This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

ผจญภัยไกลสุดฝันกับนวนิยายการเดินทางข้ามเวลา

ผจญภัยไกลสุดฝันกับนวนิยายการเดินทางข้ามเวลา

17

cover_Web-(1).jpg

           กาลเวลานับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มนุษย์ยังไม่สามารถไขปริศนาได้ แถมยังไม่เคยรั้งรอใคร มีแต่เดินไปข้างหน้าโดยไม่เคยให้โอกาสมนุษย์ได้แก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไป แต่นั่นก็เป็นเสน่ห์ที่ชวนให้จินตนาการของมนุษย์ได้เติมเต็มด้วยคำถามว่า “ถ้าหากเราสามารถย้อนเวลาได้ล่ะ?” “ถ้าหากมีสถานที่ที่กาลเวลาไม่เดินไปข้างหน้าล่ะ?” “หากเราได้รับโอกาสให้ตัดสินใจอีกครั้งล่ะ?” นำมาสู่หนังสือหลากแนวทั้งไซไฟ แฟนตาซี โรแมนติก หรือแม้แต่แนวสืบสวนสอบสวน แถมยังมีหลายเรื่องถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์สุดแสนประทับใจ วันนี้ TK Park รวบรวมหนังสือที่เกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลาที่หนอนหนังสือชาว TK ไม่ควรพลาด จะมีเรื่องไหนกันบ้างไปดูกันเลย

BookTime-01.jpg

         1. เดอะ ไทม์ แมชชีน (The Time Machine)
         ผู้เขียน: H.G.Wells ผู้แปล: ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล
         คงไม่มากไม่น้อยเกินไปถ้าจะบอกว่า “เดอะ ไทม์ แมชชีน” คือผลงานชิ้นเยี่ยมของ H.G.Wells ผู้เป็นบิดาแห่งนวนิยายวิทยาศาสตร์ และถือเป็น “ต้นกำเนิด” ของพล็อตกล่าวถึงการข้ามกาลเวลาในนวนิยายยุคหลังจากนี้หลายต่อหลายเรื่อง
          “เดอะ ไทม์ แมชชีน” เล่าถึงเรื่องราวของนักท่องเวลาผู้หนึ่งที่พยายามจะสร้าง “ไทม์แมชชีน” หรือเครื่องเดินทางข้ามเวลาขึ้น โดยมีบรรดานักข่าว นายแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาอาชีพคอยติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด แล้ววันหนึ่ง “นักเดินทางข้ามเวลา” ก็ปรากฏตัวขึ้นในสภาพย่ำแย่ราวกับเพิ่งผ่านการต่อสู้อันหนักหนาสาหัสมา จากนั้นเรื่องราวในปี ค.ศ.802701 ก็เริ่มหลั่งไหลออกมาจากปากคำของนักเดินทางข้ามเวลา
         เรื่องราวการผจญภัยของเขาเกิดขึ้นเมื่อเขาเดินทางข้ามเวลาไปยังประเทศอังกฤษในอนาคตอันไกลโพ้น ซึ่งกลายเป็นสถานที่ที่สวยงามจนเกือบจะเป็นดินแดนยูโทเปีย ทว่าอารยธรรมที่พัฒนามาอย่างกลับถูกทำลายจนราบคาบด้วยสาเหตุบางอย่าง ซ้ำร้ายเครื่องเดินทางข้ามเวลาของเขาก็กลับถูกนำไปซ่อนไว้ในที่แห่งหนึ่งซึ่งถูกล็อกเอาไว้ ระหว่างที่พยายามหาทางเข้าถึงเครื่องเดินทางข้ามเวลา เขาได้ช่วยเหลือ “วีน่า” มนุษย์คนหนึ่งโดยบังเอิญ นำไปสู่การเดินทางไปพบความจริงของโลกที่ล่มสลายเพราะความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นระหว่างชนชั้นนายทุนและชนชั้นกรรมาชีพ ทำให้เกิดมนุษย์ 2 สายพันธุ์ นั่นคือ "อีลอย" มนุษย์บนบกที่เปราะบาง ขี้เกียจ อ่อนแอ และ "มอร์ล็อค" มนุษย์ที่สืบเชื้อสายมาจากชนชั้นแรงงาน อาศัยอยู่ใต้ดิน มีความแข็งแรง ทว่าน่าเกลียดน่ากลัว ขณะที่สัตว์สายพันธุ์อื่น ๆ สูญสิ้นไปหมดแล้ว การผจญภัยเพื่อค้นหาความจริงของโลกและพยายามหาทางใช้งานเครื่องเดินทางข้ามเวลาอีกครั้ง พร้อมกับหลบหนีการไล่ล่าของมอร์ล็อค นักเดินทางข้ามเวลาทำสำเร็จได้อย่างไร และการเดินทางกลับมายังเวลาปัจจุบันพร้อมกับเรื่องเล่านี้เป็นความจริงแท้หรือเป็นเพียงแค่จินตนาการฟุ้งฝันของเขาเอง รอให้ผู้อ่านได้ลุ้นไปพร้อมกันในเล่ม
          เรื่องราวการเดินทางข้ามเวลาในปัจจุบันดูจะเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างคุ้นเคย แต่สำหรับนวนิยายที่เขียนขึ้นในปี 1895 นับว่าเป็นแนวความคิดที่แปลกใหม่ล้ำสมัยกว่าที่ใครจะคาดคิด จนกระทั่งคำว่า “Time Machine” กลายเป็นคำสามัญเมื่อใช้เรียกยานพาหนะหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการเดินทางข้ามเวลา นอกจากนี้ยังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ถึงสองครั้ง คือฉบับปี ค.ศ. 1960 และปี 2002
          แม้จะมีผู้กล่าวว่านวนิยายเรื่องนี้มีแก่นเรื่องสำคัญอยู่ที่ความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะในสังคมอังกฤษยุควิคตอเรีย ซึ่งผู้เขียนอาจสร้างเรื่องของมนุษย์สองสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อเตือนรัฐบาลในขณะนั้นว่า หากปล่อยให้ระยะห่างของความเหลื่อมล้ำในสังคมถ่างกว้างมากขึ้น อาจนำมาสู่หายนะเกินคาดเดา แต่เวลส์ก็ไม่ละเลยความเป็นนวนิยายวิทยาศาสตร์ โดยการสอดแทรกจินตนาการเชิงวิทยาศาสตร์ในยุคนั้นไว้ในเรื่องเสมอ เช่น มนุษย์อีลอยที่มีความสวยงามและปราศจากโรคภัยเนื่องจากวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าจนสามารถกำจัดปรสิตและไวรัสทั้งหมดได้ ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของมนุษย์มอร์ล็อคที่เกิดขึ้นจากการทำงานหนักตามทฤษฎีวิวัฒนาการ เป็นต้น “เดอะ ไทม์ แมชชีน” จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของการอ่านนวนิยายพล็อตข้ามเวลาที่ยอดเยี่ยมเล่มหนึ่ง

