This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
Font Size
Display
logologo
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

ห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮม หมุดหมายด้านวัฒนธรรมและความท้าทายในอนาคต

ห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮม หมุดหมายด้านวัฒนธรรมและความท้าทายในอนาคต

155 | Read : 7 min


วิดีทัศน์ ห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮม โดย บริษัท Mecanoo

ปฐมบทของห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮม

          เบอร์มิงแฮมเป็นนครที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศอังกฤษ มีประชากรราวหนึ่งล้านคน มีขนาดเท่ากับประเทศขนาดเล็กในทวีปยุโรปอย่างเดนมาร์กหรือนอร์เวย์ ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศอังกฤษ ไม่มีทางออกไปยังทะเลและปราศจากทรัพยากรธรรมชาติใดๆ แต่เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งมาหลายยุคสมัย น่าจะกล่าวได้ว่าการเติบโตของเมืองเกิดจากความคิดสร้างสรรค์และความชาญฉลาดของชาวเมือง

          เบอร์มิงแฮมยังเป็นมหานครที่มีเปอร์เซ็นต์ประชากรที่เป็นเด็กและคนหนุ่มสาวสูงที่สุดในยุโรป และมีความหลากหลายทางประชากรเป็นอันดับสองรองจากเมืองอัมสเตอร์ดัม สิ่งท้าทายสำหรับเมืองสมัยใหม่แห่งนี้มีทั้งปัญหาด้านการว่างงาน ทักษะแรงงานต่ำ การขาดการรู้หนังสือ การใช้ชีวิตที่ขาดสุขภาวะ และภาพลักษณ์ที่ไม่น่ารื่นรมย์ของเมือง นอกเสียจากห้องสมุดแล้วคงไม่มีสถาบันใดเหมาะที่จะทำหน้าที่สร้างต้นทุนทางสังคมมากไปกว่านี้

          ห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮมเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2556 ด้วยเงินลงทุนในการปรับปรุงใหม่ถึง 189 ล้านปอนด์ แขกคนสำคัญที่มาร่วมงานในวันเปิดคือมาลาลา ยูซัฟไซ วัยรุ่นหญิงชาวปากีสถาน ผู้ทำงานรณรงค์ส่งเสริมสิทธิด้านการศึกษาของผู้หญิง จนถูกยิงที่ศีรษะโดยนักรบกลุ่มตาลีบัน และต่อมาเธอได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

          ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีเปิดห้องสมุด เด็กหญิงผู้เป็นแรงบันดาลใจของคนทั้งโลกได้มอบหนังสือเรื่อง The Alchemist เขียนโดย เปาโล โคเอลโย (แปลเป็นภาษาไทยแล้วในชื่อ ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน โดย ชัยวัฒน์ สถาอานันท์) ให้กับห้องสมุดเป็นเล่มสุดท้ายที่นำไปขึ้นวางบนชั้น (ส่วนเล่มแรกที่นำขึ้นชั้นวาง คือ The Hobbit เขียนโดย เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน)

          “หนังสือเป็นสิ่งมีค่า หนังสือบางเล่มทำให้คุณเดินทางย้อนเวลากลับไปหลายศตวรรษ และบางเล่มก็นำคุณไปยังอนาคต บางเล่มนำพาคุณสู่แก่นกลางด้านในของหัวใจ และบางเล่มก็นำคุณออกไปไกลโพ้นสู่จักรวาลแสนกว้างใหญ่ มีคนเขียนไว้ว่าห้องซึ่งปราศจากหนังสือก็เหมือนร่างกายไร้ซึ่งวิญญาณ เมืองที่ไร้ห้องสมุดก็คงเหมือนกับป่าช้าหรือสุสาน” มาลาลากล่าว


วีดิทัศน์ มาลาลา ยูซัฟไซ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ พ.ศ. 2557 ร่วมกล่าวในพิธีเปิดห้องสมุด


การแปลงโฉมห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮมอย่างมีส่วนร่วม

