This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
Font Size
Display
logologo
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

นิตยสาร ‘ตาย’ สื่อออนไลน์ ‘เกิด’

นิตยสาร ‘ตาย’ สื่อออนไลน์ ‘เกิด’

23

cover_11.jpg

 

สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดแถลงข่าวผลสำรวจการอ่านของประชากร พ.ศ. 2561 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 มีการนำเสนอผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 55,920 ครัวเรือน ทั่วประเทศ และการจัดทำหนังสือ ‘เข็ม’ รวบรวมข้อมูลความเปลี่ยนแปลงในรอบ 10 ปีของทศวรรษแห่งการอ่าน (พ.ศ.2552-2561) ข้อมูลต่างๆ รวมถึงข้อสังเกตจากผลการสำรวจ ตลอดจนเนื้อหาในหนังสือจะทยอยนำมาลงเป็นตอนๆ ตลอดเดือนเมษายนจนถึงมิถุนายน

 

          ย้อนกลับไปสิบปีที่แล้วแทบไม่มีใครรู้จักสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือไอแพด แต่ทุกวันนี้อุปกรณ์อัจฉริยะ (smart device) เหล่านี้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือเครือข่าย 3G และ 4G ที่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบนับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา ประกอบกับอุปกรณ์มีราคาถูกลงจนทำให้คนส่วนใหญ่สามารถหาซื้อได้ ปัจจุบัน (2561) มีผู้ใช้งานอุปกรณ์อัจฉริยะทุกประเภทประมาณ 46 ล้านคน [1] ในจำนวนนี้เกือบร้อยละ 90 มีโทรศัพท์มือถือใช้งาน โดยตั้งแต่ปี 2555 ถึง 2560 สัดส่วนผู้ใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นถึง 9 เท่า [2] ทำให้โทรศัพท์มือถือประมาณร้อยละ 70 ของผู้ใช้เป็นโทรศัพท์ประเภทสมาร์ทโฟน

          เมื่อผู้คนสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ง่ายทุกที่ทุกเวลา และสามารถค้นหาข่าวสารความรู้ที่ต้องการได้ด้วยตนเองผ่านเครื่องมือสืบค้น (search engine) หรือเว็บไซต์ต่างๆ และโซเชียลมีเดีย อีกทั้งการบริโภคข่าวสารออนไลน์ยังรวดเร็วและตรงตามความสนใจมากกว่า จึงแทบไม่มีความจำเป็นต้องรออ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้าหรือคอยติดตามอ่านนิตยสารที่ออกเป็นรายปักษ์หรือรายเดือนดังเช่นในอดีต

          พฤติกรรมการอ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสารเปลี่ยนแปลงไปแทบจะสิ้นเชิงเช่นนี้เอง ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาของหนังสือพิมพ์และนิตยสารลดลงราวร้อยละ 40 สวนทางกับการเติบโตของสื่อออนไลน์ที่เม็ดเงินโฆษณาพุ่งสูงขึ้นกว่า 5 เท่าตัว ประกอบกับต้นทุนหลักคือค่ากระดาษที่เพิ่มขึ้นทุกปี สื่อนิตยสารและหนังสือพิมพ์จึงตกอยู่ในภาวะยากลำบากและต่างก็ต้องปรับกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอด เช่น การปรับลดพนักงาน การลดจำนวนหน้าหนังสือ การออก free-copy การหันไปผลิตเนื้อหาออนไลน์ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังมีนิตยสารและหนังสือพิมพ์ทั้งเก่าและใหม่หลายสิบหัวที่ต้องยุติการตีพิมพ์ไปอย่างถาวร

