This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

หวาดกลัวหรือปรับตัว? เจ้าตัวเล็กจะอยู่อย่างไรกับโลกยุคใหม่ในหน้าจอ

หวาดกลัวหรือปรับตัว? เจ้าตัวเล็กจะอยู่อย่างไรกับโลกยุคใหม่ในหน้าจอ

13

New-Online-cover.jpg

           ในโลกสมัยใหม่ พวกเราต่างคุ้นเคยกับโลกอีกใบในหน้าจอเล็กๆ เช่นเดียวกับการคุ้นเคยกับคำเตือนว่า “อย่าอยู่กับหน้าจอมากเกินไป ออกไปเจอโลกข้างนอกเสียบ้าง” เพราะมีงานวิจัยมากมายที่บอกกับเราว่าหากเด็กๆ ขลุกอยู่กับหน้าจอเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี แม้แต่องค์การอนามัยโลกก็เคยประกาศว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบไม่ควรใช้เวลาเกินหนึ่งชั่วโมงต่อวันในการอยู่กับหน้าจอ ไม่เช่นนั้นอาจต้องเผชิญกับโรคภัยมากมาย เช่น พิษจากแสงสีฟ้า โรคสมาธิสั้น หรือแม้แต่โรคซึมเศร้า
          แต่ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2019 ก็เปลี่ยนชีวิตของคนทั้งโลกไปโดยสิ้นเชิง
          นานนับสองปีแล้วที่มนุษย์อยู่ในภัยพิบัติโรคระบาด “วิธีการใช้ชีวิต” แบบใหม่ๆ ถูกนำมาใช้จนกลายเป็น “วิถีการใช้ชีวิต” ในปัจจุบันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทำงานจากที่บ้าน การเรียนออนไลน์ การติดต่อสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ แทนการพบปะเข้าสังคมกัน ดังที่ผลสำรวจในสหรัฐอเมริกาจากผู้ปกครองเด็กๆ กว่าสองล้านคนพบว่า เด็กอเมริกันนับล้านคนใช้เวลาอยู่ในโลกออนไลน์มากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่พุ่งขึ้นสูงกว่า 500% เมื่อเทียบกับตอนก่อนเกิดโรคระบาด ทำให้ผู้ปกครองต่างก็วิตกกังวลว่า โลกยุคใหม่จะส่งผลร้ายหรือผลดีต่อเจ้าตัวเล็กกันแน่

