เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือกิจกรรมร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเงื่อนไขและข้อตกลง
เกี่ยวกับเรา
การเดินทางติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. สื่อการเรียนรู้ของ TK Park
  4. บทความ
บทความ

ความรู้

16 หนังสือที่จะพาคุณออกเดินทางไปค้นหาตัวคนที่หล่นหาย

16 หนังสือที่จะพาคุณออกเดินทางไปค้นหาตัวคนที่หล่นหาย

592

16Book-01.jpg          บนเส้นทางชีวิตที่ดำเนินไปในแต่ละวัน บางคราวเราอาจเหนื่อยล้าหรือสับสนกับตนเองว่ามาถูกทางแล้วหรือเปล่า เพราะอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาอาจพัดพาเอาความฝัน ความหวัง กระทั่งตัวตนของเราให้หลุดปลิวไปที่ใดสักแห่ง...
          เราจึงอยากชวนมาหยุดพักทุกความสับสน แล้วทบทวนถึงตัวตนที่หล่นหายไปกับหนังสือแนะนำ 16 เล่ม จาก 16 วิทยากรในเสวนาออนไลน์ ‘Journey to Find Yourself’ ที่รวบรวมวิทยากรหลากหลายแวดวงมาแบ่งปันประสบการณ์ ตั้งแต่ ‘การค้นหา’ ไปจนถึง ‘การค้นพบ’ ตัวตนในแบบของตนเอง

16Book-02.jpg          1. วิชารู้รอบ
          ชื่อภาษาอังกฤษ Range โดย David Epstein แปลโดย ทีปกร วุฒิพิทยามงคล
          แนะนำโดย หนุ่ม - โตมร ศุขปรีชา / นักเขียน
          หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ ‘ทำอะไรได้หลายอย่าง แต่ไม่เก่งเลยสักอย่าง’ และกำลังรู้สึกท้อถอยหรือกังวลใจกับความเป็น ‘เป็ด’ ในตัวเอง หนุ่ม-โตมรแนะนำหนังสือ ‘Range’ โดย David Epstein
          “หนังสือเล่มนี้จะยกตัวอย่างจากหลากหลายวงการมาบอกว่าที่จริงแล้วบางครั้ง การรู้กว้างก็อาจจะดีกว่ารู้ลึกได้ด้วยเหมือนกัน เล่มนี้เป็นเล่มอ่านสนุกที่ทำให้เราเข้าใจความเป็นเป็ด และอาจจะทำให้หลายคนเข้าใจตัวเองมากขึ้นด้วย”
           Range คือหนังสือขายดีอันดับหนึ่งแห่ง New York Times ที่ว่าด้วยข้อได้เปรียบของการเป็นเป็ด พร้อมเรื่องราวของผู้คนที่สร้างสรรค์สิ่ง ‘พิเศษ’ ให้กับโลกใบนี้ จากการ ‘รู้รอบ’ มากกว่า ‘รู้ลึก’ อย่างสตีฟ จ็อบส์ที่เคยกล่าวว่าวิชาอักษรวิจิตร มีประโยชน์กับงานสายเทคโนโลยีของเขาอย่างมาก แม้จะไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรงก็ตาม รวมทั้งตัวอย่างผู้คนในแวดวงหลากหลายที่จะทำให้คุณเข้าใจความพิเศษของ ‘เป็ด’ มากยิ่งขึ้น

16Book-03.jpg          2. The Power of Now โดย Eckhart Tolle
          แนะนำโดย เมษ์ - เมษ์ ศรีพัฒนาสกุล / CEO LUKKID
          เมื่อการจ่อมจมอยู่ในอดีตหรือกังวลใจกับอนาคต อาจทำให้เราหลงลืมสิ่งสำคัญอย่าง ‘ปัจจุบัน’ ไปโดยสิ้นเชิง เชื่อว่าหนังสืออีกเล่มที่จะช่วยดึงเรากลับมาให้อยู่กับเรื่องราวตรงหน้าได้ คือ ‘The Power of Now’ โดย Eckhart Tolle ซึ่งเมษ์แนะนำว่าเป็นเล่มที่เหมาะกับช่วงเวลาที่กระแสสังคม หรือเสียงของคนรอบข้างกำลังทำให้เรารู้สึกไขว้เขวและสับสน
          “เรารู้สึกว่าเล่มนี้พออ่านแล้วพาเราคิดตาม เห็นภาพชัดดีว่าการอยู่กับปัจจุบันมันสำคัญยังไง หลายครั้งความไม่ชัดมันเกิดขึ้นเพราะเราไปฟังอะไรเยอะเกิน เราไหลตามเสียงของสังคม ไหลตามโซเชียลมีเดียที่มันมีผลต่อความเป็นตัวของเราเอง เราเลยมีความรู้สึกว่าบางครั้งการกด pause แล้วอยู่กับตัวเองจริง ๆ ฟังตัวเองบ้าง ไม่ไหลไปตามเสียงอื่น ๆ มันอาจจะทำให้เราเห็นสิ่งที่เราแคร์ สิ่งที่เป็นตัวเราชัดขึ้น”

