เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

วรรณกรรมไทย แปลดีได้ แปลขายทั่วโลก

วรรณกรรมไทย แปลดีได้ แปลขายทั่วโลก

246 | อ่าน : 10 นาที
2 กรกฎาคม 2568

00_Cover.jpg

 

          โครงการ “พัฒนาทักษะนักแปลเผยแพร่วรรณกรรมไทยสู่สากล” โดยสถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ร่วมกับสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ได้จบหลักสูตรการอบรมลงไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2568 ด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าผลงานการแปลวรรณกรรมไทยของผู้เข้าอบรมรวมกว่า 130 คน จะทยอยปรากฏสู่สาธารณะในไม่ช้า

          แต่สิ่งที่ยังคงดำเนินต่อไปหลังจบโครงการฯ คือการผนึกกำลังกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เผื่อผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรม “แปลออก” วรรณกรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

          ที่วงเสวนาเช้าและบ่ายเพื่อปิดท้ายโครงการฯ มีข้อสังเกตและข้อคิดเห็นที่ TK Park บันทึกตัวหนาไว้หลายข้อ เพราะจะเป็นประโยชน์ในการผลักดันอุตสาหกรรมหนังสือเพื่อการส่งออกของไทยในอนาคตไม่มากก็น้อย

 

01.jpg

          การแปลวรรณกรรมออกไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ข้ามคืนด้วยการอัดฉีดงบประมาณ แต่ต้องการการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และระบบนิเวศการส่งออกวรรณกรรมที่เข้มแข็ง นี่คือประเด็นหลักที่คุณกิตติศักดิ์ คงคา คุณอนุรักษ์ กิจไพบูลทวี และคุณณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นักเขียน นักแปล และกรรมการผู้จัดการสำนักพิมพ์ มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในวงเสวนาช่วงเช้า ภายใต้หัวข้อ “การเผยแพร่วรรณกรรมไทยไปสู่สากล จากมุมมองของนักเขียนและสำนักพิมพ์”

          วิทยากรทั้ง 3 ท่าน ยังเห็นพ้องว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือ ผลงานต้องมีคุณภาพและมีฐานนักอ่านที่ชื่นชอบจริง ๆ เพราะการแปลออกจะเป็นไปอย่างธรรมชาติก็ต่อเมื่อวัฒนธรรมการอ่านของคนในประเทศเข้มแข็ง เมื่อบวกกับกระบวนการช่วยส่งออกที่เป็นระบบ ผลงานดี ๆ เหล่านั้นก็จะมีโอกาสเผยโฉมบนเวทีโลก

 

02.jpg

 

          ในช่วงบ่าย อาจารย์กฤตยา อกนิษฐ์ คุณก้อง ฤทธิ์ดี ผศ.ดร. อรองค์ ชาคร นักแปลคนสำคัญของวงการ และคุณเมธิส โลหเตปานนท์ นักแปลบทกวีเลือดใหม่ มาร่วมแชร์ประสบการณ์และแสดงความคิดเห็นกันที่วงเสวนา “เล่าเรื่องการแปลออก: ประสบการณ์และบทเรียนจากนักแปลมืออาชีพ” ว่าการแปลวรรณกรรมไทยเป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่งมีประเด็นทางวัฒนธรรมให้ขบคิดมากมาย แต่ทุกปัญหาสามารถหาทางออกได้ด้วยการพูดคุยและตกลงกันระหว่างนักเขียน นักแปล และบรรณาธิการ โดยบรรณาธิการภาษาปลายทางเป็นบุคคลสำคัญที่จะกำหนด mood and tone ของผลงานก่อนที่จะออกสู่สายตานักอ่าน ประเด็นที่ควรให้ความสนใจและริเริ่มดำเนินการ คือการเชื่อมโยงนักแปลกับองคาพยพอื่น ๆ ในกระบวนการส่งออก ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน สำนักพิมพ์ และเอเจนซี ที่ผ่านมา การแปลหนังสือไทยเกิดขึ้นนาน ๆ ครั้ง ตามวาระพิเศษ ยังไม่เกิดกลไกตลาดที่แท้จริง โจทย์สำคัญต่อจากนี้ก็คือ จะทำอย่างไรให้ผลงานดี ๆ ของคนไทยเริ่มเป็นที่รู้จัก มีสำนักพิมพ์ต่างชาติสนใจได้เองโดยไม่ต้องใช้พลังขับเคลื่อนหรือโอกาสใดเป็นพิเศษ

 

03.jpg

 

