เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. สื่อการเรียนรู้ของ TK Park
  4. บทความ
บทความ

ความรู้

ในโลกที่ไม่มีใครเรียนรู้เหมือนกัน

ในโลกที่ไม่มีใครเรียนรู้เหมือนกัน

129
25 กุมภาพันธ์ 2569

เคยไหม อ่านเนื้อหาเดิมหลายรอบยังไม่เข้าใจ

แต่พอมีใครอธิบายสั้น ๆ กลับเห็นภาพขึ้นมาทันที

การเรียนรู้ของแต่ละคนไม่เคยเกิดขึ้นในจังหวะเดียวกัน บางคนต้องอ่านหลายรอบก่อนจะเข้าใจ บางคนฟังเพียงครั้งเดียวก็เห็นภาพ บางคนต้องลงมือทำจึงจะเชื่อมความคิดได้ครบ และบางคนต้องมีเวลานิ่ง ๆ อยู่กับตัวเองก่อนความเข้าใจจะเริ่มทำงาน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้บอกว่าใครเก่งกว่าใคร แต่มันกำลังบอกว่า “มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เรียนรู้ด้วยวิธีเดียว”

ระบบที่เราคุ้นเคยมักใช้มาตรฐานเดียวเป็นตัววัด เราถูกฝึกให้เดินตามจังหวะเดียว ถูกประเมินด้วยเกณฑ์เดียว จนบางครั้งเผลอเชื่อว่า หากเราเรียนรู้ไม่เหมือนคนอื่น แปลว่าเรายังไม่ดีพอ ทั้งที่ความจริงแล้ว ความต่างอาจไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่คือรูปแบบเฉพาะตัวที่แต่ละคนใช้ทำความเข้าใจโลก - และบางที โลกที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน ก็ต้องการวิธีเรียนรู้ที่หลากหลายขึ้นด้วย

Copy-of-asian-woman-prepare-place-planting-with-pot.jpg

 

ก้าวข้ามมายาคติของ “สไตล์การเรียนรู้”

แนวคิดเรื่องสไตล์การเรียนรู้ช่วยให้หลายคนเริ่มเข้าใจตัวเองมากขึ้น บางคนเข้าใจเมื่อได้ฟัง บางคนต้องเห็นภาพ บางคนต้องลงมือทำ หรือบางคนต้องอ่านและเขียนเพื่อจัดระเบียบความคิด แนวคิดนี้ทำให้เรามีภาษาสำหรับอธิบายความต่างของตัวเอง และยอมรับว่าการเรียนรู้ไม่ได้มีรูปแบบเดียว

ในอีกด้านหนึ่ง มีข้อสังเกตจากวงการการศึกษาไม่น้อยที่ชี้ว่า การเรียนรู้ไม่ได้เกิดจากการใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียวเสมอไป มนุษย์สามารถปรับเปลี่ยนวิธีเรียนรู้ไปตามเนื้อหา สถานการณ์ และสภาพแวดล้อม การเรียนรู้จึงไม่ใช่การค้นหา “วิธีที่ใช่ที่สุด” แต่เป็นกระบวนการของการปรับตัว ทดลอง และเปิดรับวิธีใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา

 

สี่ทางแยกแห่งการรับรู้

แม้การเรียนรู้จะไม่มีสูตรตายตัว แต่หลายคนมักสังเกตได้ว่ามี “จังหวะ” บางแบบที่ทำให้เข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นกว่าวิธีอื่น จังหวะเหล่านี้ไม่ได้แบ่งแยกผู้คนออกจากกัน แต่ช่วยให้เราเริ่มเห็นวิธีที่ตัวเองใช้ทำความเข้าใจโลก

 

คนที่เรียนรู้ผ่านการฟัง 

บางคนเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ผ่านเสียง การได้ยินน้ำหนักของคำ การสนทนา หรือการแลกเปลี่ยนความคิดทำให้ข้อมูลที่กระจัดกระจายเริ่มมีทิศทาง เสียงของคนอื่นช่วยต่อความคิดของตัวเองให้ชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

