เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

เลี้ยงลูกยุคใหม่ให้ตอบโจทย์เทรนด์โลก

เลี้ยงลูกยุคใหม่ให้ตอบโจทย์เทรนด์โลก

617
4 กรกฎาคม 2565

cover.jpg

          ในช่วงราว 2 ปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าอาจเป็นหนึ่งในช่วงที่ท้าทายที่สุดสำหรับพ่อแม่มือใหม่ก็ว่าได้ วิกฤตการณ์ Covid-19 ที่กินเวลายาวนานต่อเนื่องนานนับปีไม่เพียงแต่ทำให้วิถีชีวิตของคนทำงานหลายๆ คนเปลี่ยนแปลงไป แต่ยังรวมไปถึงเด็กๆ ที่ถูกตัดขาดจากสังคมแวดล้อมในวัยเรียนรู้ เมื่อรวมเข้ากับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อมโลกยิ่งทำให้การดูแลเด็กๆ เป็นเรื่องที่ยากขึ้นเพราะไม่เพียงแต่พ่อแม่ต้องทำหน้าที่แทนครูและเพื่อน ช่วยเติมเต็มสังคมที่ขาดหายไปของลูก แต่ยังต้องรับมือกับปัญทางสุขภาพจิต ความโดดเดี่ยว และอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของเด็กๆ อีกด้วย ในวันนี้เราจึงอยากพาคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ไปเรียนรู้ถึงเทรนด์การเลี้ยงลูกที่ตอบโจทย์โลกในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง อะไรที่ควรทำ และอะไรที่ควรหลีกเลี่ยง เรารวมไว้ให้แล้ว

TrendChildren-01.jpg

         ควรทำ: พูดคุยเรื่องบาดแผลทางใจกับลูก

         ช่วงวัยเด็กเป็นวัยที่พัฒนาการและการเรียนรู้ทางอารมณ์กำลังเติบโต ในขณะเดียวกันก็มีความเปราะบางและมีภูมิต้านทานต่อสิ่งที่มากระทบต่ำ เด็กๆ อาจสูญเสีย Self-esteem จากคำพูดหรือการกระทำที่มากระทบ ถูก Bully จากเพื่อน คนรอบตัว หรือคนในโซเชียลมีเดียได้ง่าย ตลอดจนถูกทำร้ายทางอารมณ์จากคนในครอบครัว ทำให้เกิดเป็นบาดแผลที่ฝังแน่นในใจยากรักษา

          โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่เด็กๆ ต้องหยุดไปโรงเรียนและใช้ชีวิตโดยขาดปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นก็อาจสร้างบาดแผลจากความเครียดและความโดดเดี่ยวให้พวกเขาได้เช่นกัน การแก้ปัญหาให้กับเด็กๆ จึงไม่ใช่การบอกให้พวกเขาอดทนหรือพยายามใช้ชีวิตให้มีความสุข แต่เป็นการนำปัญหาเหล่านั้นมาพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาและหาวิธีแก้ร่วมกัน เพื่อไม่ให้บาดแผลเหล่านั้นขยายใหญ่กลายเป็นปมภายในใจของเด็กๆ

TrendChildren-02.jpg

          ควรทำ: ให้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ปลอดภัย

          เป็นเรื่องปกติที่เด็กยุคนี้จะใช้เวลาบนโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดียมากขึ้น นอกจากการควบคุมให้เด็กๆ ใช้เวลาอย่างเหมาะสมแล้ว อีกหนึ่งหัวข้อที่สำคัญไม่แพ้กันคือการทำให้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ปลอดภัยของพวกเขา

          ความปลอดภัยที่หมายถึงปลอดภัยจากภัยภายนอก และปลอดภัยจากการถูกลิดรอนสิทธิ์ แทนที่จะห้ามไม่ให้พวกเขาใช้โซเชียลมีเดียโดยสิ้นเชิง การสอนให้พวกเขาใช้โซเชียลมีเดียได้อย่างปลอดภัย ไม่หลงไปกับคำชักชวนที่ไม่เหมาะสมหรือการคุกคามจากมิจฉาชีพดูจะช่วยป้องกันอันตรายให้พวกเขาได้มากกว่า ในขณะเดียวกันพ่อแม่ก็ต้องเคารพสิทธิ์ของเด็กๆ ด้วย โดยการไม่รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวบนโซเชียลโดยไม่ขออนุญาต เพราะนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดให้กับเด็กๆ แล้วยังทำให้พวกเขาหมดความเชื่อใจในตัวผู้ปกครองเช่นกัน

TrendChildren-03.jpg

          ควรทำ: มอบของขวัญที่มีคุณค่าไม่ใช่มูลค่า

          สำหรับบ้านที่ไม่ค่อยมีเวลาให้กับลูก พ่อแม่หลายคนเลือกจะชดเชยช่วงเวลาเหล่านั้นด้วยของขวัญชิ้นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นของเล่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องเกมราคาแพง เพราะคิดว่าของขวัญที่มีราคามากจะช่วยทดแทนความรู้สึกของเด็กๆ ได้ ในความเป็นจริงเด็กวัยที่ยังไม่โตมากนัก พวกเขาไม่เข้าใจถึง ‘มูลค่า’ ของสิ่งของ แต่พวกเขาเข้าใจถึง ‘คุณค่า’ ได้จากบริบทแวดล้อม

