ความรู้

วิธีคิดธุรกิจบูติคโฮเต็ล ให้ปลอดภัยไกลวิกฤติ
ในช่วงวิกฤติโรคระบาด มีอีกธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือการท่องเที่ยว เพราะทุกคนต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน ไม่สามารถเดินทางได้ เรียกได้ว่าเป็นมรสุมลูกใหญ่ของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็ก ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กจะต้องปรับตัวอย่างไร สิ่งที่จะทำได้ในสถานการณ์เช่นนี้มีอะไรบ้าง พบแนวทางการทำธุรกิจบูติคโฮเต็ลกับ คุณวรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ ผู้ก่อตั้ง Homemade Stay ชุมชนและระบบการจัดการโรงแรมขนาดเล็ก ในงาน Re:learning for the Future 19 ความท้าทายใหม่ในโลกที่(ไม่)เหมือนเดิม จัดโดย สถาบันอุทยานการเรียนรู้

ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กสร้างมูลค่า
คุณวรพันธุ์ กล่าวว่า การทำสถานที่ท่องเที่ยวหรือที่พักขนาดเล็กจะเป็นธุรกิจที่จะทำให้คนไทยร่ำรวยขึ้นมาได้ ธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมหาศาลให้กับคนไทยและคนจำนวนมากสามารถทำได้และนี้คือธุรกิจในอนาคตของประเทศ
การท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการพักผ่อนเท่านั้นแต่เป็นเครื่องมือในการมอบโอกาสทางการศึกษา เครื่องมือของการกระจายรายได้ กระจายโอกาสทางการเรียนรู้ และกระจายการเชื่อมต่อทางวัฒนธรรมระหว่างคนเมืองกับคนชนบท เป็นตัวเชื่อมระหว่างชาวโลกกับชาวไทย เพราะฉะนั้นการทำธุรกิจบูติคโฮเต็ลจึงมีความสำคัญ 
ทิศทางใหม่ท่องเที่ยวไทยหลังจากนี้
มุมมองที่มีต่อโลกหลังเกิดวิกฤติโควิดต่อทิศทางการท่องเที่ยวไทย อะไรจะเกิดหลังจากการคลายล๊อคดาวน์ วิเคราะห์แล้วมี 3 ประการหลักๆ คือ
ประการแรก คนยังเที่ยว จากการที่คนไทยงดการเดินทางมานานตั้งแต่ปีใหม่จนถึงสงกรานต์ ทำให้ดีมานด์ของการเที่ยวเพิ่มขึ้นมหาศาล เพราะการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ที่แยกออกจากชีวิตไม่ได้ การท่องเที่ยวมีมิติมากกว่าแค่การไปถ่ายรูป ไปปาร์ตี้ พักผ่อนหย่อนใจ เพราะนี้คือโอกาสที่คนในครอบครัวมีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกัน พ่อแม่ได้มีโอกาสพาลูกไปเรียนรู้วัฒนธรรมในต่างจังหวัด และยิ่งในช่วงโควิดมีดีมานด์ปริมาณมากที่ถูกกดทับอยู่ และแน่นอนว่าหลังจากวิกฤติครั้งนี้จะมีโปรโมชั่นการท่องเที่ยวมากมายมากระตุ้นให้ผู้ที่กระหายการท่องเที่ยวให้ออกมาเดินทางมากขึ้น
ประการที่สอง ไทยยังนำ ประเทศไทยยังคงเป็นผู้นำในด้านการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่สวยงาม อาหารอร่อย การเดินทางที่มีความคุ้มค่า และที่สำคัญการแพทย์ ที่ขึ้นชื่อว่ามีความแข็งแกร่งในด้านการรักษาและควบคุมโรคป้องกันการติดต่ออย่างมาก เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คือจุดแข็งทางด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่จะดึงนักท่องเที่ยวจากทั้งคนไทยและต่างชาติกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้
และประการสุดท้าย โรงแรมยังเปิด โรงแรมยังเปิดในที่นี้ หมายถึงยังมีโรงแรมเกิดขึ้นใหม่และเปิดอยู่ มีนักลงทุนหน้าใหม่ๆ เข้าสู่ธุรกิจนี้ เพราะยังคงเห็นโอกาสกับธุรกิจนี้ เนื่องจากยังคงมีกระแสจากคนรุ่นใหม่
ที่ต้องการจะกลับมาพัฒนาบ้านเกิด การดำเนินงาน Creative Economy ทำธุรกิจสร้างสรรค์เปลี่ยนบ้านให้มีมูลค่ามากขึ้นและก่อให้เกิดสตาร์ทอัพ ที่จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถไปเปิดโรงแรมที่ไกลขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ใช้งบประมาณในการลงทุนน้อยลงและสามารถทำในขนาดที่เล็กลงได้ 
กลุ่มหลักที่ต้องโฟกัสแล้วจะพ้นวิกฤติ
คุณวรพันธุ์ให้มุมมองเพิ่มเติมว่า กลุ่มเป้าหมายที่ธุรกิจโรงแรมต้องให้ความสำคัญหลังจากวิกฤติโควิดเป็นอันดับแรกๆ มีอยู่ 3 กลุ่มคือ Domestic Market ตลาดภายในประเทศ ต้องมาก่อน โดยแบ่งย่อยออกเป็น ครอบครัวและกลุ่มเพื่อนฝูง, กลุ่มผู้รักสุขภาพ และองค์กรขนาดเล็ก