New-Online-01-จิตใจ-ร่างกาย-สายตา-และพัฒนาการที่ถดถอย.jpg
          จิตใจ ร่างกาย สายตา และพัฒนาการที่ถดถอย
          จากงานวิจัยหลายชิ้นและคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ต่างก็ระบุตรงกันว่าการใช้เวลากับหน้าจอมากเกินไปมักส่งผลเสียต่อร่างกายและพัฒนาการของเด็กๆ ข้อมูลนี้สอดคล้องกับการวิจัยจากสถาบันวิจัยเด็กและเยาวชน มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู ที่ได้เก็บข้อมูลการใช้เวลากับหน้าจอของเด็ก ๆ อายุ 2-5 ขวบ มากกว่า 2,400 คนพบว่า ยิ่งเด็กใช้เวลาอยู่หน้าจอมากเท่าไร การเคลื่อนไหวทางร่างกาย การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วยการพูด การมองตา หรือการสัมผัสกันก็จะลดลง เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สัญชาตญาณ แต่ต้องอาศัยฝึกฝนไม่ต่างจากโจทย์ทางคณิตศาสตร์หรือทักษะทางกีฬา ส่งผลให้คะแนนทดสอบพัฒนาการในด้านต่างๆ ของเด็กๆ ลดลงตามลำดับ
           “เมื่อเด็กเล็กหมกมุ่นอยู่กับหน้าจอ พวกเขาอาจพลาดโอกาสในการฝึกฝนทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์ การเคลื่อนไหว และการสื่อสาร” ผู้วิจัยสรุปผลไว้ท้ายบทความดังกล่าว
           ผลกระทบจากแสงสีฟ้า (Blue Light Affects) เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หากจ้องมองหน้าจอเป็นเวลานาน ผลกระทบของแสงสีฟ้าที่มีต่อร่างกายโดยตรงคือการลดลงของเมลาโทนินในร่างกาย ทำให้เราง่วงนอนน้อยลง หรือพักผ่อนได้น้อยลง ปริมาณเมลาโทนินที่ไม่สม่ำเสมอจะรบกวนวงจรการนอนหลับตามธรรมชาติของเรา ยิ่งเมื่อเทียบผลกระทบระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่พบว่า เด็ก ๆ จะได้รับผลกระทบจากแสงสีฟ้ามากกว่า เนื่องจากรูม่านตาของเด็กมีขนาดใหญ่กว่า จึงรับแสงสีฟ้าเข้าไปในปริมาณมากเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่เท่ากันกับผู้ใหญ่ นอกจากนี้ สมองของเด็กจะจดจำปริมาณแสงสีฟ้าที่รับเข้ามาในร่างกายและกระตุ้นให้หลั่งเมลาโทนินในปริมาณน้อยตั้งแต่เด็ก ปัญหาการนอนไม่หลับและขนาดรูม่านตาที่ถูกกระตุ้นตลอดเวลาจึงเป็นปัญหาสำคัญของเด็กในยุคแห่งเทคโนโลยีนี้
           ความสุขทางใจที่ลดลงจากการอยู่กับหน้าจอเป็นเวลานานก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่ากังวล ดังที่ จีน ทเวนจ์ และคีธ แคมป์เบล ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาชาวอเมริกันได้ตรวจสอบกลุ่มตัวอย่างของเด็กและวัยรุ่นอายุ 2-17 ปีในสหรัฐอเมริกาในปี 2559 พบว่า ยิ่งวัยรุ่นใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากเท่าไร ความสุขทางจิตใจก็ลดลงตามไปด้วย โดยเกิดผลด้านจิตใจต่างๆ ได้แก่ การควบคุมตนเองทำได้น้อยลง ความฟุ้งซ่านมากขึ้น ความมั่นคงทางอารมณ์น้อยลง และสมาธิสั้นหรือขาดช่วงจนไม่สามารถทำงานที่ต้องใช้ความอดทนเป็นระยะเวลานานให้สำเร็จลุล่วงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอายุ 14-17 ปี กลุ่มที่หมกมุ่นอยู่กับหน้าจอวันละ 7 ชม. ขึ้นไป มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าวัยรุ่นทั่วไปเป็นสองเท่า อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ผลกระทบทางจิตใจของโลกใบใหม่ในหน้าจอนั้นสัมพันธ์กับช่วงวัยรุ่นมากกว่าวัยเด็ก ซึ่งเป็นวัยที่สามารถพูดคุยด้วยเหตุผลและสร้างข้อตกลงเรื่องการจำกัดเวลาใช้งานหรือควบคุมการใช้เครื่องมือสื่อสารได้ง่ายกว่า

