เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. สื่อการเรียนรู้ของ TK Park
  4. บทความ
บทความ

ความรู้

คามิชิไบ เรื่องเล่าหลังม่านของนิทานแผ่นกระดาษ

คามิชิไบ เรื่องเล่าหลังม่านของนิทานแผ่นกระดาษ

552
14 มกราคม 2564

cover-01.jpg

          ในยุคที่โลกยังไม่มีประดิษฐกรรมทางการบันเทิงอย่างโทรทัศน์หรือออนไลน์สตรีมมิ่ง อาชีพ ‘นักเล่านิทาน’ เคยเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างสูงมาก่อนในยุคสมัยหนึ่ง อาจเพราะมันเป็นความบันเทิงเดียวที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่ไม่แพงนัก
         นักเล่านิทานในแต่ละท้องถิ่นล้วนมีกลวิธีดึงดูดใจผู้ฟังที่แตกต่างกัน บ้างขับร้อง บ้างออกลีลาท่าทาง บ้างอาศัยเครื่องประกอบจังหวะช่วยเร้าอารมณ์ผู้ฟังให้รู้สึกมีอารมณ์ร่วม ศาสตร์ในการเล่าเรื่องจึงถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตามวัฒนธรรมของแต่ละท้องที่และความต้องการของยุคสมัย

kamishibai.PNG      รูปภาพจาก: https://insaitama.com/a-kamishibai-performer-in-the-making/      

         คามิชิไบ ศิลปะการเล่านิทานจากแผ่นกระดาษ
         หนึ่งในประเทศที่มีรากฐานการพัฒนาศิลปะกลวิธีเล่าเรื่องมาอย่างยาวนานที่สุดในโลกประเทศหนึ่งคือญี่ปุ่น
         ย้อนกลับไปนับร้อยปีก่อน คนญี่ปุ่นได้คิดค้นวิธีการเล่าเรื่องแสนมหัศจรรย์ขึ้นมาได้รูปแบบหนึ่ง มันมีชื่อว่า คามิชิไบ (Kamishibai) ในภาษาญี่ปุ่นคำๆ นี้มีความหมายว่า ‘ละครกระดาษ’ หรือหากจะให้อธิบายเฉพาะเจาะจงลงไปกว่านั้น คามิชิไบก็คือศิลปะการเล่าเรื่องของนักเล่านิทานโดยมีรูปวาดบนแผ่นกระดาษช่วยเติมเต็มจินตนาการให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
         นักเล่านิทานคามิชิไบจะใช้กล่องไม้ที่มีบานพับแทนโรงละคร เมื่อมีผู้ชมมารุมล้อมมากพอบานไม้นั้นจะถูกเปิดออกเพื่อให้เห็นภาพวาดที่อยู่ด้านใน ในระหว่างการดำเนินเรื่องนักเล่านิทานจะค่อยๆ ดึงภาพที่ซ้อนกันอยู่ออกทีละรูป ในยุคแรกภาพวาดเหล่านั้นมักเป็นภาพที่นักเล่านิทานเป็นคนวาดด้วยตัวเอง นอกจากความสนุกสนานของเนื้อเรื่องแล้วเสน่ห์อย่างหนึ่งของคามิชิไบจึงยังขึ้นอยู่กับฝีมือการวาดภาพและลีลาการเล่าเรื่องที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