คุณอาจเป็นคนประเภทนี้ ถ้าคุณ

  • ฟังเพลงครั้งเดียวจำเนื้อร้องได้แล้ว
  • ได้ยินเบอร์โทรครั้งเดียวจำได้เลย
  • ชอบคุยกับเพื่อนเรื่องที่เรียน แล้วรู้สึกว่าเข้าใจมากขึ้น
  • บางทีต้องอ่านออกเสียงถึงจะจำได้

เคล็ดลับ: ลองใช้การอัดเสียงสรุปสิ่งที่เรียน ฟังซ้ำในจังหวะสบาย ๆ หรือเปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้คุย แลกเปลี่ยน และตั้งคำถามกับคนรอบตัวบ่อยขึ้นคนที่เรียนรู้ผ่านการมองเห็น 

 

คนที่เรียนรู้ผ่านการมองเห็น

สำหรับบางคน ภาพทำหน้าที่เป็นแผนที่ของความเข้าใจ สี เส้น รูปร่าง หรือการจัดวางองค์ประกอบช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของข้อมูลได้ชัดกว่าการฟังหรืออ่านเพียงอย่างเดียว

คุณอาจเป็นคนประเภทนี้ ถ้าคุณ

  • จำทางได้ดีมากเพราะจำภาพสถานที่
  • ชอบ Infographic มากกว่าข้อความยาวๆ
  • จดโน้ตด้วยสีสันสดใส มี Highlight หลายสี
  • จำหน้าคนได้ดีกว่าจำชื่อ

เคล็ดลับ: ลองเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นภาพ วาดแผนผัง ใช้สีช่วยจัดหมวดหมู่ หรือดูวิดีโอประกอบเพื่อให้ความคิดเชื่อมโยงกันง่ายขึ้น

 

คนที่เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ

ความเข้าใจของบางคนเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้เคลื่อนไหว ได้ลอง ได้จับ ได้ทดลองจริง สิ่งที่อ่านหรือฟังอาจยังไม่ชัด จนกว่าจะได้ลงมือทำด้วยตัวเอง

คุณอาจเป็นคนประเภทนี้ ถ้าคุณ

  • อ่านคู่มือ 50 หน้าไม่เท่า ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง
  • ไม่ชอบนั่งนิ่ง ๆ นาน ๆ
  • ต้องเดินไปเดินมา ถึงจะคิดออก
  • เข้าใจได้ดีขึ้นจำอะไรได้ดีกว่าถ้าเคยทำด้วยตัวเอง

เคล็ดลับ: หาโอกาสลงมือทำจริง ทดลอง ทำโปรเจกต์เล็ก ๆ หรือเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่ได้ใช้ร่างกายและประสบการณ์ตรง

 

คนที่เรียนรู้ผ่านการอ่านและเขียน

บางคนต้องใช้เวลาอยู่กับตัวหนังสือเพื่อจัดระเบียบความคิด การอ่านทำให้เห็นรายละเอียด การเขียนทำให้ความคิดค่อย ๆ ชัดและเป็นรูปเป็นร่าง

คุณอาจเป็นคนประเภทนี้ ถ้าคุณ

  • ชอบอ่านหนังสือมากกว่าดูหนัง
  • รู้สึกว่าเขียนช่วยให้ความคิดชัดเจนขึ้น
  • มี To-Do List ติดตัวตลอด
  • ชอบจดบันทึกตอนฟังคนพูด

เคล็ดลับ: ลองเขียนสิ่งที่เรียนด้วยภาษาของตัวเอง จดบันทึกระหว่างฟังหรืออ่าน และกลับมาอ่านซ้ำเพื่อให้ความเข้าใจลึกขึ้น

 

Copy-of-asia-young-female-english-teacher-video-conference-looking-camera-talk-by-webcam-learn-teach-online-chat-home-remote-education-social-distancing-quarantine-corona-virus-prevention.jpg

 

เมื่อหลายวิธีมาบรรจบกัน

เมื่อเริ่มมองเห็นแนวโน้มการเรียนรู้ของตัวเอง อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเข้าใจว่า มนุษย์ไม่ได้เรียนรู้ผ่านช่องทางเดียวตลอดเวลา แนวคิดเรื่อง multimodal learning อธิบายว่า สมองเชื่อมโยงข้อมูลได้ลึกขึ้นเมื่อเราได้รับประสบการณ์ผ่านหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง ข้อความ หรือการลงมือทำจริง

การเรียนรู้จึงไม่ใช่การเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งให้ถูกต้องที่สุด แต่คือการปล่อยให้หลายวิธีทำงานร่วมกัน บางเรื่องต้องใช้ภาพเพื่อเห็นความสัมพันธ์ บางเรื่องต้องฟังเพื่อเข้าใจอารมณ์ บางเรื่องต้องลงมือทำจึงจะเห็นกลไก และบางเรื่องต้องเขียนเพื่อให้ความคิดตกตะกอน

ในชีวิตจริง เราแทบไม่เคยเรียนรู้ผ่านวิธีเดียวตลอดทั้งกระบวนการ การฟังอาจเป็นจุดเริ่มต้น ภาพช่วยต่อโครงสร้าง การทดลองเชื่อมโยงกับประสบการณ์ และการเขียนทำให้สิ่งที่กระจัดกระจายค่อย ๆ เป็นระบบ

เมื่อหลายวิธีมาบรรจบกัน การเรียนรู้จึงไม่หยุดอยู่ที่การรับข้อมูล แต่กลายเป็นกระบวนการที่เคลื่อนไหวและเติบโตไปพร้อมกับตัวเราเอง

 

การออกนอกวิธีที่คุ้นเคย

แม้เราจะมีความถนัดบางอย่างเป็นพื้นฐาน การเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้ผ่านวิธีที่หลากหลายกลับช่วยขยายศักยภาพของสมองได้มากขึ้น ความยืดหยุ่นจึงกลายเป็นทักษะสำคัญของการเรียนรู้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คนที่ชอบอ่านอาจเข้าใจโลกอีกมุมหนึ่งเมื่อเริ่มฟัง คนที่ถนัดลงมือทำอาจเห็นความคิดตัวเองชัดขึ้นเมื่อได้เขียนสรุป คนที่ชอบดูภาพอาจเข้าใจลึกขึ้นเมื่ออธิบายสิ่งนั้นออกมาเป็นคำพูด

การลองในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยไม่ใช่การฝืนตัวเอง แต่เป็นการขยายขอบเขตของการเรียนรู้ เหมือนนักดนตรีที่ไม่ได้เล่นเพียงเครื่องเดียว หรือศิลปินที่ไม่ได้ใช้เพียงสีเดียว ความเข้าใจมักเกิดขึ้นเมื่อเราสลับวิธี มองโลกจากอีกด้าน และปล่อยให้ประสบการณ์หลายแบบทำงานร่วมกันในเวลาเดียวกัน

Copy-of-happy-asian-girl-dancing-listening-music-headphones-smiling-standing-yellow-tshirt-against.jpg

 

ยิ่งต่าง ยิ่งได้เรียนรู้

ในระดับสังคม ความแตกต่างของวิธีคิดและวิธีทำทำให้การเรียนรู้เดินหน้าได้เร็วขึ้น ทีมที่มีพลังไม่ใช่ทีมที่คิดเหมือนกันทั้งหมด แต่คือพื้นที่ที่มีคนหลากหลายมุมมองมาอยู่ร่วมกัน คนที่มองภาพเก่ง คนที่จับประเด็นได้ไว คนที่ลงมือทำเร็ว และคนที่เรียบเรียงความคิดได้เป็นระบบ ต่างช่วยกันเติมเต็มความเข้าใจในแบบที่ไม่มีใครทำได้เพียงลำพัง

แนวคิดนี้เองกลายเป็นหัวใจของ Learning Fest Bangkok 2026 ซึ่งชวนให้มองการเรียนรู้ผ่านความหลากหลายของผู้คน วิธีคิด และประสบการณ์ มากกว่าการมองหาคำตอบเดียว

21–22 มีนาคมนี้ เทศกาลการเรียนรู้กรุงเทพฯ เปิดพื้นที่ให้วิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างได้ปรากฏ อยู่ร่วมกัน และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้แต่ละคนได้กลับไปมองการเรียนรู้ของตัวเองอีกครั้ง ในจังหวะที่เป็นของตัวเองจริงๆ

