เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือกิจกรรมร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเงื่อนไขและข้อตกลง
เกี่ยวกับเรา
การเดินทางติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. สื่อการเรียนรู้ของ TK Park
  4. บทความ
บทความ

ความรู้

Self–Esteem ภูมิคุ้มกันที่เกิดจาก 'ฉันรักตัวเอง'

Self–Esteem ภูมิคุ้มกันที่เกิดจาก 'ฉันรักตัวเอง'

519

        Self–Esteem น่าจะเป็นคำที่คุณพ่อคุณแม่คุ้นหู หรือเคยผ่านตามาบ้าง
        ความหมายของ Self–Esteem คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรกับการเลี้ยงลูก
        ครูเม-เมริษา ยอดมณฑป นักจิตวิทยาด้านเด็กและครอบครัว เจ้าของเพจ ตามใจนักจิตวิทยา จะมาพูดคุยถึงความหมายและความสำคัญของ Self-Esteem รวมทั้งเจาะลึกรายละเอียดเทคนิคการเลี้ยงลูกให้ภาคภูมิใจในตัวเอง และมีภูมิคุ้มกันความผิดหวัง เพื่อให้ลูกรับมือกับความผิดพลาดต่างๆ ได้ เมื่อต้องออกไปเผชิญโลกภายนอก

20201014_Banner-BlogEsteem01.jpg
           Self-Esteem คือการสร้างความมั่นใจในตัวตนของตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญต่อเด็กมาก เพราะการให้เด็กเติบโตโดยรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ตัวเองเป็นคนสำคัญ จะทำให้เขาพัฒนา Self–Esteem ขึ้นมาได้ อย่างแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องนึกถึงคือ ในวันที่ลูกซุกซนไม่น่ารัก เราผลักไสไล่ส่งเขาหรือเปล่า หรือทำลาย Self-Esteem เขาด้วยไหม เช่น พูดว่าไปอยู่คนเดียวเลย ไม่รักแล้ว เพราะคำพูดนี้จะทำให้ลูกรู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่จะรักเขาเฉพาะเวลาเขาเป็นเด็กดี ทั้งที่ตัวตนของเด็กมีทั้งดีและไม่ดี ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากทำให้เขามี Self – Esteem ต้องยอมรับลูกรอบด้าน สอนสิ่งที่เขาต้องปรับปรุงพัฒนา ไม่ทิ้งเขาไว้ลำพัง
20201014_Banner-BlogEsteem02.jpg
           Self – Esteem ไม่ใช่ความกล้าแสดงออก ไม่ได้แปลว่าจะต้องขึ้นไปพูดบนเวทีได้ เด็กที่มี Self-Esteem คือเด็กที่สามารถยืนหยัดบนตัวเขาเอง ปฏิเสธอย่างเหมาะสม บอกความต้องการได้ มีความมั่นคงในตัวเอง ต้องสร้างตั้งแต่เด็กยังเล็กๆ ตั้งแต่เขายังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นให้ความรัก หิวให้นม ร้องไห้ให้กอด ไม่สบายให้อุ้ม เขาจะรู้ว่าเป็นที่ต้องการ และอย่าลืมสอนให้เขารู้จักช่วยเหลือตนเอง ดูแลข้าวของเครื่องใช้ตัวเองได้
          เด็กที่ช่วยเหลือตัวเองได้จะมีการพัฒนา Self-Esteem ที่มั่นคง เมื่อลูกมี Self-Esteem ที่ดี จะทำให้เมื่อเขาเจออุปสรรคอะไร เขาจะบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร เขามีแรงจะสู้ใหม่ เขามีความสามารถ ถ้า Self-Esteem ไม่ดี เขาจะรู้สึกว่าวันนี้ไม่อยากทำแล้ว ไม่กล้าทำสิ่งใหม่ๆ หรือสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เวลาเจออะไรที่รุนแรงเขาอาจจะซึมเศร้า เสี่ยงต่อการเป็นโรคทางจิตเวชได้
20201014_Banner-BlogEsteem03.jpg
        พฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่แบบไหนที่ทำให้ Self-Esteem ต่ำลง
        พฤติกรรมที่คุณพ่อคุณแม่คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีแล้วจึงเผลอทำไป เช่น ปกป้องลูกจนเกินเหตุ ทำให้ทุกอย่างให้หมดเพราะอยากให้ลูกสบาย เด็กที่ไม่เคยลองทำอะไรเขาจะกลัวความผิดพลาด กลัวทำแล้วไม่ดีเหมือนคุณพ่อคุณแม่ทำให้ คิดว่าจะต้องเป็นแบบแผนนี้อย่างเดียวแบบที่แม่ทำเท่านั้น อีกอย่างหนึ่งคือการเปรียบเทียบลูกกับคนอื่น ซึ่งจะทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ฉันทำให้ดีที่สุดของฉันแล้วก็ยังไม่ดี นั่นเพราะมีคนที่ดีกว่า ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะในชีวิตเรามีคนที่ดีกว่าอยู่แล้ว