          ว่ากันว่ารูปลักษณ์อาคารเดิมของห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮมนั้นดูน่าเกลียด เก่าและค่อนข้างทรุดโทรม ถึงกับมีคนวิจารณ์กึ่งประชดว่าคล้ายอาคารจอดรถที่คนขับต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะเสี่ยงเอารถเข้าไปจอดทิ้งไว้ข้างในดีหรือไม่ บ้างก็ว่าเหมือนตึกร้างน่ากลัวอย่างที่เห็นในหนังเรื่อง ‘Attack the Block’ แม้แต่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ก็ยังเคยเอ่ยถึงห้องสมุดแห่งนี้ว่า มองดูเหมือนสถานที่ที่เก็บหนังสือซึ่งเตรียมจะเอาไปเผาทิ้งมากกว่าที่จะมีหนังสือเอาไว้อ่าน

          การแปลงโฉมอาคารห้องสมุด ได้รับการออกแบบใหม่โดยสถาปนิกชาวดัตช์จากบริษัทเมคานู (Mecanoo) พื้นที่ใช้สอยกว่า 31,000 ตารางเมตร ใหญ่กว่าพื้นที่เดิมประมาณ 20% ทำให้กลายเป็นห้องสมุดประชาชนที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษและยุโรป มีหนังสือมากถึงหนึ่งล้านเล่ม (ข้อมูลบางแหล่งระบุว่ามีมากกว่าสองล้านเล่ม) แต่ให้บริการยืมคืนประมาณ 4 แสนเล่ม (อีกจำนวนหลายแสนเล่มถูกเก็บไว้ในห้องเก็บเอกสารสำคัญ)

          ในกระบวนการออกแบบ ห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮมได้ใช้เครื่องมือการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มี “ทูตชุมชน” จำนวน 26 คน เป็นตัวแทนของประชากรที่หลากหลายของเมืองในด้านอายุ เพศ เชื้อชาติ มีทั้งคนไร้บ้านและผู้ทุพพลภาพ ห้องสมุดศึกษาความคาดหวังของพวกเขาที่มีต่อห้องสมุดสาธารณะในศตวรรษที่ 21 ในอีกด้านหนึ่งพวกเขาก็นำเรื่องราวที่ห้องสมุดกำลังพยายามทำ กลับไปบอกเล่ากับชุมชนของพวกเขา แรงงานซึ่งว่างงานมาเป็นเวลานานได้รับโอกาสให้มาทำงานก่อสร้างห้องสมุด ชาวเมืองนับพันคนได้เข้ามาเยี่ยมชมไซต์งานก่อสร้าง และนักเรียนจำนวนมากก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการก่อสร้าง ทั้งหมดนี้ทำให้ห้องสมุดได้รับการสนับสนุนจากประชาชน เมื่อห้องสมุดเปิดให้บริการมีผู้ลงทะเบียนแสดงความจำนงเพื่อเป็นอาสาสมัครกว่า 250 คน

          ห้องสมุดแห่งใหม่มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมจนเป็นสถานที่อันเป็นหมุดหมายสำคัญในเมืองอุตสาหกรรมอย่างเบอร์มิงแฮม เมืองซึ่งมีศิลปะและวัฒนธรรมเจริญรุ่งเรืองอยู่แล้ว แนวคิดโดยย่อของการออกแบบอาคารประกอบด้วยแนวความคิดเชิงวิสัยทัศน์สามข้อ (1) จะต้องเชื้อเชิญต้อนรับและเข้าถึงง่าย (2) จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สาธารณะและผสมผสานกลมกลืนไปกับที่ตั้งศูนย์กลางเมือง (3) ดึงดูดผู้ใช้ให้ก้าวเข้ามาสู่การเดินทางแห่งการเรียนรู้และการสำรวจค้นหา

          สถาปนิก ฟรานซีน ฮูเบน (Francine Houben) กล่าวถึงผลงานการออกแบบของเธอไว้ว่า "ห้องสมุดเบอร์มิงแฮมเป็นเสมือน ‘พระราชวังของสามัญชน’ (People’s Palace) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากพลังของเมืองที่ยิ่งใหญ่ ฉันหวังว่าการผจญภัยในการเดินเข้าไปในสถาปัตยกรรมจะดึงดูดผู้คนมากมายให้เข้ามามีความสุขกับการเรียนรู้และการอ่าน หรือแม้แต่เกิดประสบการณ์ที่ดีในการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งพื้นที่สาธารณะสามารถมอบสิ่งเหล่านี้ให้”

