This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

โตโย อิโตะ

โตโย อิโตะ

882

เบื้องหลังความคิดและจินตนาการ
ของนักออกแบบแหล่งเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21

 

          ปลายศตวรรษที่ 20 ย่างเข้าศตวรรษที่ 21 เป็นยุคที่สถาปัตยกรรมห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ได้เริ่มก้าวข้ามไปจากขนบการออกแบบเดิมๆ มันจะไม่ใช่พื้นที่ที่ผู้คนเดินเข้าไปรับความรู้อย่างเชื่องๆ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา แต่เป็นยุคซึ่งพื้นที่ (space) ถูกออกแบบเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้คนในสังคมอนาคต

          เมื่อแหล่งเรียนรู้คลายความศักดิ์สิทธิ์ลง กลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตอย่างใกล้ชิด จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเลยที่วันนี้คนจำนวนหนึ่งไปที่พิพิธภัณฑ์หรือห้องสมุดเพื่อจัดการแสดงทางวัฒนธรรม งานเทศกาล นัดเจรจาทางธุรกิจ สร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งจัดงานแต่งงาน ในขณะเดียวกันสถานที่เหล่านั้นก็ยังคงรักษาบทบาทในการให้บริการด้านการเรียนรู้และสารสนเทศไว้อย่างเหนียวแน่น

          แหล่งเรียนรู้ยุคมิลเลนเนียมสามารถออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ส่วนหนึ่งก็เพราะวิทยาการด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมที่ก้าวหน้ามากขึ้น และส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือนักออกแบบซึ่งต้องตีโจทย์ทำความเข้าใจวิถีชีวิตของชุมชน จนกระทั่งแปรจินตนาการที่กว้างไกลให้กลั่นตัวเป็นสถาปัตยกรรมที่น่าจดจำ

          ซีรี่ส์ชุด “เบื้องหลังความคิดและจินตนาการของนักออกแบบแหล่งเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21” จำนวน 6 ตอน นำเสนอเรื่องราวและผลงานของนักออกแบบเจ้าของไอเดียแหล่งเรียนรู้ที่โดดเด่น 7 ราย ได้แก่ แร็ม โกลฮาส (Rem Koolhaas) โจชัว ปรินซ์-รามุส (Joshua Prince-Ramus) อึน ยอง ยี (Eun Young Yi) ซาฮา ฮาดิด (Zaha Hadid) แฟรงก์ โอเวน เกห์รี (Frank Owen Gehry) นอร์แมน ฟอสเตอร์ (Norman Foster) และโตโย อิโตะ (Toyo Ito)

in_ito01.jpgPhoto : Website driade.com

 

          โตโย อิโตะ สถาปนิกเชื้อสายญี่ปุ่น เกิดที่ประเทศเกาหลีใต้ พ่อของเขาเป็นนักธุรกิจที่มีความสนใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาโบราณของเกาหลีและภาพวาดสไตล์ญี่ปุ่น ต่อมาเขาได้ติดตามครอบครัวย้ายกลับไปบ้านเกิดของพ่อในชนบทที่จังหวัดนากาโน่ วัยเยาว์ของอิโตะดูจะแตกต่างจากสถาปนิกที่มีชื่อเสียงคนอื่นๆ ตรงที่เขาไม่มีแรงดลใจหรือความใฝ่ฝันใดๆ ที่จะเป็นสถาปนิกเลย ความชื่นชอบของเขาเห็นจะมีแต่เรื่องเบสบอล จนเมื่อเข้าศึกษาระดับอนุปริญญาด้านการออกแบบที่มหาวิทยาลัยเกียวโต ผลงานการออกแบบการบูรณะสวนสาธารณะอูเอโนะของอิโตะได้รับรางวัลชนะเลิศจากมหาวิทยาลัย เขาจึงเริ่มหันมาสนใจด้านสถาปัตยกรรมอย่างจริงจัง

