เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

ความรู้รอบ “ครัว” สำหรับเด็ก ๆ

ความรู้รอบ “ครัว” สำหรับเด็ก ๆ

431 | อ่าน : 10 นาที
5 กรกฎาคม 2567

20240704-Kids-in-the-Kitchen_1.jpg

 

         การพาเด็ก ๆ เข้าไปช่วยประกอบอาหารในครัว สำหรับพ่อแม่หลายคน แค่หลับตานึกก็อาจจะเห็นแต่ภาพความโกลาหล แต่ความวุ่นวายในครัวที่ว่านี้ อาจนำมาซึ่งการเรียนรู้แบบบูรณาการให้แก่เด็ก ๆ เพราะพ่อแม่สามารถทำให้การประกอบอาหารเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ ที่สร้างประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริง และทำให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาทักษะและสมองทั้งสองซีกอย่างสมดุล พร้อมเสริมสร้างพัฒนาการต่าง ๆ รอบด้าน

         ตลอดเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน 2567 อุทยานการเรียนรู้ TK Park จัดทำนิทรรศการ Le petit chef ที่ห้องเด็ก โดยนำเสนอเมนูง่าย ๆ ที่จะช่วยให้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง สามารถพาเด็ก ๆ เข้าครัวทำอาหารร่วมกัน พร้อมกิจกรรมสนุกอ่านสนุกคิด เพื่อสาธิตกิจกรรมให้พ่อแม่สามารถนำไปทำเองหรือต่อยอดที่บ้านได้ 

         สำหรับบทความนี้ TK Park สรุปข้อมูลเบื้องหลังกิจกรรมการประกอบอาหารของเด็ก ๆ ที่พ่อแม่ควรรู้ รวมถึงการเตรียมตัวเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสมในการทำอาหารร่วมกับเด็ก ๆ เพื่อให้กิจกรรมนี้เป็นไปอย่างสนุกสนานและเสริมสร้างพัฒนาการได้อย่างเต็มที่

 

20240704-Kids-in-the-Kitchen_2.jpg

 

         พาเด็กเข้าครัว: เด็ก ๆ ได้อะไร

         1. พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กและการทำงานร่วมกันระหว่างอวัยวะต่าง ๆ จากกิจกรรมเช่นการหั่นผัก หั่นผลไม้ ตักเกลือหรือน้ำตาลใส่ลงในหม้อ เทเครื่องปรุงและส่วนผสมลงไปในกระทะ การปั้นแป้งทำขนมหรือแม้กระทั่งการล้างผักหรือล้างอุปกรณ์เครื่องครัว

         2. พัฒนาการด้านจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ที่เกิดจากการที่เด็กได้มีส่วนร่วมในการจัดจานอาหาร เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางผัก การราดซอส หรือการจัดเรียงผลไม้

         3. พัฒนาการด้านประสาทสัมผัส เพราะการประกอบอาหารช่วยกระตุ้นการใช้ประสาทสัมผัสได้เป็นอย่างดี เช่น “ตา” เมื่อมองเห็นวัตถุดิบและส่วนผสมต่าง ๆ “มือ” เมื่อได้สัมผัสผิวของวัตถุดิบ ผักและผลไม้ต่าง ๆ ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร “หู” เมื่อฟังคำสั่งและคำแนะนำว่าขั้นตอนถัดไปคืออะไร ต้องทำอะไรต่อ รวมถึงเสียงสับหมู และเสียงเครื่องครัวทำงาน “จมูก” เมื่อได้กลิ่นของอาหารและเครื่องปรุงต่าง ๆ “ปาก” เมื่อชิมรสชาติของวัตถุดิบ เช่น เกลือมีรสเค็ม น้ำตาลมีรสหวาน หรือชิมเพื่อรู้ว่าอาหารที่ทำมีรสชาติอย่างไร ต้องเติมสิ่งไหนจึงจะได้รสชาติตามต้องการ

         4. พัฒนาการด้านอารมณ์และการมีสมาธิจดจ่อ เด็ก ๆ จะได้ฝึกการควบคุมอารมณ์และรอคอย เช่น เด็กบางคนใจร้อน อยากให้อาหารสุกเร็ว ๆ แต่ถ้าเอาอาหารออกจากเตาก่อนเวลา ก็จะได้กินอาหารที่ไม่สุก เป็นการฝึกให้เด็กควบคุมการแสดงออกทางอารมณ์ที่ดีและเข้าใจถึงความสำคัญของการรอคอยให้ถึงเวลาที่เหมาะสม

