This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

จากร้านหนังสือสู่คอมมูนิตี้นักอ่าน เมื่อโลกออนไลน์พาเราออกมาเจอกันในพื้นที่จริง

จากร้านหนังสือสู่คอมมูนิตี้นักอ่าน เมื่อโลกออนไลน์พาเราออกมาเจอกันในพื้นที่จริง

40
September 9, 2026

coverWeb.jpg

จากร้านหนังสือสู่คอมมูนิตี้นักอ่าน เมื่อโลกออนไลน์พาเราออกมาเจอกันในพื้นที่จริง

          ทุกวันนี้ เราอาจเจอหนังสือเล่มใหม่จาก TikTok หรือ Instagram สั่งซื้อผ่านหน้าจอ และพูดคุยกับคนที่ชอบหนังสือแบบเดียวกันโดยไม่เคยพบหน้ากัน  ในขณะเดียวกันร้านหนังสือเล็ก ๆ และกิจกรรมเกี่ยวกับการอ่านอาจกลายเป็นเหตุผลให้ผู้คนออกจากบ้านมาเจอกันมากขึ้น

          วงสนทนา  Talk & Conversation: ร้าน ย่าน และคอมมูนิตี้ จากโครงการ Tomorrow Creator Book Lab ที่จัดโดย TK Park ชวนคนทำหนังสือ ร้านหนังสือ และผู้สนใจวัฒนธรรมการอ่าน มองบทบาทของร้านหนังสือในวันที่พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไป โลกออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และร้านหนังสืออิสระต้องรับมือกับความท้าทายหลายด้าน ตั้งแต่ส่วนลดทางการค้า ส่วนแบ่งจากสำนักพิมพ์ ไปจนถึงค่า GP ของแพลตฟอร์ม

          ในเงื่อนไขเหล่านี้ ร้านหนังสือจำนวนไม่น้อยจึงต้องคิดไกลกว่าการขายหนังสือ พื้นที่ของร้านเริ่มมีบทบาทเป็นที่พบปะ พูดคุย ทำกิจกรรม และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนที่มีความสนใจร่วมกัน ขณะที่โลกออนไลน์ก็กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพาผู้คนจากหน้าจอไปสู่พื้นที่จริง   

web01.jpg  

ร้านหนังสือที่ไม่ได้ขายแค่หนังสือ

          คุณภัทรอนงค์ สิรีพิพัฒน์ (ป่าน) ผู้ร่วมก่อตั้ง Fathom Bookspace เล่าถึงการปรับตัวของร้านหนังสือจากออนไลน์สู่ออนไซต์ว่า เมื่อวิถีชีวิตของคนเปลี่ยน วิธีทำกิจกรรมและการสื่อสารของร้านก็ต้องปรับตาม ทั้งการใช้ช่องทางออนไลน์ การค้นหาข้อมูล รวมถึงเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI 

          ในเวลาเดียวกัน พื้นที่จริงยังมีความหมายในแบบที่หน้าจอทดแทนได้ยาก ทุกครั้งที่ร้านจัดกิจกรรม ผู้คนไม่ได้มาเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเดียว หลายคนได้พบเพื่อนใหม่ แลกเปลี่ยนความคิด รู้จักคนทำงานในแวดวงเดียวกัน และบางความสัมพันธ์ก็ต่อยอดไปเป็นลูกค้า โปรเจกต์ หรือโอกาสในการทำงานร่วมกัน

          กิจกรรมเหล่านี้ยังทำให้ Fathom Bookspace ค่อย ๆ มีความสัมพันธ์กับชุมชนรอบข้างมากขึ้น ร้านหนังสือจึงมีบทบาทมากกว่าจุดซื้อขายหนังสือ พื้นที่ในร้านสามารถเป็นทั้งที่พบปะ พื้นที่สนทนา และจุดเชื่อมคนที่มีความสนใจใกล้เคียงกัน

          ขณะเดียวกัน กิจกรรม คอนเทนต์ที่ และคอมมูนิตี้เกิดขึ้นรอบร้านก็อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบธุรกิจ ช่วยให้ร้านสร้างตัวตนของตัวเองและมีเหตุผลให้คนกลับมาใช้งานพื้นที่อีกครั้ง

web02.jpg

เริ่มจากออนไลน์ แล้วพาคนมาเจอกัน

          เส้นทางของ คุณอาทิตย์ ธรรมชาติ เจ้าของร้านอาทิตย์ละเล่ม Bookshop เป็นอีกตัวอย่างของความสัมพันธ์ระหว่างโลกออนไลน์กับพื้นที่จริง