          ในปี 1979 อิโตะก่อตั้งบริษัทสถาปนิกของตัวเองชื่อ “Urbot” มาจากคำว่า urban และ robot ซึ่งเปลี่ยนเป็น Toyo Ito & Associates, Architects ในเวลาต่อมา บริษัทของเขาได้ชื่อว่าเป็นสถานที่แจ้งเกิดของสถาปนิกชาวญี่ปุ่นรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์หลายคน อิโตะนิยามสถาปัตยกรรมว่าเป็นเสมือน “อาภรณ์” ที่ห่อหุ้มชาวเมือง ซึ่งจำเป็นต้องใคร่ครวญถึงดุลยภาพระหว่างชีวิตส่วนตัวกับชีวิต “สาธารณะ” ของปัจเจกชน หลักการพื้นฐานในการออกแบบคือ “บ้านสำหรับทุกคน” สิ่งที่ต้องคิดเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ อาคารนั้นสร้างขึ้นทำไม และมีใครบ้างที่ถูกลืมไป        

          แนวคิดของอิโตะได้รับการวิจารณ์ว่ามีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองในเรื่องความเลื่อนไหล ความต่อเนื่อง ความไม่สิ้นสุด ความเรียบง่าย ความสมดุล ความใกล้ชิดธรรมชาติ ฯลฯ โดยได้รับอิทธิพลมาจากนักปรัชญาทั้งตะวันออกและตะวันตก เช่น มูเนะสึเกะ มิตะ (Munesuke Mita) ชาวญี่ปุ่น และ กิลส์ เดอลูซ (Gilles Deleuze) ชาวฝรั่งเศส

          แม้ว่าในเวทีนานาชาติ โตโย อิโตะ จะไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสถาปนิกที่มีชื่อเสียงหรือประสบการณ์มากนัก แต่ชื่อของเขาก็ติดอยู่ในโผที่เข้าชิงรางวัล Prizker Prize มาตลอดช่วง 10 ปี จนกระทั่งได้รับรางวัลดังกล่าวในปี 2013 ผลงานที่เป็นจุดสูงสุดในการทำงานของเขาก็คือเซนไดมีเดียเทค (Sendai Mediatheque) ส่วนผลงานที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยศิลปะทามะ โรงละครแห่งมหานครไถจง ประเทศไต้หวัน พิพิธภัณฑ์ศิลปะบาโรกนานาชาติ ประเทศเม็กซิโก

 

เซนไดมีเดียเทค (Sendai Mediatheque)
เซนได, ญี่ปุ่น

          แนวคิดในการสร้างเซนไดมีเดียเทคเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1989 เมื่อสมาคมศิลปะแห่งจังหวัดมิยางิต้องการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่รวมถึงห้องสมุด โดยได้เลือกท่ารถบัสเก่าเป็นสถานที่ก่อสร้าง หลังจากรับฟังเสียงประชาชนจึงได้มีการประกวดแบบ ซึ่งผลงานของโตโย อิโตะ ได้รับการคัดเลือกจากผลงานทั้งหมด 235 ชิ้น อิโตะนำเสนอความคิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีว่าเป็นสิ่ง “เลื่อนไหล” แทนที่จะมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมสำหรับธรรมชาติ โดยบูรณาการมีเดียและระบบทันสมัยกับสิ่งแวดล้อมของเมืองอย่างร่วมสมัย

in_ito02.jpgPhoto : Website kmckitrick.wordpress.com

 

          เซนไดมีเดียเทคสร้างเสร็จและเริ่มเปิดให้บริการในปี 2001 อาคารเป็นทรงลูกบาศก์โปร่งใส มองเห็นพื้นชั้นเฉียบบางที่เรียงร้อยกันไว้ด้วยกลุ่มท่อคล้ายกิ่งก้านของต้นไม้ ในยามกลางวันอาคารดูผสมกลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ตอนกลางคืน แสงภายในอาคารเปล่งประกายประดุจตะเกียงกลางเมือง ผนังกระจกใสสะท้อนถึง “ความอนันต์” คือการเชื่อมต่อกันระหว่างพื้นที่ภายในอาคารและพื้นที่นอกอาคารอย่างไม่สิ้นสุด หากยืนอยู่บริเวณชั้นล่างซึ่งเป็นที่ตั้งของคาเฟ่ ร้านหนังสือ และร้านขายของที่ไม่มีผนังกั้น สามารถมองผ่านกระจกออกไปเห็นถนนโจเซ็นจิ ราวกับทางเดินของอาคารเป็นส่วนเชื่อมต่อของถนนเส้นนั้น