BookTime-02.jpg

          2. ย่นเวลาทะลุมิติ (A Wrinkle in Time)
          ผู้เขียน : Madeleine L' Engle ผู้แปล วิลาวัณย์ ฤดีศานต์ 
          คำแปลภาษาไทยว่า “ย่นเวลา” ดูจะเป็นคำที่เหมาะเจาะในการอธิบายทฤษฎีการเดินทางข้ามเวลาและมิติด้วยการวาร์ปผ่านรูหนอน นั่นคือการ “ย่น” มิติเวลาเพื่อกระโดดข้ามไปยังอีกฝั่งของรูหนอนนั่นเอง เรื่องราวเหล่านี้ดูจะเป็นสิ่งที่เข้าใจไม่ยากนักในทศวรรษนี้ แต่สำหรับนวนิยายแฟนตาซีไซไฟเล่มนี้ที่เขียนขึ้นในปี 1962 นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ล้ำสมัยไม่น้อย ทำให้นวนิยายเล่มนี้ครองใจนักอ่านมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน
           ย่นเวลาทะลุมิติ เล่าเรื่องราวของเม็ก เมอร์รี เด็กสาววัย 13 ขวบ ที่มักจะมีปัญหาที่โรงเรียนเสมอ แม้ว่าพรสวรรค์ด้านคณิตศาสตร์ของเธออยู่ในขั้นอัจฉริยะ แต่ไม่ใช่ในแบบที่ครูต้องการ เธออาศัยอยู่กับแม่ของเธอซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ และชาร์ลส์ วอลเลซ น้องชายวัย 5 ขวบ ส่วนพ่อของเธอซึ่งก็เป็นนักวิทยาศาสตร์เช่นกัน เขาได้รับภารกิจทางวิทยาศาสตร์อย่างลึกลับมาระยะหนึ่งแล้ว และเม็กก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะกลับมาเมื่อไร จนกระทั่งเม็กพบกับคุณนายว็อตสิต เพื่อนบ้านคนใหม่ที่กลับกลายเป็นสิ่งมีชีวิตจากดาวดวงอื่น แถมคุณนายยังรู้ว่าพ่อของเม็กไม่ได้หายสาบสูญ ทว่าติดอยู่ในมิติหนึ่งของจักรวาล เธอและพรรคพวกจึงต้องออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือพ่อ โดยไม่รู้เลยว่าการเดินทางครั้งนี้มีชะตาของจักรวาลเป็นเดิมพัน
           นวนิยายเล่มนี้นับว่าได้เปิดศักราชนวนิยายไซไฟรูปแบบใหม่ โดยการผสมผสานวิทยาศาสตร์กับประเด็นของศาสนาได้อย่างลงตัว ดังที่ผู้เขียนเคยกล่าวว่าความเชื่อทางจิตวิญญาณและควอนตัมฟิสิกส์ไม่ใช่สิ่งที่แตกต่างกัน แต่เป็นสิ่งที่ซ้อนทับกันอยู่ นอกจากนี้องค์ประกอบอื่น ๆ ในเล่มก็มีความน่าสนใจไม่น้อย เช่น การใช้เด็กสาวอัจฉริยะเป็นตัวละครหลักในยุคที่ตัวละครเอกในนวนิยายไซไฟเต็มไปด้วยผู้ชาย การย่อยเรื่องยากอย่างการเดินทางข้ามมิติเวลาที่สามารถนำมาอธิบายให้เด็กเข้าใจได้แบบไม่ซับซ้อน การเชื่อมโยงเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์กับมิติคู่ขนานที่ทำให้ตัวละครเข้าใจความหมายของคำว่ารัก เป็นต้น ความสนุกของเล่มนี้ด้วยรางวัลมากมาย เคยถูกนำไปทำหนัง ซีรีส์ และละครเวทีหลายเวอร์ชัน ล่าสุดคือฉบับภาพยนตร์ของดิสนีย์ในปี 2018 รับรองว่าหยิบขึ้นมาอ่านแล้วไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