        ผู้ใหญ่ควรชมเด็กอย่างไร เพื่อไม่ให้ชมแล้วเหลิง จนสุดท้ายกลายเป็นไม่กล้าชม
        การชมมีสองแบบ แบบแรกชมไว้ก่อน เด็กไม่เข้าใจหรอกว่าเขาทำอะไรดี แบบที่สองคือการชมที่ดี คือการชมเพื่อพัฒนา ชมที่การกระทำของเด็ก อย่างเช่น ลูกช่วยล้างจาน ก็ชมลูกว่า “ขอบคุณมากเลยลูกวันนี้ช่วยแม่ล้างจาน” ถ้าบอก “เยี่ยมเลยลูก” เด็กจะไม่เข้าใจว่าอะไรเยี่ยม และถ้าอยากให้เขาทำได้ดีกว่านี้ ก็อาจจะพูดกับเขาว่า “เดี๋ยวคราวหน้าหนูลองใช้ฟองน้ำอันนี้เพิ่มนะ” เราแนะวิธี แต่ไม่บอกว่าเขาดีไม่พอ
         การชมที่การกระทำจะทำให้เด็กพัฒนาไปไกล แต่การชมแบบขอไปทีจะทำให้ไม่เกิดผล เขารู้สึกว่าคำชมเฝือ ไม่แตกต่าง วันไหนที่ลูกพยายามมากคุณพ่อคุณแม่ต้องชมมากว่าวันอื่น แต่ถึงอย่างไรก็ต้องชมทั้งคู่ เพราะอย่างน้อยเขาก็ลงมือทำ แต่ควรจะแตกต่างกันให้เด็กได้รู้ว่าความพยายามที่แตกต่างกันทำให้เขาได้รับคำชื่นชมที่แตกต่างกันด้วย และสุดท้ายเมื่อลูกช่วยเหลือตัวเองได้ เขาจะเผื่อแผ่ไปถึงคนอื่น ซึ่งเป็นการยืนยันกลับมาว่าตัวเขามีคุณค่า สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้ เกิดเป็นความภูมิใจในตัวเอง
20201014_Banner-BlogEsteem04.jpg
         เด็กที่มี Self–Esteem จะมีวิธีรับมืออย่างไรเมื่อพบความผิดหวัง
         Self–Esteem ที่ดีจะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ดี และการรับผิดชอบต่อการกระทำ เด็กที่มี Self–Esteem จะมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง รับผิดชอบต่อการเลือกของตัวเขาได้ ดังนั้นถ้าเขาเลือกแล้วผิดพลาด เขาจะสามารถรับความผิดหวังได้เพราะเขาเลือกเอง แต่เด็กที่ไม่ได้ใช้ Self–Esteem เป็นตัวตั้ง แต่ใช้ความรู้สึกนึกคิดของคนอื่น หรือเลือกตามคนอื่น เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้นจะมีสองอย่างตามมา คือ ไม่อยากรับผิดชอบเพราะเขาไม่ได้เป็นคนเลือก เขาจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอำนาจในการควบคุมสถานการณ์ใดๆ เมื่อเกิดปัญหาเขาจะเลือกหนีปัญหา หรืออีกแบบหนึ่งคือเขาจะรู้สึกว่าตัวเองแก้ปัญหาตรงนี้ไม่ได้ จะเลือกใช้วิธีเกรี้ยวกราด ไม่ทำ หรือให้คนอื่นรับผิดชอบต่อการกระทำตัวเอง เพราะที่ผ่านมามีคนทำแทนให้ ซึ่งกรณีนี้จะเกิดขึ้นเมื่อคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ให้เขารับผิดชอบตัวเองตามวัย