New-Online-02-ร่องรอยดิจิทัล.jpg
          ร่องรอยดิจิทัล (Digital Footprint) ความลับราคาแพงที่เด็กๆ (เผลอ) ยอมจ่าย
          ร่องรอยดิจิทัล (Digital Footprint) หมายถึงข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ใช้งานเก็บไว้บนอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนตัวในสื่อสังคมออนไลน์ การโพสต์ข้อความ การส่งอีเมลหรือข้อความผ่านเว็บไซต์ต่างๆ หรือแม้แต่การเปิดดูและขยายขนาดรูปภาพ การกดข้ามหรือดูวิดีโอบน Youtube หรือ TikTok ซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง แทบทุกการกระทำของเราจะถูกเก็บไว้เป็นข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานทั้งสิ้น เพื่อที่บริษัทจะค้นหาว่าเรากำลังค้นหาอะไร เราชอบอะไร สนใจอะไร พร้อมกับนำเสนอเนื้อหา รูปภาพ หรือสินค้าต่างๆ ที่สอดคล้องกับรสนิยมของเรามากที่สุด
           เจนนี่ อาเฟีย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย หนึ่งในกรรมาธิการด้านดิจิทัลในเด็กและเยาวชนแห่งสหราชอาณาจักรแสดงความเป็นห่วงว่า บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ใช้ช่องทางของโลกยุคใหม่ในหน้าจอเพื่อควบคุมและติดตามเก็บร่องรอยดิจิทัลของทุกคนตั้งแต่ยังอยู่ในวัยที่ขาดความระวังตัว บริษัทเหล่านี้ล้วนอำนวยความสะดวกให้เด็กๆ ได้สร้างโปรไฟล์ดิจิทัลอย่างง่ายดาย เขียนข้อมูลทุกอย่างลงไปให้บริษัทได้เก็บไว้ทั้งหมด ก่อนที่พวกเขาจะโตพอเข้าใจว่าร่องรอยดิจิทัลสำคัญมากแค่ไหน
          เช่นเดียวกับ ดร. เบอร์นัดกา ดูบิคกา หัวหน้าภาควิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งสหราชอาณาจักรที่ตั้งข้อสังเกตว่าเว็บไซต์และแอพพลิเคชันยอดนิยมล้วนได้รับการออกแบบมาให้ “ขาดความระมัดระวังต่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว” เช่น ขาดการตรวจสอบอายุที่แท้จริงของผู้ใช้งาน ปรับให้ข้อควรระวังต่าง ๆ ตัวเล็กหรืออยู่ในจุดที่สังเกตได้ยากที่สุด หรือตั้งค่าเริ่มต้น (default) ของความเป็นส่วนตัวไว้ในระดับต่ำที่สุด หากเด็ก ๆ กดยอมรับเงื่อนไขต่าง ๆ โดยยังขาดความเข้าใจ ก็เท่ากับว่าบริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลและร่องรอยดิจิทัลทั้งหมดได้ตั้งแต่นั้น
          ในเดือนกันยายน ปี 2020 อาเฟียและทีมงานด้านกฎหมายของเธอได้พยายามร่างและผลักดันกฎหมายเพื่อคุ้มครองร่องรอยดิจิทัลของเด็กและเยาวชนในสหราชอาณาจักร โดยเน้นให้บริษัทต่างๆ ระมัดระวังเรื่องปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของเด็กและเยาวชนเป็นอันดับต้นๆ ในการพัฒนาเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ทว่าเธอก็ยังคงกังวลว่า สื่อสังคมออนไลน์ที่ถูกออกแบบมาโดยใช้จิตวิทยาเชิงพฤติกรรม ตอบโจทย์ความต้องการในจิตใจมนุษย์ที่ยังต้องการความชื่นชมหรือได้รับการยอมรับผ่านการกดไลก์ กดแชร์ โต้ตอบคอมเมนต์ต่างๆ ย่อมเป็นแม่เหล็กดึงดูดใจให้เรายอมจ่ายข้อมูลดิจิทัล โดยเฉพาะเด็กๆ หรือเยาวชนที่ต้องการสร้างตัวตน หรือค้นหาสังคมที่ตนเองชื่นชอบในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งสุดท้ายข้อมูลเหล่านี้ก็จะกลายเป็นร่องรอยดิจิทัลที่ไม่มีวันถูกลบเลือน