img.jpgPhoto : https://www.mecanoo.nl/

           การบูรณะปรับปรุงที่ดูเรียบง่ายมากๆ อย่างหนึ่งคือ การทำผนังเป็นกระจก ซึ่งให้ความรู้สึกเชิญชวนผู้คนที่เดินผ่านไปมามากกว่า สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงหลักคิดที่เปลี่ยนไปจากเดิมว่าห้องสมุดคือแหล่งหนังสือมาเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรู้ ซึ่งการคิดเช่นนี้ไม่ได้ทำให้มีต้นทุนใดๆ เพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การอนุญาตให้กลุ่มการละครเข้ามาใช้ซ้อมในห้องที่ยังไม่มีคนจองโดยไม่คิดค่าเช่า แล้วแลกเปลี่ยนเป็นการแสดงที่เปิดให้ชมฟรีในช่วงเวลาเย็นสักครั้งหนึ่ง ในทางกลับกันห้องสมุดสามารถเชื่อมโยงการแสดงฟรีกับกิจกรรมส่งเสริมการอ่านหนังสือเกี่ยวกับหนังหรือละครที่มีอยู่ในห้องสมุดได้ด้วยซ้ำ เรื่องเช่นนี้ขอเพียงให้มีนวัตกรรมการคิดบวกกับจินตนาการอีกเล็กน้อยก็ทำได้ไม่ยาก

หน้าร้านของเมือง วัฒนธรรมของเมือง

          ห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮมตั้งอยู่ในย่านที่มีผู้คนหนาแน่นมากที่สุด บริเวณจัตุรัสเซนทีนารี (Centenary Square) ใจกลางเมือง เป็นอาคารสูง 10 ชั้น มีทางเดินบนดาดฟ้าหลังคาซึ่งตกแต่งไว้ด้วยสวนต้นไม้ร่มรื่น ส่วนยอดเป็นโดมสีทอง อุปมาเปรียบดั่งกระโจมไฟสัญญาณ (ทางวัฒนธรรม) ที่กำลังส่องแสง พื้นที่ชั้นล่างของอาคารจะมีทางเดินเชื่อมกับ Birmingham Repertory Theatre โดยแบ่งใช้เคาน์เตอร์ต้อนรับร่วมกันสำหรับทั้งสองหน่วยงาน

          ห้องสมุดเป็นโครงการสำคัญ (flagship project) ของสภาเมืองเบอร์มิงแฮมตามแผนพัฒนาเมืองใหญ่ระยะ 20 ปี และเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าห้องสมุดสามารถกลายเป็นส่วนสำคัญที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ของชุมชนได้ วิธีการซึ่งถูกนำมาใช้บริหารภายใต้แนวคิดดังกล่าวคือการกำหนดให้ห้องสมุดมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม (cultural hub) ดังนั้นจึงต้องมีคอลเลกชั่นระดับโลก ทั้งที่เป็นเอกสารจดหมายเหตุ รูปภาพ และหนังสือหายาก ตัวอย่างเช่นการจัดทำห้องเชคสเปียร์รำลึก รวบรวมหนังสือของเชคสเปียร์ไว้มากกว่า 4 หมื่นเล่ม รวมทั้งต้นฉบับผลงานของมหากวีผู้นี้ครบชุดนับตั้งแต่การพิมพ์ครั้งที่หนึ่งถึงสี่ นอกจากนั้นยังมีพื้นที่สำหรับนักอ่านวรรณกรรมที่คุ้นเคยกับเครื่องมือดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ต จอภาพระบบสัมผัส และไอแพด มีห้องสมุดสำหรับเด็ก ห้องจัดแสดงนิทรรศการและงานศิลปะ ห้องประชุมสำหรับจัดกิจกรรมหรือฉายภาพยนตร์ขนาด 300 ที่นั่ง ห้องสมุดดนตรีและห้องปฏิบัติการทางดนตรี ศูนย์รวมมัลติมีเดีย ลานกิจกรรมการแสดงและอัฒจรรย์ที่นั่งชม ร้านกาแฟ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าห้องสมุดเป็นไปได้มากมายทั้งการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์และการแสดงในฐานะที่เป็นการเรียนรู้