16Book-04.jpg           3. Houses with a Story (Yoshida Seiji Art Works)
           แนะนำโดย ฮ่องเต้-กนต์ธร เตโชฬาร / ศิลปิน Art of Hongtae
           ถ้าคุณเป็นสายถนัดดูมากกว่าอ่าน ฮ่องเต้-กนต์ธ แนะนำหนังสือญี่ปุ่นภาพสวยดีไซน์เก๋ แต่เปี่ยมด้วยความหมายอันลุ่มลึกอย่าง ‘Houses with a Story’ (Yoshida Seiji Art Works) หนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวของนักออกแบบผู้ตั้งโจทย์ว่า จะออกแบบบ้านจากคาแรกเตอร์ของเจ้าของบ้านแต่ละคน โดยมีทั้งผู้หญิงที่เลี้ยงมังกร นักบินอวกาศรีไทร์ เอลฟ์ ไปจนถึงลูกหมู
           “ตัวตนมัน reflect ออกมาผ่าน architecture ผ่าน design ผ่าน lifestyle ต่าง ๆ เรารู้สึกว่ามันเป็นความงดงามของความเป็นตัวเองจริง ๆ เมื่อคุณเป็นตัวเอง ถึงจุดหนึ่งมันฉายออกมาได้ชัดเจน แล้วมันสวยงาม แล้วที่เล่มนี้มันสวยมาก ๆ เพราะว่าทุกบ้านมันอยู่ด้วยกัน”
          “เรารู้สึกว่าการเป็นตัวเองให้ชัดเจนแล้วไปอยู่ในสังคม คุณไม่ต้องกลัวที่จะเป็นตัวเองเลย เพราะว่ามันสวยงามในแบบของคุณ เราว่าเล่มนี้นอกจากจะให้ความสวยงามของรูปภาพ ความเท่ของการออกแบบแล้ว มันให้ไอเดียนี้กับเรา”

16Book-05.jpg           4. โอกาสสุดท้าย, ในวันตายของเรา
           ชื่อภาษาอังกฤษ They Both Die at the End โดย Adam Silvera แปล Tulip
           แนะนำโดย มาย-กษิรา พรนภดล / Creative Strategy Director, The MATTER
           ในวันที่เราลืมฟังเสียงหัวใจตัวเอง หนังสืออย่าง They Both Die at the End อาจเป็นเครื่องเตือนสติให้เรานึกทวนถึงสิ่งสำคัญในชีวิตก็เป็นได้ เพราะมายด์เล่าว่าหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวในโลกสมมุติที่มี sms แจ้งเตือนว่า นี่คือวันสุดท้ายก่อนที่เราจะหมดลมหายใจ (แล้วก็เป็นไปตามนั้นจริง ๆ) ซึ่งหนึ่งวันก่อนลาโลกใบนี้ ตัวละครในหนังสือจะพาไปสำรวจสิ่งสำคัญอย่างแท้จริงในชีวิตของพวกเขา
          “เรื่องนี้มันเหมือนเป็นการเตือนคนที่ค่อนข้าง extreme ว่าวันที่เราจะตายกลายเป็นวันที่เราเห็นตัวเองจริง ๆ ว่าเราคืออะไร เราเป็นใครกันแน่ แล้วเราอยากทำอะไร ซึ่งมันเหมือนเป็นการตั้งคำถามให้ตัวเองด้วยว่า ถ้าสมมุติพรุ่งนี้เราไม่อยู่แล้ว ตัวเลือกในชีวิตของเรามันคืออะไร แล้วสิ่งสุดท้ายที่เราอยากจะถูกจดจำในสังคมแบบนี้มันคืออะไร”

