เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

จากบอร์ดเกมสู่การเรียนรู้แบบทรงพลัง

จากบอร์ดเกมสู่การเรียนรู้แบบทรงพลัง

983 | อ่าน : 12 นาที
2 สิงหาคม 2566

01.jpg

          ทุกวันนี้ บอร์ดเกม (Board Game) เกมกระดานที่เคยเป็นแค่กิจกรรมยามว่างของคนยุคก่อน ๆ กลายเป็นสื่อของเล่นยอดฮิตที่หลายคนอุทิศเวลาให้อย่างจริงจัง และมีการใช้ประโยชน์เพื่อเสริมสร้างทักษะและการเรียนรู้ที่ต่อยอดไปใช้ในชีวิตประจำวัน จนกลายเป็นกระแสความนิยมไปทั่วโลก และในเอเชียเองก็มีการจัดเทศกาลบอร์ดเกมนานาชาติเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ TK Park ด้วย

          TK Park จึงขอใช้โอกาสนี้ บอกเล่าถึงเรื่องราวและบรรยากาศจากงานเวิร์กช็อป TK Board Game Workshop Playful Learning: เปลี่ยนบอร์ดเกมโปรดเป็นการเรียนรู้แบบทรงพลัง ที่ผู้อำนวยการสถาบันบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ และอุปนายกสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย ‘วรุตม์ นิมิตยนต์’ หรือ ‘เทอร์โบ’ มาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้วยตนเอง

          ในงานนี้ ทั้งน้อง ๆ วัยมัธยมฯ เหล่าผู้ปกครองและลูก ๆ และผู้ใหญ่ในวงการการศึกษาหรือผู้ที่รักการเล่นเกมอยู่แล้วก็ต่างมาเข้าร่วมกิจกรรม ได้ทำความรู้จักกับบอร์ดเกม และได้รับคำแนะนำถึงวิธีการเล่นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการใช้งานบอร์ดเกมอย่างเต็มศักยภาพ

02.jpg

รู้จักกับบอร์ดเกม

          บอร์ดเกม (Board Game) ประกอบด้วยกระดาน สื่อ หรืออุปกรณ์ที่จับต้องได้ แต่ละเกมมีอุปกรณ์และกติกาการเล่นแตกต่างกันออกไป โดยผู้ออกแบบจะกำหนดกติกา ซึ่งอาจมีทั้งแบบง่ายไปจนถึงกติกาที่ซับซ้อน บอร์ดเกมจึงแตกต่างไปเกมดิจิทัลตรงที่ผู้เล่นจะมีปฏิสัมพันธ์ พูดคุย หรือใช้กลยุทธ์เจรจาต่อรองกับผู้เล่นอื่นโดยตรงเพื่อดำเนินเกมให้บรรลุเป้าหมายตามกติกาที่กำหนด

          เทอร์โบแบ่งประเภทของบอร์ดเกมออกเป็น 4 ประเภท

  1. บอร์ดเกม Strategy เกมที่เน้นวางแผนและใช้กลยุทธ์ที่ผู้เล่นสามารถตัดสินใจได้เอง
  2. บอร์ดเกม Communication เกมที่เน้นการพูดคุยหรือเจรจาระหว่างกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ เช่น เกม Werewolf ที่ต้องพูดคุยโกหกกันเองเพื่อหาคนร้าย 
  3. บอร์ดเกม Action ที่ต้องอาศัยความว่องไวในการสังเกต พูดคุย และประลองปัญญา 
  4. บอร์ดเกม Logic เกมที่มีคำตอบปลายทางอยู่แล้ว แต่ผู้เล่นจะต้องตามหาคำตอบนั้น ๆ ด้วยการแก้ไขปริศนาต่าง ๆ

03.jpg

          ส่วนใหญ่ข้างกล่องบอร์ดเกมจะระบุอายุที่เหมาะแก่การเล่นคือ 8 ขวบขึ้นไป เพราะวัย 8 ขวบเป็นวัยที่เริ่มความเข้าใจกฎกติกา หรือเข้าใจวิธีเล่นเกมว่าจะต้องใช้การเดาใจ หรือใช้กลยุทธ์ใดในการหลอกล่อเพื่อบรรลุเป้าหมายของเกม ทั้งนี้ ข้อดีอย่างหนึ่งของบอร์ดเกมก็คือ หากผู้ปกครองต้องการเล่นกับลูก ๆ ที่มีอายุต่ำกว่า 8 ปี ก็สามารถตัดทอนกฎกติกาบางข้อออกเพื่อให้เกมซับซ้อนน้อยลงได้ แต่ผู้ใหญ่ก็ต้องอธิบายกระบวนการเล่น ไปจนถึงชวนคุยเนื้อหาของเกมเพื่อสร้างความเข้าใจให้เด็ก ๆ ก่อน เช่น ทำไมเกมนี้ถึงมีการโกหกกัน และทำไปเพื่ออะไร และอาจเปรียบเทียบว่าหากโกหกกันในชีวิตจริงอาจเกิดผลกระทบอะไรบ้าง

