This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

ห้องสมุดในยุคข่าวปลอม

ห้องสมุดในยุคข่าวปลอม

30
June 10, 2019

fake-news-concept.jpg
Photo : Website medicalnewstoday

 

สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดแถลงข่าวผลสำรวจการอ่านของประชากร พ.ศ. 2561 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 มีการนำเสนอผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 55,920 ครัวเรือน ทั่วประเทศ และการจัดทำหนังสือ ‘เข็ม’ รวบรวมข้อมูลความเปลี่ยนแปลงในรอบ 10 ปีของทศวรรษแห่งการอ่าน (พ.ศ.2552-2561) ข้อมูลต่างๆ รวมถึงข้อสังเกตจากผลการสำรวจ ตลอดจนเนื้อหาในหนังสือจะทยอยนำมาลงเป็นตอนๆ ตลอดเดือนเมษายนจนถึงมิถุนายน

 

          ข่าวปลอม หรือ Fake News นั้นเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับความแพร่หลายของการใช้อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย ในระยะเริ่มแรกปัญหานี้ยังดูไม่รุนแรงมากนัก แต่ในช่วง 10 ปีมานี้ข่าวปลอมมีอิทธิพลสูงต่อความคิดความเชื่อของผู้คนในสังคม และกลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในสถานการณ์ความขัดแย้งแบ่งขั้วทางการเมืองหรือมีการแข่งขันช่วงชิงมวลชน

          สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญกับปัญหาข่าวปลอมซึ่งขยายไปสู่วงกว้างผ่านการแชร์ของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย การสำรวจพบว่าชาวอเมริกันกว่า 60% ได้รับข่าวปลอมโดยไม่เจตนาจากช่องทางการบริโภคข่าวสารในแต่ละวัน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2559 สังคมอเมริกันได้รับข่าวสารท่วมท้นจากการเสพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งในบรรดาข่าวและสารสนเทศเหล่านี้พบว่ายอดการมีส่วนร่วม (engagement) ในข่าวปลอมที่เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก 20 อันดับแรกรวมกันสูงถึง 8.7 ล้านครั้งในช่วงสามเดือนก่อนการเลือกตั้ง สูงกว่ายอดการมีส่วนร่วมในข่าวจริงของสำนักข่าวกระแสหลักที่มีอยู่ 7.3 ล้านครั้ง[1] ข่าวปลอมที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุด 5 อันดับแรก มีผู้เข้าถึงมากกว่า 7.8 ล้านครั้ง ทำให้ชาวอเมริกัน 82% เชื่อว่าข่าวปลอมมีผลกระทบต่อผลการเลือกตั้ง[2]

          ในอินเดีย มีประชาชนอย่างน้อย 32 คน ถูกประชาทัณฑ์หรือทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เนื่องจากข่าวปลอมที่แพร่สะพัดในวอทส์แอปเกี่ยวกับการลักพาตัวเด็ก ในเคนยาเหตุจูงใจของข่าวปลอมมักเป็นเรื่องเงินและเทคโนโลยีต่างๆ ส่วนไนจีเรียมักมีข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายและกองทัพ[3]

          สำหรับความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยที่กินเวลายาวนานกว่า 10 ปี แม้จะไม่มีข้อมูลตัวเลขยืนยันขนาดความรุนแรงของข่าวปลอม แต่เชื่อว่าผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องเคยผ่านตาข่าวสารที่แฝงไว้ด้วยอคติและมีการชี้แจงในเวลาต่อมาว่าไม่เป็นความจริง ทำให้แต่ละคนต้องคอยเตือนสติตัวเองในการเสพรับข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย

          นอกจากแรงจูงใจที่มุ่งเอาชนะทางการเมืองแล้ว ข่าวปลอมยังมีแรงจูงใจจากผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ เนื่องจากสื่อใหม่ (new media) ที่เป็นช่องทางหลักของข่าวปลอมนั้นมีรายได้หลักมาจากค่าโฆษณา ซึ่งแปรผันตามยอดคลิกอ่าน ยอดกดไลค์หรือแชร์ หากสามารถเพิ่มยอดคลิกหรือยอดแชร์เนื้อหาได้มากเท่าไหร่ก็หมายถึงค่าโฆษณายิ่งเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นผู้ใช้งานเว็บไซต์หรือสื่อสังคมจึงมักเห็นพาดหัวข่าวที่หวือหวาเร้าใจหรือจงใจปลุกปั่น