New-Online-03-โลกออนไลน์-สังคมแบบใหม่ที่ไม่ควรหลีกหนี.jpg
           โลกออนไลน์ สังคมแบบใหม่ที่ไม่ควรหลีกหนี
           แม้จะมีผลด้านลบจากงานวิจัยต่างๆ ปรากฏออกมามากมาย แต่สำหรับจอร์แดน ชาพิโร่ นักการศึกษาชาวอเมริกัน เจ้าของผลงานเขียนชื่อ The New Childhood: Raising Kids to Thrive in a Connected World (วัยรุ่นยุคใหม่: เลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างไรในโลกออนไลน์) กล่าวว่า แทนที่จะหวาดกลัวหรือต่อต้านโลกยุคใหม่ด้วยเหตุผลต่างๆ อาจถึงเวลาต้องยอมรับว่าโลกออนไลน์คืออีกก้าวหนึ่งของพัฒนาการสังคมมนุษย์ ความสัมพันธ์ผ่านเทคโนโลยีไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมหรือด้อยค่ากว่าความสัมพันธ์แบบพบปะพูดคุยกัน แต่เป็นเงื่อนไขของสังคมสมัยใหม่ต่างหาก การพยายามห้ามเด็กๆ ไม่ให้ใช้งาน หรือต่อต้านรูปแบบความสัมพันธ์นี้อาจทำให้เด็ก ๆ สูญเสียความสามารถในการเข้าสู่สังคมแบบใหม่นี้ก็เป็นได้
             ในสายตาของผู้ใหญ่ การเล่นเกมออนไลน์ การโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก การโพสต์วิดีโอในแอปพลิเคชัน TikTok นั้นดูเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ชาพิโร่ก็ชวนให้ทุกคนนึกย้อนกลับไปในสมัยเด็กว่าตนเองเคยไปอยู่กับเพื่อนที่สนามเด็กเล่น และเล่นเกมโง่ๆ อะไรสักอย่างด้วยกันเพื่อเข้าสังคมกับเพื่อนหรือเปล่า? เกมออนไลน์ก็ทำหน้าที่นั้นไม่แตกต่างกัน เพราะในเกมก็มีกฎกติกา การสื่อสาร การพยายามแก้ไขปัญหาของเกม แก้ไขความขัดแย้งของทีมเพื่อผ่านอุปสรรคของเกมเช่นเดียวกับการเล่นในสนามเด็กเล่น เพียงแค่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนสนามเด็กเล่นดิจิทัล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้ใหญ่มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่สำหรับเด็กแล้วมันมีอยู่จริงเสมอ
             หากมองในภาพกว้างขึ้น ต้องยอมรับว่าในตอนนี้โลกออนไลน์มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนให้โลกเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีโรคระบาดมากระตุ้นก็ตาม การติดต่อสื่อสารหรือธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ล้วนแต่แปรสภาพอยู่ในรูปแบบดิจิทัลไปแล้วแทบทั้งสิ้น โลกที่เปลี่ยนไปมาพร้อมกับกฎกติกาแบบใหม่ ตัวตนของทุกคนถูกแปรสภาพเป็นโปรไฟล์ดิจิทัล มารยาททางสังคมของโลกออนไลน์กลายเป็นกติกาพื้นฐานแบบใหม่ในการอยู่ร่วมกัน ชาพิโรเสนอว่า แทนที่จะหวาดกลัวหรือต่อต้าน ผู้ปกครองควรใช้โอกาสนี้ในการฝึกฝนทักษะการเข้าสังคมสมัยใหม่ตั้งแต่เขายังอายุน้อย เพื่อให้เขาเป็นพลเมืองในโลกดิจิทัลที่มีคุณภาพ

