This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

เลี้ยงลูกยุคใหม่ให้ตอบโจทย์เทรนด์โลก

เลี้ยงลูกยุคใหม่ให้ตอบโจทย์เทรนด์โลก

527

cover.jpg

          ในช่วงราว 2 ปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าอาจเป็นหนึ่งในช่วงที่ท้าทายที่สุดสำหรับพ่อแม่มือใหม่ก็ว่าได้ วิกฤตการณ์ Covid-19 ที่กินเวลายาวนานต่อเนื่องนานนับปีไม่เพียงแต่ทำให้วิถีชีวิตของคนทำงานหลายๆ คนเปลี่ยนแปลงไป แต่ยังรวมไปถึงเด็กๆ ที่ถูกตัดขาดจากสังคมแวดล้อมในวัยเรียนรู้ เมื่อรวมเข้ากับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อมโลกยิ่งทำให้การดูแลเด็กๆ เป็นเรื่องที่ยากขึ้นเพราะไม่เพียงแต่พ่อแม่ต้องทำหน้าที่แทนครูและเพื่อน ช่วยเติมเต็มสังคมที่ขาดหายไปของลูก แต่ยังต้องรับมือกับปัญทางสุขภาพจิต ความโดดเดี่ยว และอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของเด็กๆ อีกด้วย ในวันนี้เราจึงอยากพาคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ไปเรียนรู้ถึงเทรนด์การเลี้ยงลูกที่ตอบโจทย์โลกในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง อะไรที่ควรทำ และอะไรที่ควรหลีกเลี่ยง เรารวมไว้ให้แล้ว

TrendChildren-01.jpg

         ควรทำ: พูดคุยเรื่องบาดแผลทางใจกับลูก

         ช่วงวัยเด็กเป็นวัยที่พัฒนาการและการเรียนรู้ทางอารมณ์กำลังเติบโต ในขณะเดียวกันก็มีความเปราะบางและมีภูมิต้านทานต่อสิ่งที่มากระทบต่ำ เด็กๆ อาจสูญเสีย Self-esteem จากคำพูดหรือการกระทำที่มากระทบ ถูก Bully จากเพื่อน คนรอบตัว หรือคนในโซเชียลมีเดียได้ง่าย ตลอดจนถูกทำร้ายทางอารมณ์จากคนในครอบครัว ทำให้เกิดเป็นบาดแผลที่ฝังแน่นในใจยากรักษา

          โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่เด็กๆ ต้องหยุดไปโรงเรียนและใช้ชีวิตโดยขาดปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นก็อาจสร้างบาดแผลจากความเครียดและความโดดเดี่ยวให้พวกเขาได้เช่นกัน การแก้ปัญหาให้กับเด็กๆ จึงไม่ใช่การบอกให้พวกเขาอดทนหรือพยายามใช้ชีวิตให้มีความสุข แต่เป็นการนำปัญหาเหล่านั้นมาพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาและหาวิธีแก้ร่วมกัน เพื่อไม่ให้บาดแผลเหล่านั้นขยายใหญ่กลายเป็นปมภายในใจของเด็กๆ

TrendChildren-02.jpg

          ควรทำ: ให้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ปลอดภัย

          เป็นเรื่องปกติที่เด็กยุคนี้จะใช้เวลาบนโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดียมากขึ้น นอกจากการควบคุมให้เด็กๆ ใช้เวลาอย่างเหมาะสมแล้ว อีกหนึ่งหัวข้อที่สำคัญไม่แพ้กันคือการทำให้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ปลอดภัยของพวกเขา

          ความปลอดภัยที่หมายถึงปลอดภัยจากภัยภายนอก และปลอดภัยจากการถูกลิดรอนสิทธิ์ แทนที่จะห้ามไม่ให้พวกเขาใช้โซเชียลมีเดียโดยสิ้นเชิง การสอนให้พวกเขาใช้โซเชียลมีเดียได้อย่างปลอดภัย ไม่หลงไปกับคำชักชวนที่ไม่เหมาะสมหรือการคุกคามจากมิจฉาชีพดูจะช่วยป้องกันอันตรายให้พวกเขาได้มากกว่า ในขณะเดียวกันพ่อแม่ก็ต้องเคารพสิทธิ์ของเด็กๆ ด้วย โดยการไม่รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวบนโซเชียลโดยไม่ขออนุญาต เพราะนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดให้กับเด็กๆ แล้วยังทำให้พวกเขาหมดความเชื่อใจในตัวผู้ปกครองเช่นกัน