img-(2).jpg

ห้องเชคสเปียร์รำลึก Photo : https://www.mecanoo.nl/


ห้องสมุดเพื่อการค้นคว้าและการค้นพบ

          ห้องสมุดทั่วไปอาจเป็นสถานที่สำหรับ “การค้นคว้า” หาสารสนเทศที่เรารู้ว่ามีอยู่ แต่คงจะดีไม่น้อยหากยังสามารถเป็นสถานที่ซึ่งสนับสนุนให้เกิด “การค้นพบ” สารสนเทศที่เราไม่เคยตระหนักถึงมาก่อนด้วย ห้องสมุดควรได้รับการออกแบบให้ผู้ใช้บริการได้มีปฏิสัมพันธ์กับกายภาพ สารสนเทศดิจิทัล รวมถึงทรัพยากรมนุษย์

          ห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮมให้บริการ wi-fi ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ตระหนักถึงภาวะสารสนเทศท่วมท้นในระบบสมองของมนุษย์ อันเกิดจากเสรีภาพในการเข้าถึงสารสนเทศที่มีอยู่มหาศาลอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน อันทำให้ผู้บริโภคข้อมูลเกิดความสับสนและตัดสินใจได้แย่ลง

          ดังนั้นแล้วห้องสมุดในอนาคตจึงควรจะมีบทบาทในการส่งเสริมให้ผู้คนรู้จักแปลงสารสนเทศให้กลายเป็นความรู้ผ่านกระบวนการค้นหาและเรียนรู้ สร้างโอกาสให้เกิดปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเพื่อนำมาซึ่งเครือข่ายของผู้คนและความรู้รูปแบบใหม่ การร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรมของสังคม ที่ห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮมมีบริการเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานความรู้ของเมือง ซึ่งมิใช่เพียงการให้บริการสารสนเทศแบบดั้งเดิม แต่เน้นการให้ความรู้ประชาชนที่ต้องการดำเนินธุรกิจแต่ขาดความรู้หรือทักษะที่จำเป็น มีบริการให้คำปรึกษาแนะนำ อบรมสัมมนา กิจกรรมสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ เป็นต้น

07.jpg

          ไบรอัน แกมเบิลส์ ผู้อำนวยการห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮม กล่าวว่า “เราต้องการกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ผู้คนสามารถสืบค้นข้อมูลสารสนเทศได้จากทุกแหล่ง ไม่ใช่เพียงหนังสือ แต่รวมถึงแหล่งที่เพิ่มพูนทักษะในการเรียนรู้ด้วย เช่น ดนตรี ภาพยนตร์ รวมถึงสิ่งต่างๆ มากมายเท่าที่จะเป็นไปได้ที่เกี่ยวข้องกับการคิด หนังสือเป็นเครื่องมือชั้นเลิศในการจับประเด็นและสื่อสารการคิด แต่หนังสือก็ไม่ใช่เครื่องมือเพียงชนิดเดียว เวลานี้ข้อมูลสารสนเทศที่ส่งมอบแก่ผู้ใช้กำลังกลายเป็นดิจิทัลมากขึ้น บทบาทของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-books) ในห้องสมุดอนาคตจะทวีความสำคัญขึ้น แต่ห้องสมุดยังเตรียมการเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่รอบด้านและลงมือทำน้อยเกินไป เราจะต้องพยายามสร้างรูปแบบการดำเนินงานที่รองรับการขยายตัวของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้มากขึ้น

          “จุดมุ่งหมายของห้องสมุดควรจะเป็นไปเพื่อการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน เปลี่ยนชะตากรรมของพวกเขา และให้แรงบันดาลใจแก่พวกเขาสำหรับอนาคต ดังนั้นห้องสมุดจึงต้องเชิญชวนผู้คนให้มาร่วมเดินทางจากข้อมูลสารสนเทศ (ค้นหา) ไปสู่การเรียนรู้ (ค้นพบ) เพื่อบรรลุถึงผลลัพธ์คือการสร้างความรู้สำหรับตนเอง จุดเน้นของห้องสมุดสมัยใหม่นั้นอยู่ที่การค้นคว้าและเรียนรู้ เพราะคนเราเรียนรู้ได้มากมายหลายวิธีนอกเหนือไปจากตำรา พวกเขาสามารถเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมที่เขาอยู่ ผ่านการสนทนากับคนอื่นๆ ผ่านการสอนในรูปแบบบรรยายหรือเวิร์คช็อป หรือผ่านบางสิ่งที่ไม่ใช่การเรียนรู้โดยตรง เช่น ภาพยนตร์หรือแม้แต่การเต้นรำ ผู้คนเรียนรู้ด้วยการตีความและแปลความหมายของสารสนเทศทางวัฒนธรรมตามโลกทัศน์ของเขาให้กลายเป็นความรู้ของตัวเอง” ไบรอันอธิบาย

