เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. สื่อ TK Park
  4. หนังสือ
หนังสือ

ความรู้

Literacy is not enough

Literacy is not enough

46
19 มิถุนายน 2557

การอ่านออกเขียนได้ ซึ่งหมายถึงทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดเลขเป็น ไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับศตวรรษที่ 21 เด็กที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตและการทำงานต้องการชุดทักษะใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากคนยุคเดิม ล่วงเข้ามาในศตวรรษที่ 21 ถึง 14 ปีแล้ว นักการศึกษาทั่วโลกก็ยังไม่หยุดถกเถียงกันว่า ทักษะพื้นฐานชุดใหม่ที่เด็กยุคดิจิทัลควรมีอะไรบ้าง แต่คำตอบที่มักพูดถึงตรงกันคือ

1. ทักษะการแก้ไขปัญหา สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ในเวลาอันรวดเร็ว

2. ทักษะคิดสร้างสรรค์ สามารถคิดแตกต่างจากคนอื่นได้และเกิดประโยชน์

3. ทักษะคิดวิเคราะห์ สามารถคิดเปรียบเทียบ สังเคราะห์ และประยุกต์ ข้อมูล ความรู้ หรือสถานการณ์

4. ทักษะความร่วมมือ ในการทำงานและดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่น

5. ทักษะการสื่อสาร ด้วยสื่อชนิดต่างๆ

6. ทักษะทางศีลธรรม เช่น การกระทำที่มีความรับผิดชอบต่อผู้อื่น

เอียน จูคส์ เห็นว่า วิธีการสอนแบบเดิมๆ ไม่สามารถที่จะพัฒนาทักษะที่จำเป็นเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอย่างคล่องแคล่วจนกลายเป็นนิสัยและวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ เพราะการศึกษาแบบเก่ายังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการวัดทักษะดังกล่าว เมื่อวัดไม่ได้ก็ย่อมจะทำให้เกิดขึ้นไม่ได้ด้วยเช่นกัน ครูมักอ้างว่าไม่มีเวลา เพราะมัวใส่ใจแต่การสอนเพื่อให้เด็กทำข้อสอบ ซึ่งสุดท้ายแล้ว ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ทำใด้เด็กเห็นความเชื่อมโยงระหว่างความรู้นั้นกับชีวิตของตนเอง

จูคส์ นำเสนอทฤษฎีว่าด้วยลำดับขั้นของทักษะการคิด (High Order Thinking Skill-HOTS) ตามการจัดแบ่งของบลูม (Bloom's Digital Taxonomy)  ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้เป็นฐานคิดสำหรับจัดการเรียนรู้สำหรับยุคดิจิทัลได้ หากศตวรรษที่ 21 คาดหวังให้คนมีทักษะการคิดที่สลับซับซ้อน ผู้สอนจำเป็นจะต้องปลูกฝังพื้นฐานการคิดในระดับต้นแล้วจึงจะต่อยอดให้เกิดเป็นทักษะการคิดในลำดับที่สูงขึ้นมา ดังนี้

1. Remember การจำได้

2. Understanding การรู้ว่าสิ่งที่จำได้มีความหมายอย่างไร เปรียบเทียบ และวิเคราะห์ได้

3. Applying ความสามารถในการนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้

4. Analyzing การคิดวิเคราะห์แยกแยะข้อมูลอย่างละเอียดละออ

5. Evaluating การให้คุณค่าของข้อมูลและวิจารณ์ได้

6. Creating มีกระบวนการคิดใหม่ๆ

นอกจากนี้ ยังมีผลการศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของรูปแบบการเรียนรู้และกระบวนการที่เกิดขึ้นในสมองว่า ในบรรดาการเรียนรู้แบบ Passive การเรียนรู้ด้วยโสตทัศน์ (Audiovisual) มีประสิทธิภาพดีกว่าการเรียนโดยการใช้ภาพ (Visual) และการเรียนโดยการใช้เสียง (Audio) ตามลำดับ ส่วนการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมนั้น การเรียนรู้ด้วยประสาทสัมผัสที่หลากหลาย (Multi sensation) มีประสิทธิภาพดีกว่าการเรียนโดยการพูดคุย (Verbal) ทั้งนี้การเรียนรูปแบบเก่าๆ ทำให้เด็กจดจำได้เพียง 15% ส่วนการเรียนรูปแบบใหม่ทำให้เด็กจดจำได้ถึง 70% โดยเป็นความจำที่ลึกซึ้งและถูกนำกลับมาใช้งานได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก

มีคำกล่าวว่า

Tell me and I forget

Show me and I remember

Involve me and I understand

 ผู้ที่เป็นครูถึงเวลาแล้วที่จะต้องทบทวนการจัดการเรียนการสอนที่เป็นอยู่อย่างจริงจัง ว่าเป็นไปเพื่อการสร้างทักษะที่จำเป็นที่เด็กจะดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 แล้วหรือไม่ สามารถทำให้เด็กเกิดทักษะการคิดอยู่ในระดับใด และได้เลือกใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดแล้วหรือยัง

Literacy is Not Enough เป็น Slide Presentation ประกอบการประชุมวิชาการประจำปี 2557 (TK Forum 2014) ของสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ นำเสนอโดย เอียน จูคส์ (Ian Jukes)  นักการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ประเทศแคนาดา ผู้เขียนหนังสือ Understanding the Digital Generation และ Living on the Future Edge

คลิกเพื่อดาวน์โหลดเอกสาร

pdf.png Literacy is Not Enough (Slide)

สื่อสิ่งพิมพ์แนะนำ

READTOPIA 3 ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศการอ่านของไทย
ศิลปวัฒนธรรม

READTOPIA 3 ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศการอ่านของไทย

รวบรวมเรื่องราวของผู้ที่มีบทบาทในการบุกเบิกหรือสร้างการเปลี่ยนแปลงในวงการหนังสือของไทย

143
คู่มือคัดเลือกหนังสือสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย

คู่มือคัดเลือกหนังสือสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย

มีเนื้อหาในการแนะนำให้ครู ผู้ปกครอง และบรรณารักษ์ รู้จักหนังสือและแนวทางการคัดเลือกหนังสือสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย

3593
New Paradigm for Taiwan’s Public Libraries and National Library in Digital Era

New Paradigm for Taiwan’s Public Libraries and National Library in Digital Era

บทความประกอบการประชุมวิชาการประจำปี 2557 (TK Forum2014) บรรยายโดย ดร.เจิ้ง ฉู่ เสียน (Tseng Shu-hsien) ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติไต้หวัน

23
นโยบายส่งเสริมการอ่านของประเทศเกาหลีใต้

นโยบายส่งเสริมการอ่านของประเทศเกาหลีใต้

บทความซึ่งนำเสนอในการสัมมนา TK Forum 2010 ของสำนักงานอุทยานการเรียนรู้

233
ทศวรรษการอ่านกับนโยบายการอ่าน

ทศวรรษการอ่านกับนโยบายการอ่าน

เอกสารที่เรียบเรียงขึ้นจากการปาฐกถาของ ศาสตราจารย์ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ในงาน TK Forum 2009

53
ปัจจัยส่งเสริมให้คนไทยมีวัฒนธรรมการอ่าน

ปัจจัยส่งเสริมให้คนไทยมีวัฒนธรรมการอ่าน

เอกสารประกอบ Thailand Conference on Reading 2011 นำเสนอโดย รองศาสตราจารย์อรศรี งามพิทยาพงศ์

192
การติดตามและประเมินผลโครงการอบรมและประกวดห้องสมุดมีชีวิต ครั้งที่ 2
งานวิจัย

การติดตามและประเมินผลโครงการอบรมและประกวดห้องสมุดมีชีวิต ครั้งที่ 2

รายงานการวิจัยติดตามประเมินผลโครงการอบรมและประกวดห้องสมุดมีชีวิต TK park Living Library Award ครั้งที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามประเมินผลโครงการอบรมและประกวด ห้องสมุดมีชีวิต (TK park Living Library Award) ปี 2551

447
ปฏิบัติการภาคพลเมืองเพื่อวัฒนธรรมการอ่าน

ปฏิบัติการภาคพลเมืองเพื่อวัฒนธรรมการอ่าน

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการประจำปี 2555 (TK Conference on Reading 2012) โดย Mr. Chan Soo Ahn Director General, Citizen Action for Reading Culture ประเทศเกาหลีใต้

17
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือกิจกรรมร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเงื่อนไขและข้อตกลง
เกี่ยวกับเรา
การเดินทางติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.