TrendChildren-03.jpg

          ควรทำ: มอบของขวัญที่มีคุณค่าไม่ใช่มูลค่า

          สำหรับบ้านที่ไม่ค่อยมีเวลาให้กับลูก พ่อแม่หลายคนเลือกจะชดเชยช่วงเวลาเหล่านั้นด้วยของขวัญชิ้นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นของเล่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องเกมราคาแพง เพราะคิดว่าของขวัญที่มีราคามากจะช่วยทดแทนความรู้สึกของเด็กๆ ได้ ในความเป็นจริงเด็กวัยที่ยังไม่โตมากนัก พวกเขาไม่เข้าใจถึง ‘มูลค่า’ ของสิ่งของ แต่พวกเขาเข้าใจถึง ‘คุณค่า’ ได้จากบริบทแวดล้อม

          ลองเปลี่ยนจากของขวัญที่มีราคามาเป็นประสบการณ์ดีๆ ให้กับพวกเขากันดีกว่า โดยอาจเป็นเพียงกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัว หรือการไปเที่ยวสถานที่ใหม่ๆ ในวันหยุด นอกจากจะทำให้พวกเขารับรู้ถึงความรักจากครอบครัวแล้ว ยังช่วยให้เขามีพัฒนาการทางอารมณ์ในเชิงบวกอีกด้วย

TrendChildren-04.jpg

          ควรทำ: ปรับทัศนคติเรื่องความเป็นกลางทางเพศ

          เทรนด์ความเป็นกลางทางเพศ หรือ Gender neutral เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศในช่วงหลายปีมานี้ โดยเป็นแนวคิดที่ดีที่ควรจะรับมาปรับใช้ในไทยเช่นกัน

          แนวคิดนี้คือการไม่กรอบลูกด้วยเพศที่ถือกำเนิด แต่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้และเลือกเพศด้วยตัวเอง ตัวอย่างของการเลี้ยงลูกภายใต้แนวคิดนี้ เช่น การตั้งชื่อลูกที่ฟังดูไม่ระบุเพศ การไม่ใช้สีฟ้าแทนเด็กชายหรือสีชมพูแทนเด็กหญิง หรือแม้แต่การเปิดโอกาสให้พวกเขาเลือกจะใส่กระโปรงหรือกางเกงได้ด้วยตัวเอง แน่นอนว่าเด็กๆ อาจจะถูกสังคมส่วนใหญ่มองว่าแปลกแยก ซึ่งพ่อแม่ก็มีหน้าที่ต้องอธิบายและช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้เช่นกัน

TrendChildren-05.jpg

         ไม่ควรทำ: เป็นผู้ฟังที่แย่

         หนึ่งในปัญหาที่พ่อแม่มักจะพบจากลูกวัยหัวเลี้ยวหัวต่อคือพวกเขามักจะรู้สึกว่าเด็กๆ ชอบดื้อและไม่พูดความจริง ในความเป็นจริงแล้วมีหลายครอบครัวที่เด็กๆ ซึมซับพฤติกรรมนั้นมาจากพ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ฟังที่แย่มาก่อน เวลาที่เด็กต้องการพูดคุย ปรึกษา หรืออธิบาย พ่อแม่บางคนมักจะทำกิจกรรมอื่นๆ ไปด้วย พวกเขาแสร้งทำคล้ายว่ากำลังฟังแต่แท้จริงแล้วกลับไม่ได้เข้าใจถึงสิ่งที่เด็กต้องการสื่อสารจริงๆ