          “เราเคยเถียงกันว่าควรจะเรียกสิ่งนี้ว่า ‘ห้องสมุด’ หรือไม่? ผมคิดว่าแนวความคิดโดยรวมเกี่ยวกับมโนทัศน์ ‘ห้องสมุด’ จำเป็นต้องถูกสร้างและนำเสนอขึ้นใหม่ อันที่จริงรูปแบบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับหนังสือและสารสนเทศไม่ได้เปลี่ยนไปมากกว่าเดิมสักเท่าไหร่นักหรอก แต่สถานที่แห่งนี้ไปไกลกว่าความเป็น ‘ห้องสมุด’ เสียแล้ว เพราะได้กลายเป็น ‘ศูนย์กลางความรู้’ (knowledge hub) อย่างแท้จริง”

img-(4).jpgPhoto : https://www.mecanoo.nl/

อนาคตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

          ห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮมคือหนึ่งในห้องสมุดสายพันธุ์ใหม่ที่เป็นห้องสมุดขนาดยักษ์ ซึ่งเกิดขึ้นมาในขณะที่ห้องสมุดขนาดเล็กกำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอด โดยมีขอบเขตการให้บริการที่กว้างขวางขึ้น มีพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ด้วยแนวคิดที่ว่าห้องสมุดขนาดใหญ่ซึ่งมีฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลายย่อมดีกว่าและเหมาะสมกับความต้องการของชุมชนและผู้ใช้ที่มีความแตกต่างหลากหลาย อีกทั้งยังสามารถนำเสนอกิจกรรมวัฒนธรรมและความบันเทิง นอกเหนือไปจากการเรียนรู้และการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศ

          กระนั้นก็ตาม เพียงแค่ปีเศษหลังจากเปิดให้บริการห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮมแห่งใหม่ วิกฤติด้านงบประมาณก็ส่งผลกระทบต่อห้องสมุด ในเดือนธันวาคม 2557 สภาเมืองเบอร์มิงแฮมแถลงถึงแผนงานพัฒนาห้องสมุด โดยประกาศลดเวลาการให้บริการลงจาก 73 ชั่วโมง เหลือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และจะเลิกจ้างเจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานซ้ำซ้อนและมีอยู่มากเกินไปประมาณครึ่งหนึ่งหรือกว่า 100 ตำแหน่ง เพื่อที่จะสามารถตัดงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการลงได้ปีละ 1.5 ล้านปอนด์จากทั้งหมด 10 ล้านปอนด์

          ภายหลังการแถลงของสภาเมือง ไบรอัน แกมเบิลส์ ก็ประกาศจะลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการห้องสมุดในต้นปี 2558

          ก่อนหน้านี้ ไบรอัน เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นการตัดงบประมาณห้องสมุดไว้ว่า เขาค่อนข้างสงสัยว่าเหตุใดห้องสมุดจึงมักจะเป็นหน่วยงานลำดับแรกๆ ที่ถูกตัดงบประมาณ ในขณะที่ข้อเท็จจริงก็ชัดเจนว่าห้องสมุดประชาชนได้รับงบประมาณเป็นสัดส่วนที่น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับเงินรายได้ของรัฐ “ต่อให้คุณตัดรายการเกี่ยวกับห้องสมุดประชาชนทั้งหมดออกจากงบประมาณ มันก็แทบจะไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤติงบประมาณที่เรากำลังเผชิญกันอยู่นี้เลย”

