This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

8 พื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ

8 พื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ

398 | Read : 5 min

         55575611_10155750057731537_7731952713562324992_o.jpg

          พื้นที่การเรียนรู้ต่อไปนี้ อาจมิได้เป็นสถาปัตยกรรมสวยงามที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อชิงรางวัล แต่เป็นตัวอย่างพื้นที่การเรียนรู้ที่มีแนวคิดแปลกใหม่ ซึ่งพรมแดนที่กั้นแบ่งการเรียนรู้ การทำงาน และการดำเนินชีวิตถูกลดเลือนเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน สอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต


ห้องทดลองเพื่อการเรียนรู้แห่งมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น, ออสเตรเลีย 
(University of Melbourne Learning Lab)

          เดิมเคยเป็นอาคารบรรยายสำหรับวิชาเคมีขนาด 100 ที่นั่ง ต่อมาถูกแปลงเป็นห้องเรียนแบบมีปฏิสัมพันธ์และร่วมมือร่วมกัน (collaborative classroom) ขนาด 40 ที่นั่ง เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ของนักศึกษา  เนื่องจากทั้งบุคลากรและนักศึกษาต่างรู้สึกไม่พึงพอใจกับการสอนด้วยการบรรยายแบบเดิม

          ปัจจุบัน ห้องเรียนนี้ประกอบด้วยนักศึกษา 5 กลุ่ม กลุ่มละ 8 คน หรือนักศึกษา 10 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละระดับทักษะ 4 ระดับ พื้นที่แต่ละส่วนภายในห้องเรียนประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลสำหรับการใช้งานของกลุ่ม จุดเสียบปลั๊กเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา กล้องถ่ายรูป และจอภาพแอลซีดีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ห้องทดลองเพื่อการเรียนรู้ฯ ยังติดตั้งอุปกรณ์สังเกตการณ์ระยะไกลและกล้องวีดิทัศน์ เพื่อใช้สำหรับการประเมินการเรียนรู้และบันทึกภาพตัวอย่างแนวปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จ

          ห้องดังกล่าวสามารถใช้ประโยชน์หลากหลาย มีความยืดหยุ่น และมีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง แสดงให้ประจักษ์ถึงความเป็นไปได้ในการแปลงพื้นที่เพื่อการเรียนรู้แบบดั้งเดิมในสถาบันการศึกษา ให้กลายเป็นพื้นที่ซึ่งรองรับแนวทางการเรียนการสอนและเทคโนโลยีที่หลากหลายมากขึ้น  

Tiered learning labPhoto : Danny Munnerley

 

สถาบันบลิซซาร์ด วิทยาลัยควีนแมรี มหาวิทยาลัยลอนดอน,สหราชอาณาจักร (Blizard Building, Queen Mary University of London)

          อาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของสถาบันบลิซซาร์ด ซึ่งเป็นสำนักงานสำหรับนักวิจัยและนักศึกษาสาขาชีวการแพทย์กว่า 500 คน ประกอบด้วยห้องทดลองแบบเปิด (open plan laboratory) และสำนักงาน พื้นที่สำหรับเทคโนโลยีเฉพาะทาง อาคารบรรยายรวมขนาด 400 ที่นั่ง ห้องประชุม และศูนย์การศึกษาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

          ห้องทดลองแบบเปิดทั้งหมดตั้งอยู่บนชั้นเดียวกันลึกลงไป 5 เมตรจากระดับพื้นดิน แต่กลับสว่างด้วยแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านมาจากชั้นบนของอาคาร ส่วนพื้นที่สำหรับทำงานของนักวิจัยถูกแยกไปอยู่ที่ชั้นลอย บริเวณนั้นมีม่านอัดอากาศ (air curtain) ที่ช่วยป้องกันไอระเหยจากห้องทดลองรั่วไหลเข้าสู่พื้นที่ทำงาน ม่านที่มองไม่เห็นเอื้อให้เกิดการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ต่างๆ เหนือห้องทดลองยังประกอบด้วยห้องประชุมและศูนย์การศึกษาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