          เริ่มต้นจากการรีวิวหนังสือผ่าน TikTok เมื่อมีคนดูถามหาช่องทางซื้อหนังสือเล่มที่แนะนำ จึงเริ่มทดลองขายออนไลน์ ก่อนออกบูธตามงานหนังสือ และค่อยๆ สร้างมีฐานแฟนคลับและคนติดตามที่เหนียวแน่น จนต่อยอดมาสู่การเปิดร้านหนังสือในย่านบางพลัด 

          แม้ร้านจะเพิ่งเปิดได้ประมาณ 3 เดือน แต่มีลูกค้าบางคนเดินทางมาจากพื้นที่ไกลอย่างบางกะปิมาถึงร้าน หลังจากรู้จักและติดตามกันผ่านช่องทางออนไลน์มาก่อน

          คุณอาทิตย์มองว่า ในยุค AI การเปิดร้านหนังสือยังต้องคิดถึง “ย่าน” แต่จุดเริ่มต้นของร้านอาจไม่จำเป็นต้องอยู่ที่พื้นที่ทางกายภาพเสมอไป การสร้างชุมชนออนไลน์ก่อน แล้วค่อยใช้ร้านเป็นจุดนัดพบ พูดคุย และแลกเปลี่ยน อาจทำให้ร้านเชื่อมโยงกับผู้คนได้กว้างกว่าขอบเขตของพื้นที่รอบตัว

          อย่างไรก็ตาม การเปิดร้านหนังสือต้องมาพร้อมความเข้าใจเรื่องธุรกิจ ทั้งการบริหารเงิน การจัดการ และการสร้างรูปแบบการขายที่แตกต่าง เพราะรายได้จากการขายหนังสือเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับร้านขนาดเล็ก

          กิจกรรมและการสร้างคอมมิวนิตจึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเอกลักษณ์ของร้าน และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนอยากกลับมาอีก 

web03.jpg

ไม่ได้อ่านแล้วจบ  แต่สร้างประสบการณ์ร่วมต่อ

          จากประสบการณ์ของคุณอาทิตย์ ลูกค้าของร้านมีตั้งแต่กลุ่มคนทำงาน ไปจนถึง Gen Alpha และเขาพบว่าคนรุ่นใหม่สนใจการอ่านมากกว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะเมื่อกระแสอย่าง BookTok และ Instagram ทำให้การค้นพบและแชร์สิ่งที่อ่านเป็นเรื่องง่ายขึ้น

          สิ่งที่น่าสนใจคือ คนอ่านจำนวนหนึ่งไม่ได้อยากเก็บประสบการณ์จากหนังสือไว้กับตัวเอง หลังอ่านจบ พวกเขายังอยากพูดถึงหนังสือ เล่าความรู้สึก หรือฟังว่าคนอื่นมองเรื่องเดียวกันอย่างไร

          กิจกรรมที่เปิดพื้นที่สนทนาเกี่ยวกับหนังสือจึงมีความสำคัญขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นวงสนทนา เวิร์กช็อป ชมรมอ่านหนังสือ หรืองานเล็ก ๆ ภายในร้าน กิจกรรมเหล่านี้ทำให้การอ่านกลายเป็นประสบการณ์ร่วมที่มีชีวิตต่อหลังปิดหน้าสุดท้าย และเปิดพื้นที่ให้ทั้งคนที่อ่านเป็นประจำกับคนที่ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็น “นักอ่าน” เข้ามามีส่วนร่วมได้

        ในมุมนี้ หนังสือหนึ่งเล่มอาจมีชีวิตหลายรอบ ครั้งแรกอยู่ระหว่างคนอ่านกับตัวหนังสือ ครั้งต่อมาอาจเกิดขึ้นบนโต๊ะสนทนา ในโพสต์หนึ่งบนโซเชียลมีเดีย หรือบทสนทนาระหว่างคนที่เพิ่งรู้จักกัน

          คุณอาทิตย์จึงฝากแนวคิดง่าย ๆ ว่า “เริ่มจากสิ่งที่ทำได้ ทำอย่างสม่ำเสมอ และรอดูผลจากการลงมือทำ”

web04.jpg

การเติบโตของร้านหนังสืออิสระกับการย่านการอ่าน

          ในมุมของ คุณอรรถ บุนนาค นักเขียน นักแปล และ บ.ก. สำนักพิมพ์ JLIT การเติบโตของร้านหนังสืออิสระสัมพันธ์กับความสนใจของผู้คนที่อยากกลับมาเชื่อมโยงกับโลกอนาล็อกและพบปะกันในพื้นที่จริง

          คุณอรรถมองว่า คนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z จำนวนไม่น้อยกลับมาสนใจหนังสือเล่มและของเก่า ขณะที่จุดแข็งของร้านหนังสืออิสระคือความสามารถในการเลือกหนังสือให้สอดคล้องกับคนและบริบทของพื้นที่  หากร้านอยู่ใกล้โรงเรียน ก็อาจให้น้ำหนักกับหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน หากอยู่ในชุมชน ก็สามารถเลือกหนังสือที่เชื่อมโยงกับความสนใจหรือชีวิตของคนในย่าน

          ร้านหนังสือจึงสามารถสร้างความสัมพันธ์กับพื้นที่รอบตัวผ่านการเลือกหนังสือ กิจกรรม และผู้คนที่เข้ามาใช้พื้นที่ เมื่อมีร้านหลายแห่งอยู่ใกล้กัน ความสัมพันธ์นั้นก็อาจขยายจากระดับร้านไปสู่ระดับย่าน

          หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ ย่านจิมโบโจ (Jimbocho) ในญี่ปุ่น ย่านที่มีร้านหนังสือเก่าอยู่จำนวนมาก รายล้อมด้วยมหาวิทยาลัยและชุมชน ทำให้เกิดเครือข่ายระหว่างผู้ผลิตหนังสือ ผู้ขาย นักอ่าน และสถาบันการศึกษา ย่านหนังสือจึงไม่ได้เกิดขึ้นจากการมีร้านจำนวนมากตั้งอยู่ใกล้กันเท่านั้น แต่ต้องมีคนและกิจกรรมที่ทำให้พื้นที่ถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง

          คุณอรรถยังเสนอว่า ร้านหนังสือสามารถเปิดพื้นที่ให้คนอื่นเข้ามามีส่วนร่วมได้ เช่น การฝากขายหนังสือ หนังสือมือสอง หรือสินค้าทำมือ เพื่อเพิ่มความหลากหลายและทำให้ร้านเป็นพื้นที่ของผู้คนมากขึ้น

         สำหรับการพัฒนาย่านหนังสือ เขามองว่าอาจไม่จำเป็นต้องจบเพียงการจัด “ทัวร์” เป็นครั้งคราว การมีข้อมูลหรือแผนที่ที่บอกว่าร้านแต่ละแห่งอยู่ตรงไหน มีหนังสือหรือกิจกรรมแบบใด ก็ช่วยให้ผู้คนค้นหาและกลับมาใช้พื้นที่เหล่านี้ได้ด้วยตัวเองในระยะยาว  web05.jpg

สร้างนักอ่านหน้าใหม่ ต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก

          สำหรับคุณอรรถ การสร้างวัฒนธรรมการอ่านควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก โดยยกตัวอย่างญี่ปุ่นที่ส่งเสริมให้เด็กอ่านหนังสือและเขียนเรียงความจากสิ่งที่อ่าน ก่อนพัฒนาต่อยอดเป็นกิจกรรมและการประกวดในระดับประเทศ

          ขณะเดียวกัน การสร้างนักอ่านไม่ได้เกิดจากครอบครัวหรือโรงเรียนเพียงลำพัง ห้องสมุด บรรณารักษ์ ชุมชน ร้านหนังสือ และหน่วยงานภาครัฐต่างมีส่วนอยู่ในระบบเดียวกัน

          ในมุมของการส่งเสริมการอ่าน ภาครัฐสามารถมีส่วนในการสร้างนักอ่านหน้าใหม่ เช่น สนับสนุนให้บรรณารักษ์มีโอกาสเลือกซื้อหนังสือใหม่อย่างสม่ำเสมอ เพื่ออ่านและคัดเลือกหนังสือที่เหมาะสมกับผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นอีกกลไกหนึ่งในการสร้างระบบนิเวศการอ่าน

          ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรทำหน้าที่เป็น facilitator สนับสนุนทั้งห้องสมุด บรรณารักษ์ ชุมชน และนักอ่าน ให้มีพื้นที่อิสระให้ผู้คนได้เลือกและทดลองสิ่งที่สนใจ แทนการเข้ามากำหนดว่าคนควรอ่านอะไร

          หนังสือเองยังสามารถเดินทางต่อไปสู่งานสร้างสรรค์รูปแบบอื่น ทั้งคอนเทนต์ แอนิเมชัน เกม หรือกิจกรรมต่างๆ และอาจทำให้หนังสือเดินทางไปพบผู้คนกลุ่มใหม่ และอาจพาคนเหล่านั้นย้อนกลับมาอ่านหนังสือต้นฉบับอีกครั้ง