          สำหรับโครงการ “พัฒนาทักษะนักแปลเผยแพร่วรรณกรรมไทยสู่สากล” ย้อนไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 โดยเริ่มจากการปูพื้นฐานและให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจบริบทวัฒนธรรม เพื่อวิเคราะห์ต้นฉบับ ถ่ายทอดอารมณ์ และน้ำเสียงของภาษาไทยไปยังภาษาอังกฤษอย่างมีศิลปะ การบรรยายหัวข้อแรก “พื้นฐานและหลักการแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ” ได้รับเกียรติจาก อาจารย์กฤตยา อกนิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ เจ้าของผลงานการแปลการ์ตูนสุดสาคร และภาพยนตร์เรื่องโหมโรง มาถ่ายทอดประสบการณ์ และฝึกแปลอย่างเข้มข้น  

 

04.jpg

 

          สัปดาห์ต่อมา โครงการฯ ขยับมาเน้นการฝึกฝนเครื่องมือให้นักแปลทำงานได้คล่องขึ้น ผ่านการอบรมเรื่อง “เครื่องมือและทรัพยากรช่วยในการแปล” โดยได้รับเกียรติจากคุณปกรณ์ กฤษประจันต์ นายกสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือใกล้ตัว ทั้ง Search Engine, MS Word, MS Excel หรือแม้กระทั่ง AI ของค่ายต่าง ๆ ในกระบวนการตั้งแต่การค้นคว้าหาข้อมูล สร้างคลังคำส่วนตัว ไปจนถึงการเกลาสำนวน โดยไม่ลืมแสดงทัศนะต่อการใช้ AI ช่วยแปล ว่าอยากให้นักแปลใช้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือการแปล อย่าใช้เป็นวิธีการหลัก

 

05.jpg

 

          สัปดาห์ที่สาม โครงการฯ เน้นที่ความเข้าใจในบริบทมากขึ้น กับการบรรยายในหัวข้อ “การทำความเข้าใจวรรณกรรมไทยเพื่อการแปล” โดย อาจารย์ ดร.รังสิมา นิลรัตน์ มาร่วมชี้ชวนให้เห็นว่าการแปลข้ามภาษา ข้ามวัฒนธรรม มีประเด็นอะไรบ้างที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษ และควรถ่ายทอดอย่างไร เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าถึงความงดงามของวรรณกรรมได้มากที่สุด

 

06.jpg

 

          ต่อมาในสัปดาห์ที่สี่ คุณก้อง ฤทธิ์ดี รองผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ และผู้แปล ‘ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต’ และ ‘พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ’ ผลงานรางวัลซีไรต์ของคุณวีรพร นิติประภา เป็นภาษาอังกฤษ ได้ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “เทคนิคการแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ” โดยได้แบ่งปันประสบการณ์ ‘การแปลออก’ ที่สั่งสมมาจากการทำงานหลายสิบปี และนำเคล็ดลับการทำงานมาฝากนักแปลรุ่นน้องมากมาย อาทิ การใช้ชีวิตกับภาษาอังกฤษจนคุ้นเคยและถ่ายทอดออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ แม้จะรู้ว่านั่นคือการ ‘แสดง’ เพราะถึงอย่างไรเราก็ไม่ใช่เจ้าของภาษาปลายทาง รวมถึงการค้นหาทางเลือกในการแปลที่ดีที่สุด และสะท้อนน้ำเสียงของผู้เขียนได้ดีที่สุดอีกด้วย

 

07.jpg

 

          สัปดาห์ที่ห้า ผศ.ดร. อรองค์ ชาคร บรรณาธิการหนังสือแปลหลายเล่ม เช่น ผลงานวรรณกรรมของ มาลา คำจันทร์ มาให้เคล็ดลับเกี่ยวกับการนำความรู้ด้านโครงสร้างของภาษาอังกฤษมาใช้ในการแปลวรรณกรรมให้สละสลวย รวมถึงหยิบยกตัวอย่างการแปลมาให้ผู้เรียนร่วมทดลองแปล ถก วิพากษ์ เพื่อสำรวจความแตกต่างของพื้นฐานภาษาไทยและอังกฤษ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการแปล

 

08.jpg

 

