เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. สื่อการเรียนรู้ของ TK Park
  4. บทความ
บทความ

ความรู้

มอง ‘เมลเบิร์น’ อนุรักษ์อดีต อภิวัฒน์อนาคต

มอง ‘เมลเบิร์น’ อนุรักษ์อดีต อภิวัฒน์อนาคต

852 | อ่าน : 7 นาที
15 กันยายน 2563

25299700_875588845939810_7828016807329468425_o.jpgภาพ เว็บไซต์ http://meatmarket.org.au/

          เมืองที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นเป้าหมายหนึ่งของการพัฒนาเมืองในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นการสร้างสมดุลในระบบนิเวศของเมือง ลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน ส่งเสริมการมีสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบทางเศรษฐกิจ มีสิ่งอำนวยความสะดวกทางสังคม สุขภาพ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

          ทั้งหมดนี้จะเกิดได้จากการบริหารต้นทุนทางธรรมชาติ เศรษฐกิจ และสังคมกันอย่างสมดุล การรักษาสภาพแวดล้อมและการใช้ซ้ำ คือประเด็นที่ได้รับความสนใจและให้ความสำคัญในกระแสทิศทางของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงเฉพาะการสร้างพื้นที่สีเขียว หรือการลดปริมาณขยะเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากอดีต ซึ่งควรได้รับการพิจารณาและให้ความสำคัญเทียบเท่ากับแนวคิดการสร้างพื้นที่สีเขียวของเมืองด้วยเช่นกัน

          งานสถาปัตยกรรมและอาคารเก่าจัดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของเมือง มีเรื่องราวความเป็นมาสะท้อนถึงชีวิตของผู้คนในอดีต เราสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์หรือตัวตนของเมืองได้โดยผ่านงานสถาปัตยกรรม ดังนั้นการนำอาคารเก่ามาปรับปรุงและใช้ซ้ำ แทนการทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการรื้อถอนและใช้ทรัพยากรเพื่อการก่อสร้างจำนวนมาก จึงเหมือนกับการช่วยสนับสนุนการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนได้ในอีกทางหนึ่ง


มรดกทางวัฒนธรรม

          ภายหลังการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 มีความพยายามที่จะสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเกิดขึ้น รวมไปถึงแนวคิดในการอนุรักษ์มรดกของโลก “World Heritage” มีการประชุมระดับนานาชาติ เพื่อระบุกฎเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวเนื่อง บทสรุปแรกสุด คือ กฎบัตรเวนิส (Venice Charter, 1964) ที่ว่าด้วยการอนุรักษ์ และบูรณะโบราณสถาน รวมไปถึงกฎระเบียบอื่นๆ ที่พัฒนาต่อมาเพื่อความเข้าใจร่วมกัน จนมาสู่ กฎบัตรบูรา (Burra Charter, 1999) ที่ให้รายละเอียดเรื่องการอนุรักษ์ และการประเมินคุณค่าทางวัฒนธรรม โดยเสนอแนวทางการรักษา และการจัดการกับคุณค่าความสำคัญทางศิลปวัฒนธรรมของสถานที่ โดยมีเป้าหมายคือ การอนุรักษ์ คุณค่า ความสำคัญทางศิลปวัฒนธรรมของสถานที่ เพื่ออนุชนในปัจจุบันและในอนาคตต่อไป

          ในแง่ของคำจำกัดความ อาคารอนุรักษ์ คือ อาคารเก่าที่มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรม เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์ เพื่อการส่งต่อ การรักษาคุณค่า (value) และความสำคัญ (significant) ของมรดกวัฒนธรรมให้คงอยู่ นอกจากนั้นความสามารถที่จะตอบสนองความต้องการร่วมสมัย ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม แก่คนในชุมชน ย่อมเป็นการเพิ่มคุณค่าในปัจจุบัน อีกทั้งเป็นหลักสำคัญในการช่วยรักษา และดูแลมรดกทางวัฒนธรรมนั้นๆ ให้ยังคงดำรงอยู่อย่างยั่งยืนอีกด้วย


