This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

รดน้ำ พรวนดิน และกลิ่นหอม: 5 บทเรียนปลุกชีวิตให้ย่านทรงวาด-หัวลำโพงกลับมามีลมหายใจ

รดน้ำ พรวนดิน และกลิ่นหอม: 5 บทเรียนปลุกชีวิตให้ย่านทรงวาด-หัวลำโพงกลับมามีลมหายใจ

13
April 17, 2026

         หน้าเปิด.JPG

          ย่านเก่าในกรุงเทพฯ หลายแห่งเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง การปลุกลมหายใจในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากโครงการรัฐหรืองบประมาณในการพัฒนาเมืองอันมหาศาล หากเกิดจากคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ตัดสินใจลงมือทำให้ย่านที่ตนเองรักเติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน

          'ทรงวาด' และ 'หัวลำโพง' คือสองตัวอย่างที่ชัดเจน และในครั้งนี้เราได้พูดคุยกับตัวแทนจากสองแกนนำหลักที่อยู่ท่ามกลางกระแสดังกล่าว คุณอุ๊ย เกียรติวัฒน์ ศรีจันทร์วันเพ็ญ นายกสมาคมกลุ่มทรงวาด (Made in Song Wat) ผู้ปลุกปั้น Play Art House และ คุณมิว ญาณิน ธัญกิจจานุกิจ จากกลุ่มริทัศน์บางกอก (RTUS Bangkok) ที่ทำงานกับย่านหัวลำโพงผ่านการอ่านเมือง  01.jpg

02.JPG

03.jpg

ลงมือทำก่อน แล้วคำอธิบายจะตามมา

          จุดเริ่มต้นของความคึกคักในย่านทรงวาด ไม่ได้เกิดจากแผนธุรกิจหรือยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง แต่เกิดจากความสนใจในงานศิลปะ ดังที่คุณอุ๊ยเล่าให้ฟังว่า “Made in Song Wat & Play Art house ทั้งสองส่วนเริ่มจาก passion เพราะแต่เดิมผมไม่ได้มีความตั้งใจหรือมีแผนในชีวิตว่าจะมาทำงานเพื่อขับเคลื่อนชุมชน ซึ่งหลังจากจบการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ เอกละครเวที ก็กลับมาทำธุรกิจที่บ้านนาน 20 ปี แต่ด้วยพื้นฐานที่ชอบวาดรูป จนอยู่มาวันหนึ่งก็ปรึกษากับภรรยาว่า อยากทำอาร์ตแกลเลอรี่ จึงตัดสินใจรีโนเวทตึก จากโกดังเก็บรองเท้าขึ้นมาเป็นอาร์ตแกลเลอรี่ เพื่อจัดแสดงผลงานของตนเอง โดยคิดทำเป็นกิจกรรมที่สนุก ๆ ไม่ได้นึกถึงเรื่องธุรกิจ แต่ในจังหวะที่ทำอาจจะเป็นโอกาส เมื่อมีคนมาเห็นและขอใช้สถานที่ในการแสดงงานศิลปะ จนทำให้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 7”

          อย่างไรก็ตาม ปัญหาแรกที่พบคือ การอธิบายให้คนในย่านเข้าใจว่า 'เศรษฐกิจสร้างสรรค์' คืออะไร คุณอุ๊ยจึงเลือกที่จะไม่อธิบาย แต่จัดงาน Play Around ตลาดนัดเล็ก ๆ ที่ดึงทั้งร้านค้าเก่าและใหม่มาร่วมกัน เมื่อ 'เฮีย' และ 'เจ๊' ในย่านเห็นคนเดินเข้าร้าน เห็นความคึกคักที่จับต้องได้ ความระแวงก็ค่อยๆ หายไปเอง

          กลุ่มริทัศน์บางกอกใช้วิธีคิดคล้ายกัน แทนที่จะประกาศว่ากำลังจะ 'ฟื้นฟูย่าน' พวกเขาเริ่มจากการพาคนมา อ่านเมืองร่วมกัน เดินสำรวจ บันทึก และตั้งคำถามกับพื้นที่ที่ทุกคนคุ้นเคยจนมองข้ามไป กระบวนการนี้ทำให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของย่านตัวเองก่อนที่ใครจะมาบอก