ปฏิกิริยาในเชิงความรู้สึก จนตกเป็นเหยื่อของการเพิ่มยอดคลิก (clickbait) วอชิงตันโพสต์เคยรายงานว่าเว็บไซต์ข่าวปลอมบางแห่งสามารถสร้างรายได้สูงถึงกว่า 10,000 ดอลลาร์ต่อเดือน โดยการใช้ Google AdSense[4]

          พีรพล อนุตรโสตถิ์ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย อสมท. และผู้ดำเนินรายการ ‘ชัวร์ก่อนแชร์’ ให้ความเห็นว่า “คนไทยจำนวนมากเพิ่งเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก แต่ขาดความรู้ความชำนาญทักษะชีวิตออนไลน์ เกิดสังคมที่เชื่อง่ายไม่ตรวจสอบ กลายเป็นจุดอ่อน ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงของอาชญากร นักธุรกิจ นักต้มตุ๋นทางออนไลน์”[5]

          แม้ในวันนี้ยังไม่มีการประเมินตัวเลขมูลค่าความเสียหายอันเกิดขึ้นจากข่าวปลอม ทว่า ผลสำรวจที่ระบุว่าคนไทยมีทัศนคติเชิงบวกอย่างมากกับการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์โดยไม่ตระหนักถึงผลที่ตามมา[6] ก็ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่จะนำไปสู่วิกฤตอันมีที่มาจากข่าวปลอม

084.png

          ข่าวปลอมถูกยกระดับให้เป็นประเด็นใหญ่ระดับโลก มีการก่อตั้งเครือข่ายตรวจสอบข้อเท็จจริงสากล (IFCN) รวมทั้งโครงการ First Draft Partner Network ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างองค์กรสื่อสารมวลชนและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก 72 แห่ง ส่วนกูเกิลได้ออกแอพพลิเคชั่น Google News ซึ่งใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ช่วยแยกแยะหรือเปรียบเทียบข่าวปลอมได้สะดวกขึ้น

          ในประเทศไทยเกิดรายการโทรทัศน์ “ชัวร์ก่อนแชร์” เมื่อปี 2558 ซึ่งต่อมาในปี 2560 ได้พัฒนาเป็น “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์” เพื่อตรวจสอบและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเครื่องมือการส่งข้อมูลข่าวปลอม ข่าวมั่ว นอกจากนี้ยังมีเฟนเพจที่ช่วยเตือนสติคนในโลกไซเบอร์ไม่ให้หลงเชื่อข่าวปลอม เช่น อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ซึ่งเน้นประเด็นที่สามารถพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์ หมอแล็บแพนด้า ซึ่งเน้นประเด็นเกี่ยวกับสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมความงามหรือยาลดความอ้วน Drama-addict เน้นประเด็นทางสังคมและการเมือง เป็นต้น

          ห้องสมุดในต่างประเทศล้วนมีบทบาทมากขึ้นในการส่งเสริมทักษะการคิดวิพากษ์แหล่งข้อมูลและใช้วิจารณญาณในการบริโภคสารสนเทศ ด้วยความเชื่อว่าการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาความรู้จะไม่มีความหมายเลยหากคนเราปราศจากทักษะการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ (Media and Information Literacy) หรือไม่สามารถแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับข่าวปลอม

          ตัวอย่างเช่น สมาคมห้องสมุดอเมริกัน (American Library Association - ALA) ให้ความสำคัญกับปัญหาข่าวปลอมโดยริเริ่มโครงการ Media Literacy @ Your Library เป็นโครงการฝึกอบรมบรรณารักษ์ทั่วประเทศให้มีทักษะส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อแก่ผู้ใช้บริการ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการแพร่กระจายของข่าวปลอมและการเลือกแหล่งสารสนเทศที่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังสร้างเครื่องมือที่เรียกว่า The CRAAP test ซึ่งเป็นลิสต์รายการที่ช่วยให้ผู้บริโภคตั้งคำถามกับสารสนเทศอย่างรอบด้าน ทั้งความเป็นปัจจุบันของข้อมูล ความสัมพันธ์ระหว่างสารสนเทศที่ต้องกับสารสนเทศที่พบ แหล่งข่าว ความน่าเชื่อถือและความสมเหตุสมผลของเนื้อหา และวัตถุประสงค์ที่ข่าวนั้นๆ ถูกสร้างขึ้นมา

          ช่วงหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา สังคมไทยเดินหน้าเข้าสู่ยุคดิจิทัล ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการทะลักท่วมท้นของข้อมูลข่าวสาร ห้องสมุดของไทยต่างก็สนับสนุนการเข้าถึงสารสนเทศผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ยังมีบทบาทน้อยมากในการส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการเรียนรู้รับมือกับข่าวปลอม รวมไปถึงทักษะการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ จึงน่าตั้งคำถามว่าสารสนเทศที่ผู้ใช้จะได้รับผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยนั้น หากเป็นสารสนเทศที่ผิดพลาด จะสามารถตอบโจทย์การแสวงหาความรู้ได้ตรงตามความต้องการหรือวัตถุประสงค์ของผู้ใช้จริงหรือไม่