          แนวคิดในการออกแบบของอิโตะสอดคล้องกับพันธกิจของเซนไดมีเดียเทค “รัฐบาลปลื้มที่เราทำให้ที่นี่ ‘ไร้อุปสรรค’ ซึ่งหมายถึงผู้มีความบกพร่องทางร่างกายด้านต่างๆ ไม่มีอุปสรรคในการเข้าถึง แต่ผมยึดเอาความหมายในด้านอิสรภาพจากอุปสรรคในการบริหารจัดการ จากสารสนเทศที่อยู่บนฐานของข้อความตัวอักษร (text-based) ซึ่งเข้าถึงได้ยาก ให้ปราศจากอุปสรรคในการเข้าถึง รวมทั้งขจัดอุปสรรคทางสถาปัตยกรรม ซึ่งกำหนดไว้ว่าพื้นที่จะต้องถูกใช้งานไปในทิศทางใด”

3F_01.jpgPhoto : Website smt.jp

          อาคารมีทั้งหมด 7 ชั้น มีพื้นที่กว้างขวางสำหรับคอลเลกชั่นภาพยนตร์และเสียง รวมทั้งบูธสำหรับรับชมหรือตัดต่อวีดิทัศน์ โรงภาพยนตร์ คาเฟ่ และร้านหนังสือ “อาคารนี้มีพื้นที่อิสระมากมาย คือพื้นที่ที่ไม่ได้ตั้งใจให้บริการแบบเฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่นผู้ใช้บริการสามารถใช้พื้นที่ระหว่างท่อเสาและบริเวณรอบๆ เช่นเดียวกับที่พวกเขาใช้ถนนของเมืองสำหรับกิจกรรมที่หลากหลาย ผมหวังว่ามีเดียเทคจะกลายเป็นพื้นที่สำหรับกระบวนการคิดเกี่ยวกับเมือง”

          เซนไดมีเดียเทคออกแบบเป็นพิเศษให้สามารถรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวรุนแรง แผ่นพื้นทำจากโครงเหล็กรูปรังผึ้งประกอบกับคอนกรีตมวลเบา ท่อแต่ละกลุ่มมีทั้งส่วนที่ติดยึดกับแผ่นพื้นและส่วนที่ต้านแรงโน้มถ่วง โดยอาคารปราศจากคานรับน้ำหนัก ช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่และสึนามิที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคม 2011 ซึ่งมีจุดศูย์กลางใกล้กับเมืองเซนได อาคารหลังนี้เสียหายเฉพาะส่วนตกแต่งภายใน แต่โครงสร้างหลักเสียหายน้อยมาก จนเรียกได้ว่าแทบไม่เสียหายเลย


คลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์เซนไดมีเดีเทคเมื่อเผชิญแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ปี 2011

 

ห้องสมุดมหาวิทยาลัยศิลปะทามะ (Tama Art University Library),
โตเกียว, ญี่ปุ่น

          โตโย อิโตะ เป็นผู้ออกแบบห้องสมุดแห่งใหม่ให้กับมหาวิทยาลัยศิลปะทามะ วิทยาเขตฮาชิโอจิ (Hachioji) ชานเมืองโตเกียว ห้องสมุดตั้งอยู่ระหว่างประตูหลักของมหาวิทยาลัยกับศูนย์กลางของวิทยาเขต ผู้บริหารได้ตั้งเป้าหมายให้ห้องสมุดมีบทบาทหลักในการสะท้อนตัวตนของมหาลัย ซึ่งได้แก่การสร้างแรงบันดาลใจที่สร้างสรรค์ เป็นสถานที่สำหรับการร่วมมือ การคิดใคร่ครวญ และการผ่อนคลาย เปิดกว้างให้ผู้คนเข้ามาใช้พื้นที่ได้หลากหลายลักษณะ รวมถึงการนอนเล่นพักผ่อนสมอง

          ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัย แต่กลับมีปริมาณผู้เยี่ยมชมที่ไม่ใช่บุคลากรของมหาวิทยาลัยสูงมาก ในปี 2006 ห้องสมุดแห่งเดิมก่อนปรับปรุงมีผู้ใช้บริการ 38,000 คน ขณะที่ปี 2012 ห้องสมุดแห่งใหม่มีผู้ใช้บริการกว่า 86,000 คน

in_tama01.jpgPhoto : Website mahno.com.ua

          ห้องสมุดเป็นอาคารสองชั้นและมีชั้นใต้ดิน โครงสร้างหลักทำมาจากเหล็กและปูนไร้สีสัน ผนังอาคารทำด้วยกระจกเพื่อให้เกิดความรู้สึกเลื่อนไหลกลมกลืนระหว่างห้องสมุดกับสิ่งแวดล้อมภายนอก การออกแบบภายในเรียงรายด้วยซุ้มโค้งซึ่งทำหน้าที่เป็นเสารับน้ำหนักและยังให้ความรู้สึกอ่อนโยนงดงาม สิ่งที่แปลกประหลาดก็คือ พื้นของห้องสมุดชั้นล่างถูกออกแบบให้มีความลาดเอียง 3 องศา ส่งผลให้ชั้นวางหนังสือและเฟอร์นิเจอร์ต้องถูกออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้เข้ากับความเอียง และมีสุนทรียภาพที่กลมกลืนกับเหลี่ยมมุมต่างๆ ของอาคาร

Tama Art University Library - Toyo ItoPhoto : Website mahno.com.ua

 

          ห้องสมุดวิทยาเขตฮาชิโอจิให้บริการหนังสือด้านศิลปะ การออกแบบ และสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่นประมาณ 77,000 เล่ม หนังสือต่างประเทศ 47,000 เล่ม และหนังสือโบราณอีก 1,500 เล่ม ชั้นล่างเป็นแกลเลอรี่ศิลปะรองรับการสัญจรของผู้คนที่ผ่านไปมาอย่างคึกคัก มีโซนค้นหาภาพยนตร์ซึ่งดูคล้ายเคาน์เตอร์บาร์ มีตู้กระจกขนาดใหญ่จัดแสดงนิตยสารฉบับใหม่เพื่อให้นักศึกษาเลือกอ่านขณะรอรถบัส นอกจากนี้ชั้นบนยังมีเครื่องจักรสำหรับการผลิตสิ่งพิมพ์อย่างมืออาชีพ

          ห้องสมุดใหม่ได้กลายเป็นพื้นที่ซึ่งทุกคนสามารถค้นพบ “การปฏิสัมพันธ์” กับหนังสือและมีเดียตามสไตล์ของตัวเอง ให้ความรู้สึกเพลิดเพลินราวกับเดินเข้าไปในป่าหรือโถงถ้ำ ด้วยรูปลักษณ์ที่สัมพันธ์กันอย่างอ่อนละมุน และก่อให้เกิดบรรยากาศที่สร้างสรรค์ปกคลุมไปทั่วมหาวิทยาลัย

Tama Art University Library - Toyo ItoPhoto : Website mahno.com.ua

 

พิพิธภัณฑ์ศิลปะบาโรกนานาชาติ (International Museum of the Baroque)
ปวยบลา, เม็กซิโก

          ในอดีตเม็กซิโกตั้งอยู่ในชัยภูมิที่สำคัญด้านการค้าระหว่างประเทศ จึงเป็นจุดบรรจบของศิลปะวิทยาการจนได้รับการเรียกขานว่า “New Spain” อีกทั้งรัฐปวยบลา (Puebla) ยังได้รับการประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกด้วยกลิ่นอายของยุคบาโรก เป็นที่มาให้ท้องถิ่นริเริ่มพิพิธภัณฑ์ศิลปะบาโรกนานาชาติขึ้น เพื่อเป็นแลนด์มาร์คร่วมสมัยที่ดึงดูดผู้สนใจเรื่องราวด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ นำเสนอทั้งภาพวาด ประติมากรรม แฟชั่น สถาปัตยกรรม ดนตรี ภาพยนตร์ วรรรกรรม และอาหาร