         จากต้นกำเนิดสู่ยุครุ่งเรือง
         มีบันทึกอธิบายว่าต้นกำเนิดของคามิชิไบเริ่มต้นขึ้นในยุคศตวรรษที่ 12 โดยเกิดขึ้นจากวัดแห่งหนึ่งที่พระสงฆ์ใช้ม้วนภาพวาดประกอบการเทศน์ เพื่อให้การแสดงหลักธรรมคำสอนทางพุทธศาสนามีความน่าสนใจและดึงดูดผู้ฟังได้
         จนกระทั่งถึงยุคเอโดะ รูปแบบการเล่านิทานก็มีการพัฒนาขึ้น ภาพวาดบนกระดาษถูกห้อยเอาไว้บนเสาเพื่อให้ผู้เล่าสามารถเคลื่อนย้ายไปเล่านิทานตามสถานที่ต่างๆ ได้
         เมื่อมาถึงยุคเมจินอกจากภาพวาดแบบเต็มแผ่นทั่วไปแล้ว ยังมีคนคิดค้นสร้างหุ่นตัวละครที่เกิดจากการตัดกระดาษแปะเข้ากับเสาไม้ คล้ายๆ กับหุ่นละครเงาของมาเลเซียและอินโดนีเซียขึ้น ความหลากหลายและแปลกใหม่ทำให้การเล่านิทานประกอบภาพค่อยๆ ได้รับความนิยมมากขึ้นในวงกว้าง
          ทว่ากว่าที่คามิชิไบจะเข้าถึงยุครุ่งเรืองจริงๆ ก็ต้องรอจนถึงช่วงปี 1930 เสียก่อน โดยช่วงเวลานั้นโลกกำลังต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้คนจำนวนมากต้องตกงานอย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว ด้วยเหตุนี้คนจำนวนหนึ่งถึงได้เลือกผันตัวเองมาเป็นนักเล่านิทานคามิชิไบ


2a544139bb9391bd73ecf24ebc5ed464_m-1.jpg
รูปภาพจาก: https://mag.japaaan.com/archives/72459

          พวกเขาสร้างตู้ไม้เล็กๆ ที่เรียกว่า บุไต (Butai) ขึ้น แล้วติดมันเอาไว้หลังจักรยาน นักเล่านิทานจะเลือกพื้นที่ชุมชนที่มีผู้คนพลุกพล่าน ขยับกรับไม้ (Hyōshigi) เสียงดังกริ๊บแกร๊บให้ผู้คนที่สนใจพากันล้อมวงเข้ามา จากนั้นก็จะเปิดขายลูกอม และสารพัดขนมจุกจิกเพื่อหารายได้ เมื่อพบว่ามีผู้ชมมากพอตู้บุไตก็จะถูกเปิดออกเผยให้เห็นภาพวาดฉากละคร
          ในช่วงที่รุ่งเรืองมากๆ นักเล่านิทานบางคนอาจต้องเปิดแสดงมากถึง 10 รอบต่อวัน โดยนิทานพื้นบ้านเรื่องฮิตที่ผู้คนในยุคนั้นนิยมหยิบยกมาเล่า ได้แก่ เจ้าหญิงคางุยะ ตำนานเจ้าหญิงคางุยะหรือตำนานคนตัดไผ่ เป็นนิทานพื้นบ้านของประเทศญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 เล่าถึงเจ้าหญิงจากดวงจันทร์ที่ชายตัดไผ่มาพบและได้เลี้ยงดูไว้ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เธอต้องกลับไปยังดวงจันทร์ หรือ โมโมทาโร่ ตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่นว่าด้วยเด็กชายที่ถือกำเนิดจากลูกท้อ เมื่อโตขึ้นเขาก็ได้ไปสู้กับยักษ์ และสามารถนำความสงบสุขคืนสู่ผู้คน ไปจนถึงนิยายแนวดราม่า หรือซูเปอร์ฮีโร่ และเมื่อนวัตกรรมการพิมพ์เจริญขึ้น จากคามิชิไบที่สร้างสรรค์ด้วยฝีแปรง ก็เกิดเป็นธุรกิจภาพพิมพ์สีเพื่อให้นักเล่านิทานสามารถเช่าหรือซื้อหาไปประกอบอาชีพได้