New-Online-04-จูงมือเด็กเดินไปในทางที่ถูกต้อง.jpg
           จูงมือเด็กเดินไปในทางที่ถูกต้อง อย่าปล่อยให้เด็กหลงทางในโลกใบใหม่
            ในอดีตเทคโนโลยีเคยเป็นสิ่งที่หรูหราและฟุ่มเฟือย แต่โลกยุคปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้เพียงแค่มีอุปกรณ์ที่ซื้อหาได้ทั่วไป ภายหลังวิกฤตการณ์โรคระบาด Covid-19 ที่มีกติกาการป้องกันการระบาดว่า “ต้องเว้นระยะห่าง” ยิ่งทำให้มนุษย์ต้องก้าวกระโดดมาสู่การเชื่อมต่อกันในโลกออนไลน์มากขึ้น แอนดรูว์ ไพรส์บิลสกี้ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของสถาบันวิจัยอินเทอร์เน็ตแห่งออกซ์ฟอร์ดกล่าวว่า เว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่างๆ มักถูกมองเป็นผู้ร้ายในการทำให้คนหมกมุ่นหรือเสพติดการออนไลน์ แต่หากไม่มีบริษัทเหล่านั้น สังคมมนุษย์ก็คงหยุดชะงักลงไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การพบปะสังสรรค์ การออกเดต หรือกิจกรรมทางสังคมอื่นๆ ที่ต้องยุติลงอย่างสิ้นเชิง หากไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาประคองไว้ มนุษยชาติก็คงเดินหน้าต่อไปไม่ได้ท่ามกลางโรคระบาดที่เกิดขึ้น
           อย่างไรก็ตาม การล็อกดาวน์ครั้งล่าสุดของอังกฤษที่ทำให้การเรียนการสอนปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบหลายพันคนได้สัมผัสโลกใบใหม่ในหน้าจอด้วยระยะเวลานานๆ เป็นครั้งแรก ก็ทำให้เกิดข้อสังเกตว่าเด็กๆ ล้วนตื่นตาตื่นใจกับรูปแบบการเรียนแบบใหม่ ภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอ เด็กๆ ใช้การปัด (Swiping) เพื่อค้นหาสิ่งที่ตนสนใจและปัดสิ่งที่ตนไม่สนใจออกไปอย่างง่ายดายตามสัญชาตญาณ ซาพิโรเปรียบปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ว่าเหมือนพาเด็กไปเดินเตาะแตะที่สนามเด็กเล่นครั้งแรกและปล่อยให้เขาเล่นไปตามยถากรรม เขาเชื่อว่าเด็กๆ มีความสามารถในการเรียนรู้ เพียงแต่ผู้ใหญ่นั่นเองที่จะเป็นผู้สอนให้เขาได้ฝึกใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด
           แทนที่จะเลือกวิธีการเข้มงวดเกินไป เช่น ห้ามไม่ให้เด็กจับเครื่องมือสมัยใหม่เลย หรือวิธีการแบบปล่อยวางเกินไป คือปล่อยเด็กไว้กับเครื่องมือโดยลำพัง ซาพิโรเสนอว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่ควรทำคือนั่งลงข้างๆ และใช้เครื่องมือนั้นไปพร้อมกับพวกเขา พร้อมกับคำถามง่ายๆ อย่างการขอให้พวกเขาอธิบายสิ่งที่กำลังทำอยู่ เช่น เกมนั้นคืออะไร? ทำไมหนูถึงเลือกทำแบบนั้น? ซาพิโรอธิบายว่าเป็นการฝึกให้พวกเขาได้พัฒนาอัตลักษณ์ของตนเองผ่านการเล่นออนไลน์
           “เมื่อคุณบอกกับเด็กๆ ว่า ฉันต้องการรู้จักคุณในรูปแบบนี้ ฉันต้องการเข้าใจโลกของคุณ ย่อมหมายถึง ฉันสนับสนุนตัวตนของคุณ ฉันรับรู้ถึงคุณค่าของคุณในโลกใบนั้น”
            เช่นเดียวกับไพรส์บิลสกี้ที่เสนอว่า การทำให้ภาพเทคโนโลยีเป็นผู้ร้ายไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่ามนุษย์อาจต้องยอมรับโลกใบใหม่เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ดังนั้นสิ่งที่เราจะทำให้เด็กๆ ได้คือการทำให้เด็กๆ พร้อมรับโลกใบใหม่ต่างหาก
            “หาเวลาในการกำกับติดตามเทคโนโลยีที่ลูกคุณใช้” เป็นหนึ่งในคำแนะนำที่เขามักจะบอกกับผู้ปกครองเสมอ ๆ “เราควรปฏิบัติต่อปัญหาเรื่องเทคโนโลยีเหมือนกับความท้าทายอื่นๆ นับล้านที่เราต้องเผชิญหน้าในฐานะพ่อแม่ เมื่อโลกเปลี่ยนไปแล้ว เราก็ไม่ควรแสร้งว่าโลกดิจิทัลกับโลกอนาล็อกอยู่คนละส่วนกัน แต่ต้องสอนเขาให้พร้อมที่จะเข้าสู่โลกทั้งสองใบไปพร้อมกัน”
           ดร.ดูบิคกา เสนอเพิ่มเติมว่า ไม่ใช่เพียงแต่เด็กเท่านั้นที่ต้องเรียนรู้ ผู้ใหญ่เองอย่าลืมว่าตนเองก็คือเด็กคนหนึ่งในโลกสมัยใหม่ การเรียนรู้เท่าทันเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นที่เคยเรียนรู้มา และหากต้องการให้เด็ก ๆ เชื่อฟังคำเตือนของเรา ก็อย่าปล่อยให้เด็กเห็นว่าผู้ปกครองควบคุมการใช้เทคโนโลยีของเด็ก ๆ อย่างเข้มงวด แต่กลับปล่อยปละละเลยไม่ควบคุมการออนไลน์ของตนเอง
          “การคาดหวังให้ลูกปิดหน้าจอในเวลานอนหรือตอนรับประทานอาหารนั้นไม่มีประโยชน์ หากลูกยังเห็นว่าแสงบนหน้าจอของคุณยังสว่างอยู่ตลอดเวลา”