 

 

[1] บทความเรื่อง วิธีการจัดการกับ “ข่าวปลอม”: โค้ดคอมพิวเตอร์กับมาตรการทางสังคม เขียนโดย สฤณี อาชวานันทกุล จาก http://thaipublica.org/2016/12/fake-news-code-and-norms/

[2] บทความเรื่อง Shocking Statistics About Fake News

[3] บทความเรื่อง ข่าวปลอม : ลัทธิชาตินิยมอยู่เบื้องหลังการสร้างข่าวปลอมในอินเดีย

[4] Public Libraries in the Age of Fake News จาก http://publiclibrariesonline.org/2017/01/feature-public-libraries-in-the-age-of-fake-news/

[5] บทความเรื่อง สำนักข่าวไทย อสมท. เปิดตัวศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบข้อมูลออนไลน์แก่ประชาชน

[6] บทความเรื่อง ใจดี โลกสวย เชื่อคนง่าย!!! คนไทย 40% เชื่อข่าวปลอมบนโซเชียลสูงสุดในภูมิภาค

 

Recommended articles

เปลี่ยนทุกเมืองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ทุกเมือง
readWORLD

เปลี่ยนทุกเมืองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ทุกเมือง

เมืองแห่งการเรียนรู้ ในฐานะระบบนิเวศของการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นประเด็นที่การประชุม TK Forum 2022 ได้หยิบยกขึ้นมานำเสนอ เนื้อหาว่าด้วยแนวคิดและประสบการณ์การขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ของเมืองด้วยนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ ทั้งในและต่างประเทศ

1870
กลยุทธ์ชุบชีวิตห้องสมุดในแมนเชสเตอร์
readWORLD

กลยุทธ์ชุบชีวิตห้องสมุดในแมนเชสเตอร์

มหานครแมนเชสเตอร์เป็นศูนย์กลางระดับโลก เนื่องจากมีประชากรหนาแน่นที่สุดเป็นอันดับสองของอังกฤษและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจถึงสี่หมื่นแปดพันล้านปอนด์ มีประชากร 2.6 ล้านคนและธุรกิจกว่า 90,000 แห่ง

48|Read : 5 min
8 พื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ
readWORLD

8 พื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ

ตัวอย่างพื้นที่การเรียนรู้ที่มีแนวคิดแปลกใหม่ ซึ่งพรมแดนที่กั้นแบ่งการเรียนรู้ การทำงาน และการดำเนินชีวิตถูกลดเลือนเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน สอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต

397|Read : 5 min
ห้องสมุดดีที่สุดในออสเตรเลีย
readWORLD

ห้องสมุดดีที่สุดในออสเตรเลีย

ห้องสมุดทั้ง 8 แห่งได้รับการออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชั้นนำ ดังนั้น ไม่เพียงแต่จะเป็นห้องสมุดดีที่สุดเท่านั้น แต่ยังอาจเรียกได้ว่าเป็นห้องสมุดที่สวยที่สุดของออสเตรเลีย ณ เวลานี้ อีกด้วย

25|Read : 5 min
‘พื้นที่สาธารณะ เทศะรังสรรค์ สถานที่แบ่งปัน’ แนวคิดเชื่อมโยงห้องสมุดกับการพัฒนาเมือง
readWORLD

‘พื้นที่สาธารณะ เทศะรังสรรค์ สถานที่แบ่งปัน’ แนวคิดเชื่อมโยงห้องสมุดกับการพัฒนาเมือง

A room is not just a room: The library as shared place and why it matters to communities

68
นิสัยการอ่านของพลเมืองโลก ตอนที่ 2
readWORLD

นิสัยการอ่านของพลเมืองโลก ตอนที่ 2

World Reading Habits in 2018

24|Read : 3 min
นิตยสาร ‘ตาย’ สื่อออนไลน์ ‘เกิด’
readWORLD

นิตยสาร ‘ตาย’ สื่อออนไลน์ ‘เกิด’

ตอนที่ 10 ข้อสังเกตจากผลการสำรวจการอ่านของประชากร 2561

22
นิสัยการอ่านของพลเมืองโลก ตอนที่ 1
readWORLD

นิสัยการอ่านของพลเมืองโลก ตอนที่ 1

World Reading Habits in 2018

26
Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.