ปรับการใช้งาน แต่ไม่เปลี่ยนคุณค่า

          การปรับปรุงหรือการเปลี่ยนแปลงการใช้งานอาคาร (Adaptive Reuse / Adaptive Use) คือการปรับเปลี่ยนการใช้สอย ดัดแปลง และพัฒนาอาคารเพื่อตอบโจทย์การใช้งานใหม่ในเชิงเศรษฐกิจ โดยคงรักษาคุณค่าของมรดกเหล่านั้นไว้ การปรับปรุงนี้รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของงานระบบต่างๆ หรือการเพิ่มใช้งานแบบใหม่ หรือการเปลี่ยนแหล่งที่ตั้งเพื่อรักษาความปลอดภัยแก่องค์ประกอบของมรดกนั้นๆ

          การนำอาคารกลับมาใช้ใหม่โดยการปรับเปลี่ยนวิธีการใช้สอย เป็นวิธีการหนึ่งเพื่ออนุรักษ์อาคาร ช่วยในการยืดอายุของอาคาร และป้องกันการถูกทิ้งร้าง เป็นทางเลือกที่ใช้การปรับปรุงอาคารเดิมจากที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานแล้ว มาสร้างการใช้งานใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน และช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีแก่เมือง ดังนี้

          (1) เพื่อสร้างความทรงจำทางวัฒนธรรม ฟื้นฟูสถานที่ซึ่งเคยมีความรุ่งเรือง และเคยมีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้น

          (2) เพื่อรักษาปฏิสัมพันธ์ในชุมชน เมื่อมีใช้งานพื้นที่ก็จะกระตุ้นการสร้างงาน ช่วยลดจำนวนการย้ายออกไป ตั้งถิ่นฐานที่อื่น ทำให้ความเป็นชุมชนยังคงอยู่หรือดีขึ้นกว่าเดิม

          (3) ทำให้เกิดความหลากหลายของสภาพแวดล้อมและความสมดุลในระบบนิเวศสังคม รักษาเอกลักษณ์ ดั้งเดิมของพื้นที่ ไม่ให้ถูกปล่อยละเลยจนเป็นสถานที่เสื่อมโทรม

          (4) ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาคารหรือพื้นที่โดยรอบ นอกจากจะสร้างรายได้แก่ผู้ ประกอบกิจการแล้ว ยังช่วยในเรื่องธุรกิจการท่องเที่ยวอีกด้วย


อาคารเก่า ชีวิตใหม่

          สจวร์ต แบรนด์ (Steward Brand) นักเขียนชาวอเมริกัน บรรณาธิการนิตยสาร Whole Earth Catalog ให้ความเห็นไว้ว่า อาคารเก่านั้นจะช่วยในการขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์ได้ดีกว่าอาคารใหม่ที่สมบูรณ์แบบ เนื่องด้วยผู้ที่เข้าไปอยู่อาศัยจะรู้สึกมีอิสระ ไร้ความกดดัน อีกทั้งจากความไม่สมบูรณ์แบบของอาคารจะช่วยทำให้ผู้อาศัยสามารถเข้าถึงความเป็นธรรมชาติของสิ่งแวดล้อมได้ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการเติบโตทางความคิดและการแก้ปัญหา ยิ่งไปกว่านั้นอาคารเก่ายังเต็มไปด้วยความทรงจำ เรื่องราว และประสบการณ์ที่คอยสื่อสารกับผู้อยู่อาศัย นำไปสู่ความผูกพันและความสุขร่วมกับพื้นที่ได้มากกว่าอาคารใหม่

          ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเป้าหมายการพัฒนาเมืองเพื่อความยั่งยืน และมุ่งเน้นให้เกิดกระบวนการคิดสร้างสรรค์ และโดดเด่นในด้านการนำเอาอาคารเก่ามาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ มีตัวอย่างที่น่าสนใจในหลายเมือง อาทิ เมลเบิร์น ซิดนีย์ และบริสเบน

คลิปวิดีโอการปรับปรุงอาคารอนุรักษ์ (อาคาร Custom House อาคารศุลกากรเก่าที่ปัจจุบันปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และพื้นที่ทำงานร่วมกัน (co-working space)และ Eternity Playhouse (โบถส์ แบ๊บติสต์ (Baptist Church) ที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นโรงละครของเมือง, เมืองซิดนีย์)