 

20240704-Kids-in-the-Kitchen_3.jpg

 

         5. พัฒนาการด้านสังคมและการแก้ไขปัญหา เด็กจะได้ฝึกทำงานร่วมกับผู้อื่นหรือการทำงานเป็นกลุ่ม ได้ฝึกการวางแผน แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ รู้จักการแบ่งปัน มีน้ำใจช่วยเหลือ และสื่อสารระหว่างกันด้วยความเห็นอกเห็นใจ

         6. ทักษะการใช้ภาษาและการสื่อสาร เพราะเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่จากวัตถุดิบ อุปกรณ์ และส่วนผสมที่นำมาใช้ในการประกอบอาหาร เช่น ถ้วย ชาม กระทะ เตาอบ ผักกาด แครอท น้ำปลา น้ำตาล เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้พัฒนาทักษะการพูดและการฟัง ผ่านการพูดคุยสนทนาตอบโต้หรือการแสดงความคิดเห็นอีกด้วย

         7. ทักษะความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ การปรุงอาหารเองจะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของวัตถุดิบว่าเมื่อนำมาปรุงจนสุกจะมีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอย่างไร การใส่เครื่องปรุงต่าง ๆ เช่น เกลือ น้ำตาล น้ำปลา ฯลฯ ถ้าใส่มากจะมีรสชาติอย่างไร ใส่น้อยจะมีรสชาติอย่างไร นอกจากนี้ ยังได้ฝึกฝนทักษะการเปรียบเทียบ การจำแนกประเภท การจัดกลุ่มของวัตถุดิบและส่วนผสมที่ใช้ในการประกอบอาหาร

         8. ทักษะความรู้ด้านคณิตศาสตร์ จากการชั่ง ตวง วัดเครื่องปรุง และส่วนผสมต่าง ๆ การเรียงลำดับ การนับจำนวน และการกะปริมาณ

         9. การสร้างสุขนิสัยในการบริโภคตามหลักโภชนาการ เช่น การทำผัดผักรวม จะช่วยให้เด็ก ๆ เรียนรู้ว่าผักมีประโยชน์ ให้วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เนื้อหมูให้สารอาหารประเภทโปรตีนและไขมัน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้เด็กเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ และปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อการรับประทานอาหารอีกด้วย

 

20240704-Kids-in-the-Kitchen_4.jpg

 

         พาเด็กเข้าครัว: พ่อแม่เตรียมตัวยังไง

         1. ดูแลความปลอดภัยเบื้องต้นภายในครัว ขณะเข้าครัวกับเด็ก ๆ พ่อแม่ต้องระวังของมีคม อุปกรณ์ ความร้อน และไฟ โดยเก็บอุปกรณ์อันตรายให้เป็นระเบียบและตกลงกติกาความปลอดภัยกับเด็ก ๆ ด้วย เช่น การไม่ให้เด็กหยิบมีดหรือของมีคมเอง ต้องอยู่ในการควบคุมดูแลของผู้ใหญ่ การใช้เตาและอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องมีผู้ใหญ่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด สอนให้เด็กเข้าใจถึงความร้อนและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากเตาไฟหรือเตาอบ งดการวิ่งเล่นในครัวหรือหยิบของร้อนโดยไม่มีผ้าจับ ฯลฯ

         2. ตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์ในครัว เช่น ตรวจสอบความแข็งแรงของมีด การทำงานของเตาไฟฟ้า และการเก็บของมีคมในที่ปลอดภัย หลังจากใช้เครื่องครัวเสร็จแล้วควรเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ 

         3. เตรียมรับมือเหตุฉุกเฉิน พ่อแม่ควรเตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้ในครัวเสมอ เผื่อในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นจะได้จัดการได้ทันท่วงที 

        4. จัดบทบาทและตารางเวลา เพราะการกำหนดเวลาและหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจนจะช่วยให้เด็กเข้าใจและปฏิบัติตามกฎได้ดีขึ้น พ่อแม่ยังสามารถใช้กรอบกติกาเหล่านี้สอนลูกให้รู้จักการทำงานเป็นทีมและแบ่งปันหน้าที่อย่างเหมาะสมได้ด้วย

 