          นี่เป็นเพียงก้าวแรก ๆ ของการผลักดันส่งเสริมการส่งออกวรรณกรรมไทย เพราะนักแปลคือองค์ประกอบพื้นฐานแต่สำคัญของการเปิดประตูสู่โลกสากล ในขั้นต่อไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนที่จะต่อยอดความรู้และทักษะเพื่อผลักดันการส่งออกหนังสือไทยอย่างไม่หยุดยั้ง โดยทุกวันศุกร์ในเดือนกรกฎาคม 2568 คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านหนังสือ ร่วมกับ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) – OKMD, สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) และ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) จะจัดโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์วรรณกรรมไทยในตลาดโลก เพื่อเสริมทักษะให้นักเขียนและเจ้าของลิขสิทธิ์วรรณกรรมไทย ขายลิขสิทธิ์อย่างมืออาชีพ ถ่ายทอดโดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์จริงในเวทีเจรจาระดับนานาชาติ และยังมีแผนการที่จะดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อเสริมความเข้มแข็งของระบบนิเวศของการส่งออกหนังสือไทยในภาพรวม

บทความแนะนำ

พลังของคำว่า ‘ไม่’ ในวันที่ลูกกำลังเติบโต
บล็อก

พลังของคำว่า ‘ไม่’ ในวันที่ลูกกำลังเติบโต

บทเรียนแรกที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรได้เรียนไปพร้อมๆ กับลูกน้อยก็คือ พลังของคำว่า ‘ไม่’ นั่นเอง

415
สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม
บล็อก

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม

บทเรียนเล็ก ๆ ของการอ่านสื่อร่วมสมัย ที่เริ่มจากสตรอว์เบอร์รีร้องไห้ในฟีดมือถือ แล้วค่อย ๆ พาเราตั้งคำถามว่า ทำไมเราจึงเข้าใจความเจ็บปวดของผลไม้ที่ไม่มีอยู่จริงได้เร็วขนาดนี้ โดยไม่ต้องอ่านตำราเล่มหนา

182
มากกว่าถนน คือ หน้าประวัติศาสตร์
บล็อก

มากกว่าถนน คือ หน้าประวัติศาสตร์

TK Chat Walk ชวนเดินสำรวจถนนราชดำเนินผ่านสถาปัตยกรรม อาคาร และอนุสาวรีย์ที่ซ่อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ของรัฐและสังคมไทย เปิดมุมมองใหม่ให้เห็นว่า “ถนน” สายนี้คือหน้าประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตของกรุงเทพฯ

215
10 ทักษะชีวิตแบบฉบับเด็กยุคเก่า ที่อย่าลืมสอนเด็กรุ่นใหม่
บล็อก

10 ทักษะชีวิตแบบฉบับเด็กยุคเก่า ที่อย่าลืมสอนเด็กรุ่นใหม่

นอกการการเรียนรู้ผ่านสื่อต่างๆ แล้ว พ่อแม่ยุคใหม่ก็ต้องไม่ลืมสอนทักษะชีวิตที่จำเป็นให้ลูก

611
แวดล้อมการอ่านและการเรียนรู้ ปี 2025
บล็อก

แวดล้อมการอ่านและการเรียนรู้ ปี 2025

จากพื้นที่ห้องสมุดกลางเมือง สู่จังหวะใหม่ของการอ่านในชีวิตประจำวัน

258|อ่าน : 12 นาที
Time to Table เชื่อมคน เชื่อมเกม เชื่อมใจ
บล็อก

Time to Table เชื่อมคน เชื่อมเกม เชื่อมใจ

เรื่องราวของ Time to Table คาเฟ่บอร์ดเกมเชียงใหม่ ที่ยังตรึงใจทีมงาน TK Park

174|อ่าน : 10 นาที
ทำไมเราจึงไม่ “มูฟออน” จากหนังสือเล่มเก่า  จะดีหรือเปล่าหากชอบอ่านซ้ำ?
บล็อก

ทำไมเราจึงไม่ “มูฟออน” จากหนังสือเล่มเก่า จะดีหรือเปล่าหากชอบอ่านซ้ำ?

“หนังสือเล่มเก่าในดวงใจ” คือเพื่อนสนิทผู้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และยังวางรออยู่ในชั้นหนังสือที่เดิมเพื่อให้เรากลับมาทักทายอยู่เสมอ

2146
นิทานสร้างงานศิลป์ : ศิลปะที่บินอยู่บนท้องฟ้า เพราะพลังเรื่องเล่าคือขุมทรัพย์แห่งการเรียนรู้
บล็อก

นิทานสร้างงานศิลป์ : ศิลปะที่บินอยู่บนท้องฟ้า เพราะพลังเรื่องเล่าคือขุมทรัพย์แห่งการเรียนรู้

บอกเล่าเรื่องราวของนกเงือก นกผู้สร้างแห่งป่าฮาลาบาลา

239
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo