คนเน้นไปที่ Truly Blended มากขึ้น ก็คือไม่ว่าจะเรียนแบบไหน เน้นการผสมผสานที่หลากหลาย โดยผู้คนเริ่มไม่หยุดอยู่นิ่งกับการเรียนรู้กับช่องทางเดิมๆ ผู้คนเริ่มขวนขวายให้เกิดซึ่งการเรียนรู้ และนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้จริง ด้วยวิดีโอคลิป หรือ Visual ต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น Virtual Classroom (ห้องเรียนเสมือน), Webinar (สัมมนาออนไลน์), Simulations (การจำลองการเรียนการสอนรูปแบบใหม่) และ One-on-One  Coaching  (โค้ชตัวต่อตัว) เป็นต้น

BLOG_Arinya04-01.jpg

            นอกจากนี้ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาลของคนทั่วโลกหลังการระบาดโควิด จากผลการศึกษาของจีนบอกว่า อัตราของคนที่อยากพัฒนาตัวเอง ยอมจ่ายเงินเรียนเองมีถึง 70% ซึ่งทั้ง 70%  ใช้การเรียนรู้แบบการผสมผสาน เนื่องจากคนจำนวนมากเริ่มกลัวว่าจะตกงาน และไม่เชื่อว่าการเรียนแบบเดียวจะเพียงพอ เพราะฉะนั้นรูปแบบการเรียนรู้ของคนกำลังวิ่งไปสู่หลายๆ แบบ

             อย่างไรก็ตาม อริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC ได้พูดถึงภาพสรุปสำคัญของการเรียนรู้แบบคนรุ่นใหม่ หลังโควิด 19 ว่า “การเรียนรู้แบบคนรุ่นใหม่ เราจะต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อที่จะต้องอยู่รอดให้ได้ ในช่วงที่โควิดเกิดขึ้น มันเกิดการผลักดันขึ้นให้คนไม่รอแล้วว่าองค์กรจะต้องให้เขาไปเรียนหรือเปล่า แต่คนเริ่มจะควักกระเป๋าเรียนเองแล้ว และสามมิติข้างต้นทั้ง Just In Time, Purpose Driven  และ Truly Blended จะเป็นรูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่ในช่วงโควิดได้”

บทความแนะนำ

เพียงคลิกเดียว เที่ยวห้องสมุดรอบโลก
บล็อก

เพียงคลิกเดียว เที่ยวห้องสมุดรอบโลก

ในช่วงเวลาที่เดินทางไปไหนมาไหนไม่ได้ดังใจ ลองมาออกเดินทางไปในโลกเสมือน เที่ยวชมห้องสมุดสวยๆ จากทั่วโลก

271
ทำอย่างไร ไม่ให้เด็กเลิกอ่าน
บล็อก

ทำอย่างไร ไม่ให้เด็กเลิกอ่าน

ผลสำรวจของ Schlolastic พบว่ากลุ่มเด็กรักการอ่านเเริ่มอ่านน้อยลงมากเมื่ออายุ 9 ขวบเป็นต้นไป

327
ใคร อ่านอะไร ที่ TK Alive ในรอบปี 2020
บล็อก

ใคร อ่านอะไร ที่ TK Alive ในรอบปี 2020

ส่องเทรนด์การอ่าน หนังสือที่ถูกยืมมากที่สุดในปี 2020

115
10 นิยายวาย อ่านแล้วชวนฟินหนักมาก
บล็อก

10 นิยายวาย อ่านแล้วชวนฟินหนักมาก

นักอ่านที่อยากเริ่มต้นอ่านนิยายวายตามมาทางนี้เลย

22193
10 นิทานอ่านแล้วดีต่อใจ
บล็อก

10 นิทานอ่านแล้วดีต่อใจ

พื้นอารมณ์ที่เบิกบานแจ่มใส เป็นต้นทุนที่สำคัญของการเรียนรู้

1462
พัฒนาความคิดด้วยการเล่นกับน้ำหนัก
บล็อก

พัฒนาความคิดด้วยการเล่นกับน้ำหนัก

เรียนรู้และสนุกกับนิทานภาพ วันชั่งน้ำหนักในสวนสัตว์

420
อ่านตามเติร์ด Tilly Birds
บล็อก

อ่านตามเติร์ด Tilly Birds

ผ่านหนังสือ 4 เล่มที่อยากแนะนำต่อ

1926
อาหารไทย ‘อร่อย’ ยังไง?
บล็อก

อาหารไทย ‘อร่อย’ ยังไง?

TK Park ชวนอ่านหนังสือว่าด้วยสำรับคาวหวานที่ประกอบร่างเป็นความอร่อยแบบไทย ๆ

188|อ่าน : 10 นาที
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือกิจกรรมร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเงื่อนไขและข้อตกลง
เกี่ยวกับเรา
การเดินทางติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.