          “หากผู้เล่นมีความเข้าใจตัวเกมอย่างลึกซึ้ง เกมจะนำพาผู้เล่นไปค้นพบทักษะต่าง ๆ และพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีได้” เทอร์โบเล่า

04.jpg

 ประสบการณ์ที่เราเองก็เป็นเจ้าของได้

          เพื่อตอบคำถามที่ว่าบอร์ดเกมมีกระบวนการสร้างอย่างไร เทอร์โบได้ใช้เลนส์ของนักออกแบบบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้อธิบายให้ฟังว่า บอร์ดเกมคือแบบจำลองที่ถอดออกมาจากชีวิตจริงอีกที ตัวอย่างเช่น  “ลูกเต๋า” มีที่มาจากเกมบันไดงู มีจุดตั้งต้นมาจากความต้องการจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาและการเวียนว่ายตายเกิด ให้คนในยุคหนึ่งเกิดความเชื่อว่า ‘มนุษย์ถูกกำหนดโดยโชคชะตา’ จึงมีการใช้ลูกเต๋าเพื่อเสี่ยงทายชะตาของผู้เล่นเกม 

          “ดังนั้น เมื่อผู้สร้างเกมมองเรื่องนั้น ๆ ในชีวิตจริงเป็นอย่างไร ก็จะมำมุมมองนั้นมาถ่ายทอดลงในเกม แล้วตัดทอนรายละเอียดบางอย่างเพื่อความสะดวกของผู้เล่น บอร์ดเกมจะเปิดพื้นที่ให้คนได้ค้นพบตัวตนหรือทักษะต่าง ๆ ผ่านการเล่นเกม หรือการเข้าไปสู่โลกจำลองนี้ด้วยกัน เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การเรียนรู้โดยตรง ที่มีแต่คุณเท่านั้นที่จะค้นพบและสามารถเป็นเจ้าของได้เองโดยที่ไม่ต้องมีใครมาบอกให้เราต้องรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้”

05.jpg

เล่นอย่างไรให้เกิดการเรียนรู้

          หลักการเล่นบอร์ดเกมให้เกิดการเรียนรู้ เริ่มจากการเลือกเกมให้สอดคล้องไปกับทักษะที่ผู้เล่นจะได้รับ  “วิธีการเลือกเกมมี 2 แบบ อย่างแรก ตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ให้ชัดเจนว่าอยากได้ทักษะอะไร แล้วเลือกเกมที่ส่งเสริมทักษะนั้น ๆ มาลองเล่นดู ส่วนอย่างที่สอง สมมติว่าเรามีเกมอยู่แล้ว ก็ลองเล่นเกมที่มี แล้ววิเคราะห์ดูว่า เกมนี้ให้ทักษะอะไร และนำพาเราไปสู่การเรียนรู้อะไร”  

          เทอร์โบได้นำ ‘12 ทักษะชีวิตที่จำเป็น’ (The 12 Core Life Skills) ของ UNICEF มาเป็นเป้าหมายของการพัฒนาแนวทางที่จะทำให้การเรียนรู้ระหว่างการเล่นบอร์ดเกม สามารถเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาทักษะชีวิตได้ โดยให้ผู้เล่นลองสังเกตตนเองดูว่า ได้ใช้ทักษะชีวิต 12 ด้านไหนบ้างระหว่างเล่นเกม

          ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เล่นบอร์ดเกม Chinatown ร่วมกัน โดยผู้เล่นแต่ละคนจะสวมบทเป็นชาวจีนที่ย้ายมาตั้งรกรากใน Chinatown และต้องซื้อที่ดินเพื่อสร้างธุรกิจของตัวเอง ผู้เล่นจึงจำเป็นต้องเจรจาต่อรองโฉนดธุรกิจร้านค้ากับผู้เล่นคนอื่น ๆ เทอร์โบสร้างเงื่อนไขเพิ่มด้วยการกำหนดระยะการเล่นต่อรอบเพียง 15 นาที และให้ผู้เล่นจับคู่สร้างทีมเพื่อแลกเปลี่ยนธุรกิจกับฝ่ายตรงข้าม