 

รายการอ้างอิง (References)

  • Coffield, F., Moseley, D., Hall, E., & Ecclestone, K. (2004). Learning styles and pedagogy in post-16 learning: A systematic and critical review.
    รายงานทบทวนงานวิจัยที่ตั้งข้อสังเกตต่อการใช้แนวคิด “learning styles” ในการศึกษา และชี้ให้เห็นว่าการจัดผู้เรียนเป็นประเภทตายตัวอาจไม่ช่วยให้การเรียนรู้ดีขึ้นเสมอไป                                 https://www.leerbeleving.nl/wp-content/uploads/2011/09/learning-styles.pdf

  • Mayer, R. E. (2009). Multimedia Learning (2nd ed.). Cambridge University Press.
    อธิบายว่าการเรียนรู้ผ่านหลายช่องทาง เช่น ภาพ เสียง และข้อความร่วมกัน ช่วยให้สมองเชื่อมโยงความเข้าใจได้ลึกและยั่งยืนขึ้น             https://www.jsu.edu/online/faculty/MULTIMEDIA%20LEARNING%20by%20Richard%20E.%20Mayer.pdf

  • Pashler, H., McDaniel, M., Rohrer, D., & Bjork, R. (2008). Learning Styles: Concepts and Evidence. Psychological Science in the Public Interest, 9(3), 105–119. งานวิจัยที่ชี้ว่า ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการสอนให้ตรงกับ “สไตล์การเรียนรู้” เพียงอย่างเดียวจะทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดีขึ้น           https://journals.sagepub.com/doi/full/10.1111/j.1539-6053.2009.01038.x

บทความแนะนำ

เปิดพื้นที่ให้คิด(ส์)
บล็อก

เปิดพื้นที่ให้คิด(ส์)

เมื่อนิทานที่คุ้น กลับไม่เหมือนเคย

112
วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ
บล็อก

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ

เมื่อครอบครัวไม่ได้ตั้งกฎ แต่เริ่มฟังกันใหม่อีกครั้ง

70
อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้
บล็อก

อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้

เรื่องราวจาก Human Library: Stranger Talk จาก Learning Fest Bangkok 2026

182
Meanlee กับลายเส้นที่เปิดพื้นที่ให้ความต่างอยู่ร่วมกัน
บล็อก

Meanlee กับลายเส้นที่เปิดพื้นที่ให้ความต่างอยู่ร่วมกัน

ลายเส้นของ มีน – ธันยธรณ์ ลี้ไวโรจน์ คือภาพแทนแนวคิด “The Difference” ของ Learning Fest Bangkok 2026

120
วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก
บล็อก

วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก

โลกบังคับให้พวกเขาร้าย พวกเราก็เช่นกัน?

132|อ่าน : 10 นาที
แวดล้อมการอ่านและการเรียนรู้ ปี 2025
บล็อก

แวดล้อมการอ่านและการเรียนรู้ ปี 2025

จากพื้นที่ห้องสมุดกลางเมือง สู่จังหวะใหม่ของการอ่านในชีวิตประจำวัน

185|อ่าน : 12 นาที
Senior Co-living Space เทรนด์บ้านแชร์ ที่มาแน่ในกลุ่มผู้สูงวัย
บล็อก

Senior Co-living Space เทรนด์บ้านแชร์ ที่มาแน่ในกลุ่มผู้สูงวัย

TK Park ชวนรู้จักเทรนด์ ‘Co-Living Space’ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศตอนนี้

178|อ่าน : 10 นาที
JOMO, FIRE, SINKs ชีวิตยุคนี้มีหลายสไตล์!
บล็อก

JOMO, FIRE, SINKs ชีวิตยุคนี้มีหลายสไตล์!

TK Park ชวนมองวิถีชีวิตของคน Gen ใหม่ ที่อาจเปลี่ยนจากเดิมไปตลอดกาล

49|อ่าน : 12 นาที
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือกิจกรรมร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเงื่อนไขและข้อตกลง
เกี่ยวกับเรา
การเดินทางติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.