        คุณพ่อคุณแม่จะสื่อสารอย่างไรกับลูกเพื่อไม่ให้เป็นการลด Self–Esteem
        Self–steem จะถูกพัฒนาในวัยเด็ก เขากำลังลองผิดลองถูกเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นช่วงที่เด็กทำพลาดมาก ด้วยอุปสรรคร่างกายที่ยังไม่โตเต็มที่และสมองที่ยังไม่โตเต็มวัย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องรับรู้ก่อนว่า ไม่ใช่เรื่องแย่ที่ลูกจะผิดพลาด ต้องยอมรับได้ และค่อยๆ สอนอย่างตั้งใจ ใจเย็น ไม่ดุทันทีที่ทำพลาด เด็กจะพัฒนาการรับรู้ได้ว่าเขาสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ และไม่เป็นไรที่จะทำพลาด แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่คอยจ้องจับผิด คอยบ่น เก็บทุกรายละเอียดว่าทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่ได้ เด็กจะคิดว่าฉันไม่ควรทำอะไรเลย จะกลายเป็นว่าฉันไม่ควรทำแบบนี้เพราะฉันทำไม่ดี ให้คุณพ่อคุณแม่ทำแล้วกัน
        เด็กเล็กเป็นวัยที่ชอบเป็นผู้ช่วย เขาอยากทำในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำ ดังนั้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่มุ่งประเด็นไปที่การเรียนรู้มากกว่าผลลัพธ์ เด็กจะเรียนรู้ว่าฉันสามารถทำสิ่งนี้ได้ แม้จะไม่ดีแต่ก็ต้องฝึกฝนแล้วเขาจะทำได้ดีขึ้น แต่ถ้ามุ่งไปที่ผลลัพธ์ว่าทำงานบ้านจะต้องสะอาด จะกลายเป็นเราบ่นเขาเมื่อเขาทำเสร็จ ทำให้เขาไม่กล้าลงมือทำอะไรอีกเพราะกลัวถูกบ่น  
20201014_Banner-BlogEsteem05.jpg
         ถ้าเด็กผิดหวังจากการไม่เป็นที่รักของใครสักคน เขาจะรู้ว่าพอกลับมาบ้านเขายังมีคุณพ่อคุณแม่ที่รักเขา เขาจะค่อยๆ เรียนรู้และปรับวิธีการใหม่ๆ ในการสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น เขาจะไม่รู้สึกว่าแค่เพื่อนคนเดียวปฏิเสธเขา หมายถึงโลกทั้งใบจะปฏิเสธเขา เขาจะกล้าไปทำความรู้จักกับเพื่อนคนอื่น เขาจะรู้ว่าไม่จำเป็นว่าคนทุกคนต้องชอบเขา เด็กที่ไม่มีคุณพ่อคุณแม่ที่รักเขามากๆ เขาจะรู้สึกว่าการที่เขาไม่ได้รับความรักจากใครสักคนเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะเขาไม่เคยได้รับมันมาก่อน ดังนั้นพอถูกปฏิเสธความรักจึงเป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นสิ่งที่เขาขาด แต่ถ้าเขามีความรักที่เต็มจากคุณพ่อคุณแม่อยู่แล้ว เขาจะรู้สึกว่าไม่เป็นไร เพราะเขายังมีความรักตรงนี้อยู่