          อาคารแห่งนี้แก้ปัญหาหลายประการได้อย่างลงตัว พื้นที่ห้องทดลองแบบเปิดมีไว้สำหรับใช้งานร่วมกันและมีอุปกรณ์เฉพาะทางจัดเตรียมไว้ ทำให้นักกลุ่มวิจัยสามารถผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาใช้ประโยชน์ได้ตามความเหมาะสม การที่ศูนย์การศึกษาวิทยาศาสตร์ชีวภาพตั้งอยู่ชั้นบนเหนือพื้นที่ห้องทดลองหลัก ทำให้นักศึกษาได้มองเห็นการปฏิบัติงานทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงไปพร้อมกับการชื่นชมวัตถุจัดแสดงแบบอินเทอร์แอคทีฟ


วีดิทัศน์ บรรยากาศภายในสถาบันบลิซซาร์ด

 

อาคารหอสมุดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์, เนเธอร์แลนด์  (Faculty of Architecture, TU Delft)

          พื้นที่เพื่อการเรียนรู้แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นแทนที่อาคารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์หลังเดิมที่เสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ การสร้างอาคารหลังใหม่ถูกสร้างขึ้นโดยใช้โครงสร้างน้ำหนักเบาเชื่อมระหว่างปีกของอาคารเดิมทั้งสองฝั่ง

          มีการปรับพื้นที่สัญจร (circulation areas)[1
] ให้เป็นพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ตามอัธยาศัยและการสังสรรค์ซึ่งอาจใช้สำหรับทำงานหรือจัดบรรยายได้หากจำเป็น และลดพื้นที่เฉพาะสำหรับบุคคลและนักวิชาการให้น้อยลง แต่เพิ่มพื้นที่ให้นักศึกษาแบ่งกันใช้งานและพื้นที่สำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานอื่นๆ ได้แก่ การประชุม การปฏิบัติงานที่ต้องใช้สมาธิ การโทรศัพท์ และการให้คำปรึกษากับนักศึกษาอย่างไม่เป็นทางการ

          ผลลัพธ์ที่ได้คือพื้นที่ที่มีพลวัต ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานให้สอดรับกับกิจกรรมการเรียนรู้และการปฏิบัติงานหลากหลายประเภท พื้นที่เพื่อการเรียนรู้แห่งนี้ไม่เพียงแต่โดดเด่นด้านการบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลงและเป็นพื้นที่สร้างสรรค์นวัตกรรม แต่ยังเป็นที่ประจักษ์ด้านการออกแบบอีกด้วย

          ในปี พ.ศ. 2552 และ 2553 (ปี ค.ศ. 2009 และ 2010) มีการประเมินผลเพื่อวิเคราะห์การใช้งานพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ นำไปสู่การลดจำนวนโต๊ะ แต่เพิ่มพื้นที่สตูดิโอสำหรับนักศึกษา

 
วีดิทัศน์ บรรยากาศภายในคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์

 

สถาบันการออกแบบแฮซโซ แพลตต์เนอร์ (ดี. สคูล) มหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด, สหรัฐอเมริกา (The Hasso Plattner Institute of Design (d.school), Stanford University)

           วัตถุประสงค์หลักของดี. สคูล คือเป็นพื้นที่สำหรับนักศึกษาและคณาจารย์ร่วมกันทำโครงงานสร้างสรรค์ซึ่งคำนึงถึงมนุษย์เป็นศูนย์กลางเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในโลก รายวิชาและหลักสูตรต่างๆ มีรากฐานมาจากกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (design thinking) โดยผนวกวิธีวิทยาทางวิศวกรรมศาสตร์และการออกแบบ ไอเดียทางศิลปศาสตร์ เครื่องมือทางสังคมศาสตร์ และมุมมองจากโลกธุรกิจ เข้าไว้ด้วยกัน

          พื้นที่นี้ได้รับการออกแบบให้เอื้อต่อการจุดประกายกระบวนการสร้างสรรค์ เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกนำมาใช้เช่น จอภาพที่เคลื่อนย้ายได้ วอลเปเปอร์สามมิติ และผนังชนิดถอดประกอบได้ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมสำหรับการสอนและการวิจัยที่มีชีวิตชีวา

          สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของพื้นที่การเรียนรู้แห่งนี้ คือพลวัตในการปรับใช้งานตามความเหมาะสมและการสร้างสรรค์ของทีมงาน ทั้งกระบวนการค้นคว้าและออกแบบ หลังจากนั้นวัสดุต่างๆ จะถูกโยกย้ายออกไป เพื่อใช้พื้นที่สำหรับนำเสนอและจัดแสดงผลงาน ไม่ได้มีสิ่งใดถูกครอบครองโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พื้นที่การเรียนรู้แห่งนี้จึงเป็นเหมือนตลาดอันเปี่ยมด้วยพลวัตเพื่อไอเดียและการแก้ปัญหาต่างๆ 