          ที่เมืองเมลเบิร์น ในรัฐวิกตอเรีย ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองแห่งศิลปะ และเมืองสร้างสรรค์ อีกทั้งติดอันดับเมืองน่าอยู่ของโลกถึง 7 ปีซ้อน หนึ่งในแนวทางการพัฒนาเมืองคือ การให้ความสำคัญกับมรดกทางวัฒนธรรม และต่อยอดการพัฒนาจากอดีตอันรุ่งเรืองเหล่านั้นสู่ปัจจุบันและอนาคต

          รัฐวิกตอเรีย ออกกฎหมายจัดตั้ง Heritage Council Victoria1 เป็นองค์กรอิสระ ทำงานร่วมกับเทศบาล และหน่วยงานอิสระอื่นๆ ทำหน้าที่ดูแล ออกกฎระเบียบ เพื่อปกป้องสถานที่และวัตถุที่มีความสำคัญและถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของรัฐ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจและตระหนักรู้ของสาธารณชน ซึ่งมีผลต่อการฟื้นฟูเมืองในด้านสังคมและเศรษฐกิจ การนำอาคารที่ปล่อยทิ้งร้างหรือมีสภาพเสื่อมโทรมให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องนำกลับไปใช้งานแบบเดิม แต่ทำให้อาคารหรือพื้นที่เหล่านี้ปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพความต้องการทางสังคมเศรษฐกิจของยุคสมัย เกิดการพัฒนาที่มีความยั่งยืน จากพื้นที่ที่ไร้ประโยชน์ เป็นแหล่งมั่วสุม ก่อเหตุอาชญากรรม มีประชากรลดน้อยลง ก็จะกลายเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัย และประกอบอาชีพเพิ่มขึ้น เกิดการจ้างงาน และลดปัญหาการปล่อยอาคารหรือพื้นที่ให้รกร้างและเสื่อมโทรมไปอย่างเปล่าประโยชน์

           การนำเอาอาคารเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่ ไม่เพียงช่วยประหยัดทรัพยากร แต่ยังได้สร้าง ‘พื้นที่ใหม่’ ของเมืองที่ใช้พบปะ แลกเปลี่ยน จัดแสดงผลงาน นำเสนอนวัตกรรม และการประกอบการอื่นๆ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเมือง ตลอดจนเกิดพื้นที่การเรียนรู้สร้างสรรค์ คือ พื้นที่ใช้สอยเพื่อการเรียนรู้ (learning space) และการทำงานร่วมกัน (co-working space) เป็นสถานที่สำหรับการสร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจด้านการเรียนรู้และการทำงานอย่างอิสระ โปรแกรมการใช้งานพื้นที่การเรียนรู้สร้างสรรค์ มีส่วนอย่างสำคัญที่ช่วยให้กลุ่มผู้ใช้ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

          นอกจากนั้น ยังมีการจัดตั้งโครงการ Creative Spaces ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง City of Melbourne และ Arts Victoria เพื่อช่วยเฟ้นหาสถานที่ที่เหมาะสมและราคาไม่แพง ให้ศิลปินได้ใช้เป็นสตูดิโอสร้างสรรค์ผลงาน เป็นการสานต่อการใช้ประโยชน์อาคารมรดกทางวัฒนธรรม ด้วยการจัดทำฐานข้อมูลออนไลน์ “อาคารที่ไม่ได้ใช้งานในเขตเมือง” และประสานงานกับเจ้าของอาคารเหล่านั้นเพื่อขออนุญาตให้กลุ่มศิลปินเข้าใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ทำงานและแสดงผลงานในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยศิลปินหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่สามารถค้นหาพื้นที่ทำงานในรูปแบบที่ต้องการ ในงบประมาณที่กำหนด ผ่านทางเว็บไซต์ได้ด้วยตนเอง2


ฟื้นพื้นที่ ปลุกความคิด

          เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย มีโครงการปรับปรุงอาคารเก่าและพื้นที่รกร้างหลายโครงการ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความร่วมมือและการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ เทศบาลเมือง เจ้าของอาคารหรือที่ดิน กลุ่มศิลปิน และชาวเมือง โดยมีกรอบคิดในการปรับปรุงอาคารประวัติศาสตร์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับบริบทใหม่และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของเมือง ดังกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจต่อไปนี้

