เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือกิจกรรมร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเงื่อนไขและข้อตกลง
เกี่ยวกับเรา
การเดินทางติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. สื่อการเรียนรู้ของ TK Park
  4. บทความ
บทความ

ความรู้

ทำอย่างไร ไม่ให้เด็กเลิกอ่าน

ทำอย่างไร ไม่ให้เด็กเลิกอ่าน

326

DeclineByNine-655x315-01.jpg

ทำอย่างไร ไม่ให้เด็กเลิกอ่าน 

ผลการสำรวจการอ่านของ Schlolastic ผู้จัดพิมพ์หนังสือและสื่อเด็กรายใหญ่ของโลก เคยรายงานถึงปรากฏการณ์การอ่านที่เรียกว่า  “Decline by Nine” โดยเผยว่า กลุ่มเด็กรักการอ่าน ที่ชอบอ่านหนังสืออย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน สัปดาห์ละ 5-7 วัน  สนใจการอ่านน้อยลงอย่างมากเมื่ออายุ 9 ขวบเป็นต้นไป   จากการสำรวจบอกว่ามีเด็กวัย 8 ขวบที่มีนิสัยรักการอ่านร้อยละ 57  เมื่อเข้าสู่วัย 9 ขวบเหลือเพียงร้อยละ 35 ที่ยังคงรักการอ่าน   ในช่วงวัย 8-9 ปี เด็กที่รักการอ่าน  มีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว ... เกิดอะไรขึ้นกับเด็กๆ วัยนี้ และที่สำคัญกว่านั้น พ่อแม่สามารถทำอะไรเพื่อสนับสนุนให้เด็กๆ ไม่ละทิ้งนิสัยรักการอ่านได้บ้าง  

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ตารางชีวิตของเด็กๆ อัดแน่นไปด้วยกีฬา กิจกรรม การบ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย และในวัยนี้ พ่อแม่ก็ไม่ได้อ่านหนังสือให้เด็กๆ ฟัง หรือคัดสรรหนังสือที่เหมาะสมกับช่วงวัยเด็กที่เริ่มจะมีพัฒนาการ ความสนใจและรสนิยมที่เปลี่ยนไป  เมื่อเริ่มโตขึ้น เด็กน้อยคนนักที่ยังมองการอ่านว่าเป็นเรื่องสนุก ส่วนมากจะคิดว่าการอ่านเป็นเรื่องที่ถูกคาดหวังจากผู้ใหญ่  ความสนุกจากการอ่านเริ่มลดลงๆ จนกลายเป็นกิจวัตรที่ถูกบังคับ พ่อแม่บางคนอาจจะพอมองออกว่านิสัยรักการอ่านของเด็กได้หายไป  ยิ่งถ้าการอ่านเคยเป็นสิ่งที่ครั้งหนึ่งเด็กๆ เคยชอบ  พ่อแม่สมควรอย่างยิ่งที่จะทำอะไรบางอย่าง เพื่อไม่ให้นิสัยรักการอ่านนี้หายไป

อย่าหยุดเล่านิทาน แม้เด็กๆ เริ่มอ่านออก

DeclineByNine-655x315-02.jpg

เมื่อเด็กๆ เริ่มอ่านหนังสือออกแล้ว พ่อแม่มักจะหยุดเล่านิทานให้ฟัง ซึ่งอันที่จริงไม่จำเป็นต้องเลิกเลย การเล่าเรื่องให้เด็กที่อ่านออกแล้วฟังนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คิด  เพราะมันช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจกับเนื้อหาที่ซับซ้อนมากขึ้น นี่แหละคือการฝึกทักษะการฟัง  การเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การอ่านของลูก ยังช่วยให้พ่อแม่มีส่วนร่วมค้นหา หรือพบเห็นหัวข้อในการอ่านที่ยากขึ้นไปพร้อมๆ กันกอีกด้วย