in_ito03.jpgPhoto : Website cemex.com

          อาคารนี้ออกแบบโดย โตโย อิโตะ สร้างเสร็จเมื่อปี 2016 เขากล่าวว่า “อยากจะให้อาคารนี้งอกงามขึ้นจากแผ่นดินเหมือนกับน้ำพุ” อิโตะ สะท้อนเอกลักษณ์ของศิลปะบาโรกผ่านหลักคิดในการออกแบบสถาปัตยกรรม 3 ประการ ได้แก่ ความเลื่อนไหล เนื่องจากกระแสบาโรกได้แหวกขนบที่เคร่งครัดแบบเรอเนสซองที่มีมาก่อนหน้า เป็นการเปลี่ยนผ่านทัศนะที่มองว่ามนุษย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล มาเป็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า หรือคล้ายกับแนวคิดในปัจจุบันเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปัจเจกกับธรรมชาติ อิโตะจึงออกแบบโครงสร้างอาคารหลังนี้ด้วยคอนกรีตที่ก่อรูปเป็นแผ่นคดโค้งประกบกัน แทนที่จะเป็นผนังสี่เหลี่ยมแบบทั่วไป แสงที่สวยงาม สำหรับบาโรกแล้วแสงเป็นสัญลักษณ์ของการเผยวจนะของพระเจ้า อิโตะออกแบบให้ภายนอกพิพิธภัณฑ์ดูยุ่งเหยิงเหมือนเขาวงกต ทว่าเส้นทางเดินภายในอาคารเชื่อมร้อยกันอย่างเป็นระบบ โดยมีโดมรับแสงสว่างจากท้องฟ้าช่วยนำทางเกิดเป็นประสบการณ์ที่ตราตรึงใจ ความเป็นธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะกลางเมือง ซึ่งผู้เยี่ยมชมสามารถสัมผัสความงามของธรรมชาติระหว่างทาง อิโตะได้ออกแบบสระน้ำรูปจันทร์เสี้ยวโอบรอบอาคาร เพื่อสร้างภาพที่สัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างพิพิธภัณฑ์และธรรมชาติรายรอบ นอกจากนี้ อาคารยังมีระบบกักเก็บน้ำฝนและหมุนเวียนของเสีย

in_ito04.jpgPhoto : Website dezeen.com

          พื้นที่ชั้นล่างประกอบด้วยนิทรรศการถาวรและชั่วคราว ห้องออดิทอเรี่ยม 300 ที่นั่ง จุดจำหน่ายตั๋วและประชาสัมพันธ์ มีห้องวิจัยและการศึกษา ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถชมวิธีการเก็บรักษาชิ้นงานยุคบาโรกหรือศึกษาเอกสารต้นฉบับจากห้องสมุด และมีร้านอาหารซึ่งสามารถลิ้มรสตัวอย่างเมนูในยุคบาโรกได้ด้วย ส่วนใจกลางห้องโถงตกแต่งด้วยม้านั่งขนาดใหญ่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดังของญี่ปุ่นผสมผสานกับงานฝีมือของท้องถิ่น

          พิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่ในเม็กซิโกมักเป็นแหล่งเรียนรู้ระดับท้องถิ่น มีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ระดับนานาชาติ ทว่ากลับมีคำวิจารณ์ยกย่องว่า พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ดีที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือไม่ได้อยู่ที่สหรัฐอเมริกา หากแต่อยู่ที่เม็กซิโก นั่นก็คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะบาโรกนานาชาติแห่งนี้

in_ito05.jpgPhoto : Website dezeen.com

 

 