          “คำพูดสู้การกระทำไม่ได้ เพราะการลงมือทำจะแสดงผลเป็นรูปธรรมให้คนได้เห็น จากที่เริ่มต้น ผมไม่กล้าไปคุยกับกลุ่มธุรกิจเก่า เพราะไม่ทราบว่าเขาจะมองเราอย่างไร มองว่าเราเป็นตัวประหลาดหรือเปล่า จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อผมเดินผ่านบ่อย ๆ แล้วเขาเริ่มเห็น แล้วก็เริ่มบทสนทนาทักทาย และขอบคุณถึงสิ่งที่ผมทำ นั่นคือ กลับมาคืนชีวิตหรือปลุกทรงวาดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง จึงทำให้ผมเห็นสัญญาณว่าสิ่งที่ทำส่งประโยชน์ให้กับผู้คนในพื้นที่ หลังจากนั้น จึงเริ่มเข้าไปคุยกับเขา” คุณอุ๊ย นายกสมาคมกลุ่มทรงวาดกล่าว  

04.JPG

05.jpg

 ปรุงส่วนผสมใหม่จากฐานรากเดิม

          ทรงวาดคือแหล่งค้าเครื่องเทศ (Spices) มาช้านาน วันนี้ถูกต่อยอดจนกลายเป็นย่านแห่ง เครื่องหอม (Fragrance) แบรนด์อย่าง Panpuri และ Khom เปิดตัวเคียงคู่กับร้านพลาสติกและเครื่องเทศดั้งเดิม การ 'ปรุงส่วนผสม' ระหว่างของเก่ากับของใหม่จึงทำให้ย่านมีตัวตนชัดเจน ไม่ใช่แค่ย่านที่มีเพียงคาเฟ่ จากสมาชิกกลุ่มเพียง 15 รายในวันแรก ผ่านไป 5 ปี ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 100 ราย

          ฝั่งหัวลำโพงก็ใช้หลักคิดเดียวกัน กลุ่มริทัศน์บางกอกค้นพบว่าย่านนี้มีช่างทำร่มผ้าใบและโรงกลึงเหล็กที่ยังเปิดกิจการอยู่ แทนที่จะมองว่านี่คือ 'ของเก่าที่ล้าสมัย' พวกเขาเห็นว่ามันคือ DNA ของย่านที่รอการ 'ปรุงใหม่' หนึ่งในงานที่ทำคือการนำ อะไหล่เหล็ก จากร้านค้าดั้งเดิมมาออกแบบใหม่เป็นเครื่องประดับ ซึ่งก่อนการปรุงส่วนผสมให้ลงตัว มิวเล่าให้พวกเราฟังว่า “หากต้องการเศษเหล็กจากร้านขายอุปกรณ์เพื่อนำไปออกแบบเป็นเครื่องประดับ บางร้านยินดีให้วัสดุ ภายใต้ความไม่เข้าใจว่า ของแบบนั้นจะทำเป็นเครื่องประดับและวางขายได้อย่างไร และบอกว่า ถ้าขายได้จริงก็ค่อยมาจ่ายเงิน จึงเชื่อว่า การกระทำเพื่อให้ชุมชนเห็นแนวทางจึงเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก”  

06.jpg

07.jpg

บทเรียนจากร้านห่านพะโล้: เมื่อคนรุ่นใหญ่ให้ใจคนรุ่นใหม่

          ร้าน ห่านพะโล้อุไร เป็นตัวอย่างที่คุณอุ๊ยเล่าบ่อย ร้านในตำนานที่เจ้าของขึ้นชื่อเรื่องความดุ แต่วันหนึ่ง 'เฮีย' กลับยกนิ้วโป้งให้และขอบคุณที่ช่วยปลุกย่านให้กลับมามีชีวิต

          คุณอุ๊ยเล่าถึงมุกตลกของเฮียที่ตะโกนบอกลูกค้าว่า 'ห่านตัวเมียเนื้อนุ่มกว่า' แล้วสำทับว่าให้ลองไปจับแขนภรรยาของเฮียดูสิว่านุ่มแค่ไหน ความจริงใจแบบนี้ซื้อไม่ได้ และมันเป็นแรงผลักดันให้คนรุ่นใหม่ยังอยากทำงานในย่านต่อไป

          "นี่คือความน่ารักของคนในย่าน บางทีเราอาจดูภายนอกว่าเขาบึ้งตึง แต่ถ้าเราทำความรู้จักจริงๆ ทุกคนพร้อมจะสนับสนุนความเปลี่ยนแปลงที่ดีเสมอ" คุณอุ๊ย เล่าถึงบรรยากาศในย่าน