044.png

2559-2560 สึนามิถล่มนิตยสาร

          อันที่จริง การเกิดและดับของนิตยสารนั้นเป็นปรากฏการณ์ปกติ นิตยสารเก่าแก่ชื่อดังอย่างเช่น ลลนา และสตรีสาร ก็ยุติบทบาทไปตั้งแต่ปี 2538 และ 2539 ตามลำดับ แต่สถานการณ์ขาลงของวงการนิตยสารเริ่มปรากฏเค้าลางให้เห็นจากการอำลาแผงหนังสือของนิตยสารสรรสาระ ผู้หญิง และเปรียว ในปี 2557 และ 2558 จนกระทั่งปี 2559 ต่อเนื่องถึงปี 2560 อาจเรียกได้ว่าเป็นปีแห่งสึนามิของนิตยสารไทย เมื่อสิ่งพิมพ์เบอร์ใหญ่ที่ยืนหยัดมายาวนานต่างทยอยล้มหายตายจาก นิตยสารชื่อดังที่อยู่คู่บรรณพิภพไทยมายาวนานต้องปิดตัวไปไม่น้อยกว่า 15 ฉบับ ไม่ว่าจะเป็นสกุลไทย พลอยแกมเพชร อิมเมจ บางกอกรายสัปดาห์ ภาพยนตร์บันเทิง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง เนชั่นสุดสัปดาห์ ครัว ขวัญเรือน คู่สร้างคู่สม

46_s.jpg

click เพื่อชมภาพใหญ่ที่นี่ 

สื่อออนไลน์เกิดใหม่

          ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล หนังสือพิมพ์และนิตยสารพยายามปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ด้วยการดัดแปลงเนื้อหาให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค

          ฐากูร บุนปาน กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของวงการหนังสือพิมพ์ว่า “เมื่อตอนที่ตลาดหนังสือพิมพ์รุ่งเรืองถึงขีดสุดมีคนซื้อ 2.2 ล้านฉบับ ทุกวันนี้ขายได้ต่ำกว่า 2 ล้านฉบับ แต่จริงๆ แล้วผู้บริโภคข่าวไม่ได้น้อยลง เพียงแต่เปลี่ยนที่อ่านเท่านั้น มีผู้อ่านข่าวทางเว็บไซต์วันละหลายล้านคน และมีจำนวนผู้กดไลค์เฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์ นอกจากนี้สถิติยอดวิวเฟซบุ๊กไลฟ์ที่เพิ่มขึ้นทำให้รู้ว่าสังคมไทยเป็นสังคมมุขปาฐะ ชอบพูด ชอบคุย ชอบให้มีคนสรุปให้ฟังก่อนอ่านเอง” [3]

          นอกจากสื่อเก่าที่ผันมาทำสื่อดิจิทัลแล้ว ยังมีเว็บไซต์ข่าวสารเกิดขึ้นใหม่มากมายจนกลายเป็นปรากฏการณ์ เช่น The Standard, The MATTER, The Momentum, 101.world, waymagazine, The Cloud สื่อออนไลน์ใหม่ๆ เหล่านี้มีเนื้อหาและลีลาการนำเสนอข่าวที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ถึงแม้ว่าสื่อน้องใหม่จะมีสัดส่วนผู้อ่านน้อยกว่าสำนักข่าวกระแสหลัก แต่ก็มีแนวโน้มที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว จนอาจกล่าวได้ว่าทั้งสื่อเก่าที่ผันมาทำสื่อดิจิทัลและสื่อที่เกิดขึ้นใหม่มิใช่ทางเลือกในการอัพเดทข่าวสารอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นรูปแบบหลักในการบริโภคข่าวสารของคนในยุคปัจจุบันไปเสียแล้ว

          ชัยพร ไตรวัฒน์ศิริวัฒน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ข่าวสารสำหรับผู้ชาย UNLOCKMEN วิเคราะห์ว่า ในยุคแรกๆ สื่อออนไลน์เปรียบเป็น ‘น่านน้ำสีคราม’ (Blue Ocean) ที่มีผู้เล่นรายใหญ่น้อยมาก ความเย้ายวนของเม็ดเงินโฆษณาที่เทมาทางสื่อออนไลน์ดึงดูดให้เกิดผู้พัฒนาเนื้อหาหน้าใหม่ๆ จนกลายเป็น ‘น่านน้ำสีแดง’ (Red Ocean) ที่มีการแข่งขันสูง