16Book-06.jpg          5. โปรดโอบกอดมนุษย์ลูก โดย  วีรพร นิติประภา
          แนะนำโดย แหม่ม-วีรพร นิติประภา / นักเขียน
         ‘โปรดโอบกอดมนุษย์ลูก’ ผลงานจากปลายปากกาของ แหม่ม-วีรพร นิติประภา ที่จะพาย้อนมองรายละเอียดการเติบโตของ ‘มนุษย์ลูก’ เพื่อให้คนเป็นลูกเข้าใจตัวเองมากยิ่งขึ้น ขณะที่ ‘มนุษย์พ่อ’ และ ‘มนุษย์แม่’ ก็ได้ทบทวนรายละเอียดรายทางระหว่างการเลี้ยงลูกที่ผ่านมา
         “เป็นหนังสือที่เขียนสำหรับพ่อแม่รุ่นใหม่ แต่ว่ามันก็ยกปัญหาของเด็กที่โตในยุคนี้ไว้พอสมควร ตั้งแต่เรื่องเลือกเรียนสิ่งที่พ่อแม่อยากให้เรียน ก็จะรวมอยู่ในนี้ด้วย ดังนั้นสำหรับผู้อ่านที่อายุน้อย ๆ พี่แนะนำให้มีติดไว้”

16Book-07.jpg          6. วัยหนุ่ม โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์
          แนะนำโดย เบนซ์-ธนชาติ ศิริภัทราชัย / นักเขียน, ผู้กำกับ SALMON HOUSE
          บางคราวที่ความคาดหวังของสังคมตีกรอบรูปแบบ ‘ความสำเร็จ’ ให้กับเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน หรือแม้แต่การใช้ชีวิต และเมื่อไม่สามารถเป็นไปตามความคาดหวังเหล่านั้นได้ ก็อาจจะทำให้รู้สึกผิดพลาดหรือล้มเหลว  ทั้งที่จริงแล้วชีวิตไม่จำเป็นต้องก้าวไปตามกรอบของสังคมเสมอไป เช่นเดียวกับเรื่องราวในหนังสือ ‘วัยหนุ่ม’ ผลงานการเขียนของวรพจน์ พันธุ์พงศ์
           “เราอ่านผลงานพี่หนุ่มตั้งแต่ปี 2 ซึ่งนานมาก ต้องบอกว่าเขาเป็นคนที่ทำงานสัมภาษณ์คน เขาจะเจอคนเยอะ เดินทางเยอะ มันเลยทำให้เขาเขียนความเรียงเกี่ยวกับชีวิตแล้วเราเห็นแง่อื่นของชีวิต ตอนนั้นเราอยู่ในช่วงที่กำลังขับเคี่ยวกับเพื่อนในคณะ พอเรียนนิเทศศาสตร์ทำสายโฆษณาปุ๊บ มันก็จะมีเส้นทางของมันที่ต้องทำอย่างนี้นะ ต้องไปเวิร์กช็อปโฆษณานะ ต้องไปฝึกงานเอเจนซี ต้องชนะการประกวด พอได้อ่านในตอนนั้น ความรู้สึกโดยรวมคือชีวิตมันไม่ต้องสมบูรณ์มากก็ได้ มันมีข้อบกพร่องมันมีรอยตำหนิได้ ตราบใดที่คุณรู้สึกว่ามันมีความหมาย มันโอเค”

16Book-08.jpg         7. No One Is Too Small To Make A Difference โดย Greata Thunberg
         แนะนำโดย อัด - อวัช รัตนปิณฑะ / นักแสดง
         No One Is Too Small To Make A Difference คือหนังสือที่รวบรวมสุนทรพจน์ของ Greata Thunberg เยาวชนตัวเล็กที่ออกมาขับเคลื่อนเรื่องใหญ่ ๆ อย่างภาวะโลกร้อน ซึ่งอัดมองว่าหนังสือเล่มนี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและสะท้อนกลับมายังสังคมไทยในปัจจุบัน
         “สิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่ามันส่งผลแล้วก็ให้กำลังใจเรามากคือ เขาเป็นเด็กอายุน้อยอยู่ แต่เขาออกมาเรียกร้อง แล้วก็โดนต่อว่าต่างๆ นานา การอ่านหนังสือของเกรตา มันให้กำลังใจเราทั้งในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เรารู้สึกว่าถึงเวลาที่ต้องออกมาทำอะไรบางอย่างแล้ว สองคือมันเอามาปรับได้กับภาพของสังคมไทยที่ ณ วันนี้ พลังของคนรุ่นใหม่มันเปลี่ยนแปลงได้ แล้วผมรู้สึกว่ามันกำลังเกิดสิ่งนั้นอยู่ แล้วสิ่งที่ผมเรียกร้องอยู่ทุกวัน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่บางทีมันรู้สึกหมดหวังในทุก ๆ วัน แต่พอเราได้อ่าน เราได้เห็นพลังของเกรตาที่เขาสู้สุดใจ มันทำให้รู้สึกว่า เราต้องสู้ต่อ มันจะเปลี่ยนได้ ก็เลยอยากแนะนำ เพื่อเป็นการเติมแรงบันดาลใจ”