BookTime-03.jpg

          3. บ้านหลอน เด็กประหลาด (Miss Peregrine's Home for Peculiar Children) 
          ผู้เขียน: Ransom Riggs ผู้แปล: วิกันดา จันทร์ทองสุข
          บางคนอาจจะคิดว่าเล่มนี้เป็นเรื่องราวสยองขวัญจากภาพปกหรือจากชื่อหนังสือ แต่ที่จริงแล้ว “บ้านหลอน เด็กประหลาด” เป็นนวนิยายวัยรุ่นที่มีส่วนผสมของการผจญภัย ผู้มีพลังพิเศษ การสืบสวนสอบสวนระทึกขวัญ มีเรื่องราวการข้าม “วงเวียนกาลเวลา” ผ่านเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ เคล้าด้วยดราม่าชวนให้น้ำตาซึมกันอีกด้วย
          บ้านหลอน เด็กประหลาด เล่าถึงชีวิตของ “เจคอบ” เด็กชายวัยรุ่นในครอบครัวร่ำรวย เขารู้สึกว่าชีวิตของตนช่างมีแต่เรื่องสุดแสนจะน่าเบื่อ เขาไม่มีความฝันต้องตามหาเมื่ออนาคตที่รออยู่ข้างหน้าคือการสืบทอดกิจการของแม่ แต่หากจะพูดถึงเรื่องตื่นเต้นในชีวิตของเขาก็มีอยู่บ้าง นั่นคือเรื่องเล่าแสนประหลาดของปู่ที่มักเล่าถึง “เด็กอัศจรรย์” ซึ่งมีพลังพิเศษหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่สามารถล่องหนได้ เด็กที่ตัวเบาจนต้องสวมรองเท้าถ่วงน้ำหนัก เด็กที่มีพละกำลังมหาศาลยกของหนักได้ หรือเด็กที่มีปากอยู่ด้านหลัง เขาเคยตื่นเต้นกับเรื่องเหล่านี้เมื่อยังเด็ก แต่พอโตขึ้นเจคอบก็ได้เรียนรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันเท่านั้น
          แต่แล้ววันหนึ่ง เจคอบได้รับโทรศัพท์ประหลาดจากปู่พร้อมกับคำพูดปริศนาบางอย่าง เมื่อไปหาปู่จึงพบว่าปู่เสียชีวิตแล้ว และนั่นคือครั้งแรกที่เจคอบได้พบกับอสูรกายแปลกประหลาด ในขณะที่เพื่อนอีกคนที่ไปด้วยกันกลับมองไม่เห็น จึงทำให้เจคอบเริ่มคิดว่าเรื่องเล่าของปู่และปริศนาที่ปู่ทิ้งไว้ให้ก่อนตายนั้นมีความจริงบางอย่างซ่อนอยู่ เขาจึงออกเดินทางเพื่อค้นหาคำตอบ ทำให้เขาได้พบกับ “โลกอีกใบหนึ่ง” ซึ่งเต็มไปด้วยเด็กอัศจรรย์ตามที่ปู่เคยเล่า และความจริงของโลกใบนี้ที่วนเวียนอยู่ในวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 1940 เท่านั้น ซ้ำยังมีอสูรกายที่มีเป้าหมายบางอย่างซึ่งจะส่งผลกระทบกับโลกทั้งสองใบ เจคอบได้เรียนรู้และฝึกฝนพลังของตัวเอง ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เขาและผองเพื่อนผู้มีพลังพิเศษต้องเดินทางข้าม “วงเวียนกาลเวลา” ผ่านเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์โลกเพื่อค้นหาอำนาจที่จะมายับยั้งอสูรกายเหล่านี้ให้ได้
          จุดเด่นอย่างหนึ่งของหนังสือเล่มนี้คือการผสมผสานระหว่างภาพถ่ายที่แปลกประหลาดกับการเล่าเรื่องได้อย่างลงตัว โดยผู้เขียนอธิบายเอาไว้ตอนท้ายเล่มว่า รูปถ่ายเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นรูปถ่ายจริง โดยเขาขอยืมมาจากนักสะสมภาพประหลาดจากที่ต่าง ๆ และมีบางภาพที่ดัดแปลงจัดทำขึ้นเองเพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่อง เมื่อเปิดภาพประกอบการอ่านไปในแต่ละตอนจึงช่วยเสริมให้จินตนาการถึงเรื่องราวได้ชัดเจนขึ้น ชวนให้ตื่นเต้นและชวนหลอนไปพร้อมกัน ส่วนเรื่องราวการข้าม “วงเวียนกาลเวลา” ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของผู้เขียนที่ใช้สอดแทรกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติการผจญภัยของเด็กพิเศษเหล่านี้เสมือนว่าพวกเขามีตัวตนอยู่จริงในโลกของเราอีกด้วย ความสนุกของเล่มนี้การันตีด้วยการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 2016 และยังมีภาคต่ออีกสอเล่ม เป็นนวนิยายไตรภาคที่มีแฟน ๆ ทั่วโลกติดตามอีกด้วย 