          ยิ่งเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งก็ยิ่งเป็นการบั่นทอนความมั่นใจและ Self-esteem ของเด็กๆ การพูดโดยไม่ถูกรับฟังทำให้พวกเขารู้สึกถูกเพิกเฉย รู้สึกถูกลดทอนความสำคัญ ท้ายที่สุดเด็กๆ ก็จะเกิดความรู้สึกไม่อยากเล่า ไม่อยากบอก จนกลายเป็นการปิดบังหรือโกหกในที่สุด การดูแลลูกในยุคนี้นอกจากพ่อแม่จะเป็นผู้พูดที่ดีแล้วยังต้องเป็นผู้ฟังที่ดีอีกด้วย เด็กๆ ถึงจะเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจและรู้สึกสบายใจที่จะเล่าเรื่องส่วนตัวให้ครอบครัวได้ฟัง 

TrendChildren-06.jpg

          ไม่ควรทำ: การลงโทษด้วยความรุนแรง

          แม้จะมีคำกล่าวโบราณประเภทรักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี หรือไม้เรียวสร้างคนอะไรทำนองนี้ แต่การศึกษาด้านจิตวิทยาในเด็กตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า นอกจากการลงโทษด้วยการตีหรือทำร้ายร่างกายจะไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมเด็กได้แล้ว ยังทำให้เกิดบาดแผลทางใจกับเด็ก รวมถึงส่งผลต่อพฤติกรรมของพวกเขาในอนาคต

          ทว่านอกจากความรุนแรงทางร่างกายแล้ว สิ่งที่พ่อแม่ควรตระหนักก็คือการลงโทษด้วยความรุนแรงทางจิตใจก็เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน อาทิ การสร้างความอับอายให้เด็ก การดูถูก หรือการทำร้ายจิตใจด้วยวิธีต่างๆ แทนที่จะหาบทลงโทษให้เด็กรู้สึกหวาดกลัวที่สุด พ่อแม่ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กทีละเล็กละน้อยด้วยการพูดคุย การทำให้ดูเป็นตัวอย่าง หรือแม้แต่การสร้างกฎภายในบ้านร่วมกัน นอกจากเด็กๆ จะได้เรียนรู้อย่างถูกวิธีแล้ว ยังไม่เป็นการทิ้งบาดแผลให้พวกเขาติดตัวไปในวันข้างหน้าอีกด้วย

TrendChildren-07.jpg

         ไม่ควรทำ: เลี้ยงลูกออนไลน์

         ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคที่เทคโนโลยีเฟื่องฟูอย่างทุกวันนี้ การสื่อสารออนไลน์กลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่ย่นระยะทางระหว่างคนในครอบครัวให้ใกล้ชิดขึ้น ถึงอย่างนั้นพ่อแม่ควรตอบตัวเองให้ได้ว่าเรากำลังพึ่งพาเทคโนโลยีเกินไปหรือเปล่า

         เด็กๆ ในวัยเรียนรู้ยังคงต้องการความใกล้ชิดในชีวิตจริง ต้องการการปฏิสัมพันธ์แบบเห็นหน้าค่าตากันอยู่ อย่างเช่นการเดินทางไปเยี่ยมคุณตาคุณยายที่ต่างจังหวัด หรือการที่พ่อแม่กลับบ้านเร็วขึ้นเพื่อมาส่งลูกเข้านอน ไม่ใช่แค่การทักทายกันผ่านหน้าจอเท่านั้น ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ Covid-19 อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงแล้วก็ถึงเวลาที่พ่อแม่จะต้องทบทวนเรื่องเวลาที่ใช้ร่วมกับลูกแบบเห็นหน้าอย่างจริงจังอีกครั้ง

         ข้อมูลอ้างอิง

         https://timesofindia.indiatimes.com/life-style/parenting/moments/parenting-trends-to-embrace-in-2022/photostory/88394252.cms?picid=88394332 

         https://health.clevelandclinic.org/pediatricians-say-dont-spank-your-kids-heres-why-what-to-do-instead/

        https://www.purewow.com/family/parenting-trends-2022 

July 4, 2022

Recommended articles

เกมไม่ใช่ยาวิเศษ นักออกแบบเกมไม่ใช่หมอเทวดา
Blog

เกมไม่ใช่ยาวิเศษ นักออกแบบเกมไม่ใช่หมอเทวดา

บอร์ดเกมไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้เองโดยอัตโนมัติ แต่หัวใจสำคัญคือการออกแบบ "กระบวนการเรียนรู้" อย่างตั้งใจเพื่อให้ผู้เล่นบรรลุเป้าหมาย

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”
Blog

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”

“เราคิดทัน AI หรือเปล่า?” และ “ในวันที่ AI เข้ามาช่วยคิดมากขึ้น เราควรปรับบทบาทตัวเองไปในทางไหน?”