ช่วงเวลาดีๆ มีไว้อ่าน

DeclineByNine-655x315-03.jpg

เมื่อเด็กๆ เติบโตขึ้น ชีวิตก็ยุ่งขึ้น พ่อแม่ไม่ควรคาดหวังให้เด็กใช้เวลาว่างหนึ่งชั่วโมงก่อนนอนมาตั้งหน้าตั้งตาอ่านเรื่องที่เขาชอบ แต่ควรหาโอกาสอื่นๆในระหว่างวันให้ลูกได้สนุกกับการอ่านด้วย ถ้าลูกคนหนึ่งของคุณเป็นพวกทำอะไรเร็วๆ เตรียมตัวพร้อมก่อนทุกคนในตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน  ยื่นหนังสือเล่มโปรดออกมาให้เขาอ่านระหว่างรอสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัว ทำให้การอ่านรู้สึกเหมือนเป็นรางวัล ไม่ใช่การลงโทษ  ตอนพาเขาไปเรียนเทควันโด ถ้าไปถึงเร็วกว่าคลาสเริ่มสักสิบนาที ก็ยื่นหนังสือให้เขาอ่านด้วย ความลับที่ไม่ลับก็คือ พ่อแม่ควรมีหนังสืออยู่ทุกๆที่  ในกระเป๋า ในลิ้นชัก ในทุกๆ ห้องของบ้าน แม้ว่าจะมีเวลาไม่กี่นาที ก็ถือว่ามีค่าพอที่จะให้เด็กๆ ได้อ่าน

ครอบครัว บุ๊คคลับ

DeclineByNine-655x315-04.jpg

ไอเดียที่ดีมากของคุณพ่อท่านหนึ่ง คือการทำ “บุ๊คคลับ” กับลูก  แค่ทำให้เป็นกิจกรรมสนุก สบายๆ ไม่ซีเรียส ถ้าลูกถือหนังสือเข้ามาอ่าน และดูสนุกกับเล่มนั้นมากจนเห็นได้ชัด คุณพ่อก็ควรอ่านเล่มนั้นบ้าง และจากนั้นพ่อลูกก็เริ่มคุยถึงหนังสือเล่มเดียวกัน  คุยกันแบบกันเองๆ ไม่ต้องไปขอให้ลูกอธิบายหรือแสดงความเห็นยากๆ แค่เดินเล่นและคุยกันเพลินๆก็พอ บางทีเมื่อลูกเอ่ยถึงชื่อตัวละครที่ตายและกลายร่างเป็นปีศาจแบบที่ดูไม่น่าเชื่อ พ่อก็พอเข้าใจได้ว่าลูกพูดถึงอะไรอยู่ คุยกันต่อได้อีกยาว การคุยถึงหนังสือเล่มเดียวกันช่วยให้พ่อลูกเชื่อมโยงกันได้ใกล้ชิดมากขึ้นไปกว่าการถามลูกแค่ว่า วันนี้ที่โรงเรียนสนุกไหมลูก?

จำไว้ว่า การ์ตูน ก็คือหนังสือเหมือนกัน

DeclineByNine-655x315-05.jpg

หลายคนมองว่าการ์ตูนช่อง (Comic Book) ไม่ใช่วรรณกรรมที่มีคุณค่า หรือเป็นแค่ช่องทางหลอกล่อให้เด็กที่เคยอ่านนิทานค่อยๆหันมาอ่านหนังสือจริงๆ  แต่การ์ตูนหรือหนังสือคอมมิคอาจเป็นได้มากกว่านั้น ถ้าเด็กๆ ชอบอ่านก็สนับสนุนให้เขาอ่านจริงจังได้เช่นกัน ช่วยให้เขาค้นหาจนเจอแนวที่เขาชอบจริงๆ  เช่น การ์ตูนแฟนตาซี  คลาสสิค หรือ แนวสารคดี  อันที่จริงการ์ตูนความรู้ที่สนุกๆ มีวางขายมากมาย ครอบครัวตึ๋งหนืด คุกกี้รัน เอาชีวิตรอด  แก๊งซ่าท้าประดิษฐ์ อะไรเหล่านี้เป็นต้น

มองเทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อม ... ไม่ใช่กำแพงที่กั้นเด็กจากการอ่าน

DeclineByNine-655x315-06.jpg

ใช่หละ อุปกรณ์เทคโนโลยีทำให้เด็กๆ อ่านน้อยลง แต่มองให้ยุติธรรมหน่อย เทคโนโลยีไม่ใช่ตัวร้ายเสมอไป  สำหรับเด็กที่ชอบเล่นคอมพิวเตอร์ เล่นมือถือหรือแทปเล็ต พ่อแม่ควรใช้สิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการเข้าถึงช่องทางใหม่ๆ เช่น ถ้าเด็กตามยูทูปของ ซอฟปอม ที่พูดเกี่ยวกับแมว พ่อแม่ก็อาจไปหาหนังสือเกี่ยวกับแมวให้เขาอ่านก็ได้ หรือช่องของเปิ้ลนาคร ที่พาเด็กๆ ไปเก็บไข่ไก่ ก็หาหนังสือที่มีเรื่องทำนองนี้มาให้ลูกอ่าน ดังนั้นพ่อแม่ต้องตามเรื่องในโลกออนไลน์ให้ทันเหมือนกันนะ

อ่านให้เป็นแบบอย่าง

DeclineByNine-655x315-07.jpg

นี่น่าจะเป็นวิธีที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าลูกไม่ได้อยู่กับครอบครัวที่ชอบอ่าน เขาก็คงไม่เห็นว่าการอ่านเป็นเรื่องที่มีคุณค่าอะไรในชีวิต  เพราะฉะนั้น ในฐานะพ่อแม่ ก็ควรอ่านให้ลูกเห็น อ่านหนังสือเล่ม หนังสือพิมพ์ นิตยสาร อะไรก็ได้ อ่านออกเสียงในตอนที่เห็นว่าน่าสนใจ  แม้ว่าเรื่องนั้นจะไม่เกี่ยวกับวรรณกรรมทรงคุณค่า อาจจะเป็นแค่ข่าวบันเทิงดาราธรรมดาๆ แต่อ่านดังๆให้เห็นถึงความน่าสนใจ ให้เขาได้สัมผัสถึงความตื่นเต้นที่ได้จากการอ่าน   อ่านอะไรก็ได้ที่ชอบอ่าน และในที่สุด ลูกๆก็จะเจอสิ่งที่เขาชอบอ่านเหมือนกัน  เริ่มให้เร็วเท่าไรยิ่งดี เด็กๆ จะได้ไม่มองว่าการอ่านคือภารกิจยากเย็น แต่เป็นแค่สิ่งหนึ่งที่ครอบครัวทำกันเป็นปกติในชีวิตประจำวัน

เรียบเรียงจาก https://offspring.lifehacker.com

 

22 เมษายน 2562

บทความแนะนำ

ใคร อ่านอะไร ที่ TK Alive ในรอบปี 2020
บล็อก

ใคร อ่านอะไร ที่ TK Alive ในรอบปี 2020

ส่องเทรนด์การอ่าน หนังสือที่ถูกยืมมากที่สุดในปี 2020

TK Park จับมือเครือข่ายรับมือ Covid-19
บล็อก

TK Park จับมือเครือข่ายรับมือ Covid-19

มาตรการควบคุมและป้องกันไวรัสโควิด-19 เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคในแหล่งเรียนรู้

12 เล่มสุดรักของ ใบเฟิร์น-อัญชสา
บล็อก

12 เล่มสุดรักของ ใบเฟิร์น-อัญชสา

เมื่อการอ่านคือการท่องโลกกว้าง และเปิดประสบการณ์ที่อาจหาไม่ได้ในชีวิตจริง

อยู่บ้านไกล Covid แบบไม่เหงา ฉบับสูงวัย
บล็อก

อยู่บ้านไกล Covid แบบไม่เหงา ฉบับสูงวัย

เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ แต่จะทำอย่างไรให้ท่านอยู่บ้านแล้วไม่เหงา เรามีเคล็ดลับมาฝากกัน

โลกแห่งการแบ่งปัน ในยุคโควิด 19
บล็อก

โลกแห่งการแบ่งปัน ในยุคโควิด 19

มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งลุกขึ้นมาแบ่งปันวิธีคิด ผลักดันไอเดียต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้คนในชุมชนเคลื่อนผ่านภาวะนี้ไปได้

อ่านหนังสือกู้โลก สู้ภัยไวรัส
บล็อก

อ่านหนังสือกู้โลก สู้ภัยไวรัส

หนังสือที่จะชวนให้นักอ่านรับรู้เรื่องราวการระบาดของโรค

9 มังงะชื่อดังสู่แอนิเมะสุดปัง
บล็อก

9 มังงะชื่อดังสู่แอนิเมะสุดปัง

พร้อมเสิร์ฟสำหรับนักอ่านมังงะ

คนไทยอ่านอะไรใน Libby by OverDrive
บล็อก

คนไทยอ่านอะไรใน Libby by OverDrive

10 อันดับหนังสือยืมสูงสุดในปี 2019

114
275
113
65
281
492
8074
551