ที่มาเนื้อหา

https://en.wikipedia.org/wiki/Toyo_Ito

https://en.wikipedia.org/wiki/Sendai_Mediatheque

https://en.wikipedia.org/wiki/Tama_Art_University_Library

https://www.dezeen.com/2007/09/11/tama-art-university-library-by-toyo-ito/

https://www.dezeen.com/2016/04/29/museo-internacional-del-barroco-toyo-ito-fluted-white-concrete-walls-baroque-art-museum-mexico/

 

เผยแพร่ครั้งแรก พฤษภาคม 2560

January 9, 2019

Recommended articles

เปลี่ยนทุกเมืองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ทุกเมือง
readWORLD

เปลี่ยนทุกเมืองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ทุกเมือง

เมืองแห่งการเรียนรู้ ในฐานะระบบนิเวศของการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นประเด็นที่การประชุม TK Forum 2022 ได้หยิบยกขึ้นมานำเสนอ เนื้อหาว่าด้วยแนวคิดและประสบการณ์การขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ของเมืองด้วยนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ ทั้งในและต่างประเทศ

คุณภาพการศึกษา บทเรียนที่ดีของต่างประเทศกับการปรับใช้ในบริบทไทย
readWORLD

คุณภาพการศึกษา บทเรียนที่ดีของต่างประเทศกับการปรับใช้ในบริบทไทย

ารยกระดับคุณภาพการศึกษาจำเป็นต้องเรียนรู้บทเรียนการทำงานของหลากหลายประเทศ ซึ่งมีจุดอ่อนจุดแข็ง ปัจจัยแวดล้อม และเงื่อนไขความสำเร็จในการขับเคลื่อนการศึกษาที่แตกต่างกัน อีกทั้งนิยามความสำเร็จยังสามารถมองได้หลายมิติ

ผลสำรวจการอ่านของประชากร 2561
readWORLD

ผลสำรวจการอ่านของประชากร 2561

ตอนที่ 1 การนำเสนอผลสำรวจการอ่านของประชากร

ฮานส์ โรสลิ่ง กับพลังของ Data Visualization
readWORLD

ฮานส์ โรสลิ่ง กับพลังของ Data Visualization

นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) ทำความรู้จักกับอาชีพนี้ ผ่านชีวิตและผลงานของฮานส์ โรสลิ่ง

กลยุทธ์ชุบชีวิตห้องสมุดในแมนเชสเตอร์
readWORLD

กลยุทธ์ชุบชีวิตห้องสมุดในแมนเชสเตอร์

มหานครแมนเชสเตอร์เป็นศูนย์กลางระดับโลก เนื่องจากมีประชากรหนาแน่นที่สุดเป็นอันดับสองของอังกฤษและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจถึงสี่หมื่นแปดพันล้านปอนด์ มีประชากร 2.6 ล้านคนและธุรกิจกว่า 90,000 แห่ง

8 พื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ
readWORLD

8 พื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ

ตัวอย่างพื้นที่การเรียนรู้ที่มีแนวคิดแปลกใหม่ ซึ่งพรมแดนที่กั้นแบ่งการเรียนรู้ การทำงาน และการดำเนินชีวิตถูกลดเลือนเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน สอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ห้องสมุดดีที่สุดในออสเตรเลีย
readWORLD

ห้องสมุดดีที่สุดในออสเตรเลีย

ห้องสมุดทั้ง 8 แห่งได้รับการออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชั้นนำ ดังนั้น ไม่เพียงแต่จะเป็นห้องสมุดดีที่สุดเท่านั้น แต่ยังอาจเรียกได้ว่าเป็นห้องสมุดที่สวยที่สุดของออสเตรเลีย ณ เวลานี้ อีกด้วย

‘พื้นที่สาธารณะ เทศะรังสรรค์ สถานที่แบ่งปัน’ แนวคิดเชื่อมโยงห้องสมุดกับการพัฒนาเมือง
readWORLD

‘พื้นที่สาธารณะ เทศะรังสรรค์ สถานที่แบ่งปัน’ แนวคิดเชื่อมโยงห้องสมุดกับการพัฒนาเมือง

A room is not just a room: The library as shared place and why it matters to communities

1870
206
|Read : 15 min
262
13
48
|Read : 5 min
397
|Read : 5 min
25
|Read : 5 min
68