BookTime-04.jpg

           4. เอาท์แลนเดอร์ (Outlander)
           ผู้เขียน: Diana Gabaldon ผู้แปล: ขีดขิน จินดาอนันต์
           เรื่องราวการเดินทางย้อนอดีต ประวัติศาสตร์ และความรัก ทั้งหมดผสมผสานกันอย่างลงตัวในเอาท์แลนด์เดอร์ นวนิยายรักโรแมนติกย้อนเวลาที่มีแฟน ๆ คอยติดตามอยู่อย่างเหนียวแน่น ในปัจจุบันฉบับนวนิยายก็เข้าสู่เล่ม 9 แล้ว ส่วนฉบับซีรีส์ก็ดำเนินมาอย่างยาวนานถึงซีซั่น 6 น่าจะเป็นเครื่องการันตีความสนุกแบบวางไม่ลงของนวนิยายเล่มนี้ได้เป็นอย่างดี
           เอาท์แลนเดอร์ เล่าเรื่องราวของแคลร์ แรนดัลล์ พยาบาลสาวกับแฟรงก์ ผู้เป็นสามี วันหนึ่งขณะที่ทั้งสองเดินทางไปฮันนีมูนในสกอตแลนด์ แคลร์กลับเดินทางผ่านกาลเวลาย้อนกลับไปเกือบสองร้อยปีในสก็อตแลนด์ยุคศตวรรษที่ 18 ในยุคที่สก็อตแลนด์กำลังเกิดสงครามกลางเมืองจากเหตุการณ์กบฏจาโคไบต์ครั้งที่สอง ท่ามกลางความวุ่นวายของสงครามนั้น แคลร์ได้พบกับร้อยเอก โจนาธาน แรนดัลล์ ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของแฟรงก์ แคลร์ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งระหว่างตระกูลแม็คเคนซีของสกอตแลนด์ กับกองทัพอังกฤษ ที่ส่งผลให้เธอต้องพัวพันกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์ถึงขั้นต้องแต่งงานกับ เจมี่ เฟรเซอร์ หนุ่มเจ้าเสน่ห์ชาวสก็อตแลนด์
          วันหนึ่งเมื่อแคลล์กับเจมี่เดินทางไปที่วงหินตั้งบนเนินเขาเคร็กนาดูน สถานที่ซึ่งเคยพาแคลร์ย้อนเวลามาสู่ยุคนี้ และอาจนำเธอกลับคืนสู่ชีวิตเดิมในศตวรรษที่ 20 แคลร์จึงต้องเลือกระหว่างการเดินทางกลับไปหาแฟรงก์ สามีที่แท้จริงในชีวิตเดิม หรือจะอยู่ในอดีตต่อไปกับเจมี่ ชายผู้ทำให้เธอหลงรักจนลังเลที่จะกลับไปสู่ปัจจุบัน
          นวนิยายเรื่องนี้นอกจากจะมีพล็อตเรื่องที่สนุกสนาน จุดหักมุมที่คาดไม่ถึง และทำให้ผู้อ่านฟินไปกับความรักแสนโรแมนติกของคู่พระนางแล้ว การใช้ฉากในสก็อตแลนด์ยุคศตวรรษที่ 18 ที่สมจริง การบรรยายเกร็ดทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวในยุคนั้นมากขึ้นก็ทำให้ผู้อ่านอินไปกับการเดินทางข้ามเวลาครั้งนี้ และเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของการย้อนอดีตคือ การใช้มุมมองของคนในปัจจุบันในการมองอดีตผ่านนางเอกผู้มาจากยุคเดียวกับผู้อ่าน ทำให้เห็นความแตกต่างทางความคิดและทัศนคติของผู้คนในยุคนั้นได้ชัดเจนมากขึ้น นักอ่านสายโรแมนติกหรือคนที่สนใจประวัติศาสตร์อย่ารีรอที่จะหยิบเล่มนี้ขึ้นมา แต่ขอเตือนก่อนนะว่าถ้าติดใจเล่มแรกไปแล้ว ทำใจว่าต้องจัดคิวอ่านยาว ๆ ไปอีกเกือบสิบเล่มแน่นอน

