เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

ทำนิทานภาพวัยเด็กวัยเตาะแตะสไตล์เกาหลีใต้ กับนักเขียน จุง โฮ ซุน

ทำนิทานภาพวัยเด็กวัยเตาะแตะสไตล์เกาหลีใต้ กับนักเขียน จุง โฮ ซุน

137
21 มีนาคม 2565

Blog_Cover-01.jpg

          ในปัจุบัน มีคุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อย ที่อ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่แรกเกิด  ดังนั้นหนังสือ ‘นิทานภาพ’ เล่มแรกที่ลูกได้เห็น จึงเป็นหนังสือที่สำคัญมาก เพราะช่วงเวลาที่พ่อแม่ใช้น้ำเสียงอ่านนิทานให้ลูกฟัง จะเป็นเวลาที่ลูกได้สัมผัสถึงความรัก ความอบอุ่น ความไว้วางใจ และความปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านประสาทสัมผัสทั้ง 5 พัฒนาการด้านภาษา ช่วยให้รักการอ่านอย่างเป็นธรรมชาติ พัฒนาการด้านศิลปะ จินตนาการ สมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ และเรียนรู้อารมณ์ ความสุข ความประหลาดใจ ความเศร้า ความโมโห ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาอุปนิสัย บุคลิกภาพ และความตระหนักรู้ทางสังคม 

           การให้ความสำคัญกับการอ่านนิทานภาพให้ลูกฟัง จึงทำให้มีการพัฒนาการออกแบบ และเทคนิคสำหรับนิทานภาพมากมาย เราจึงชวนไปเรียนรู้วิธีการทำนิทานภาพวัยเตาะแตะ กับนักทำนิทานภาพรุ่นใหม่ชาวเกาหลีใต้ จุง โฮ ซุน นักเขียน นักวาดภาพประกอบ และนักออกแบบกราฟฟิกที่เต็มไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ในการออกแบบและทำนิทานภาพสำหรับเด็กเล็ก เจ้าของหนังสือกว่า 15 เล่ม ผลงานของเธอได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง และได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และสเปน 

korea01_717x500px-01.jpg

          จุดเริ่มต้นของการทำนิทานภาพ 
          ก่อนจะมาเป็นนักเขียนนิทานภาพสำหรับเด็ก จุง โฮ ซุน เคยเป็นกราฟิกดีไซเนอร์มาก่อน หากวันหนึ่งเมื่อบริษัทมอบมายให้ศึกษานิทานภาพ เธอจึงรู้สึกแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน ตอนยังเล็กก็ไม่เคยโตมากับการอ่านหนังสือภาพสำหรับเด็กเลย 
          “หนังสือเล่มแรกที่อ่าน เป็นเรื่องราวของครอบครัวที่เดินตามหมี ซึ่งหน้าสุดท้ายของหนังสือ เป็นภาพของทั้งครอบครัวอยู่ในผ้าห่มด้วยกัน ดูอบอุ่น เราเห็นแล้วประทับใจ จึงเกิดแรงบันดาลใจ อยากถ่ายทอดออกมาเป็นรูปภาพให้คนอื่นเห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นแบบนี้บ้าง เลยตัดสินใจลาออกจากบริษัท มาเป็นนักเขียนนิทานภาพสำหรับเด็ก” 
           หนังสือเล่มแรกที่จุง โฮ ซุน เขียน คือเรื่อง Chu! หรือ จุ๊บ! เล่าเรื่องราวความรักเกี่ยวกับการจุ๊บ จุ๊บ (เสียงจูบ) ของเด็กๆ ใน 1 วัน ไม่ว่าจะเป็นการจุ๊บสิ่งของ จุ๊บของเล่น หรือจุ๊บตัวเองผ่านกระจก ซึ่งความน่ารักของหนังสือเล่มนี้ ทำให้เธอได้รับการบอกปากต่อปากจากพ่อแม่ชาวเกาหลี จนหนังสือได้รับความนิยม และได้แปลเป็นภาษาต่างประเทศ วางขายในญี่ปุ่น จีน และสเปน 
           “นิทานภาพสำหรับเด็ก เป็นสิ่งที่สร้างอิทธิพลด้านบวก ช่วงเวลาที่พ่อแม่อ่านให้ฟังสำคัญมากสำหรับการเจริญเติบโตของเด็ก เป็นช่วงเวลาที่เด็กได้รับความรัก ได้เติบโตเป็นคนอุ่น เป็นคนกล้าหาญที่พร้อมออกไปเผชิญกับโลกภายนอก เจอเพื่อน เจอธรรมชาติ เจอความท้าทายทุกอย่างเลย เด็กจะรักทุกสิ่งรอบตัวเขา เราเลยรักการทำอาชีพนี้ หนังสือของเราจึงเต็มไปด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก” จุง โฮ ซุน เล่าให้ฟังด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม 