06.jpg

          แน่นอนว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และมีผู้เล่นที่ไม่เคยเล่นเกมนี้มาก่อนด้วย ในเกมแรกจึงมีอาการเคอะเขินกันอยู่บ้าง แต่เวลาที่เร่งรีบก็เป็นตัวแปรหลักที่ทำให้แต่ละคนหยิบทักษะมาใช้โดยไม่รู้ตัว เช่น decision making หรือการตัดสินใจ ความกล้าที่จะคุยกับคนแปลกหน้า ทักษะ problem solving เพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด และทักษะอื่น ๆ เพื่อให้ได้ครอบครองพื้นที่เพื่อสร้างธุรกิจของตัวเอง 

          “บอร์ดเกมเป็นเกมที่ไม่ได้เน้นแค่ทักษะใดทักษะหนึ่ง เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ คุณจะค้นพบว่า ตนเองขุดอีกหลากหลายทักษะมาใช้ในการเล่น บอร์ดเกมยังทำให้คุณได้รู้จักอีกฝ่ายมากขึ้น จากที่ปกติเราอาจไม่มีเรื่องอะไรให้คุยกันเลย”ดังนั้น หลังจบเกมจึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราจะมานั่งถอดบทเรียนการเรียนรู้ หรือ After play ชวนผู้เล่นพูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการเล่นเกม การถอดบทเรียนนี้ช่วยส่งเสริม critical thinking ทำให้การคิดวิเคราะห์ของเราดีขึ้น

          เทอร์โบนำทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory) ของ David A. Kolb มาใช้ถอดบทเรียนใน 4 ขั้นตอน ทฤษฎีดังกล่าวค่อย ๆ พาเราคิดทีละขั้นโดยไม่ต้องเร่งรีบ เพื่อให้สมองได้มีเวลาประมวลผลและตกตะกอน

  • ขั้นที่ 1 Concrete Experience: ผู้เล่นได้เข้าไปเล่นบอร์ดเกมแล้วเป็นอย่างไร 
  • ขั้นที่ 2 Reflective Observation:  รู้สึกอย่างไรบ้าง ทำอะไร เห็นอะไรบ้าง
  • ขั้นที่ 3 Abstract Conceptualization: ได้บทเรียนอะไร เราได้ฝึกอะไรบ้าง
  • ขั้นที่ 4 Active Experimentation: เราสามารถเอาบทเรียนที่ได้ไปใช้จริงในชีวิตได้อย่างไร 

07.jpg

ประเมินผลเพื่อพัฒนาศักยภาพต่อไป

          การประเมินผลแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรก  “เล่นจนรู้จัก” คือการเล่นเพื่อให้เรารู้จักและเข้าใจเกมนั้น ๆ จนเริ่มวางแผนเพื่อเชื่อมโยงและปรับแผนเข้าสู่การเล่นในรอบต่อ ๆ ไป ส่วนระยะที่สอง “เล่นจนเข้าใจ” หรือเล่นจนแตกฉานในคอนเซ็ปต์ของเกม จนสามารถเข้าใจวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่เป็นเบื้องลึกของเกมนั้น ๆ 

          “เพราะการเล่นเกมนั้น เล่นครั้งเดียวไม่เพียงพอ ต้องเล่นบ่อย ๆ เพื่อให้มองเห็นคอนเซ็ปต์ของเกม ดังนั้น เราต้องประเมินว่าตัวเราอยู่ในระดับไหนแล้ว ลองสังเกตมุมมองของผู้เล่นคนอื่น ๆ แล้วบันทึกการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และนำสิ่งที่ได้มาพูดคุยกันหลังเล่นเกมจบเพื่อนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากเกมมาใช้ในชีวิตจริง”

          สิ่งที่ค้นพบจากการเล่นเกม Chinatown ครั้งแรก คือสกิลการปรับตัวเพื่อเอาตัวรอดให้รู้เท่าทันเกม ได้สังเกตการพูดคุยของผู้เล่นคนอื่น ๆ เพื่อเรียนรู้กลยุทธ์การต่อรองมาใช้กับการเล่นของตัวเองบ้าง เกมนี้ยังทำให้เรากล้าตัดสินใจในเวลาที่จำกัดอย่างไม่ลังเล ซึ่งถ้าเราไม่ลองเล่นเกมนี้ เราก็คงไม่ได้สังเกตเห็นทักษะหรือศักยภาพนี้ที่มีอยู่ในตัวเอง