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม
Blog

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม

"ถ้าในชีวิตจริงเราไม่วิจารณ์คนแปลกหน้า... แล้วทำไมบนโลกออนไลน์เราถึงทำ?" อย่าปล่อยให้ อิสระ บนหน้าจอ ทำเราลืมมารยาทและคุณธรรมที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะโลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว และไม่ใช่อภิสิทธิ์ในการทำร้ายใคร

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech  ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech
Blog

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech

ยิ่ง AI ฉลาดขึ้นเท่าไหร่ ทักษะความเป็นมนุษย์ยิ่งสำคัญจากอดีตที่ทำตามคำสั่ง วันนี้ AI กลายเป็นสุดยอดผู้ช่วยที่ทำงานแทนเราได้เกือบทุกอย่าง แต่สิ่งที่จะช่วยสร้างความต่างในยุค AI คือการหันมาลับคมทักษะความเป็นมนุษย์ที่หุ่นยนต์ไม่มีวันเลียนแบบได้

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต
Blog

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต

ทำไมย่านที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยที่สุดแห่งหนึ่ง ถึงยังมีเรื่องที่ไม่เคยรู้อีกมาก คำถามนี้เป็นจุดตั้งต้นของกิจกรรมเดินทัวร์ "Learning Pranakorn จากบ้านหม้อ ถึงบางลำพู

ความต่างระหว่างบรรทัด: เมื่อเภสัชกร ศิลปิน และบรรณาธิการ พิสูจน์ว่าทุกประสบการณ์คือต้นฉบับ
Blog

ความต่างระหว่างบรรทัด: เมื่อเภสัชกร ศิลปิน และบรรณาธิการ พิสูจน์ว่าทุกประสบการณ์คือต้นฉบับ

เส้นทางของ กิตติศักดิ์ คงคา, อุทิศ เหมมะมูล และ จิราภรณ์ วิหวา เผยให้เห็นว่า งานเขียนไม่ได้เกิดจากจินตนาการล้วน ๆ หากเติบโตจากประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกัน ซึ่งหล่อหลอมให้แต่ละคนมีภาษาและวิธีเล่าเรื่องในแบบของตนเอง

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม
Blog

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม

บทเรียนเล็ก ๆ ของการอ่านสื่อร่วมสมัย ที่เริ่มจากสตรอว์เบอร์รีร้องไห้ในฟีดมือถือ แล้วค่อย ๆ พาเราตั้งคำถามว่า ทำไมเราจึงเข้าใจความเจ็บปวดของผลไม้ที่ไม่มีอยู่จริงได้เร็วขนาดนี้ โดยไม่ต้องอ่านตำราเล่มหนา

รดน้ำ พรวนดิน และกลิ่นหอม: 5 บทเรียนปลุกชีวิตให้ย่านทรงวาด-หัวลำโพงกลับมามีลมหายใจ
Blog

รดน้ำ พรวนดิน และกลิ่นหอม: 5 บทเรียนปลุกชีวิตให้ย่านทรงวาด-หัวลำโพงกลับมามีลมหายใจ

เมื่อลมหายใจของ"ทรงวาด" และ "หัวลำโพง" ฟื้นคืนจากคนตัวเล็ก ๆ ในชุมชน ผ่านศิลปะ การอ่านเมือง และการร่วมมือของคนหลากทักษะ จนกลายเป็นบทเรียนสำคัญของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนจากฐานรากของพื้นที่

9
13
13
158
53
22
14
12