         เมื่อโรงละครต้องปิดม่าน
         คามิชิไบยังคงได้รับความนิยมจนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากเป็นความบันเทิงที่มีราคาถูก ผู้คนที่อดอยากแร้นแค้นจากสงครามอาศัยเรื่องราวสนุกสนานเหล่านี้ปลอบประโลมใจให้สามารถผ่านวันอันยากลำบากไปได้
        จนกระทั่งการมาถึงของโทรทัศน์ในช่วงปี 1950 เจ้าจอสี่เหลี่ยมที่มีภาพเคลื่อนไหวโดยไม่ต้องอาศัยมือคนขยับจนได้รับฉายาว่า ‘คามิชิไบไฟฟ้า’ ก็เข้ามาแทนที่ จนคามิชิไบรูปแบบเก่าเสื่อมความนิยมลง นักเล่านิทานหลายคนต้องสูญเสียอาชีพที่เคยใช้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง บ้างหันไปทำอาชีพอื่น บ้างก็อาศัยความสามารถในการเล่าเรื่องหาทางต่อยอดในแวดวงงานโทรทัศน์

03-01.jpg

04-01.jpg
        แม้ในท้ายที่สุดแล้วโรงละครเล็กๆ ที่สืบสานศิลปะพื้นบ้านแต่โบราณมาต่างต้องพากันปิดตัวลง ทว่าศาสตร์แขนงนี้ก็ไม่ได้สูญหายไปไหน กลวิธีเล่าเรื่องแบบคามิชิไบยังถูกนำกลับมาใช้ในการเรียนการสอน หรือในเทศกาลงานศิลปะต่างๆ อยู่เสมอๆ

        เรื่องเล่ารอบโลก
        ในยุคก่อนที่โทรทัศน์จะกลายเป็นความบันเทิงหลักที่ทุกครัวเรือนสามารถเข้าถึงได้ นอกจากศิลปะการเล่านิทานประกอบภาพแบบคามิชิไบที่มีต้นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่นแล้ว อีกหลายประเทศทั่วโลกต่างก็มีกลวิธีถ่ายทอดเรื่องราวเพื่อสร้างความบันเทิงเริงใจให้กับผู้ชมได้น่าสนใจไม่แพ้กัน อาทิ

WhatsApp-Image-2020-07-21-at-2.15.15-AM.jpgรูปภาพจาก: https://themerakimagazine.com/kathputli-an-art-form-in-rajasthan/

       Kathputli การแสดงหุ่นกระบอกชักเชิดประกอบการเล่าเรื่องจากประเทศอินเดียที่มีประวัติความเป็นมายาวนานนับพันปี โดยจุดเด่นของ Kathputli อยู่ที่การสร้างสรรค์หุ่นด้วยไม้ ประดับประดาด้วยผ้าจนสวยงาม บอกเล่าเรื่องราวของนิทานพื้นบ้านซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนาน ความเชื่อ และวิถีชีวิตของคนอินเดีย

ith535-copy.jpgรูปภาพจาก: http://www.unesco.org/archives/multimedia/document-2205

        Naghali ศิลปะการเล่าเรื่องแบบโบราณจากอิหร่าน โดยอาศัยคนเล่าเพียงคนเดียวสวมบทบาทเป็นตัวละครต่างๆ ผสมผสานกับการร้องเพลง เล่นเครื่องดนตรี หรือออกลีลาท่าทางประกอบ เพื่อสร้างความสนุกและตื่นเต้นให้กับผู้ชม เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ที่มักนิยมหยิบมาเล่าคือการต่อสู้กันระหว่างความดีและความเลว ความรัก หรือประวัติของผู้ที่เป็นตำนานแห่งดินแดนเปอร์เซีย

--_1.jpg
รูปภาพจาก: https://m.ntok.go.kr/kr/Ticket/Performance/Details?performanceId=265583