          ความสัมพันธ์แบบนี้ค่อยๆ สร้างขึ้นจากการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพ ย่านทรงวาดมี 'Sunday Rule' ร้านใหม่ต้องเคารพวันหยุดของย่าน (วันอาทิตย์) เพื่อให้ธุรกิจดั้งเดิมอย่างร้านเครื่องเทศและร้านเหล็กได้พักผ่อน

          ในขณะที่ กลุ่มริทัศน์บางกอกเจอสิ่งเดียวกันที่หัวลำโพง เมื่อพวกเขาจัดนิทรรศการ ใต้ทางด่วน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้อยู่เป็นประจำ กลับพบว่า “นอกจากคนนอกที่ไม่เคยได้เข้าไปในย่านหัวลำโพงแล้ว คนที่เคยอยู่ในชุมชนซึ่งต้องโยกย้ายออกไปเมื่อคราวทำทางด่วนที่ไม่เคยกลับเข้าไปอีก ทั้งที่ระยะทางห่างกันไม่เกิน 200 เมตร แต่การจัดนิทรรศการก็ทำให้ทั้งคนในและคนนอกเข้าไปในย่านหัวลำโพงกันมากขึ้น” มิวเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พื้นที่กลายเป็นจุดเชื่อมความสัมพันธ์มากกว่าแค่สถานที่แสดงงาน

08.JPG

09.jpg

 Avenger Team: รวมคนต่างทักษะ สู่เป้าหมายเดียวกัน

          โครงสร้างของกลุ่มทรงวาดทำงานแบบ 'Avenger Team' รวมคนจากหลายสาย ทั้งกราฟิกดีไซน์เนอร์ สถาปนิก ซึ่งการทำงานในแต่ละครั้งต้องเกิดจากการตัดสินใจร่วมกัน

          กลุ่มริทัศน์บางกอกก็ถักทอจากคนต่างสายงานเช่นกัน มีทั้งสถาปนิก ดีไซน์เนอร์ และนักอักษรศาสตร์ ความหลากหลายนี้ทำให้งาน 'อ่านเมือง' ไม่ได้อยู่แค่ในมุมใดมุมหนึ่ง โครงการ ReThink Urban Space (ริทัศน์) ที่เริ่มจากกลุ่มเยาวชน กลายเป็นตัวอย่างของการใช้ทักษะหลายแบบมาตั้งคำถามกับพื้นที่เดิมในแบบที่ต่างกัน จุดแข็งสองอย่างนี้ทำให้ย่านมั่นคงในระยะยาว

          การเติบโตแบบ Organic: เน้น 'รดน้ำพรวนดิน' ให้เติบโตอย่างมั่นคง มากกว่าการจัดอีเวนต์แบบ 'จุดพลุ' แล้วหายไป กลายเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญทางเศรษฐกิจ

11.JPG

Authenticity ไม่ต้องสร้าง ถ้ามีของจริงอยู่แล้ว

          ทั้งทรงวาดและหัวลำโพงไม่ได้จ้าง Influencer แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลายเป็นคนทำ Content ให้เองโดยธรรมชาติ เพราะย่านมีของจริงให้ได้พบเจอ

          เทศกาลไฟ Awakening Song Wat ที่ผ่านมามีผู้เข้าชมถึง 200,000 คนภายใน 10 วัน (นับเฉพาะช่วง 17.00–23.00 น.) ซึ่งก็พ่วงมาด้วยบทเรียนใหม่เรื่องการจัดการขยะและการจราจร เป็นสัญญาณว่าการเติบโตต้องไปพร้อมกับโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับได้จริง

          งานของกลุ่มริทัศน์บางกอกก็ทำงานบนหลักคิดเดียวกัน เมื่อนำอะไหล่เหล็กจากช่างในย่านมาทำเป็นเครื่องประดับ สิ่งที่คนเห็นไม่ใช่ ‘งานออกแบบที่สวย’ แต่คือฝีมือและเรื่องราวของช่างที่ยังอยู่ในย่านนั้นจริงๆ ความน่าเชื่อถือแบบนี้สร้างไม่ได้ถ้าไม่ได้เริ่มจากของจริง

10.jpg

บทสรุป ก้าวย่างในย่านต่อไป

          ความเคลื่อนไหวของทรงวาดและหัวลำโพงเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ที่กำลังเชื่อมย่านสร้างสรรค์ของกรุงเทพฯ ตั้งแต่ ตลาดน้อย - ทรงวาด - จักรวรรดิ จนถึงคลองโอ่งอ่าง ให้กลายเป็นเส้นทางเดินที่มีชีวิตตลอดทั้งปี