16Book-09.jpg          8. Changemaker เสียงเล็ก ๆ ของเด็กเปลี่ยนโลก โดย ญา-ปราชญา ศิริมหาอาริยะโพธิ์ญา
          แนะนำโดย ญา-ปราชญา ศิริมหาอาริยะโพธิ์ญา / Founder Mental Me
          การขับเคลื่อนให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ได้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่เพียงเท่านั้น เพราะเด็กและเยาวชนก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน และนั่นคือความเชื่อของญา-ปราชญา ศิริมหาอาริยะโพธิ์ญา เด็กสาวที่ออกมาขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพจิตตั้งแต่อายุ 12 ปี เพื่อให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีในประเทศไทย สามารถเข้าพบจิตแพทย์ได้ด้วยตัวเอง โดยญาได้ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ผ่านหนังสือที่ชื่อว่า ‘Changemaker เสียงเล็ก ๆ ของเด็กเปลี่ยนโลก’
          “เล่มนี้ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็อ่านได้เลย เพราะว่าผู้ใหญ่เขาก็จะเข้าใจปัญหาของเด็กมากขึ้น หรือว่าถ้าเป็นเด็ก ตอนนี้มีปัญหาอะไรอยู่ เล่มนี้ก็จะมีโซลูชั่นหลายอย่างที่จะแก้ไข แล้วก็รู้สึกว่ามันเสริมพลังเด็กที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลง บางคนอาจจะรู้สึกว่าเราเด็กไปหรือเปล่า เราทำไม่ได้หรือเปล่า ถ้าเราลองอ่านเล่มนี้ดูอาจจะมีแรงบันดาลใจหลาย ๆ อย่าง แล้วก็ลองลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างที่อยากแก้ไข”

16Book-10.jpg          9. เดินเล่น : a walk ญี่ปุ่น 3 ฤดู โดย มนทิรา จูฑะพุทธิ
          แนะนำโดย นีท-เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์ / นักจิตวิทยาประจำ Starfish Education
          ในช่วงการระบาดของเชื้อโควิด-19 อาจทำให้หลายคนเริ่มคิดถึงการออกเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติ ชมวิวสวย ๆ และชิมอาหารรสอร่อย นีท-เบญจรัตน์จึงอยากชวนทุกคนมาออกเดินทาง (ทิพย์) ไปกับหนังสือ ‘เดินเล่น : a walk ญี่ปุ่น 3 ฤดู’ ที่มีทั้งภาพวาดสีน้ำ ลายเส้นสบายตา พร้อมกับเรื่องราวอันแสนน่ารักในประเทศญี่ปุ่น
           “ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 บางทีเรามีความเครียดเต็มไปหมด ก็อยากพาทุกคนพักใจมาเดินเล่นกับญี่ปุ่น 3 ฤดู เพื่อเพิ่มความสุขให้กับตัวเอง รวมถึงถ้าหากเราอยากเพิ่มความสัมพันธ์ดี ๆ ในครอบครัว เราอาจจะเลือกบางเมนูในหนังสือเล่มนี้ มาทำอาหารญี่ปุ่นกันก็ได้ ก็เป็นความสัมพันธ์น่ารัก ๆ”