BookTime-05.jpg

          5. อดีตจะเปลี่ยนทุกครั้งที่ฉันตาย (Life After Life)
          ผู้เขียน: Kate Atkinson ผู้แปล: นันทวัน เติมแสงสิริศักดิ์
          ระหว่างที่เกิดพายุหิมะในอังกฤษในปี 1910 ทารกคนหนึ่งเกิดและตายก่อนที่เธอจะหายใจเข้าครั้งแรกเนื่องจากรกพันคอจนขาดอากาศหายใจ แต่แล้วในช่วงพายุหิมะในอังกฤษในปี 1910 วันเดือนปีเดียวกัน ทารกคนเดียวกันเกิดและมีชีวิตอยู่เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่อจากนั้น นั่นคือเรื่องราวของเออร์ซูลา ท็อดด์ หญิงสาวที่ "เกิด" และ "ตาย" มานับครั้งไม่ถ้วน เธอไม่แน่ใจนักว่าเรื่องราวในชีวิตเธอเกิดขึ้นจริงหรือเป็นแค่ความฝัน แต่เธอไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึก “คุ้นเคย” กับทุกเหตุการณ์ในชีวิตที่ดูเหมือนว่าเธอจะเคยผ่านมาแล้ว และเคยตายมาแล้วนับร้อยครั้ง ทั้งการจมน้ำ ไข้หวัดใหญ่ หรือถูกลูกหลงตายในสงคราม แต่สุดท้ายเธอก็จะตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกคุ้นเคย แล้วหาทางหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่จะนำไปสู่ความตายเหล่านั้น 
          การได้รับ “โอกาสอีกครั้ง” ในการย้อนเวลากลับไปแก้ไขชีวิต ดูเหมือนจะเป็นเหมือนรางวัลจากสวรรค์ บางชีวิตที่เธอพบกับโศกนาฏกรรมและจบลงด้วยความเศร้า เช่น ชีวิตหนึ่งที่เธอตรอมใจตายเพราะถูกพี่ชายของเพื่อนข่มขืนในวันเกิดอายุสิบหกปี เมื่อมีโอกาสแก้ไขอีกครั้งเธอก็สามารถตัดสินใจเพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมนั้นได้ แต่ดูเหมือนว่าการย้อนกลับไปแก้ไขการตายของเธอในแต่ละครั้งไม่ได้นำมาแต่สิ่งดีๆ ทว่ามันเปลี่ยนแปลงเรื่องราวของคนรอบข้าง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์อีกด้วย
          การตระหนักใน "อำนาจแห่งความตาย" ของเธอ ทำให้เธอตัดสินใจที่จะไม่ใช้อำนาจนี้เพียงเพื่อตัวเอง แต่จะทำภารกิจที่จะช่วยมวลมนุษย์ให้พ้นจากโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด นั่นคือการสังหารคนสำคัญคนหนึ่ง ก่อนที่เขาจะนำพาสงครามโลกครั้งที่สองมาสู่หน้าประวัติศาสตร์
          อดีตจะเปลี่ยนทุกครั้งที่ฉันตาย มีเนื้อเรื่องคาบเกี่ยวอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งจนถึงสงครามโลกครั้งที่สอง บนหน้าประวัติศาสตร์ที่ฉายภาพความโหดร้ายของสงครามทั้งในกรุงลอนดอนและในเยอรมนี ผู้เขียนได้ผสานเรื่องราวในประวัติศาสตร์เข้ากับกลไกการย้อนเวลา เรื่องราวที่แปรเปลี่ยนในโลกคู่ขนาน “จะเป็นอย่างไรถ้า...” ที่ชวนให้ผู้อ่านลุ้นไปกับตัวละครว่าจะทำภารกิจสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ได้สำเร็จหรือไม่ หรือเธอจะเลือกเส้นทางของมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่จะเติมเต็มความสุขให้ตนเองและปล่อยให้เรื่องราวในประวัติศาสตร์ดำเนินต่อไปตามวิถีที่ควรจะเป็น