          ไม่ว่าจะในแง่ดีหรือแง่ร้าย แต่เราก็ต้องยอมรับว่าวิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด-19 ได้เปลี่ยนโลกของเราไปแล้วอย่างก้าวกระโดด มนุษย์ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและใช้เวลาอยู่ในโลกออนไลน์มากขึ้นอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง แน่นอนว่าผลกระทบแง่ลบจากเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง เต็มไปด้วยหลักฐานจากงานวิจัยต่าง ๆ มากมาย แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะกีดกันเด็กๆ ออกจากสิ่งที่จะกลายเป็นวิถีชีวิตของเขาในอนาคต สิ่งที่ผู้ใหญ่ควรทำก็คือสอนให้เขายืนได้ด้วยตนเองบนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นโลกที่เขาเกิด เติบโตและคุ้นเคยมากกว่าเราเสียอีก สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ประเด็นว่าเทคโนโลยีมีผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน แต่คือความเชื่อมั่นว่าเด็กๆ จะสามารถเรียนรู้และรับเอาผลดีของเทคโนโลยีมาใช้มากกว่าผลเสีย เพื่อสร้างอนาคตของตนเองในโลกยุคใหม่ได้ต่างหาก

รายการอ้างอิง
Alexa Fry. (2021). How Blue Light Affects Kids’ Sleep. Retrieved June 29, 2021, from https://www.sleepfoundation.org/children-and-sleep/how-blue-light-affects-kids-sleep
Andrew Przybylski. (2019). Moderate use of screen time can be good for your health, new study finds. Retrieved June 29, 2021, from https://www.oii.ox.ac.uk/news/releases/moderate-use-of-screen-time-can-be-good-for-your-health-new-study-finds/
Eleanor Peake. (2021). TikTok and self-loathing: why you probably don’t want to be a teenage girl in 2021. Retrieved June 29, 2021, from https://www.newstatesman.com/science-tech/social-media/2021/02/tiktok-and-self-loathing-why-you-probably-don-t-want-be-teenage
Rachel Cunliffe. (2021). Is growing up immersed in screens damaging our children?. Retrieved June 29, 2021, from https://www.newstatesman.com/science-tech/internet/2021/03/growing-immersed-screens-damaging-our-children-0



July 21, 2021

Recommended articles

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”
Blog

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”

“เราคิดทัน AI หรือเปล่า?” และ “ในวันที่ AI เข้ามาช่วยคิดมากขึ้น เราควรปรับบทบาทตัวเองไปในทางไหน?”

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม
Blog

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม

"ถ้าในชีวิตจริงเราไม่วิจารณ์คนแปลกหน้า... แล้วทำไมบนโลกออนไลน์เราถึงทำ?" อย่าปล่อยให้ อิสระ บนหน้าจอ ทำเราลืมมารยาทและคุณธรรมที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะโลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว และไม่ใช่อภิสิทธิ์ในการทำร้ายใคร

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech  ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech
Blog

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech

ยิ่ง AI ฉลาดขึ้นเท่าไหร่ ทักษะความเป็นมนุษย์ยิ่งสำคัญจากอดีตที่ทำตามคำสั่ง วันนี้ AI กลายเป็นสุดยอดผู้ช่วยที่ทำงานแทนเราได้เกือบทุกอย่าง แต่สิ่งที่จะช่วยสร้างความต่างในยุค AI คือการหันมาลับคมทักษะความเป็นมนุษย์ที่หุ่นยนต์ไม่มีวันเลียนแบบได้

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต
Blog

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต

ทำไมย่านที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยที่สุดแห่งหนึ่ง ถึงยังมีเรื่องที่ไม่เคยรู้อีกมาก คำถามนี้เป็นจุดตั้งต้นของกิจกรรมเดินทัวร์ "Learning Pranakorn จากบ้านหม้อ ถึงบางลำพู

ความต่างระหว่างบรรทัด: เมื่อเภสัชกร ศิลปิน และบรรณาธิการ พิสูจน์ว่าทุกประสบการณ์คือต้นฉบับ
Blog

ความต่างระหว่างบรรทัด: เมื่อเภสัชกร ศิลปิน และบรรณาธิการ พิสูจน์ว่าทุกประสบการณ์คือต้นฉบับ

เส้นทางของ กิตติศักดิ์ คงคา, อุทิศ เหมมะมูล และ จิราภรณ์ วิหวา เผยให้เห็นว่า งานเขียนไม่ได้เกิดจากจินตนาการล้วน ๆ หากเติบโตจากประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกัน ซึ่งหล่อหลอมให้แต่ละคนมีภาษาและวิธีเล่าเรื่องในแบบของตนเอง

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม
Blog

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม

บทเรียนเล็ก ๆ ของการอ่านสื่อร่วมสมัย ที่เริ่มจากสตรอว์เบอร์รีร้องไห้ในฟีดมือถือ แล้วค่อย ๆ พาเราตั้งคำถามว่า ทำไมเราจึงเข้าใจความเจ็บปวดของผลไม้ที่ไม่มีอยู่จริงได้เร็วขนาดนี้ โดยไม่ต้องอ่านตำราเล่มหนา

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ
Blog

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ

เมื่อครอบครัวไม่ได้ตั้งกฎ แต่เริ่มฟังกันใหม่อีกครั้ง

อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้
Blog

อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้

เรื่องราวจาก Human Library: Stranger Talk จาก Learning Fest Bangkok 2026

13
13
158
53
22
14
6
4