16Book-11.jpg         10. Here We Are: Notes for Living on Planet Earth เขียนโดย Oliver Jeffers
         แนะนำโดย นิดนก-พนิตชนก ดำเนินธรรม / นักเขียน โฮสต์รายการ Salmon Podcast
         หากความเปลี่ยวเหงาเข้าปกคลุมหัวใจ จนคุณเริ่มรู้สึกโดดเดี่ยวท่ามกลางโลกอันแสนวุ่นวาย นิดนก-พนิตชนก แนะนำหนังสือ ‘Here We Are: Notes for Living on Planet Earth’ เขียนโดย Oliver Jeffers
          “เล่มนี้พูดถึงเรื่องที่ใหญ่มากนะ คือเรื่องของโลกและจักรวาล แล้วค่อย ๆ ย่อยลงมาจนถึงระดับเรา แต่มันทำให้เรารู้ว่าจริง ๆ แล้วเรามีความสัมพันธ์กับทุกสิ่ง เราไม่ได้เกิดมาตัวคนเดียว ถ้าอ่านจนจบมันจะเป็นความคิดที่ว่า ถ้าเรารู้สึกว่าไม่มีใครแล้วยังมีพ่ออยู่ตรงนี้ แต่ว่าถ้าไม่มีพ่ออยู่ตรงนั้นแล้ว ยังมีคนอีกมากมาย แล้วมันก็มีอีกมากมายจริง ๆ ถ้าเปิดดูภาพในหนังสือเล่มนี้ก็จะเห็นคนต่อคิวเป็นล้าน ๆ คนที่รอจะคุยกับเราอยู่ เราเติบโตมีตัวตนของเราแหละ แต่ว่าเราอยู่คนเดียวไม่ได้ เรายังอยู่กับทุกคนบนโลก แล้วเราจะผ่านมันไปได้”

16Book-12.jpg          11. เสียดายแย่ถ้าพ่อแม่ไม่ได้อ่าน
          ชื่อภาษาอังกฤษ The Book You Wish Your Parents Had Read  เขียนโดย Philippa Perry แปลโดย ดลพร รุจิรวงศ์
         แนะนำโดย โดม-ธิติภัทร รวมทรัพย์ นักจิตวิทยา / เจ้าของเพจ He, Art, Psychotherapy
         ‘the book you wish your parent had read เสียดายแย่ถ้าพ่อแม่ไม่ได้อ่าน’ คือผลงานการเขียนของ Philippa Perry นักจิตบำบัดมากประสบการณ์ที่จะพาไปสำรวจความสัมพันธ์ของพ่อแม่ลูก ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเลี้ยงดูที่ส่งผลต่อการเติบโต ไปจนถึงคำแนะนำที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งโดม-ธิติภัทร เล่าถึงหนังสือเล่มนี้ว่า
“หนังสือเล่มนี้ดีมาก เป็นเรื่องประสบการณ์วัยเด็ก บาดแผลในวัยเด็กจากความสัมพันธ์ของพ่อแม่ หรือพ่อแม่ที่เกิดรอยแผลมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า แล้วมันส่งผลต่อมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน อีกอย่างที่ผมชอบมากคือมันมีแบบฝึกหัด ถ้าเรามีเสียงในหัวที่เป็นลบแบบนี้ เราจะจัดการมันอย่างไร เขาก็จะมีวิธีการบอกมาให้เป็นขั้นตอนอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องมาถามว่า เอ้ย เราทำถูกหรือเปล่า มันค่อนข้างชัดเจนทำตามได้ง่าย ถ้าคนที่มีลูก ก็สามารถอ่านเพื่อเข้าใจลูก แต่ถ้าไม่มีก็อ่านเพื่อทำความเข้าใจตัวเองว่าเราในวัยเด็กเจออะไรประมาณไหนมา แล้วควรจะจัดการอย่างไร”