BookTime-06.jpg

          6. คดีนี้ขอตาย 7 ครั้ง (The Seven Deaths of Evelyn Hardcastle)
          ผู้เขียน: Stuart Turton ผู้แปล: โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล
          ชายคนหนึ่งตื่นขึ้นมาโดยไร้ความทรงจำกลางป่า ตรงหน้าของเขาคือทางออกไปสู่คฤหาสน์ตระกูลฮาร์ดแคสเซิล เมื่อเขาเดินเข้าไปในงานเลี้ยงในคฤหาสน์ ทุกคนทักทายเขาว่าเขาเป็นหมอคนหนึ่ง ทว่าเขากลับไม่มีความทรงจำเรื่องการเป็นหมอเลย จู่ ๆ ก็มีชายลึกลับในชุดอีกาดำปรากฏตัวขึ้นและบอกกับชายคนนั้นว่า ชื่อที่แท้จริงของเขาคือเอเดน บิชอป ที่ติดอยู่ในร่างของหมอคนหนึ่ง และเขายังต้องวนลูปเวลาอยู่ในร่างของคนอีก 8 คน เพื่อสืบคดีฆาตกรรมบุตรสาวของตระกูลฮาร์ดแคสเซิลซึ่งเธอกำลังจะถูกฆาตกรรมตอน 5 ทุ่มกลางงานเลี้ยงต้อนรับกลับบ้านครั้งนี้ เขาจะต้องหาให้เจอว่าใครคือฆาตกรตัวจริง ไม่เช่นนั้นลูปเวลานี้ก็ไม่มีวันยุติจนกว่าตัวตนของเอเดนจะสาบสูญไป
           นั่นคือเรื่องราวอย่างย่อของ คดีนี้ขอตาย 7 ครั้ง นวนิยายเล่มแรกของนักเขียนหน้าใหม่ Stuart Turton ที่ได้รับความนิยมจนมีการตีพิมพ์เป็นภาษาอื่นๆ แล้วกว่า 28 ภาษา มียอดจำหน่ายแล้วกว่า 200,000 เล่มในปีแรกที่ตีพิมพ์ แถมยังได้รับรางวัลมากมาย ทั้ง The Costa Books Awards 2018 รางวัล The Books Are My Bag Readers Awards 2018 รางวัลและเสียงชื่นชมจากผู้อ่านมาจากการสร้างรสชาติแปลกใหม่ของนวนิยายสืบสวนสอบสวนที่ผสมผสานเรื่องลูปเวลาและคดีฆาตกรรม โดยเล่าผ่านมุมมองของตัวละครที่แตกต่างกันทั้ง 8 ตัว ซึ่งตัวละครทุกตัวล้วนมีความสำคัญในการไขคดีและมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลฮาร์ดแคสเซิลอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ประจำตระกูล นายธนาคาร หัวหน้าพ่อบ้าน การปล่อยปริศนาออกมาในจังหวะที่พอเหมาะพอดีก่อนจะเปลี่ยนมุมมองผู้เล่าให้คนอ่านได้คิดตาม และทุกครั้งที่ตัวเอกวนลูปเข้าไปสู่ร่างใหม่ก็จะพบว่าบุคลิกและนิสัยของเจ้าของร่างนั้นแตกต่างกันออกไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจสำคัญในเรื่องทุกครั้ง และแน่นอนว่าเดาทางของฆาตกรไม่ได้ง่าย ๆ แน่นอนจนกว่าจะพลิกไปถึงหน้าสุดท้าย
           ความหนากว่าห้าร้อยหน้าของนวนิยายเล่มนี้อาจทำให้คนอ่านกลัวอยู่บ้าง แต่ขอบอกเลยว่าเป็นห้าร้อยหน้าที่ตื่นเต้นระทึกขวัญ เต็มไปด้วยการหักมุม ชวนให้รีบพลิกหน้าต่อไปเพื่อจะได้รู้เรื่องราวการฆาตกรรมมากขึ้น ส่วนเนื้อเรื่องนั้นแม้จะฟังดูซับซ้อนเพราะเล่าผ่านตัวละครมากมาย ทว่ากลับติดตามได้อย่างไม่สะดุดเพราะภาษาที่ใช้นั้นอ่านง่าย มีการบรรยายอย่างละเมียดละไมแต่ก็แฝงความตลกร้ายที่ทำให้คนอ่านต้องอมยิ้มอยู่เป็นระยะ แฟนนวนิยายสืบสวนสอบสวนต้องเก็บเล่มนี้ไว้ในลิสต์โดยด่วน

