This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

เลี้ยงลูกน้อยอย่างไรให้เป็นนักอ่าน

เลี้ยงลูกน้อยอย่างไรให้เป็นนักอ่าน

11

picsea-357048-unsplash.jpg

เลี้ยงลูกน้อยอย่างไรให้เป็นนักอ่าน


            คงจะได้ยินว่า การอ่านหนังสือมีความสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กขนาดไหน โชคดีเป็นของคุณพ่อคุณแม่เพราะมีการศึกษาออกมาแล้วว่า เราควรเลี้ยงลูกในแต่ละช่วงวัยอย่างไรให้เขาโตมาเป็นนักอ่าน
เริ่มตั้งแต่เจ้าตัวน้อยยังเล็กๆ
            ถึงเวลาปัดฝุ่นนิสัยรักการอ่านของผู้ปกครองแล้ว พยายามหาเวลาจากตารางงานที่วุ่นวายกลับมาอ่านหนังสือเยอะๆ เพราะหากต้องการเลี้ยงลูกให้เป็นนักอ่าน พ่อแม่เองก็ต้องเป็นนักอ่านด้วย
            เด็กน้อยแรกเกิด (Newborns)
            ไม่ต้องรอให้ลูกพลิกตัวได้ก่อนค่อยอ่านหนังสือให้ฟังหรอกนะ จริงๆ แล้วเด็กแรกเกิดสามารถได้รับประโยชน์มากมายจากการ “ฟัง” หนังสือที่คุณอ่าน ลองทำวิธีเหล่านี้
            อ่านออกเสียงดังๆ: เลือกหนังสืออะไรก็ได้ที่ผู้ปกครองสนใจ ไม่ว่าจะเป็นตำราอาหารหรือนวนิยายเล่มโปรดแล้วอ่านออกเสียงให้ลูกฟัง เนื้อหาของหนังสือไม่ได้มีความสำคัญกับเด็ก แต่สิ่งที่สำคัญคือเสียงที่คุณเปล่งออกมา จังหวะจะโคนในการอ่าน และคำศัพท์ต่างๆ ต่างหาก งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า คำศัพท์ต่างๆ ที่เด็กได้เรียนรู้ตั้งแต่ยังเล็ก มีผลสำคัญต่อการพัฒนาภาษาและนิสัยรักการอ่านในอนาคต แต่ต้องอย่าลืมว่า ภาษาต้องมีความสดใหม่ผ่านการพูดหรืออ่านให้เด็กฟังกับตัวเด็กเอง ดังนั้น การเปิดโทรทัศน์หรือ audiobooks ให้เด็กฟังจึงอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์เท่ากับการอ่านหนังสือให้เด็กฟังเอง
           ให้ลูกได้ใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ: เมื่อเราอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ลูกจะเรียนรู้ว่าการอ่านหนังสือเป็นเรื่องที่สนุก แถมยังได้ฝึกการใช้สัมผัสต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น การได้จับกระดาษ การได้ดมกลิ่นกระดาษ การเห็นภาพต่างๆ ในหน้าหนังสือและการได้ยินเสียงพ่อกับแม่ตอนอ่านหนังสือให้ฟัง
           สนใจลูกน้อยในระหว่างที่คุณอ่านให้เขาฟัง: พยายามสบตาลูกไปด้วยระหว่างที่อ่านหนังสือให้เค้าฟัง หลายครั้งอาจจะดูเหมือนลูกไม่ได้ฟังอยู่ แต่จริงๆ แล้วเขากำลังซึมซับประสบการณ์ใหม่ๆ เหล่านี้เข้าไป จนนิสัยรักการอ่านหนังสือจะกลายเป็นความชอบที่ติดตัวเขาไปตลอด
           พยายามสนับสนุนให้ลูกออกเสียง: ลูกน้อยอาจจะพยายามออกเสียงตามในระหว่างที่คุณพ่อคุณแม่อ่าน นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมหนังสือเด็กหลายๆ เล่มจึงมีเสียงของสัตว์หรือเสียงอะไรก็ตามที่อาจฟังดูไม่มีความหมาย แต่ง่ายต่อการออกเสียงเลียนแบบ หากลูกน้อยพยายามออกเสียง คุณก็ควรโต้ตอบกับเขา แม้มันจะฟังแล้วไม่มีความหมาย แต่ถือว่าเป็นการพัฒนาการสื่อสารของลูกที่ดีมากๆ