          ปัญหาด้านงบประมาณน่าจะส่อเค้าลางให้เห็นมาก่อนหน้านี้แล้ว จากการให้สัมภาษณ์หลังเปิดให้บริการห้องสมุดแห่งใหม่เพียงไม่กี่เดือนว่า “เราจำเป็นต้องหาหนทางสร้างรายได้ในเชิงพาณิชย์ให้มากขึ้น ต้องคิดหาวิธีนำเอาทรัพย์สินบางส่วนไปใช้ก่อให้เกิดมูลค่า ไม่ว่าจะเป็นการให้เช่าเครื่องไม้เครื่องมือ เปิดให้เช่าพื้นที่เป็นร้านค้าหรือขายเครื่องดื่มและของว่าง รวมไปถึงการหาผู้สนับสนุนทางการเงินจากภาคธุรกิจหรือองค์กรการกุศลเอกชน และถ้าหากมีการลดชั่วโมงการให้บริการและลดจำนวนเจ้าหน้าที่ห้องสมุด การให้ยืมอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาจจะต้องนำระบบบริการตนเองเข้ามาแทน”

          นอกจากนี้ เขายังบอกเล่าถึงแผนการที่จะดึงหน่วยงานพันธมิตรเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมในอาคารแห่งนี้ โดยอาศัยฐานลูกค้าที่เข้ามาใช้ห้องสมุด ซึ่งประมาณการว่าน่าจะสูงถึง 3.5-4 ล้านคนในปีแรกที่เปิดบริการ มาเป็นปัจจัยดึงดูด ในเวลานั้นมีข้อตกลงร่วมกันแล้วกับ 2 หน่วยงาน คือ British Film Institute ซึ่งจะจัดหาภาพยนตร์เก่าหายากมาไว้ให้กับห้องสมุดสำหรับจัดฉาย และความร่วมมือกับหน่วยงานพัฒนาวรรณกรรม ชื่อ Writing West Midlands เตรียมการจัดงานเทศกาลหนังสือเบอร์มิงแฮม (Birmingham Book Festival) ส่วนรายอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการเจรจามีทั้งมหาวิทยาลัย บริษัทเทคโนโลยีระดับสูงของเอกชน ธุรกิจและผู้ให้บริการด้านสุขภาพ

          แผนดำเนินการหลายอย่างอาจหยุดชะงักหลังจากที่สภาเมืองประกาศตัดงบประมาณ แต่อาคารห้องสมุดที่ออกแบบปรับปรุงใหม่จนกลายเป็นหมุดหมายของเมือง (landmark) ทั้งด้านวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยว มีผู้ใช้บริการจำนวนมหาศาลและกิจกรรมที่ตอบสนองพฤติกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย คือรูปธรรมซึ่งแสดงให้เห็นว่าความปรารถนามุ่งมั่นที่จะเป็นห้องสมุดแห่งอนาคต สำหรับเมืองแห่งอนาคต คงไม่ได้ลบเลือนหายไปง่ายๆ ดังเช่นที่ไบรอัน แกมเบิลส์เคยตั้งความหวังเอาไว้ว่า

          “สิ่งสำคัญที่เราทำไม่ใช่แค่การก่อสร้างห้องสมุด แต่เราเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูก่อร่างสร้างชีวิตใหม่ให้กับเมืองเบอร์มิงแฮม เราเป็นส่วนหนึ่งของการเก็บรักษาและสืบทอดมรดกที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษซึ่งจะยืนยงคงอยู่ต่อไปอีกหลายทศวรรษ และด้วยความหวังว่าวัฒนธรรมของเมืองจะให้นิยามความหมายใหม่แก่ห้องสมุด นั่นคือสิ่งซึ่งเป็นความภาคภูมิใจอย่างแท้จริง”

          ชะตากรรมของห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮมจะเดินหน้าต่อไปสู่จุดหมายที่วาดหวังไว้ได้หรือไม่และอย่างไร จึงน่าสนใจและน่าติดตามอย่างยิ่ง


ที่มาเนื้อหา

            เรียบเรียงจาก บทความเรื่อง ห้องสมุดเบอร์มิงแฮม ศูนย์กลางวัฒนธรรมของเมือง เปลี่ยนหลักคิดเรื่องห้องสมุดกับอนาคตที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ตีพิมพ์ในหนังสือ คิดทันโลก (ธันวาคม 2558) และสรุปประเด็นจากการบรรยายเรื่อง Future City, Future Library: Experiences and Lessons Learned from the Library of Birmingham โดยไบรอัน แกมเบิลส์ (Brian Gambles) ในการประชุมวิชาการประจำปี 2559 (TK Forum2016)