 
วีดิทัศน์ แนวคิดในการออกแบบพื้นที่การเรียนรู้ใน ดี. สคูล
  

อาคารบริการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยโอทาโก เมืองดะนีดิน, นิวซีแลนด์ (Information Services Building, University of Otago)

          อาคารแห่งนี้เป็นจุดให้บริการต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ได้แก่ ห้องสมุดกลาง ศูนย์การเรียนรู้สำหรับนักศึกษา ฝ่ายสนับสนุนการสอน งานบริการสารสนเทศและอาชีพสำหรับนักศึกษา ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2544 (ค.ศ. 2001)

          ห้องสมุดกลางกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของอาคารบริการสารสนเทศ ให้บริการพื้นที่ค้นคว้าสำหรับนักศึกษากว่า 2,200 ที่นั่ง ถึงแม้ว่าห้องสมุดแห่งนี้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่พบได้ในหอสมุดวิชาการคุณภาพสูงแห่งอื่นโดยทั่วไป แต่ก็ฉีกแนวออกไปด้วยการจัดสรรพื้นที่สำหรับการศึกษาค้นคว้าถึง 27 ประเภท ซึ่งแตกต่างกันด้านทัศนวิสัย/ความเป็นส่วนตัว เทคโนโลยี และขนาดกลุ่มของนักศึกษา

          พื้นที่บางประเภทอยู่ในส่วนกลางที่จอแจ มองเห็นได้ง่าย อยู่ติดกับพื้นที่อื่นของห้องสมุดและศูนย์การเรียนรู้ฯ ที่ตั้งอยู่ถัดออกไป ในขณะที่พื้นที่บางประเภทถูกแยกออกไปที่ชั้นบนเพื่อให้เกิดความสงบสำหรับการศึกษาค้นคว้า

          พื้นที่ตรงกลางระหว่างห้องสมุดและศูนย์การเรียนรู้ฯ ถูกปกคลุมด้วยหลังคากลายเป็น “ห้องนั่งเล่น” สำหรับการเรียนรู้ตามอัธยาศัยและการพบปะสังสรรค์ พรมและต้นไม้เป็นสิ่งแบ่งแยกอาณาเขตอาณาเขตของศูนย์การเรียนรู้และห้องสมุด มีการใช้ฉากฉลุกั้นพื้นที่แทนที่จะสร้างเป็นกำแพงถาวร

          ความหลากหลายของประเภทพื้นที่และคุณภาพของการออกแบบก่อให้เกิดภูมิทัศน์การเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งนักศึกษาสามารถเลือกและปรับเปลี่ยนตามความจำเป็นในการใช้งานของพวกเขา ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง แทนที่จะพยายามฝืนพฤติกรรมการใช้งานให้เข้ากับช่องนั่งอ่านหนังสือหรือโต๊ะทำงานที่จัดแบ่งไว้แล้ว 

 


หอสมุดแห่งชาติประเทศอังกฤษ
 กรุงลอนดอน (The British Library)

           หอสมุดแห่งชาติประเทศอังกฤษ ณ กรุงลอนดอนเป็นพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ ประกอบด้วยพื้นที่จัดนิทรรศการและคาเฟ่หลายแห่ง คาเฟ่เหล่านี้เป็นจุดพบปะที่สำคัญสำหรับชุมชนนักวิชาการและผู้ใช้บริการหอสมุด รวมทั้งเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจจากกฎการห้ามใช้เสียงภายในห้องอ่านหนังสือ

          พื้นที่สัญจรภายในหอสมุดฯ ถูกปรับเป็นพื้นที่สำหรับการทำงานอย่างไม่เป็นทางการหลายประเภท เช่น ที่นั่งซึ่งมีปลั๊กไฟ โต๊ะประชุมกลุ่มย่อย รวมทั้งการให้บริการ wi-fi ทั่วทั้งอาคาร พื้นที่ต่างๆ ภายในหอสมุดฯ ถูกแปลงเป็นพื้นที่สำหรับนั่งทำงานสาธารณะ ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้ทำงานฟรีแลนซ์ สตาร์ทอัพ หรือคนที่แวะพักในเมืองชั่วคราวระหว่างรอต่อรถไฟหรือรอเข้าประชุม ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายของพื้นที่อ่านหนังสือและพื้นที่ทำงานอาจไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน

          หอสมุดฯ เป็นสถานที่ผสมผสาน ซึ่งผู้อ่านหนังสืออาจจำเป็นต้องโทรศัพท์หรือสนทนาผ่านโปรแกรมสไกป์ (Skype) พบปะกับเพื่อนร่วมงาน และหรือนั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์

           การใช้งานพื้นที่สัญจรของหอสมุดฯ ที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมสำหรับมหาวิทยาลัย ซึ่งมักมีขนาดพื้นที่สัญจรมากถึงร้อยละ 30-40 ของพื้นทั้งหมดและปราศจากการใช้งาน  

วีดิทัศน์ บรรยากาศภายในห้องสมุดอังกฤษ

 

อัลโตออนแทร็คส์ มหาวิทยาลัยอัลโต เมืองเฮลซิงกิ, ฟินแลนด์[2] (Aalto on Tracks, Aalto University)

          พื้นที่เพื่อการเรียนรู้ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในสถาบันการศึกษาเสมอไป หรืออันที่จริงแล้วไม่จำเป็นจะต้องได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ตั้งแต่แรกก็ได้

          ในปี พ.ศ. 2553 (ค.ศ. 2010) นักศึกษามหาวิทยาลัยอัลโตในเมืองเฮลซิงกิได้เช่ารถไฟ หรืออัลโตออนแทร็คส์ (Aalto-on Tracks) เพื่อให้นักศึกษาและคณาจารย์ราว 100 คนเดินทางไปงานแสดงสินค้าเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Expo) ในช่วง 10 วันของการเดินทาง กิจกรรมการเรียนรู้มากมายเกิดขึ้นภายในขบวนรถไฟ ได้แก่ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการเป็นผู้ประกอบการและอนาคตของธนาคารออนไลน์ การบรรยายเรื่องวัฒนธรรมรัสเซียและจีน การเรียนการสอนวิชาแนวทางการบริหารจัดการโครงการแบบจีน และกิจกรรม TEDx เคลื่อนที่[3] รวมทั้งกิจกรรมด้านกีฬา วัฒนธรรมและสังคมหลายประเภท

          ประสบการณ์การเรียนรู้รูปแบบดังกล่าวถูกจัดซ้ำในปีถัดมา โดยคณะนักศึกษาได้เดินทางโดยเรือจากกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ไปยังเมืองเซาเปาลู ประเทศบราซิล เพื่อศึกษาประเด็นด้านความยั่งยืนและการพัฒนา ผ่านการเรียนรายวิชาที่นับหน่วยกิตและกิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ งานอีเว้นท์ และการเยี่ยมชม

IMG_2141_toimitus
Photo : 

Markus Kauppinen

 

 
 

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติ กรุงลอนดอน, สหราชอาณาจักร (Natural History Museum, London)

          พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมเกี่ยวกับแนวทางการผสมผสาพื้นที่การเรียนรู้ การวิจัย และสันทนาการไว้ในพื้นที่เดียวกัน โดยไม่ลิดรอนคุณภาพของประสบการณ์การเรียนรู้และการวิจัย

          พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาตินอกจากจะเป็นจุดหมายทางวัฒนธรรมและสันทนาการหลักของกรุงลอนดอนแล้ว ยังจัดกิจกรรมและให้บริการทรัพยากรต่างๆ ที่มุ่งให้การศึกษาทุกระดับชั้นตั้งแต่ 5 ขวบขึ้นไป การสร้างประสบการณ์ด้านการศึกษาดังกล่าวถูกเสริมด้วยศูนย์วิทยาศาสตร์และธรรมชาติดาร์วิน (Darwin Centre) ซึ่งบูรณาการศูนย์ห้องทดลองและห้องเก็บตัวอย่าง โดยนำเสนอวัตถุจัดแสดงแบบอินเทอร์แอคทีฟ

          พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังจัดการเรียนการสอนระดับมหาบัณฑิต 2 หลักสูตรร่วมกับราชวิทยาลัยลอนดอน (Imperial College London) เป็นฐานงานวิจัยสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาเอก จำนวน 80 คน และเป็นศูนย์กลางของนักวิจัยและภัณฑารักษ์กว่า 300 คน ซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัตถุศึกษา กว่า 70 ล้านประเภท

natural-history-museum-interiors-cultural_dezeen_2364_col_0.jpg
Photo : Website https://www.dezeen.com