16Book-13.jpg          12. ด้านมืดของผู้ตามหาแสงสว่าง
          ชื่อภาษาอังกฤษ The Dark Side of The Light Chasers เขียนโดย Debbie Ford แปลโดย ภัทริณี เจริญจินดา
          แนะนำโดย อีฟ - มาริษา รุ่งโรจน์ / ช่างภาพและคุณแม่
          เพราะมนุษย์ย่อมมีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง บางครั้งการรู้เท่าทันอคติภายในใจ และเข้าใจที่มาพฤติกรรมด้านลบของตนเอง ก็อาจช่วยให้เราได้เยียวยาบาดแผล หรือพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นจนสามารถเปลี่ยนด้านมืดให้กลายเป็นจุดแข็งได้เช่นเดียวกัน ซึ่งใครที่อยากเข้าใจตัวเองมากขึ้น อีฟแนะนำหนังสือ ‘The Dark Side of the Light Chasers ด้านมืดของผู้ตามหาแสงสว่าง’ ที่เขียนโดย Debbie Ford
           “มันเป็นหนังสือเกี่ยวกับพฤติกรรมของคน เหมือนบางครั้งเราปฏิเสธด้านมืดของตัวเองจนทำให้เราไม่สามารถที่จะเติบโตได้ คือมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ทำไมเราถึงรู้สึกกับคน ๆ หนึ่งมาก ๆ หรือรู้สึกกับพฤติกรรมด้านลบนี้มาก ๆ ซึ่งมันอาจจะก่อร่างสร้างตัวมาจากอดีตที่เราเคยมีบาดแผล ดังนั้นหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ทำให้เราได้หาประโยชน์จากด้านมืดของตัวเราเอง มันเป็นหนังสือที่ทำให้เราได้คุยกับตัวเองว่า ทำไมเราถึงมีพฤติกรรมแบบนี้ หรือทำไมเราถึงรู้สึกกับสิ่ง ๆ นี้มาก”

16Book-14.jpg          13. We Are Okay เขียนโดย Nina LaCour
          แนะนำโดย บอส-นฤเบศ กูโน / ผู้กำกับ
          หากคุณเคยบอกว่า ‘โอเค’ ทั้งที่ ‘ไม่โอเค’ แล้วซุกปัญหาซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ใต้พรม บอส-นฤเบศชวนอ่านเล่ม ‘WE ARE OKAY’ เขียนโดย Nina LaCour ซึ่งทำให้เราได้ลองสังเกต ยอมรับและโอบกอดความรู้สึก ‘ไม่โอเค’ ของตัวเองบ้าง เพื่อให้สุดท้ายแล้วเรารู้สึก ‘โอเค’ อย่างที่พูดจริง ๆ
          โดยหนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ผ่านพบความสูญเสีย โดดเดี่ยว โศกเศร้า ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ค่อยๆ เผยออกมาเมื่อเธอได้พบกับเพื่อนสนิทที่ขาดการติดต่อกันไปแสนนาน
         “บอสเลือกแนะนำหนังสือเล่มนี้ เพราะเราได้กระเทาะความรู้สึกข้างใน ลึก ๆ เราจริง ๆ ว่า เราแค่ยอมรับว่าข้างในเราไม่โอเค แล้วหลายๆ อย่างที่มันอยู่ตรงหน้าอาจจะง่ายขึ้นก็ได้”

16Book-15.jpg          14. Beyond the Gender Binary เขียนโดย Alok Vaid-Menon
          แนะนำโดย โอ๊ต - พัฒนพงศ์ มณเฑียร / ศิลปิน, นักเขียน
          สำหรับใครที่กำลังมองหาหนังสือเกี่ยวกับความลื่นไหลทางเพศ และการมองเห็นความงดงามในความหลากหลาย โอ๊ตแนะนำหนังสือ Beyond the Gender Binary ผลงานของศิลปินชาวอินเดียน-อเมริกันอย่าง Alok Vaid-Menon
         “หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องความลื่นไหลของเพศสภาพ จากผู้ที่เรียกตนเองว่าเป็น Queer หรือ Non-binary ผู้เขียนเล่าจากประสบการณ์ของเขาเลยว่า เขารู้สึกยังไง และพยายามก้าวผ่านกำแพงหรือกรอบนั้นไปได้ยังไง
การอ่านเล่มนี้ทำให้เราได้เอาตัวเราไปอยู่ในมุมมองของคนอื่น หรือที่เรียกว่า Put on someone else’s shoes และหนังสือเล่มนี้ก็ถือว่าเป็นรองเท้าที่งดงามนะ ถ้าใครอยากจะลองสวมมันดู ลองคิดดูว่าถ้าเราเป็นแบบเขาเราจะทำตัวยังไง เราจะรู้สึกอึดอัดไหม และถ้าเรารู้สึกอย่างนั้น ในอนาคตเราเจอคนแบบนี้ ควรจะปฏิบัติต่อเขายังไง เราเลยอยากแนะนำเล่มนี้”