        P’ansori การแสดงนิทานแบบขับร้องที่โด่งดังจากประเทศเกาหลี โดยอาศัยฝีมือการถ่ายทอดเรื่องราวที่ต้องการสื่อสารผ่านนักร้องหนึ่งคน และผู้ตีกลองประกอบอีกหนึ่งคน มีจุดเริ่มต้นในหมู่ชนชั้นล่างของสังคม ก่อนที่จะได้รับความนิยมแพร่หลายไปในผู้คนทุกชนชั้น ในอดีตนิยมเล่นเรื่องราวที่เป็นสุขนาฏกรรม แต่ในปัจจุบันเนื้อเรื่องที่มีตอนจบรันทดได้รับความนิยมมากกว่า

        ข้อมูลอ้างอิง
        https://www.kamishibai-ikaja.com/en
        https://www.fapot.or.th/main/information/article/view/207
        https://www.artbangkok.com/?p=48971

บทความแนะนำ

8 นิตยสารชวนหิว ที่เสิร์ฟให้อ่านกันฟรีๆ ใน PressReader
บล็อก

8 นิตยสารชวนหิว ที่เสิร์ฟให้อ่านกันฟรีๆ ใน PressReader

PressReader แพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์ และนิตยสารขนาดใหญ่ที่ได้รวบรวมเนื้อหาที่น่าสนใจจากทั่วโลก

307
Digital Nomads: คนส่วนน้อยที่แสวงหาอิสรภาพอันยิ่งใหญ่
บล็อก

Digital Nomads: คนส่วนน้อยที่แสวงหาอิสรภาพอันยิ่งใหญ่

ชีวิตของ Digital Nomads และทักษะที่จำเป็น

443
7 เรื่องราวมหัศจรรย์กับร้านหนังสือในฝันจากนิยาย
บล็อก

7 เรื่องราวมหัศจรรย์กับร้านหนังสือในฝันจากนิยาย

ร้านหนังสือและห้องสมุดมหัศจรรย์หลากหลายรูปแบบ เต็มไปด้วยความสุข ความหวัง

496
10 เล่มสายวิทย์ ไขความลับของชีวิตและโลกกว้าง
บล็อก

10 เล่มสายวิทย์ ไขความลับของชีวิตและโลกกว้าง

ในโลกยุคใหม่มีหนังสือดีๆ มากมายรอให้เราพลิกหน้ากระดาษไปพบความมหัศจรรย์

7910
ค้นหาตัวตนที่ใช่ในแบบ ‘นนน – กรภัทร์’
บล็อก

ค้นหาตัวตนที่ใช่ในแบบ ‘นนน – กรภัทร์’

เด็กสายวิทย์ที่รู้ว่านิเทศศาสตร์คือคำตอบชีวิต

553
เพียงคลิกเดียว เที่ยวห้องสมุดรอบโลก
บล็อก

เพียงคลิกเดียว เที่ยวห้องสมุดรอบโลก

ในช่วงเวลาที่เดินทางไปไหนมาไหนไม่ได้ดังใจ ลองมาออกเดินทางไปในโลกเสมือน เที่ยวชมห้องสมุดสวยๆ จากทั่วโลก

276
Trust Economy เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยความไว้ใจ
บล็อก

Trust Economy เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยความไว้ใจ

สาธารณสุขนำ ยุทธศาสตร์ชัดเจน ชุมชนเข้มแข็ง สื่อสารความไว้ใจ

504
แม่ก็คือแม่ แนะนำหนังสือ 7 เล่ม ที่ชวนกลับไป “อ่านแม่” ในแต่ละช่วงของชีวิต
บล็อก

แม่ก็คือแม่ แนะนำหนังสือ 7 เล่ม ที่ชวนกลับไป “อ่านแม่” ในแต่ละช่วงของชีวิต

เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา หนังสือทั้ง 7 เล่มจะพาไปสำรวจความรัก ความห่วงใย ความขัดแย้ง การเติบโตและความทรงจำ ผ่านเรื่องราวของแม่ที่ไม่ได้มีเพียงบทบาทเดียบในชีวิตของเรา

274
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือกิจกรรมร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเงื่อนไขและข้อตกลง
เกี่ยวกับเรา
TK Storyติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.