[1] พื้นที่สัญจรหรือ circulation areas หมายถึงพื้นที่เฉลียง ทางเดิน บันได และระเบียง ซึ่งเป็นทางผ่านของผู้ใช้อาคาร (ผู้แปล)

[2] มหาวิทยาลัยอัลโต เป็นมหาวิทยาลัยใหม่ซึ่งก่อตั้งจากการผนวกรวมมหาวิทยาลัยชื่อดังของเมืองเฮลซิงกิจำนวนสามแห่ง โดยมุ่งเน้นการสอนแบบสหสาขาวิชาคือวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและธุรกิจ (ผู้แปล)

[3] TEDx เป็นโครงการเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของ TED ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่แนวความคิดใหม่ๆ ในรูปแบบ TED Talk โดย TEDx จะถูกจัดอย่างอิสระโดยอาสาสมัครในชุมชนหรือเมืองเป้าหมาย เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงสูงสุดระหว่าง TED กับประชาชนในชุมชนหรือเมืองนั้น (ผู้แปล)

 

ที่มาเนื้อหา

Eight inspirational learning spaces - from Digifest speaker, Andrew Harrison

August 19, 2019

Recommended articles

เปลี่ยนทุกเมืองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ทุกเมือง
readWORLD

เปลี่ยนทุกเมืองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ทุกเมือง

เมืองแห่งการเรียนรู้ ในฐานะระบบนิเวศของการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นประเด็นที่การประชุม TK Forum 2022 ได้หยิบยกขึ้นมานำเสนอ เนื้อหาว่าด้วยแนวคิดและประสบการณ์การขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ของเมืองด้วยนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ ทั้งในและต่างประเทศ

กลยุทธ์ชุบชีวิตห้องสมุดในแมนเชสเตอร์
readWORLD

กลยุทธ์ชุบชีวิตห้องสมุดในแมนเชสเตอร์

มหานครแมนเชสเตอร์เป็นศูนย์กลางระดับโลก เนื่องจากมีประชากรหนาแน่นที่สุดเป็นอันดับสองของอังกฤษและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจถึงสี่หมื่นแปดพันล้านปอนด์ มีประชากร 2.6 ล้านคนและธุรกิจกว่า 90,000 แห่ง

ห้องสมุดดีที่สุดในออสเตรเลีย
readWORLD

ห้องสมุดดีที่สุดในออสเตรเลีย

ห้องสมุดทั้ง 8 แห่งได้รับการออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชั้นนำ ดังนั้น ไม่เพียงแต่จะเป็นห้องสมุดดีที่สุดเท่านั้น แต่ยังอาจเรียกได้ว่าเป็นห้องสมุดที่สวยที่สุดของออสเตรเลีย ณ เวลานี้ อีกด้วย

‘พื้นที่สาธารณะ เทศะรังสรรค์ สถานที่แบ่งปัน’ แนวคิดเชื่อมโยงห้องสมุดกับการพัฒนาเมือง
readWORLD

‘พื้นที่สาธารณะ เทศะรังสรรค์ สถานที่แบ่งปัน’ แนวคิดเชื่อมโยงห้องสมุดกับการพัฒนาเมือง

A room is not just a room: The library as shared place and why it matters to communities

วิกฤตและทางรอดของร้านหนังสือ
readWORLD

วิกฤตและทางรอดของร้านหนังสือ

ตอนที่ 12 ข้อสังเกตจากผลการสำรวจการอ่านของประชากร 2561

โอกาสและข้อจำกัดของอีบุ๊คไทย
readWORLD

โอกาสและข้อจำกัดของอีบุ๊คไทย

ตอนที่ 11 อสังเกตจากผลการสำรวจการอ่านของประชากร 2561

เปิดชื่อ 10 จังหวัดอ่านมากที่สุด
readWORLD

เปิดชื่อ 10 จังหวัดอ่านมากที่สุด

ตอนที่ 9 ข้อสังเกตจากผลการสำรวจการอ่านของประชากร 2561

คิดนอกกรอบ
readWORLD

คิดนอกกรอบ

พูดง่ายแต่ทำยาก จึงต้องหมั่นฝึกฝน

108
1870
48
|Read : 5 min
25
|Read : 5 min
68
25
37
37