BookTime-07-(1).jpg

          7. เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น (Before the Coffee Gets Cold)
          ผู้เขียน: Toshikazu Kawaguchi  แปล: ฉัตรขวัญ อดิศัย
          “หากย้อนเวลากลับไปได้ คุณอยากจะกลับไปเจอใคร” เป็นคำถามที่ทุกคนน่าจะเคยถามตัวเองสักครั้งหนึ่ง เพราะทุกคนเคยผิดพลาด ผิดหวัง พลาดพลั้งกับบางสิ่งในชีวิตและอยากจะได้โอกาสกลับไปแก้ไขอีกสักครั้ง นวนิยายเรื่องนี้พาเราไปพบกับร้านกาแฟแสนมหัศจรรย์ที่สามารถพาเราย้อนกลับไปยังช่วงเวลาในอดีตที่เราปรารถนาได้ เพียงแต่เงื่อนไขคือมีเวลาแค่เสี้ยวนาทีที่กาแฟยังอุ่นเท่านั้น
           นวนิยายฟีลกู๊ดที่เล่นกับพล็อตย้อนเวลาที่ไม่ซับซ้อน ทว่าพาเราเข้าไปสำรวจจิตใจของตัวละครหลักทั้ง 4 ตัวได้อย่างลึกซึ้ง ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบ สามีภรรยาที่ถูกอัลไซเมอร์ทำให้พลัดพรากกันในความทรงจำ คำขอโทษจากพี่สาวซึ่งยังไปไม่ถึงน้องสาวที่ด่วนจากไป แม่และลูกสาวซึ่งไม่เคยมีโอกาสทำความรู้จักกันมาก่อน “ชั่วเวลากาแฟยังอุ่น” คือช่วงเวลาสั้น ๆ ที่อาจจะติดค้างอยู่ในใจตัวละครมานานเหลือเกินก่อนจะได้โอกาสอีกครั้งในการสะสางปมปัญหาในใจ หรือบางครั้งพวกเขาอาจจะเลือกเก็บเรื่องราวเหล่านั้นไว้เป็นความทรงจำ แม้ว่าสุดท้ายแล้วเราอาจจะเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ ก็ขอให้สิ่งที่เหลืออยู่เป็นความทรงจำที่จะไม่ทำร้ายเราอีกก็พอ นั่นอาจจะเป็นความหมายที่แท้จริงของการย้อนเวลาดังที่มีคำโปรยไว้ตรงหน้าปก
         นวนิยายสั้น ๆ เล่มนี้การันตีความสนุกด้วยยอดขายกว่า 850,000 เล่มในญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ Café Funiculi Funicula ในปี 2019 อีกด้วย ใครที่มองหานวนิยายฟีลกู๊ดอบอุ่นหัวใจ ขอบอกว่าไม่ควรพลาดเล่มนี้อย่างยิ่ง
          เป็นอย่างไรบ้างกับ 7 เล่มที่ TK Park คัดสรรมาให้ชาว TK ได้เปิดโลกของการเดินทางข้ามกาลเวลาหลากหลายรูปแบบ การเดินทางย้อนอดีต-อนาคต เรื่องราวความรักสุดแสนโรแมนติก มิตรภาพของผองเพื่อนวัยทีน ความดราม่าตราตรึงใจ การสืบสวนสอบสวนแบบล้ำ ๆ หรือจะฟีลกู๊ดน้ำตาซึมก็มีให้เลือกหลากหลายอารมณ์ ทุกเล่มมีให้บริการที่ TK Park อ่านเล่มไหนจบแล้วอย่าลืมแวะมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันนะ

January 20, 2022

Recommended articles

ฝ่าวิกฤติซ้อนวิกฤติ กับธุรกิจสิ่งพิมพ์
Blog

ฝ่าวิกฤติซ้อนวิกฤติ กับธุรกิจสิ่งพิมพ์

วิธีการปรับตัวอย่างไรเพื่อให้อยู่รอดต่อไปได้

เชียร์สุดใจ 12 เพลงใหม่จาก TK Band 10
Blog

เชียร์สุดใจ 12 เพลงใหม่จาก TK Band 10

โครงการปฏิบัติการสร้างสรรค์คนดนตรี TK Band มาต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ยาวนานจนเราเห็นได้ว่าเด็กยุคนี้มีความสามารถด้านดนตรีเด่นชัดมาก ยิ่งได้ฟัง 12 เพลงจาก12 วงดนตรีใน TK Band 10 บอกได้เลยว่าคนดนตรีรุ่นใหม่เหล่านี้ไม่ธรรมดาและน่าจับตาจริงๆ

ใคร อ่านอะไร ที่ TK Alive ในรอบปี 2020
Blog

ใคร อ่านอะไร ที่ TK Alive ในรอบปี 2020

ส่องเทรนด์การอ่าน หนังสือที่ถูกยืมมากที่สุดในปี 2020

พัฒนาความคิดด้วยการเล่นกับน้ำหนัก
Blog

พัฒนาความคิดด้วยการเล่นกับน้ำหนัก

เรียนรู้และสนุกกับนิทานภาพ วันชั่งน้ำหนักในสวนสัตว์

คลังคอร์สออนไลน์น่าเรียนในแอป Overdrive
Blog

คลังคอร์สออนไลน์น่าเรียนในแอป Overdrive

คอร์สออนไลน์ใน Overdrive ที่มีให้เลือกกว่า 300 เรื่อง หลากหลายแขนง

โลกแห่งการแบ่งปัน ในยุคโควิด 19
Blog

โลกแห่งการแบ่งปัน ในยุคโควิด 19

มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งลุกขึ้นมาแบ่งปันวิธีคิด ผลักดันไอเดียต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้คนในชุมชนเคลื่อนผ่านภาวะนี้ไปได้

ทำอย่างไร ไม่ให้เด็กเลิกอ่าน
Blog

ทำอย่างไร ไม่ให้เด็กเลิกอ่าน

ผลสำรวจของ Schlolastic พบว่ากลุ่มเด็กรักการอ่านเเริ่มอ่านน้อยลงมากเมื่ออายุ 9 ขวบเป็นต้นไป

10 นิยายวาย อ่านแล้วชวนฟินหนักมาก
Blog

10 นิยายวาย อ่านแล้วชวนฟินหนักมาก

นักอ่านที่อยากเริ่มต้นอ่านนิยายวายตามมาทางนี้เลย

4
10
115
420
42
30
8
3740