River Studios

          คือพื้นที่สตูดิโอจำนวน 62 ห้อง ของศิลปินกว่า 80 คน แต่เดิมเคยเป็นโกดังใหญ่ริมแม่น้ำ Maribyrnong ในเขตตะวันตกของเมืองเมลเบิร์น ทำหน้าที่เป็นคลังสินค้าขนาดใหญ่ในช่วงทศวรรษที่ 1930 ก่อนจะถูกทิ้งร้างไปกว่า 20 ปี โครงการ Creative Spaces จึงได้ติดต่อขอเช่าเพื่อปรับปรุงให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์งานศิลปะ โดยทำสัญญาเช่าใน ค.ศ.2011

          ตัวอาคารมีโครงสร้างสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ที่น่าตื่นตา โครงหลังคารูปฟันเลื่อย ทำให้อาคารได้รับแสงธรรมชาติและการระบายอากาศที่ดีจากช่องระบายอากาศด้านบนอาคาร

          ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ การออกแบบปรับปรุงอาคารจึงนำไปสู่ทิศทางใหม่ๆ ผ่านการทำงานระหว่างสถาปนิกและกลุ่มศิลปิน โดยการแบ่งพื้นที่ภายในอาคารออกเป็นห้องสตูดิโออเนกประสงค์ ซึ่งมีขนาดและผังห้องที่แตกต่างกันไป มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับเป็นห้องครัว และโถงรวม รวมถึงทำที่จอดรถจักรยาน ตัวโครงสร้างของผนังกั้นห้องทำจากรั้วตะแกรงเหล็กและไม้ สามารถถอดประกอบติดตั้งได้สะดวก ส่วนองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมอื่นๆ เช่น ประตู หน้าต่าง และของตกแต่ง ได้มาจากการรับบริจาคและการผลิตขึ้นโดยความร่วมมือของกลุ่มศิลปิน การออกแบบยังคำนึงถึงหลักการอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เช่น การติดตั้งลิฟต์อำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เพื่อการเข้าถึงของทุกคนอย่างแท้จริง 

คลิกที่นี่เพื่อชม Virtual Tour River Studios

CoM_CreativeSpace_Shoot1_1000px_122.jpgการทำกิจกรรมภายใน River Studios
ภาพ เว็บไซต์ http://www.creativespaces.net.au/ 

Meat Market

          ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเมลเบิร์น ใช้เป็นสถานที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมชุมชน และพื้นที่ให้เช่าจัดกิจกรรม นิทรรศการ การประชุม สัมมนา คอนเสิร์ต เป็นต้น

          แต่เดิมที่นี่เป็นตลาดค้าขายเนื้อสัตว์ขนาดใหญ่ สร้างขึ้นใน ค.ศ.1880 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของรัฐ และถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประวัติศาสตร์การค้าขายเนื้อสัตว์ยุคแรกของเมืองเมลเบิร์น ตลาดแห่งนี้เลิกดำเนินการไปใน ค.ศ.1974 ทำให้อาคารถูกทิ้งร้างไม่ได้รับการใช้งาน มีการนำพื้นที่ออกประมูลในตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจมากนัก นอกจากการเช่าเพื่อเป็นคลังสินค้า

          ต่อมา Craft Association of Victoria ให้ความสนใจ โดยการแนะนำของกลุ่มศิลปินที่เล็งเห็นถึงคุณค่าดั้งเดิม และมองว่าตัวอาคารมีความเหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ทางศิลปะ จึงได้นำเสนอเรื่องให้ Victorian Ministry for the Arts พิจารณาซื้ออาคารดังกล่าว มีการตั้งคณะทำงานเพื่อรวบรวมข้อมูลและทำรายงานการศึกษาทิศทางความเป็นไปได้เพื่อพัฒนาพื้นที่ จนกระทั่งนำเสนอเข้าสู่คณะรัฐบาล และทำการจัดซื้ออาคารในที่สุด