16Book-16.jpg         15. Women Don't Owe You Pretty เขียนโดย Florence Given
         แนะนำโดย เมล-เมลดา ฉัตรวิสสุตา / Founder That Mad Woman
         หนังสือบางเล่มนอกจากจะให้แง่คิดอะไรบางอย่างแล้ว อาจเป็นพลังให้ใครสักคนเริ่มลงมือทำอะไรบางอย่าง เช่นเดียวกับหนังสือ ‘Women Don't Owe You Pretty’ ที่เขียนโดย Florence Given ว่าด้วยเรื่องราวที่ส่งพลังให้กับผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิ การแต่งกาย ความรัก การกำหนดขอบเขตต่าง ๆ ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ เมล-เมลดา เริ่มทำเพจ That Mad Woman อีกด้วย “เป็นหนังสือที่ empower ผู้หญิง และเป็นเล่มที่เมลอ่านแล้วเปลี่ยนชีวิตเมลเลย เป็นเล่มที่มีพลังมาก เพราะว่าหนังสือเล่มนี้ทำให้เมลเริ่มทำเพจเฟมินิสต์ด้วยค่ะ”

16Book-17.jpg          16. เพศแห่งสยาม : ประวัติศาสตร์ความหลากหลายทางเพศ โดย สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม)
          แนะนำโดย  พรีส - ณฐกมล ศิวะศิลป / สมาชิกกลุ่ม Non-Binary Thailand
          ชวนมาเติมความรู้และเพิ่มเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศในบริบทสังคมไทยไปกับหนังสือ ‘เพศแห่งสยาม : ประวัติศาสตร์ความหลากหลายทางเพศ’ หนังสือที่จัดทำขึ้นสำหรับนิทรรศการ  'ชายหญิงสิ่งสมมุติ' ของมิวเซียมสยาม ในปีพ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นเล่มที่รวบรวมข้อมูล งานวิจัย กฎหมาย บันทึกประวัติศาสตร์ บทสัมภาษณ์ เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจรากฐานแนวคิดเรื่องความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจทั้งตัวเองและคนอื่น ๆ รวมทั้งการปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายในสังคม




31 ตุลาคม 2564

บทความแนะนำ

เปิดวาร์ป 10 หนังสือไลท์โนเวล อ่านสนุกจนวางไม่ลง
บล็อก

เปิดวาร์ป 10 หนังสือไลท์โนเวล อ่านสนุกจนวางไม่ลง

นิยายที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นและนักอ่านรุ่นใหม่

5 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากนิทานภาพของคาซูมะ อาเนะซากิ
บล็อก

5 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากนิทานภาพของคาซูมะ อาเนะซากิ

การสร้างสรรค์นิทานภาพเพื่อปลูกฝังเรื่องธรรมชาติตั้งแต่เด็ก ถ้าเด็กๆ ไม่เข้าใจพื้นฐานและเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่แรก ก็จะไม่สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาได้

วรรณกรรมคืองานเขียนสะท้อนชีวิต
บล็อก

วรรณกรรมคืองานเขียนสะท้อนชีวิต

บทบันทึกวิชาการเขียนแบบฉบับนักเขียนซีไรต์สองสมัย วีรพร นิติประภา

คลังคอร์สออนไลน์น่าเรียนในแอป Overdrive
บล็อก

คลังคอร์สออนไลน์น่าเรียนในแอป Overdrive

คอร์สออนไลน์ใน Overdrive มีให้เลือกกว่า 300 เรื่อง หลากหลายแขนง

ดูการ์ตูนกระตุ้นต่อม...?
บล็อก

ดูการ์ตูนกระตุ้นต่อม...?

อะไรคือสิ่งที่ผู้อ่านหรือผู้ชมได้รับจากดาบพิฆาตอสูร

ทำอย่างไร ไม่ให้เด็กเลิกอ่าน
บล็อก

ทำอย่างไร ไม่ให้เด็กเลิกอ่าน

ผลสำรวจของ Schlolastic พบว่ากลุ่มเด็กรักการอ่านเเริ่มอ่านน้อยลงมากเมื่ออายุ 9 ขวบเป็นต้นไป

ใคร อ่านอะไร ที่ TK Alive ในรอบปี 2020
บล็อก

ใคร อ่านอะไร ที่ TK Alive ในรอบปี 2020

ส่องเทรนด์การอ่าน หนังสือที่ถูกยืมมากที่สุดในปี 2020

TK Park จับมือเครือข่ายรับมือ Covid-19
บล็อก

TK Park จับมือเครือข่ายรับมือ Covid-19

มาตรการควบคุมและป้องกันไวรัสโควิด-19 เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคในแหล่งเรียนรู้

10817
79
193
615
2860
326
114
275