         จะบอกกับคุณพ่อคุณแม่ที่ผิดหวังในตัวลูกอย่างไร เพื่อให้เข้าใจลูก
         คุณพ่อคุณแม่ต้องกลับมาทบทวนว่าเด็กทำผิดไม่ใช่เพราะเขาอยากทำผิด ต้องหาสาเหตุว่าที่เขาทำผิดเพราะอยากให้เราสนใจเขาหรือเปล่า สังเกตว่าช่วงเวลานั้นเราให้ความสำคัญกับลูกน้อยลงไปหรือไม่ เช่น คุณพ่อคุณแม่มีลูกอีกคนที่ยังเล็ก ลูกคนโตอาจจะเรียกร้องให้กลับมาสนใจเขาบ้าง ถ้าแบบนั้นต้องกลับไปให้เวลาเขามากขึ้น การที่เด็กทำผิดเพราะเขาได้รับความกระทบกระเทือนใจหรือเปล่า เขาเลยกระทำแบบนี้ออกมา หรืออาจจะเป็นการเลียนแบบผู้ใหญ่ในรูปแบบของเด็ก เช่น พูดล้อเลียนตามผู้ใหญ่
          เด็กที่ทำผิดซ้ำๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าที่ถูกคืออะไร คุณพ่อคุณแม่บ่นเขาอย่างเดียวหรือเปล่า เคยสอนเขาไหมว่าที่ถูกต้องต้องทำอย่างไร เด็กทุกคนเวลาทำผิดเขาต้องการคนที่มาสอนเขา มาคุยกันว่าเกิดอะไรขึ้น จึงจะเป็นวิธีแก้ที่ดี  

23 พฤศจิกายน 2563

บทความแนะนำ

ฝ่าวิกฤติซ้อนวิกฤติ กับธุรกิจสิ่งพิมพ์
บล็อก

ฝ่าวิกฤติซ้อนวิกฤติ กับธุรกิจสิ่งพิมพ์

วิธีการปรับตัวอย่างไรเพื่อให้อยู่รอดต่อไปได้

เที่ยวตามหนังสือ
บล็อก

เที่ยวตามหนังสือ

10 สถานที่ เป็นแรงบันดาลใจให้นักเขียนสร้างสรรค์วรรณกรรมคลาสสิคสุดอมตะ

อาหารไทย ‘อร่อย’ ยังไง?
บล็อก

อาหารไทย ‘อร่อย’ ยังไง?

TK Park ชวนอ่านหนังสือว่าด้วยสำรับคาวหวานที่ประกอบร่างเป็นความอร่อยแบบไทย ๆ

ระหว่างรอไหว้พระจันทร์ มา have fun ที่ TK Park!
บล็อก

ระหว่างรอไหว้พระจันทร์ มา have fun ที่ TK Park!

TK Park คัดสรรสื่อการเรียนรู้มาบริการทุกคน ระหว่างรอให้ถึงคืนไหว้พระจันทร์

8 หนังสือที่มีแมวเหมียวซุกตัวอยู่เคียงข้าง อ่านแล้วเยียวยาหัวใจ
บล็อก

8 หนังสือที่มีแมวเหมียวซุกตัวอยู่เคียงข้าง อ่านแล้วเยียวยาหัวใจ

มีอะไรสุขใจยิ่งกว่า เจ้าแมวเดินมาซุกตัวข้างๆ ‘ทาส’ อีกละ

เรียนรู้ธุรกิจ การเงิน การลงทุน ผ่าน 10 หนังสืออ่านฟรีจาก TK Park Online Library
บล็อก

เรียนรู้ธุรกิจ การเงิน การลงทุน ผ่าน 10 หนังสืออ่านฟรีจาก TK Park Online Library

การอ่านหนังสือนับว่าเป็นอีกตัวช่วยในการเรียนรู้เรื่องธุรกิจได้เป็นอย่างดี

จากนักอ่าน สู่นักเปลี่ยนแปลงสังคม
บล็อก

จากนักอ่าน สู่นักเปลี่ยนแปลงสังคม

ผู้ก่อตั้ง School of Changemakers มาแนะนำแนวคิดและชุดหนังสือเพื่อเป็นคู่มือสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม

รู้จัก 5 นักเขียนนิยายจีนมาแรงบนเว็บไซต์จิ้นเจียง
บล็อก

รู้จัก 5 นักเขียนนิยายจีนมาแรงบนเว็บไซต์จิ้นเจียง

แนะนำ 5 นักเขียนนิยายจีน บนเว็บไซต์วรรณกรรมยอดฮิต jjwxc.net

110
418
186
|อ่าน : 10 นาที
76
|อ่าน : 10 นาที
751
6627
137
|อ่าน : 15 นาที
10327
|อ่าน : 15 นาที