กลุ่มที่สองคือ Seminar Market การออกสัมมนาหรือประชุมในต่างจังหวัดมีแนวโน้มจะมากขึ้น เพราะว่าในตัวเมืองมีความแออัดของผู้คนมากกว่าต่างจังหวัด และทางรัฐบาลเองก็มีการสนันสนุนให้มีการสัมมนาในประเทศมากขึ้น นี่คือโอกาสที่สำคัญสำหรับคนที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวหรือที่พักในช่วงเวลาหลังจากนี้
กลุ่มสุดท้ายคือ Learning Market เพราะว่านักท่องเที่ยวไม่ได้เพียงหาแค่ที่พักผ่อน แต่เขากำลังจะมาเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หาไม่ได้จากที่อื่น นอกจากจะสร้างโรงแรมแล้วต้องสร้างตัวเองให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผัก ทำอาหาร ยิงธนู ฝึกโยคะ เรียนรู้อสังหาริมทรัพย์ เรียนรู้การดูดวง และอื่นๆ
เที่ยวนี้มีเปลี่ยน ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป
ทิศทางของการท่องเที่ยวหลังจากนี้ จะมีแนวโน้มการเดินทางด้วยการขับรถมากขึ้น Drive More Fly Less เกิดเป็นกระแสขับรถท่องเที่ยวเอง เมื่อก่อนส่วนมากเดินทางข้ามภูมิภาคมักจะเดินทางโดยเครื่องบิน ปัจจุบันเมื่อมีการขับรถท่องเที่ยวมากขึ้น มีการแวะพักตามจุดต่างๆ เป็นการขับรถเที่ยวในเส้นทางใหม่ๆ เช่นถ้าจะไปเชียงใหม่อาจต้องแวะพักที่น่าน ทำให้การท่องเที่ยวมันยาวขึ้น จะเกิดการแวะเมืองรอง ทำให้มีการกระจายตัวมากยิ่งขึ้น
ประเด็นที่สองคือ Go Together Cheaper จะเกิดการท่องเที่ยวแบบเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน เพื่อต้องการแชร์ค่าใช้จ่ายต่างๆ ประเด็นที่สามคือ Must Come to Learn การท่องเที่ยวมาเพื่อการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ประเด็นที่สี่คือ Mixed uses/Entrepreneur เป็นธุรกิจที่สนองความต้องการท่องเที่ยวให้กับคนรุ่นใหม่ 
Who come, Who go
คุณวรพันธุ์มองว่า ในธุรกิจท่องเที่ยว จะมีบางธุรกิจที่อาจจะประสบปัญหาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค แบ่งออกเป็น โรงแรมประเภท Hostel เพราะนักท่องเที่ยวอาจไม่มั่นใจนอนรวมกับคนแปลกหน้าแบบที่ผ่านมา กลุ่มที่สองก็คือ Big Scale ซึ่งหมายถึงโรงแรมที่มีห้องจำนวนมากหรือ โรงแรมขนาดใหญ่ เห็นได้จากโรงแรมที่มีห้องเยอะจะลดราคาลงมาถูกมากเพราะยังมีคนไม่กล้านอนในที่มีกลุ่มคนจำนวนมากอยู่รวมกัน กลุ่มที่สามก็คือกลุ่ม Very City Area กลุ่มโรงแรมที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นมากๆ ในตัวเมือง
รวมถึงบางธุรกิจที่มีปัญหาอยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สภาพคล่องด้านการเงิน ไม่มีระบบการจัดการ ไม่มีฐานข้อมูลลูกค้า ไม่มีจุดขาย และผิดกฎหมาย ที่พักขนาดเล็กเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะรอดพ้นจากสถานการณ์วิกฤติได้ยาก
เรื่องสำคัญที่คนทำงานจะต้องรู้และเข้าใจ
บัญญัติ 10 ประการของผู้ประกอบการบูติคโฮเต็ล หรือ 10 COVITMANDMENT ในโลกหลังโควิดที่ คุณวรพันธุ์อยากแนะนำสำหรับผู้ที่ประกอบการโรงแรมที่พักขนาดเล็ก
1.Smaller : ทำโรงแรมให้เล็กลง
2.Farer : ทำในที่ที่ห่างไกลเพื่อความแตกต่าง
3.Nicher : เล็งกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะมากๆ
4.Wider : ต้องสามารถที่จะเติบโตขยายตัวได้
5.Cleaner / Simpler : สะอาดและเรียบง่ายขึ้น
6.Networker : สร้างเครือข่าย เช่นมีเครือข่ายกลุ่มคนที่ชอบที่พักสไตล์เดียวกัน
7.Fixed cost : ลงทุนให้ถูกเพื่อลดรายจ่าย
8.Systemer : สร้างระบบลดคนในการจัดการ ลดเวลาในการจัดการและขายธุรกิจได้เมื่อมีระบบ
9.Culture : วัฒนธรรม
10.Nature : ธรรมชาติ
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้และเข้าใจ
ผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่จะเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กควรมี หลัก CPS ประกอบด้วย C-Creativity ทำธุรกิจให้มีความคิดสร้างสรรค์ P-Prefix ทำธุรกิจให้มีกำไร และ S-Sustainability คิดถึงสังคมให้มาก
และอีก 4 สิ่งที่อยากฝากไว้ก็คือ ข้อแรกต้องมีจุดขายที่ชัดเจน ข้อสองต้องทำให้ธุรกิจถูกกฎหมาย ได้ใบอนุญาตที่ถูกต้อง ข้อสาม ต้องบริหารเงินให้ดี กระแสเงินสดต้องมี และข้อสุดท้าย สร้างระบบในการจัดการให้เรียบร้อย มีระบบฐานข้อมูลที่ดี ถ้ามี 4 ข้อนี้ไม่ว่าวิกฤติแบบไหนก็ทำอะไรคุณไม่ได้ คุณวรพันธุ์ กล่าวสรุป