          ลองเปลี่ยนจากของขวัญที่มีราคามาเป็นประสบการณ์ดีๆ ให้กับพวกเขากันดีกว่า โดยอาจเป็นเพียงกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัว หรือการไปเที่ยวสถานที่ใหม่ๆ ในวันหยุด นอกจากจะทำให้พวกเขารับรู้ถึงความรักจากครอบครัวแล้ว ยังช่วยให้เขามีพัฒนาการทางอารมณ์ในเชิงบวกอีกด้วย

TrendChildren-04.jpg

          ควรทำ: ปรับทัศนคติเรื่องความเป็นกลางทางเพศ

          เทรนด์ความเป็นกลางทางเพศ หรือ Gender neutral เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศในช่วงหลายปีมานี้ โดยเป็นแนวคิดที่ดีที่ควรจะรับมาปรับใช้ในไทยเช่นกัน

          แนวคิดนี้คือการไม่กรอบลูกด้วยเพศที่ถือกำเนิด แต่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้และเลือกเพศด้วยตัวเอง ตัวอย่างของการเลี้ยงลูกภายใต้แนวคิดนี้ เช่น การตั้งชื่อลูกที่ฟังดูไม่ระบุเพศ การไม่ใช้สีฟ้าแทนเด็กชายหรือสีชมพูแทนเด็กหญิง หรือแม้แต่การเปิดโอกาสให้พวกเขาเลือกจะใส่กระโปรงหรือกางเกงได้ด้วยตัวเอง แน่นอนว่าเด็กๆ อาจจะถูกสังคมส่วนใหญ่มองว่าแปลกแยก ซึ่งพ่อแม่ก็มีหน้าที่ต้องอธิบายและช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้เช่นกัน

TrendChildren-05.jpg

         ไม่ควรทำ: เป็นผู้ฟังที่แย่

         หนึ่งในปัญหาที่พ่อแม่มักจะพบจากลูกวัยหัวเลี้ยวหัวต่อคือพวกเขามักจะรู้สึกว่าเด็กๆ ชอบดื้อและไม่พูดความจริง ในความเป็นจริงแล้วมีหลายครอบครัวที่เด็กๆ ซึมซับพฤติกรรมนั้นมาจากพ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ฟังที่แย่มาก่อน เวลาที่เด็กต้องการพูดคุย ปรึกษา หรืออธิบาย พ่อแม่บางคนมักจะทำกิจกรรมอื่นๆ ไปด้วย พวกเขาแสร้งทำคล้ายว่ากำลังฟังแต่แท้จริงแล้วกลับไม่ได้เข้าใจถึงสิ่งที่เด็กต้องการสื่อสารจริงๆ

          ยิ่งเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งก็ยิ่งเป็นการบั่นทอนความมั่นใจและ Self-esteem ของเด็กๆ การพูดโดยไม่ถูกรับฟังทำให้พวกเขารู้สึกถูกเพิกเฉย รู้สึกถูกลดทอนความสำคัญ ท้ายที่สุดเด็กๆ ก็จะเกิดความรู้สึกไม่อยากเล่า ไม่อยากบอก จนกลายเป็นการปิดบังหรือโกหกในที่สุด การดูแลลูกในยุคนี้นอกจากพ่อแม่จะเป็นผู้พูดที่ดีแล้วยังต้องเป็นผู้ฟังที่ดีอีกด้วย เด็กๆ ถึงจะเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจและรู้สึกสบายใจที่จะเล่าเรื่องส่วนตัวให้ครอบครัวได้ฟัง 

TrendChildren-06.jpg

          ไม่ควรทำ: การลงโทษด้วยความรุนแรง

          แม้จะมีคำกล่าวโบราณประเภทรักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี หรือไม้เรียวสร้างคนอะไรทำนองนี้ แต่การศึกษาด้านจิตวิทยาในเด็กตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า นอกจากการลงโทษด้วยการตีหรือทำร้ายร่างกายจะไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมเด็กได้แล้ว ยังทำให้เกิดบาดแผลทางใจกับเด็ก รวมถึงส่งผลต่อพฤติกรรมของพวกเขาในอนาคต

          ทว่านอกจากความรุนแรงทางร่างกายแล้ว สิ่งที่พ่อแม่ควรตระหนักก็คือการลงโทษด้วยความรุนแรงทางจิตใจก็เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน อาทิ การสร้างความอับอายให้เด็ก การดูถูก หรือการทำร้ายจิตใจด้วยวิธีต่างๆ แทนที่จะหาบทลงโทษให้เด็กรู้สึกหวาดกลัวที่สุด พ่อแม่ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กทีละเล็กละน้อยด้วยการพูดคุย การทำให้ดูเป็นตัวอย่าง หรือแม้แต่การสร้างกฎภายในบ้านร่วมกัน นอกจากเด็กๆ จะได้เรียนรู้อย่างถูกวิธีแล้ว ยังไม่เป็นการทิ้งบาดแผลให้พวกเขาติดตัวไปในวันข้างหน้าอีกด้วย