          ในตอนแรกเริ่ม ตัวอาคารได้รับการปรับปรุงเพียงบางส่วนและใช้เพื่อการจัดแสดงนิทรรศการของสะสมของรัฐ ดำเนินการโดยหอศิลป์แบ็ควู๊ดส์ (Backwoods Gallery) ต่อมาจึงได้มีการรับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อจัดตั้งร้านค้างานศิลปะและงานฝีมือของชุมชน ใน ค.ศ.1982 จึงมีการระดมทุนเพื่อการปรับปรุงอาคารอีกครั้งจาก Victorian Ministry for the Arts และคณะกรรมการงานฝีมือ (Crafts Board of the Australia Council) โดยทำการปรับปรุงอาคารทั้งหมดจนสมบูรณ์ และเปิดเป็นศูนย์ศิลปะร่วมสมัยและพื้นที่จัดกิจกรรมใน ค.ศ.2004

          ผู้ออกแบบได้คงลักษณะโดยรวมของอาคารไว้ ทั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะเป็นโถงกว้างมีพื้นหิน Blue stone แผ่นเรียบและเพดานโค้งเกือกม้าขนาดใหญ่ ตามแบบอย่างตลาดค้าเนื้อสัตว์ในยุโรป3

คลิกที่นี่เพื่อชม Virtual Tour Meat Market

25073528_874185796080115_8164449709981092743_o.jpgภาพ Facebook@Meat Market

1 Fennell Street

          คือโครงการพัฒนาพื้นที่ให้เช่า ประกอบไปด้วยคลังสินค้า สตูดิโอผลิตภาพยนตร์ โรงเบียร์คราฟท์ คาเฟ่ และร้านอาหาร

          แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นโรงงานผลิตขนมช็อกโกแล็ตไข่อีสเตอร์ Red Tulip ในเครือผู้ผลิตช็อกโกแล็ตรายใหญ่อย่าง Cadbury สร้างขึ้นใน ค.ศ.1950 หลังจากนั้นจึงปรับใช้เป็นคลังสินค้าและถูกทิ้งร้างไปในที่สุด จนกระทั่ง Globe International ซึ่งประกอบธุรกิจออกแบบและจัดจำหน่ายสเก็ตบอร์ดและอุปกรณ์เล่นสเก็ต เข้ามาซื้อและปรับปรุงเป็นพื้นที่สำนักงาน คลังสินค้า โชว์รูม และลานสเก็ต

          ผู้ออกแบบได้คงรูปลักษณ์และโครงสร้างภายนอกของอาคารไว้ เพื่อรักษาโครงสร้างและอารมณ์ความรู้สึกของพื้นที่เดิมให้มากที่สุด หลังคาโครงเหล็กแบบฟันเลื่อย ทำให้อาคารได้รับแสงธรรมชาติอย่างทั่วถึง วัสดุก่อสร้างดั้งเดิม เช่น ผนังอิฐก่อ โครงประตูและหน้าต่าง ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับการออกแบบใหม่ วัสดุอุปกรณ์ดั้งเดิมบางอย่างของโรงงาน ถูกนำมาแปลงหน้าที่ใหม่ เช่น รถเข็นช็อกโกแล็ตนำมาใช้เป็นรถเข็นอาหารและเครื่องดื่มในคาเฟ่ เป็นต้น

          โครงการ 1 Fennell Street แม้จะดำเนินการโดยภาคเอกชน แต่ขณะเดียวกันก็เปิดให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย โดยมีเป้าหมายการใช้งานพื้นที่แบบผสมผสานภายใต้แนวคิด ‘Creative Hub’ หรือศูนย์รวมสร้างสรรค์ของชุมชน เพื่อสร้างพื้นที่พบปะแลกเปลี่ยนความคิด การประกอบกิจการและการจ้างงาน LG_221112_0712-762x418.jpg

ภาพ Lisbeth Grosman

 

อนุรักษ์อดีต สร้างความทรงจำอนาคต

          โครงการการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการใช้งานอาคาร (Adaptive Reuse / Adaptive Use) ที่เกิดขึ้นในเมลเบิร์น แสดงให้เห็นถึงกลไกที่สำคัญประการหนึ่งในกระบวนการพัฒนา คือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ตั้งแต่กระบวนการปรับปรุงไปจนถึงการใช้งาน ทำให้ทุกคนเกิดความรู้สึกร่วมในการเป็น ‘เจ้าของ’ สถานที่ที่ถูกปรับปรุงใหม่แห่งนั้น

          การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม จึงไม่ใช่การพยายามทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลง แต่คือการขับเคลื่อนมรดกนั้นๆ ไปพร้อมกับกระแสการพัฒนาของเมือง เพราะผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็อยากรู้และเข้าใจเรื่องราวในอดีต ผ่านหลักฐานที่เกี่ยวข้องซึ่งสามารถมองเห็นหรือได้ยิน นั่นก็คือสถานที่หรืออาคารเก่าเหล่านั้น ดังนั้นการมีส่วนร่วมและการพัฒนาพื้นที่สำหรับสาธารณะ จึงเป็นหลักประกันที่ดีที่สุดสําหรับการอนุรักษ์และจัดการมรดกทางวัฒนธรรมของเมือง ที่ซึ่งเสียงจากชุมชนควรได้รับการสนับสนุนและยกระดับเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์

          อาจกล่าวได้ว่าการนำอาคารอนุรักษ์กลับมาใช้งานใหม่นั้นเป็นมากกว่าการเก็บรักษา แต่มันได้กลายเป็นเครื่องมือเพื่อบันทึกความทรงจำของเมือง อีกทั้งยังเป็นการสร้าง ‘พื้นที่ใหม่’ เพื่อบรรจุเรื่องราวในปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นห้องแห่งความทรงจำขนาดใหญ่ที่จะเติบโตไปพร้อมกับเมืองนั่นเอง

          ด้วยเหตุนี้ การอนุรักษ์จึงไม่ขัดแย้งกับการพัฒนา และการพัฒนาไม่จำเป็นต้องแลกด้วยการรื้อทุบทำลายเสมอไป

 
 

ที่มา:

ปิ่นรัชฎ์ กาญจนัษฐิติ. (2552). การอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรมและชุมชน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ยงธนิศร์ พิมลเสถียร. (2556). การปรับปรุงฟื้นฟูเมืองและการอนุรักษ์เมือง. กรุงเทพมหานคร: ธรรมศาสตร์, สนพ. ม.

แทนวุธธา ไทยสันทัด. (2555). รายงานผลการวิจัย เรื่อง วัดร้าง ปัญหาและโอกาสสำหรับเมืองเก่าเชียงใหม่. มหาวิทยาลัยแม่โจ้, (PDF).

Brand, Stewart. (1995). How Buildings Learn: What happens after they’re built. London: Penguin Book.

Australian Government Department of the Environment and Heritage. (2004). Adaptive Reuse. (PDF).

The Heritage Council of Victoria https://heritagecouncil.vic.gov.au/research-projects/industrial-heritage-case-studies/

Meat Market in Melbourne https://meatmarket.org.au/

Creative Spaces of Melbourne http://www.creativespaces.net.au/

 

[1] สามารถศึกษาข้อมูล ติดตามข่าวสาร และค้นหามรดกทางวัฒนธรรมพร้อมทั้งข้อมูลของรัฐวิกตอเรีย พร้อมทั้งข้อมูลได้ใน https://heritagecouncil.vic.gov.au/heritage-protection/

[2] ศิลปิน หรือผู้ประกอบการ สามารถระบุขอบเขต ขนาด ราคาเช่า ที่ตั้งของสถานที่ที่ต้องการ และดูข้อมูลด้วยตนเองได้โดยสะดวกที่  http://www.creativespaces.net.au/

[3] พื้นที่ภายในและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมอาคาร Meat Market ดูที่ https://www.youtube.com/watch?v=M8dW4K1eUT8

 

บทความแนะนำ

Välkky ห้องสมุดเคลื่อนที่ขวัญใจมหาชน
readWORLD

Välkky ห้องสมุดเคลื่อนที่ขวัญใจมหาชน

รถห้องสมุดเคลื่อนที่เมืองเอสโป ประเทศฟินแลนด์

370|อ่าน : 1 นาที
เมื่อห้องสมุดเป็นจุดหมายการท่องเที่ยว
readWORLD

เมื่อห้องสมุดเป็นจุดหมายการท่องเที่ยว

เป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษที่ห้องสมุดประสบกับปัญหาทางสองแพร่ง เนื่องจากบทบาทในฐานะแหล่งเก็บรักษาหนังสือและสื่อสารสนเทศเพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าถึงได้นั้น เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัลที่รุกคืบเข้ามาแทนที่จนมีผลต่อพฤติกรรมของผู้ใช้งานห้องสมุด

805|อ่าน : 15 นาที
One Book One City อ่านทั้งเมืองเรื่องเดียวกัน
readWORLD

One Book One City อ่านทั้งเมืองเรื่องเดียวกัน

กิจกรรมรณรงค์การอ่านที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในต่างประเทศ ริเริ่มขึ้นครั้งแรกโดย แนนซี เพิร์ล (Nancy Pearl) บรรณารักษ์แห่งห้องสมุดประชาชนซีแอตเทิล

595|อ่าน : 12 นาที
ห้องสมุดเมืองเอสโป Library of the Year 2019
readWORLD

ห้องสมุดเมืองเอสโป Library of the Year 2019

ห้องสมุดเมืองเอสโป (Espoo City Library) ประเทศฟินแลนด์ ได้รับรางวัลห้องสมุดยอดเยี่ยมประจำปี 2562 จากการประกาศผลในงานเทศกาลหนังสือกรุงลอนดอน หรือ London Book Fair 2019 สามารถเอาชนะห้องสมุดที่เข้ารอบสุดท้ายอีกสองแห่งจากประเทศบราซิลและแซมเบีย

658|อ่าน : 5 นาที
แหวกม่านไม้ไผ่ ชำแหละการศึกษาจีน
readWORLD

แหวกม่านไม้ไผ่ ชำแหละการศึกษาจีน

เรียนรู้สิ่งที่ดีที่สุดและเลวที่สุดจากแดนมังกร

55
พัฒนาเมือง ด้วยห้องสมุดมีชีวิต ภูมิทัศน์การพัฒนาแนวใหม่ จากวิสัยทัศน์ผู้บริหารท้องถิ่น
readWORLD

พัฒนาเมือง ด้วยห้องสมุดมีชีวิต ภูมิทัศน์การพัฒนาแนวใหม่ จากวิสัยทัศน์ผู้บริหารท้องถิ่น

ใครที่คิดว่าห้องสมุดทันสมัยมีอยู่เพียงแค่เฉพาะในกรุงเทพฯ… คงจะต้องคิดใหม่ และเปลี่ยนความเข้าใจ !

586|อ่าน : 5 นาที
บรรณารักษ์ควรจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต (ตอนที่ 2) หากหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ยังไม่ถึงจุดอวสาน
readWORLD

บรรณารักษ์ควรจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต (ตอนที่ 2) หากหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ยังไม่ถึงจุดอวสาน

นักปราชญ์บางท่านเคยกล่าวไว้ว่า ข้อดีของอนาคตคือมันยังไม่เกิดขึ้น สิ่งที่เราได้อธิบายละเอียด ณ ที่นี้ไม่ได้เป็นสถานการณ์เพียงแบบเดียวที่อาจเกิดขึ้นกับหนังสือและห้องสมุดในอนาคต หนังสือที่ตีพิมพ์เป็นรูปเล่มอาจจะไม่ได้หายไปหรือจะไม่หายไปในเร็วๆ นี้ก็ได้

301|อ่าน : 7 นาที
ห้องสมุดประชาชนเกาสง พลิกกระบวนทัศน์ สร้างนวัตกรรม เน้นให้คนมีส่วนร่วม เชื่อมโยงการพัฒนาเมือง
readWORLD

ห้องสมุดประชาชนเกาสง พลิกกระบวนทัศน์ สร้างนวัตกรรม เน้นให้คนมีส่วนร่วม เชื่อมโยงการพัฒนาเมือง

พลิกกระบวนทัศน์ สร้างนวัตกรรม เน้นให้คนมีส่วนร่วม เชื่อมโยงการพัฒนาเมือง

149
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือกิจกรรมร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเงื่อนไขและข้อตกลง
เกี่ยวกับเรา
TK Storyติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.