korea02_717x500px-01.jpg
          เข้าใจพัฒนาการช่วงวัย เพื่อทำนิทานภาพให้เหมาะกับเด็ก 
          จุง โฮ ซุน ให้ความเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องเรียนด้านเด็กโดยตรง ก็สามารถหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อหาข้อมูลการเขียนให้เหมาะกับเด็กแต่ละช่วงวัยได้ เพราะในแต่ละวัย เด็กเหมาะกับเทคนิคการทำหนังสือที่แตกต่างกัน ซึ่งความรู้ในส่วนนี้ มีส่วนช่วยให้นักเขียนนำมาพัฒนาผลงานให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก
           • อายุ 0-3 เดือน ช่วงแรกเด็กยังไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสี จึงเหมาะกับหนังสือ Focus Book หรือหนังสือภาพขาว-ดำ พอพัฒนาการเห็นสีของเด็กเพิ่มขึ้น เหมาะกับนิทานภาพที่มองเห็นสีชัด สีสด เนื้อหาง่าย 
           • อายุ 6 เดือน เด็กจะเริ่มกังวลเมื่อต้องอยู่ห่างจากพ่อแม่ จึงเหมาะกับหนังสือ Pop-Up Book หรือที่เรียกว่า Peek-a-Boo ถ้าเขียนเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ เด็กจะชอบเป็นพิเศษ รวมถึงเน้นภาพ และเขียนข้อความเล็กๆ น้อยๆ โดยเน้นการใช้เสียง เช่น จุ๊บ จุ๊บ เพื่อช่วยลดความวิตกกังวลของเด็กที่อยู่ห่างกับพ่อแม่ 
           หนังสือแต่ละเล่มของจุง โฮ ซุน ยังใส่ใจกับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่  ‘การดึงดูดความสนใจ’ ภาพที่วาดต้องดึงดูดความสนใจของเด็กๆ ดังนั้นจึงต้องรู้ว่า เด็กชอบภาพแบบไหน ภาพไหนที่เด็กสนใจ จนเกิด ‘ความสนุก’ ภาพและเรื่องราวที่เห็นต้องทำให้รู้สึกสนุก และส่งต่อ ‘อิทธิพลด้านบวก’ เพื่อให้นิทานภาพ เป็นหนังสือเล่มแรกที่ดีที่สุดสำหรับเด็กๆ 
            ไม่เพียงเท่านี้ แม้เธอจะใส่ 3 ปัจจัยหลักเข้าไปในหนังสือทุกเล่มแล้ว หนังสือก็ยังไม่สมบูรณ์ หากขาด ‘ความรัก’ และ ‘ความจริงใจ’ ของนักเขียน เพราะสิ่งนี้เด็กๆ จะสัมผัสได้จากการดูและการอ่านนิทาน 