            เด็กน้อยวัยหัดเดิน (Toddlers)
            การอ่านหนังสือมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการทางอารมณ์ สังคมและความเฉลียวฉลาดของเด็ก เมื่อผู้ปกครองอ่านหนังสือกับลูกในวัยหัดเดิน พวกเขาจะสามารถรับรู้ทุกสิ่งเพื่อมาสั่งสมเป็นประสบการณ์ของตัวเอง ทั้งคำศัพท์และโครงสร้างภาษา ตัวเลขและหลักคณิตศาสตร์ สีสันและรูปทรง สัตว์และธรรมชาติ การวางตัวและกิริยามารยาท รวมไปถึงข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับโลกใบนี้ เมื่ออ่านออกเสียงให้เขาฟัง เด็กจะเชื่อมโยงหนังสือเข้ากับสิ่งที่เขาคุ้นเคย เช่น เสียงอันอ่อนโยนของคุณ และการอ่านหนังสือด้วยกันยังเชื่อมคุณกับเขาให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นอีกด้วย ความใกล้ชิดต่างๆ นี้จะช่วยสร้างความรู้สึกเชิงบวกให้เด็กกับหนังสือต่อไปในอนาคต
อย่าลืมว่า
             การอ่านเกิดขึ้นได้ทั้งวัน: พ่อแม่จะคุ้นเคยกับการอ่านหนังสือให้ลูกฟังก่อนนอน แต่จริงๆ แล้ว การอ่านหนังสือให้ลูกฟังตอนกลางวันด้วยก็มีประโยชน์ไม่น้อย เพราะมันจะช่วยให้ลูกได้หยุดพักและสามารถรวบรวมสมาธิได้ดียิ่งขึ้น
             ดูว่าลูกชอบอ่านหนังสือประเภทไหน: บางทีลูกอาจไม่ได้ชอบอ่านหนังสือแบบที่คุณเคยชอบตอนคุณอายุเท่าเขา ดังนั้น ควรเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความเห็นว่า เขาชอบหรือไม่ชอบอะไรในหนังสือเล่มที่อ่านอยู่ และหากพบว่าเขาชอบหนังสือเกี่ยวกับอะไรเป็นพิเศษก็พยายามหาหนังสือคล้ายๆ กันมาอ่านให้ฟังอีก
             ลูกและคุณพ่อคุณแม่ควรมีส่วนร่วมในการอ่านหนังสือพอๆ กัน: แม้ลูกจะอ่านยังอ่านเองไม่ได้ แต่การอ่านหนังสือด้วยกันเด็กจะยิ่งรู้สึกสนุกและรักการอ่านยิ่งขึ้น เช่น หากลูกไม่ชอบให้คุณทำเสียงสัตว์ประหลาด คุณก็ควรหยุดทำ จำไว้ว่า แม้คุณพ่อคุณแม่จะอ่านให้เขาฟัง แต่ช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงเวลาการอ่านของเขาเช่นกัน ผู้ปกครองอาจจะให้เขาได้มีส่วนร่วมด้วยการพลิกหน้ากระดาษเอง เพื่อทำให้เขารู้สึกว่าเขามีส่วนสำคัญในการอ่านหนังสือนี้ด้วยเช่นกัน
             ยอมให้ลูกขัดจังหวะ: หากลูกขัดจังหวะโดยการถามคำถามหรือแสดงความเห็นใดๆ ขึ้นมา ผู้อ่านควรหยุด ฟัง และพยายามโต้ตอบ เพราะเท่ากับว่า เขากำลังพยายามจะมีส่วนร่วม ไม่ควรบอกลูกว่า “อย่าเพิ่งถาม รอให้พ่อ/แม่อ่านหน้านี้จบก่อนนะ” ควรให้ลูกถามคำถามอีกครั้ง และหากเขาไม่สามารถถามออกมาเป็นคำถามได้ คุณพ่อคุณแม่ควรให้เขาพยายามอธิบายหรือชี้จากภาพที่เขาเห็นแทน
             เปิดโลกของเขาให้กว้างขึ้น: บางครั้งเด็กในวัยหัดเดินจะติดอยู่กับหนังสือบางเล่มหรือตัวละครบางตัว คุณควรเปิดโลกของเขาให้รู้จักกับเรื่องที่อาจดูไกลตัวหรือไม่เคยรับรู้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็น ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ ศิลปะ หรือชีวิตของคนต่างประเทศหรือต่างวัฒนธรรม เด็กในบางช่วงวัยเมื่อโตขึ้นจะสนใจแต่ตัวละครที่เป็นเพศเดียวกับตนเท่านั้น ผิดกับเด็กในวัยหัดเดินที่เปิดรับทุกอย่าง ดังนั้น ควรฉวยโอกาสนี้ สอนให้เค้ารู้จักทัศนะของคนทั้งสองเพศอย่างเท่าๆ กัน
             เลือกหนังสือให้หลากหลาย: เด็กทุกคนจินตนาการตัวเองตามหนังสือที่อ่าน หากลูกของคุณมีลักษณะที่แตกต่างไปจากเด็กส่วนใหญ่ในสังคมที่อาศัยอยู่ เช่น สีผิวหรือเชื้อชาติ คุณควรหาหนังสือที่มีตัวละครที่มีลักษณะคล้ายๆ กับลูกของคุณ และในทางกลับกัน หากลูกของคุณอยู่ในคนกลุ่มใหญ่ของสังคม คุณก็ควรหาหนังสือที่ทำให้เค้าได้เรียนรู้คนที่มีสีผิวหรือหน้าตาต่างจากเขาด้วยเช่นกัน เพราะการแนะนำให้เด็กได้รู้จักกับความแตกต่างหลากหลายผ่านหนังสือ ถือเป็นการเตรียมตัวให้เขาสามารถปรับตัวอยู่ในสังคมได้ง่ายขึ้นต่อไป