          ใกล้ ๆ นี้มีงาน ทรงวาดคัดไทย (Song Wat Kudthai) ที่รวบรวมที่สุดของสินค้าและประสบการณ์ไทยร่วมสมัย โดยกลุ่ม Made in Song Wat ร่วมมือกับพันธมิตร (Friends of Song Wat) อย่างเดอะมอลล์กรุ๊ป การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร เขตสัมพันธวงศ์ และชุมชนทั่วไทย คัดสรรของดีทั่วไทย ซึ่งจัดขึ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา และโปรเจกต์ขับเคลื่อนร่วมกับกลุ่ม Made in Songkhla เพื่อทำกิจกรรมสนุก ๆ และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ร่วมกันต่อไป

          บทเรียนสำคัญที่ได้จากการสนทนาครั้งนี้คือ การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนไม่ได้เริ่มจากงบประมาณมหาศาล แต่เริ่มจากความรัก ความสนุก และการรวมตัวของคนที่มีใจให้พื้นที่

          ย่านที่คุณอยู่มีเสน่ห์อะไรซ่อนอยู่บ้างหรือไม่และวันนี้คุณเริ่ม 'รดน้ำพรวนดิน' ให้ชุมชนของคุณแล้วหรือยัง  

Recommended articles

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”
Blog

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”

“เราคิดทัน AI หรือเปล่า?” และ “ในวันที่ AI เข้ามาช่วยคิดมากขึ้น เราควรปรับบทบาทตัวเองไปในทางไหน?”

13
มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม
Blog

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม

"ถ้าในชีวิตจริงเราไม่วิจารณ์คนแปลกหน้า... แล้วทำไมบนโลกออนไลน์เราถึงทำ?" อย่าปล่อยให้ อิสระ บนหน้าจอ ทำเราลืมมารยาทและคุณธรรมที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะโลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว และไม่ใช่อภิสิทธิ์ในการทำร้ายใคร

13
ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech  ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech
Blog

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech

ยิ่ง AI ฉลาดขึ้นเท่าไหร่ ทักษะความเป็นมนุษย์ยิ่งสำคัญจากอดีตที่ทำตามคำสั่ง วันนี้ AI กลายเป็นสุดยอดผู้ช่วยที่ทำงานแทนเราได้เกือบทุกอย่าง แต่สิ่งที่จะช่วยสร้างความต่างในยุค AI คือการหันมาลับคมทักษะความเป็นมนุษย์ที่หุ่นยนต์ไม่มีวันเลียนแบบได้

158
เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต
Blog

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต

ทำไมย่านที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยที่สุดแห่งหนึ่ง ถึงยังมีเรื่องที่ไม่เคยรู้อีกมาก คำถามนี้เป็นจุดตั้งต้นของกิจกรรมเดินทัวร์ "Learning Pranakorn จากบ้านหม้อ ถึงบางลำพู

53
ความต่างระหว่างบรรทัด: เมื่อเภสัชกร ศิลปิน และบรรณาธิการ พิสูจน์ว่าทุกประสบการณ์คือต้นฉบับ
Blog

ความต่างระหว่างบรรทัด: เมื่อเภสัชกร ศิลปิน และบรรณาธิการ พิสูจน์ว่าทุกประสบการณ์คือต้นฉบับ

เส้นทางของ กิตติศักดิ์ คงคา, อุทิศ เหมมะมูล และ จิราภรณ์ วิหวา เผยให้เห็นว่า งานเขียนไม่ได้เกิดจากจินตนาการล้วน ๆ หากเติบโตจากประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกัน ซึ่งหล่อหลอมให้แต่ละคนมีภาษาและวิธีเล่าเรื่องในแบบของตนเอง

22
สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม
Blog

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม

บทเรียนเล็ก ๆ ของการอ่านสื่อร่วมสมัย ที่เริ่มจากสตรอว์เบอร์รีร้องไห้ในฟีดมือถือ แล้วค่อย ๆ พาเราตั้งคำถามว่า ทำไมเราจึงเข้าใจความเจ็บปวดของผลไม้ที่ไม่มีอยู่จริงได้เร็วขนาดนี้ โดยไม่ต้องอ่านตำราเล่มหนา

14
วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ
Blog

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ

เมื่อครอบครัวไม่ได้ตั้งกฎ แต่เริ่มฟังกันใหม่อีกครั้ง

6
อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้
Blog

อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้

เรื่องราวจาก Human Library: Stranger Talk จาก Learning Fest Bangkok 2026

4
Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.