          “ปัจจุบันสื่อออนไลน์มากขึ้น บางคนเข้ามาทำตรงนี้ เพราะมองว่าง่าย เร็ว ถูก แค่มีมือถือหนึ่งเครื่องก็สามารถเป็น Publisher หรือ Blogger ได้ แต่ถ้าคิดจะจริงจัง และเพื่อให้ดำรงอยู่ได้ในยุคที่มีสื่อออนไลน์มากมาย ต้องมีกระบวนการคิด กระบวนการทำงาน ทั้งกองบรรณาธิการ และทีมโปรดักชั่น ไม่ต่างกับการทำนิตยสารคุณภาพเล่มหนึ่ง” [4]

in_001.jpg

 

 


[1] ข้อมูลจาก “We Are Social” ดิจิทัลเอเยนซี่ และ “Hootsuite”

[2] ผลสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน โดย สำนักงานสถิติแห่งชาติ

[3] https://www.matichon.co.th/economy/news_272310

[4] https://www.marketingoops.com/media-ads/unlockmen/

May 16, 2019

Recommended articles

เปลี่ยนทุกเมืองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ทุกเมือง
readWORLD

เปลี่ยนทุกเมืองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ทุกเมือง

เมืองแห่งการเรียนรู้ ในฐานะระบบนิเวศของการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นประเด็นที่การประชุม TK Forum 2022 ได้หยิบยกขึ้นมานำเสนอ เนื้อหาว่าด้วยแนวคิดและประสบการณ์การขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ของเมืองด้วยนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ ทั้งในและต่างประเทศ

กลยุทธ์ชุบชีวิตห้องสมุดในแมนเชสเตอร์
readWORLD

กลยุทธ์ชุบชีวิตห้องสมุดในแมนเชสเตอร์

มหานครแมนเชสเตอร์เป็นศูนย์กลางระดับโลก เนื่องจากมีประชากรหนาแน่นที่สุดเป็นอันดับสองของอังกฤษและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจถึงสี่หมื่นแปดพันล้านปอนด์ มีประชากร 2.6 ล้านคนและธุรกิจกว่า 90,000 แห่ง

8 พื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ
readWORLD

8 พื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ

ตัวอย่างพื้นที่การเรียนรู้ที่มีแนวคิดแปลกใหม่ ซึ่งพรมแดนที่กั้นแบ่งการเรียนรู้ การทำงาน และการดำเนินชีวิตถูกลดเลือนเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน สอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ห้องสมุดดีที่สุดในออสเตรเลีย
readWORLD

ห้องสมุดดีที่สุดในออสเตรเลีย

ห้องสมุดทั้ง 8 แห่งได้รับการออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชั้นนำ ดังนั้น ไม่เพียงแต่จะเป็นห้องสมุดดีที่สุดเท่านั้น แต่ยังอาจเรียกได้ว่าเป็นห้องสมุดที่สวยที่สุดของออสเตรเลีย ณ เวลานี้ อีกด้วย

‘พื้นที่สาธารณะ เทศะรังสรรค์ สถานที่แบ่งปัน’ แนวคิดเชื่อมโยงห้องสมุดกับการพัฒนาเมือง
readWORLD

‘พื้นที่สาธารณะ เทศะรังสรรค์ สถานที่แบ่งปัน’ แนวคิดเชื่อมโยงห้องสมุดกับการพัฒนาเมือง

A room is not just a room: The library as shared place and why it matters to communities

วิกฤตและทางรอดของร้านหนังสือ
readWORLD

วิกฤตและทางรอดของร้านหนังสือ

ตอนที่ 12 ข้อสังเกตจากผลการสำรวจการอ่านของประชากร 2561

โอกาสและข้อจำกัดของอีบุ๊คไทย
readWORLD

โอกาสและข้อจำกัดของอีบุ๊คไทย

ตอนที่ 11 อสังเกตจากผลการสำรวจการอ่านของประชากร 2561

เปิดชื่อ 10 จังหวัดอ่านมากที่สุด
readWORLD

เปิดชื่อ 10 จังหวัดอ่านมากที่สุด

ตอนที่ 9 ข้อสังเกตจากผลการสำรวจการอ่านของประชากร 2561

1870
48
|Read : 5 min
397
|Read : 5 min
25
|Read : 5 min
68
25
37
37