อ่าน นครแห่งอนาคต ห้องสมุดแห่งอนาคต : ประสบการณ์และบทเรียนที่ได้รับจากห้องสมุดเมืองเบอร์มิงแฮม เอกสารประกอบการประชุมวิชาการประจำปี 2559 (TK Forum 2016) ได้ที่นี่ 

October 25, 2019

Recommended articles

เปลี่ยนทุกเมืองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ทุกเมือง
readWORLD

เปลี่ยนทุกเมืองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ทุกเมือง

เมืองแห่งการเรียนรู้ ในฐานะระบบนิเวศของการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นประเด็นที่การประชุม TK Forum 2022 ได้หยิบยกขึ้นมานำเสนอ เนื้อหาว่าด้วยแนวคิดและประสบการณ์การขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ของเมืองด้วยนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ ทั้งในและต่างประเทศ

คุณภาพการศึกษา บทเรียนที่ดีของต่างประเทศกับการปรับใช้ในบริบทไทย
readWORLD

คุณภาพการศึกษา บทเรียนที่ดีของต่างประเทศกับการปรับใช้ในบริบทไทย

ารยกระดับคุณภาพการศึกษาจำเป็นต้องเรียนรู้บทเรียนการทำงานของหลากหลายประเทศ ซึ่งมีจุดอ่อนจุดแข็ง ปัจจัยแวดล้อม และเงื่อนไขความสำเร็จในการขับเคลื่อนการศึกษาที่แตกต่างกัน อีกทั้งนิยามความสำเร็จยังสามารถมองได้หลายมิติ

ผลสำรวจการอ่านของประชากร 2561
readWORLD

ผลสำรวจการอ่านของประชากร 2561

ตอนที่ 1 การนำเสนอผลสำรวจการอ่านของประชากร

ฮานส์ โรสลิ่ง กับพลังของ Data Visualization
readWORLD

ฮานส์ โรสลิ่ง กับพลังของ Data Visualization

นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) ทำความรู้จักกับอาชีพนี้ ผ่านชีวิตและผลงานของฮานส์ โรสลิ่ง

กลยุทธ์ชุบชีวิตห้องสมุดในแมนเชสเตอร์
readWORLD

กลยุทธ์ชุบชีวิตห้องสมุดในแมนเชสเตอร์

มหานครแมนเชสเตอร์เป็นศูนย์กลางระดับโลก เนื่องจากมีประชากรหนาแน่นที่สุดเป็นอันดับสองของอังกฤษและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจถึงสี่หมื่นแปดพันล้านปอนด์ มีประชากร 2.6 ล้านคนและธุรกิจกว่า 90,000 แห่ง

8 พื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ
readWORLD

8 พื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ

ตัวอย่างพื้นที่การเรียนรู้ที่มีแนวคิดแปลกใหม่ ซึ่งพรมแดนที่กั้นแบ่งการเรียนรู้ การทำงาน และการดำเนินชีวิตถูกลดเลือนเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน สอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ห้องสมุดดีที่สุดในออสเตรเลีย
readWORLD

ห้องสมุดดีที่สุดในออสเตรเลีย

ห้องสมุดทั้ง 8 แห่งได้รับการออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชั้นนำ ดังนั้น ไม่เพียงแต่จะเป็นห้องสมุดดีที่สุดเท่านั้น แต่ยังอาจเรียกได้ว่าเป็นห้องสมุดที่สวยที่สุดของออสเตรเลีย ณ เวลานี้ อีกด้วย

‘พื้นที่สาธารณะ เทศะรังสรรค์ สถานที่แบ่งปัน’ แนวคิดเชื่อมโยงห้องสมุดกับการพัฒนาเมือง
readWORLD

‘พื้นที่สาธารณะ เทศะรังสรรค์ สถานที่แบ่งปัน’ แนวคิดเชื่อมโยงห้องสมุดกับการพัฒนาเมือง

A room is not just a room: The library as shared place and why it matters to communities

1870
206
|Read : 15 min
262
13
48
|Read : 5 min
397
|Read : 5 min
25
|Read : 5 min
68