          สำหรับการสร้างย่านหนังสือ คุณอรรถเสนอว่า อาจไม่จำเป็นต้องทำเพียง “ทัวร์” แต่ควรสร้างข้อมูลและแผนที่ที่บอกว่าร้านแต่ละแห่งมีอะไร เพื่อให้ผู้คนสามารถค้นหาและกลับมาใช้งานได้ในระยะยาว

          เส้นทางของนักอ่านจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านทันที บางคนอาจเริ่มจากเกม คลิปสั้น งานอีเวนต์ หรือเพื่อนสักคนที่ยื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้

web06.jpg

ร้าน ย่าน และคอมมูนิตี้: พื้นที่การอ่านอาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ

          บทสนทนาของทั้งสามคนทำให้เห็นความสัมพันธ์ที่ซ้อนกันอยู่ระหว่างหนังสือ ร้าน พื้นที่ และโลกออนไลน์

          ออนไลน์ช่วยให้คนค้นพบหนังสือ รู้จักร้าน และเชื่อมต่อกับคนที่มีความสนใจคล้ายกัน ขณะที่พื้นที่จริงเปิดโอกาสให้ผู้คนได้มาเจอกัน และทำให้บทสนทนา กิจกรรม หรือการรู้จักกันใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้

  การสร้างพื้นที่การอ่านอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่เสมอไป บางครั้งอาจเริ่มจากร้านเล็ก ๆ กิจกรรมหนึ่งครั้ง หนังสือหนึ่งเล่ม หรือบทสนทนาระหว่างคนไม่กี่คน แล้วค่อย ๆ เติบโตเป็นสายสัมพันธ์ที่ผูกคนเข้ากับร้าน พื้นที่ และย่านรอบตัว

          เมื่อผู้คนได้มาเจอกัน หนังสือก็มีชีวิตต่อจากหน้าสุดท้าย ผ่านบทสนทนา กิจกรรม และคอมมูนิตี้ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น

          ในวันที่เราซื้อหนังสือได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน ร้านหนังสือจึงอาจกำลังมีเหตุผลใหม่ ๆ ที่ทำให้เราอยากออกจากบ้านอีกครั้ง

Recommended articles

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ
Blog

วงคุยต่างวัย จูนใจในโลกจอ

เมื่อครอบครัวไม่ได้ตั้งกฎ แต่เริ่มฟังกันใหม่อีกครั้ง

7
Meanlee กับลายเส้นที่เปิดพื้นที่ให้ความต่างอยู่ร่วมกัน
Blog

Meanlee กับลายเส้นที่เปิดพื้นที่ให้ความต่างอยู่ร่วมกัน

ลายเส้นของ มีน – ธันยธรณ์ ลี้ไวโรจน์ คือภาพแทนแนวคิด “The Difference” ของ Learning Fest Bangkok 2026

6
วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก
Blog

วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก

โลกบังคับให้พวกเขาร้าย พวกเราก็เช่นกัน?

6|Read : 10 min
Universal Read อ่านอารยะ
Blog

Universal Read อ่านอารยะ

TK Park สรุปบทเรียนการบุกเบิกเส้นทางเรียนรู้วัฒนธรรมไม่จำกัดเขตแดน ผ่านวรรณกรรม เรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิต

5|Read : 12 min
AI x วัฒนธรรม: เมื่อเทคโนโลยีทำวัฒนธรรมไทยให้วิวัฒน์
Blog

AI x วัฒนธรรม: เมื่อเทคโนโลยีทำวัฒนธรรมไทยให้วิวัฒน์

TK Park ย้อนชมกิจกรรมในวาระครบรอบ 20 ปีของ TK Park โดย MIT Media Lab, Creatorsgarten และพิเชษฐ กลั่นชื่น แดนซ์ คอมพานี

10|Read : 10 min
World Expo 2025 ไม่ได้มาเล่น ๆ
Blog

World Expo 2025 ไม่ได้มาเล่น ๆ

เนื้อพิมพ์ 3D-รถบิน-หุ่นยนต์กินได้ มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจใน World Expo 2025

7|Read : 15 min
Read Fest: 20 ปี TK Park กับ 'สนามเด็กเล่น' ของสมองที่สนามกีฬาแห่งชาติ
Blog

Read Fest: 20 ปี TK Park กับ 'สนามเด็กเล่น' ของสมองที่สนามกีฬาแห่งชาติ

พื้นที่แห่งปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ตลอด 5 วัน โดย TK Park และกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

11|Read : 10 min
ฉันและเธอ เติบโตด้วยกัน
Blog

ฉันและเธอ เติบโตด้วยกัน

TK Park ชวนพ่อแม่ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเข้าใจธรรมชาติ และเติบโตไปพร้อมกัน

11|Read : 10 min
Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.