          การให้เด็ก ๆ มีส่วนร่วมในครัว แม้บางครั้งอาจทำให้ห้องครัวเลอะเทอะไปบ้าง และใช้เวลาในครัวนานขึ้นสักหน่อย แต่อย่างน้อยเมนูที่ทำร่วมกันนั้นได้มากกว่าความอร่อย เพราะได้ความสำเร็จของเด็กตัวน้อยที่มาพร้อมกับพัฒนาการรอบด้าน เป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กในการสร้างตัวตนของตัวเอง และพ่อแม่เองก็ได้เป็นต้นแบบผู้นำที่ดี เกิดภาพลักษณ์เชิงบวกให้เด็ก ๆ ได้ซึมซับ พวกเขาจะภาคภูมิใจในการรับบทบาทเป็นลูกมือ และสามารถรับประทานอาหารได้หลากหลายและเหมาะสมกับวัยอย่างอบอุ่น มีความสุข เต็มเปี่ยมไปด้วยทักษะและประสบการณ์ที่ดี

 

         อ้างอิง: [1], [2], [3], [4]

บทความแนะนำ

ไม่อ่านหนังสือ คือไม่ชอบเรียนรู้ จริงหรือเปล่า?
บล็อก

ไม่อ่านหนังสือ คือไม่ชอบเรียนรู้ จริงหรือเปล่า?

ขยายพรมแดนนิยามคำว่าการอ่าน เข้าใจหลายหนทางการเรียนรู้ของเด็ก ที่ไม่จำกัดอยู่แค่ในเล่มหนังสือเท่านั้น

384
K-Pop Invasion เมื่อดนตรี K-pop รุกคืบสู่ตลาดโลก
บล็อก

K-Pop Invasion เมื่อดนตรี K-pop รุกคืบสู่ตลาดโลก

TK Park ชวนมองวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมเพลงป็อปจากแดนกิมจิ รากฐานวัฒนธรรมแข็งแรงที่ไม่ได้เกิดในชั่วข้ามคืน

1140|อ่าน : 10 นาที
แวดล้อมการอ่านและการเรียนรู้ ปี 2025
บล็อก

แวดล้อมการอ่านและการเรียนรู้ ปี 2025

จากพื้นที่ห้องสมุดกลางเมือง สู่จังหวะใหม่ของการอ่านในชีวิตประจำวัน

292|อ่าน : 12 นาที
TK พัก: กู้ร่างจากฤดูปาร์ตี้ฉ่ำ
บล็อก

TK พัก: กู้ร่างจากฤดูปาร์ตี้ฉ่ำ

TK Park สรุปวิธีที่จะช่วยคุณฟื้นตัว แล้วลุกขึ้นมาลงมือทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้ได้เร็ว ๆ

142|อ่าน : 10 นาที
AI x วัฒนธรรม: เมื่อเทคโนโลยีทำวัฒนธรรมไทยให้วิวัฒน์
บล็อก

AI x วัฒนธรรม: เมื่อเทคโนโลยีทำวัฒนธรรมไทยให้วิวัฒน์

TK Park ย้อนชมกิจกรรมในวาระครบรอบ 20 ปีของ TK Park โดย MIT Media Lab, Creatorsgarten และพิเชษฐ กลั่นชื่น แดนซ์ คอมพานี

428|อ่าน : 10 นาที
เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต
บล็อก

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต

ทำไมย่านที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยที่สุดแห่งหนึ่ง ถึงยังมีเรื่องที่ไม่เคยรู้อีกมาก คำถามนี้เป็นจุดตั้งต้นของกิจกรรมเดินทัวร์ "Learning Pranakorn จากบ้านหม้อ ถึงบางลำพู

222
10 เรื่องขำๆ ของ สตีเฟน คิง
บล็อก

10 เรื่องขำๆ ของ สตีเฟน คิง

ชวนสำรวจเรื่องราวสุดแปลกของพ่อมดแห่งโลกสยองขวัญ

526
เรื่องเล็ก เรื่องน้อย เรื่อง(ของคนหาด)ใหญ่
บล็อก

เรื่องเล็ก เรื่องน้อย เรื่อง(ของคนหาด)ใหญ่

TK Park คุยกับโตมร อภิวันทนากร นักฝึกอบรมเบื้องหลังงานบรรณาธิการสื่อการเรียนรู้สาระท้องถิ่นหาดใหญ่

286|อ่าน : 15 นาที
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.