korea03_717x500px-01.jpg
           เทคนิคการทำนิทานภาพ 
           สำหรับเทคนิคในการทำนิภาพสำหรับเด็ก จุง โฮ ซุน เล่าถึงเทคนิคของตัวเองว่า นำเรื่องราวจากคนที่อยู่รอบตัวมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเรื่อง จากนั้นเมื่อได้ไอเดียจะวาดใส่กระดาษ ทำให้ต้องมีกระดาษติดตัวอยู่ตลอดเวลา โดยจะวาดรูปใส่กระดาษ A4 ที่ตีเป็นช่องเล็กๆ แบบ Thumbnail เพื่อให้เห็นเรื่องราวทั้งหมดในแผ่นเดียว จากนั้นจะทำดัมมี่ (Dummy) หรือหนังสือไซส์จำลองเพื่อให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น ส่วนเทคนิคในการวาดภาพ นักเขียนจุง โฮ ซุน จะใช้วิธีการวาดจากภาพถ่ายจริง เมื่อต้องวาดรูปเด็ก เธอจะหลอกล่อให้เด็กทำท่าตามต้องการ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยากมาก เพราะเด็กๆ ยังสื่อสารไม่ค่อยได้ อย่างหนังสือเล่มแรก คือ Chu! เธอถ่ายรูปไปประมาณ 1,000 รูป กว่าจะได้หนังสือหนึ่งเล่ม เพราะตั้งใจเรียนรู้พฤติกรรมของเด็กโดยธรรมชาติ และทำให้วาดภาพออกมาเป็นหนังสือที่ดีที่สุด  
          “บางคนถามว่าจำเป็นด้วยเหรอ ลงทุนถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ แต่เราว่ามันต่างกันนะ เมื่อถ่ายภาพจะมองเห็นการเคลื่อนไหวของเด็ก ที่มีสรีระต่างจากผู้ใหญ่ ถ้าเราวาดจากจินตนาการจะไม่เหมือนจริง” จุง โฮ ซุน แบ่งปันความเห็น
           นอกจากนี้จุง โฮ ซุน ยังแนะนำเพิ่มเติมเรื่องการเขียนสตอรี่ว่า หลายคนมักนึกว่านิทานภาพสำหรับเด็ก จะเล่าเรื่องเนิบช้า ไม่มีอะไรเป็นจุดเด่น แต่แท้จริงแล้วควรมีจุดเซอร์ไพรส์ของเรื่อง เพราะทำให้เด็กรู้สึกตื่นเต้น ทำให้เขาสนใจมากขึ้น ส่วนขนาดหนังสือที่เหมาะสมสำหรับเด็ก เธอแบ่งเป็นไอเดียว่า ต้องเป็นขนาดที่พอเหมาะ เด็กจับได้ถนัดมือ และถ้าเป็นขนาดที่ใส่รถเข็นเด็กได้สะดวกก็จะเหมาะมาก เพราะทำให้พ่อแม่พกหนังสือไปไหนมาไหน อ่านได้ทุกที่ทุกเวลา  


          แรงบันดาลใจในการทำนิทาน  
          นิทานภาพของ จุง โฮ ซุน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวรอบตัว ซึ่งเธอมองว่าสามารถเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการให้เด็กได้ทุกเรื่อง อย่างไรก็ตาม เด็กๆ แต่ละคนมีอุปนิสัย และมีความชอบไม่เหมือนกัน ดังนั้นควรเขียนเรื่องที่หลากหลาย เด็กๆ จะได้มีตัวเลือกในการอ่านมากขึ้น  อย่างเช่น นิทานภาพ Twins Series ซึ่งมีทั้งหมด 3 เล่ม ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลูกสาวฝาแฝดของนักแสดงชาวเกาหลีใต้ ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวของเด็กแฝดที่หน้าตาเหมือนกัน แต่มีนิสัยต่างกัน ผ่านการใช้ข้าวของต่างๆ เช่น แก้วน้ำ คนหนึ่งดื่มน้ำส่งเสียงอึกๆ อีกคนดื่มน้ำส่งเสียงจ๊วบๆ ดินสอ คนหนึ่งวาดรูปรถ อีกคนวาดรูปดอกไม้ เป็นต้น 
           หรือจะเป็นนิทานเรื่อง Four Season Series ที่หยิบเอา 4 ฤดูกาลของเกาหลี ออกมาเล่าเป็นเรื่องราวการเจริญเติบโตของเด็กผ่าน 4 ฤดูกาล ซึ่งมีการสอดแทรกการละเล่นของเด็กที่แตกต่างกันตามแต่ละฤดูกาลเข้าไปด้วย ทำให้หนังสือเล่มนี้ใช้เวลาถ่ายภาพเด็กตัวจริงถึง 4 ฤดู ก่อนเอามาเขียนเป็นหนังสือภาพ และยังมีการใส่กิมมิค ออกแบบสติกเกอร์แต่งตัวตุ๊กตา เพื่อให้เด็กๆ  หยิบจับมาแปะ เอามาดึง เอามาเล่น ถือเป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อในอีกทางหนึ่ง 
            นอกจากเทคนิคการเขียนนิทานภาพแล้ว จุง โฮ ซุน ยังแนะนำเทคนิคการอ่านนิทานให้สนุกด้วยว่า พ่อแม่ควรใช้น้ำเสียงที่น่าฟัง มีช่วงลุ้น ตื่นเต้น หรือท่าทางประกอบ จะทำให้เด็กสนุก และมีความสุขไปกับการอ่าน อย่างไรก็ตาม ถ้าลองอ่านนิทานให้ลูกฟัง แล้วลูกไม่ชอบ อยากให้ลองเปลี่ยนเป็นเล่มอื่น เพราะความชอบของเด็กๆ ไม่เหมือนกัน เขาไม่ชอบเรื่องนี้ อาจชอบอีกเล่มก็ได้ เมื่อพ่อแม่ทำทุกอย่างไปโดยธรรมชาติ เด็กๆ จะมีความสุขกับการอ่านเอง  

บทความแนะนำ

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม  ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม
บล็อก

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม

"ถ้าในชีวิตจริงเราไม่วิจารณ์คนแปลกหน้า... แล้วทำไมบนโลกออนไลน์เราถึงทำ?" อย่าปล่อยให้ อิสระ บนหน้าจอ ทำเราลืมมารยาทและคุณธรรมที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะโลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว และไม่ใช่อภิสิทธิ์ในการทำร้ายใคร

266
‘เขียน’ เปลี่ยนชีวิต
บล็อก

‘เขียน’ เปลี่ยนชีวิต

เราไม่ได้เขียนนิยายเพื่อขายนิยาย เราเขียนนิยายเพื่ออธิบายสภาวะภายในจิตใจของเราเองบางอย่างเฉพาะตัว แต่ว่าอย่างน้อยเราหวังว่าคนอื่นจะชอบอ่านเท่านั้นเอง

453
ฟังเสียงเจื้อยแจ้วกับโลกมหัศจรรย์
บล็อก

ฟังเสียงเจื้อยแจ้วกับโลกมหัศจรรย์

ตกผลึกประสบการณ์จากสุ้มเสียงของนักเรียนรู้ในโลกมหัศจรรย์ กับกิจกรรม “A Conversation with the World คุยกัน ฉันกับโลก” จาก Learning Fest Bangkok 2023

183|อ่าน : 10 นาที
เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”
บล็อก

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”

“เราคิดทัน AI หรือเปล่า?” และ “ในวันที่ AI เข้ามาช่วยคิดมากขึ้น เราควรปรับบทบาทตัวเองไปในทางไหน?”

170
จักรวาลผีอาเซียน สู่วงการบอร์ดเกมระดับสากล
บล็อก

จักรวาลผีอาเซียน สู่วงการบอร์ดเกมระดับสากล

TK Park เตรียมพร้อมบินลัดฟ้า พานักออกแบบบอร์ดเกมไทยไปงาน TOBE 2025

144|อ่าน : 12 นาที
อะไรรอเราอยู่ในปี 2024?
บล็อก

อะไรรอเราอยู่ในปี 2024?

TK Park มองไปข้างหน้า และเตรียมตัวเดินหน้าสู่ปี 2024 อย่างมั่นคง

289|อ่าน : 12 นาที
เรื่องเล่า “หลัง” ภาพถ่าย
บล็อก

เรื่องเล่า “หลัง” ภาพถ่าย

TK Park สรุปเรื่องราวจากงานเสวนา “เรื่องเล่าหลังภาพถ่าย” จากนิทรรศการภาพถ่ายเยาวชน "Signature of Bankrua"

290|อ่าน : 12 นาที
ข่าวปลอมแนบเนียน ยิ่งต้องรู้เท่าทัน ชวนรู้จัก “Digital Literacy” กับการหยุดวงจรข่าวปลอมในยุค AI
บล็อก

ข่าวปลอมแนบเนียน ยิ่งต้องรู้เท่าทัน ชวนรู้จัก “Digital Literacy” กับการหยุดวงจรข่าวปลอมในยุค AI

ข่าวปลอมยุคใหม่ไม่ได้ดูหลอกลวงเสมอไป แต่มักแฝงตัวมาอย่างแนบเนียน เช่น ข้อความเตือนภัยในกรุ๊ปไลน์ คลิปสั้น หรืออินโฟกราฟิกที่ดูน่าเชื่อถือ จนทำให้หลายคนตกเป็นเหยื่อและเผลอแชร์ต่อเพียงเพราะคิดว่า "แชร์ไว้ก่อนดีกว่า"

243
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.