          บอร์ดเกมไม่เคยตัดสินผู้เล่นว่าเล่นแบบไหนคือถูกหรือผิด ทุกการเล่นคือการทดลอง สามารถปรับใช้ในชีวิตจริงได้ อย่างที่เทอร์โบกล่าวไว้ว่า “บอร์ดเกมคือการจำลองประสบการณ์มาให้เราได้ลองผิดลองถูก ลองทำความเข้าใจ ลองจนและลองรวยในเกม นี่แหละคือหัวใจสำคัญของบอร์ดเกม”

บทความแนะนำ

จักรวาลผีอาเซียน สู่วงการบอร์ดเกมระดับสากล
บล็อก

จักรวาลผีอาเซียน สู่วงการบอร์ดเกมระดับสากล

TK Park เตรียมพร้อมบินลัดฟ้า พานักออกแบบบอร์ดเกมไทยไปงาน TOBE 2025

110|อ่าน : 12 นาที
TK Park พาเปิดบทเรียนอันทรงคุณค่า จาก “คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ”
บล็อก

TK Park พาเปิดบทเรียนอันทรงคุณค่า จาก “คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ”

กว่า 50 ปี บนเส้นทางการศึกษา กับบทบาทผู้ต่อจิ๊กซอว์ “การเรียนรู้” ให้สังคมไทย พร้อมเจาะ “7 บทเรียนที่ต้องเรียนรู้” พาไทยสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ได้แบบไม่รู้จบ

243|อ่าน : 15 นาที
สอนลูกให้พร้อมเผชิญโลก แบบ “มาตาลดา”
บล็อก

สอนลูกให้พร้อมเผชิญโลก แบบ “มาตาลดา”

ชวนสำรวจบทบาทของแม่ในการคุ้มภัยทางอารมณ์ให้ลูกผ่านละครมาตาลดา

717|อ่าน : 12 นาที
Read Fest: 20 ปี TK Park กับ 'สนามเด็กเล่น' ของสมองที่สนามกีฬาแห่งชาติ
บล็อก

Read Fest: 20 ปี TK Park กับ 'สนามเด็กเล่น' ของสมองที่สนามกีฬาแห่งชาติ

พื้นที่แห่งปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ตลอด 5 วัน โดย TK Park และกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

158|อ่าน : 10 นาที
มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม  ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม
บล็อก

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม

"ถ้าในชีวิตจริงเราไม่วิจารณ์คนแปลกหน้า... แล้วทำไมบนโลกออนไลน์เราถึงทำ?" อย่าปล่อยให้ อิสระ บนหน้าจอ ทำเราลืมมารยาทและคุณธรรมที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะโลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว และไม่ใช่อภิสิทธิ์ในการทำร้ายใคร

159
บ้าน หนังสือภาพ และงานศิลปะ: เส้นทางสร้างสรรค์ของก้อย สกุณี ณัฐพูลวัฒน์
บล็อก

บ้าน หนังสือภาพ และงานศิลปะ: เส้นทางสร้างสรรค์ของก้อย สกุณี ณัฐพูลวัฒน์

ชวนทำความรู้จัก “ก้อย สกุณี ณัฐพูลวัฒน์” นักเขียน นักวาดภาพประกอบ และเจ้าของ Koi’s Living Gallery ผู้ถ่ายทอดความรักต่อหนังสือ ศิลปะ และความหมายของบ้าน ผ่านเส้นทางสร้างสรรค์ที่เติบโตไปพร้อมจินตนาการ

196
ความรู้รอบ “ครัว” สำหรับเด็ก ๆ
บล็อก

ความรู้รอบ “ครัว” สำหรับเด็ก ๆ

TK Park ชวนพ่อแม่พาลูกเข้าครัว กับนิทรรศการ Le petit chef และกิจกรรมสนุกอ่านสนุกคิดที่ห้องเด็ก TK Park (ก.ค. ถึง ก.ย. 67)

425|อ่าน : 10 นาที
Meanlee กับลายเส้นที่เปิดพื้นที่ให้ความต่างอยู่ร่วมกัน
บล็อก

Meanlee กับลายเส้นที่เปิดพื้นที่ให้ความต่างอยู่ร่วมกัน

ลายเส้นของ มีน – ธันยธรณ์ ลี้ไวโรจน์ คือภาพแทนแนวคิด “The Difference” ของ Learning Fest Bangkok 2026

162
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.