แหล่งข้อมูลจาก: https://www.nytimes.com/guides/books/how-to-raise-a-reader

Photo by Picsea on Unsplash

 

March 31, 2019

Recommended articles

แหวกม่านไม้ไผ่ ชำแหละการศึกษาจีน
readWORLD

แหวกม่านไม้ไผ่ ชำแหละการศึกษาจีน

เรียนรู้สิ่งที่ดีที่สุดและเลวที่สุดจากแดนมังกร

นิสัยการอ่านของพลเมืองโลก ตอนที่ 1
readWORLD

นิสัยการอ่านของพลเมืองโลก ตอนที่ 1

World Reading Habits in 2018

สินธรณี พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ TK park

สินธรณี พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ TK park

เปิดตัว “วีเค พาร์ค” อุทยานการเรียนรู้ทันสมัยแห่งแรกในย่านฝั่งธนฯ

7
เชียร์สุดใจ 12 เพลงใหม่จาก TK Band 10
Blog

เชียร์สุดใจ 12 เพลงใหม่จาก TK Band 10

โครงการปฏิบัติการสร้างสรรค์คนดนตรี TK Band มาต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ยาวนานจนเราเห็นได้ว่าเด็กยุคนี้มีความสามารถด้านดนตรีเด่นชัดมาก ยิ่งได้ฟัง 12 เพลงจาก12 วงดนตรีใน TK Band 10 บอกได้เลยว่าคนดนตรีรุ่นใหม่เหล่านี้ไม่ธรรมดาและน่าจับตาจริงๆ

นิสัยการอ่านของพลเมืองโลก ตอนที่ 2
readWORLD

นิสัยการอ่านของพลเมืองโลก ตอนที่ 2

World Reading Habits in 2018

ใคร อ่านอะไร ที่ TK Alive ในรอบปี 2020
Blog

ใคร อ่านอะไร ที่ TK Alive ในรอบปี 2020

ส่องเทรนด์การอ่าน หนังสือที่ถูกยืมมากที่สุดในปี 2020

พัฒนาความคิดด้วยการเล่นกับน้ำหนัก
Blog

พัฒนาความคิดด้วยการเล่นกับน้ำหนัก

เรียนรู้และสนุกกับนิทานภาพ วันชั่งน้ำหนักในสวนสัตว์

คลังคอร์สออนไลน์น่าเรียนในแอป Overdrive
Blog

คลังคอร์สออนไลน์น่าเรียนในแอป Overdrive

คอร์สออนไลน์ใน Overdrive ที่มีให้เลือกกว่า 300 เรื่อง หลากหลายแขนง

13
28
10
26
|Read : 3 min
115
420
42