TrendChildren-07.jpg

         ไม่ควรทำ: เลี้ยงลูกออนไลน์

         ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคที่เทคโนโลยีเฟื่องฟูอย่างทุกวันนี้ การสื่อสารออนไลน์กลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่ย่นระยะทางระหว่างคนในครอบครัวให้ใกล้ชิดขึ้น ถึงอย่างนั้นพ่อแม่ควรตอบตัวเองให้ได้ว่าเรากำลังพึ่งพาเทคโนโลยีเกินไปหรือเปล่า

         เด็กๆ ในวัยเรียนรู้ยังคงต้องการความใกล้ชิดในชีวิตจริง ต้องการการปฏิสัมพันธ์แบบเห็นหน้าค่าตากันอยู่ อย่างเช่นการเดินทางไปเยี่ยมคุณตาคุณยายที่ต่างจังหวัด หรือการที่พ่อแม่กลับบ้านเร็วขึ้นเพื่อมาส่งลูกเข้านอน ไม่ใช่แค่การทักทายกันผ่านหน้าจอเท่านั้น ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ Covid-19 อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงแล้วก็ถึงเวลาที่พ่อแม่จะต้องทบทวนเรื่องเวลาที่ใช้ร่วมกับลูกแบบเห็นหน้าอย่างจริงจังอีกครั้ง

         ข้อมูลอ้างอิง

         https://timesofindia.indiatimes.com/life-style/parenting/moments/parenting-trends-to-embrace-in-2022/photostory/88394252.cms?picid=88394332 

         https://health.clevelandclinic.org/pediatricians-say-dont-spank-your-kids-heres-why-what-to-do-instead/

        https://www.purewow.com/family/parenting-trends-2022 

บทความแนะนำ

Time to Table เชื่อมคน เชื่อมเกม เชื่อมใจ
บล็อก

Time to Table เชื่อมคน เชื่อมเกม เชื่อมใจ

เรื่องราวของ Time to Table คาเฟ่บอร์ดเกมเชียงใหม่ ที่ยังตรึงใจทีมงาน TK Park

233|อ่าน : 10 นาที
ฉันและเธอ เติบโตด้วยกัน
บล็อก

ฉันและเธอ เติบโตด้วยกัน

TK Park ชวนพ่อแม่ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเข้าใจธรรมชาติ และเติบโตไปพร้อมกัน

362|อ่าน : 10 นาที
อบและนวดด้วย Feeling & Rhythm : สูตรลับห้องเรียนขนมปังสองวันของ ‘ครูแป้น’ พัชรบูรณ์ ด่านโพธิวัฒน์
บล็อก

อบและนวดด้วย Feeling & Rhythm : สูตรลับห้องเรียนขนมปังสองวันของ ‘ครูแป้น’ พัชรบูรณ์ ด่านโพธิวัฒน์

เราก็ต้องเอาตัวเราเข้าไปเรียนรู้สิ่งที่อยากจะรู้ มันเป็นไปไม่ได้ที่อ่านอย่างเดียวแล้วไม่ลองทำ

407
ไม่มีใครแก่เกินเรียน
บล็อก

ไม่มีใครแก่เกินเรียน

เราต่างมีวันจบการศึกษา แต่การเรียนรู้อาจไม่มีวันจบ

717|อ่าน : 10 นาที
เพราะ “เรื่องเล่น” เป็นของทุกวัยไม่ใช่แค่เด็ก
บล็อก

เพราะ “เรื่องเล่น” เป็นของทุกวัยไม่ใช่แค่เด็ก

ทำอย่างไรให้การเล่นยังมีอยู่ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

400
สร้างเด็กยุคใหม่ ให้เป็นฮีโร่พิทักษ์โลก
บล็อก

สร้างเด็กยุคใหม่ ให้เป็นฮีโร่พิทักษ์โลก

สอนเด็กยุคใหม่ให้เข้าใจและรับมือกับ Climate Change

387|อ่าน : 15 นาที
4 Smalls จากงานเปิดตัว “LOOK AROUND THE SHELF”
บล็อก

4 Smalls จากงานเปิดตัว “LOOK AROUND THE SHELF”

TK Park สรุปเรื่องราว “เล็ก ๆ” ในวงการผู้ผลิตหนังสือไทย จากงานเปิดตัวสื่อ Data Storytelling ชุด “LOOK AROUND THE SHELF”

305|อ่าน : 10 นาที
สร้างสังคมสุดกรีนด้วยการ “ยืมหนังสือ”
บล็อก

สร้างสังคมสุดกรีนด้วยการ “ยืมหนังสือ”

การแบ่งปันหนังสือผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

476
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.