This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

เร็ม คูลฮาส และโจชัว ปรินซ์-รามุส

เร็ม คูลฮาส และโจชัว ปรินซ์-รามุส

28

เบื้องหลังความคิดและจินตนาการ
ของนักออกแบบแหล่งเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21

          ปลายศตวรรษที่ 20 ย่างเข้าศตวรรษที่ 21 เป็นยุคที่สถาปัตยกรรมห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ได้เริ่มก้าวข้ามไปจากขนบการออกแบบเดิมๆ มันจะไม่ใช่พื้นที่ที่ผู้คนเดินเข้าไปรับความรู้อย่างเชื่องๆ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา แต่เป็นยุคซึ่งพื้นที่ (space) ถูกออกแบบเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้คนในสังคมอนาคต 

          เมื่อแหล่งเรียนรู้คลายความศักดิ์สิทธิ์ลง กลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตอย่างใกล้ชิด จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเลยที่วันนี้คนจำนวนหนึ่งไปที่พิพิธภัณฑ์หรือห้องสมุดเพื่อจัดการแสดงทางวัฒนธรรม งานเทศกาล นัดเจรจาทางธุรกิจ สร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งจัดงานแต่งงาน ในขณะเดียวกันสถานที่เหล่านั้นก็ยังคงรักษาบทบาทในการให้บริการด้านการเรียนรู้และสารสนเทศไว้อย่างเหนียวแน่น 

          แหล่งเรียนรู้ยุคมิลเลนเนียมสามารถออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ส่วนหนึ่งก็เพราะวิทยาการด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมที่ก้าวหน้ามากขึ้น และส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือนักออกแบบซึ่งต้องตีโจทย์ทำความเข้าใจวิถีชีวิตของชุมชน จนกระทั่งแปรจินตนาการที่กว้างไกลให้กลั่นตัวเป็นสถาปัตยกรรมที่น่าจดจำ 

          ซีรี่ส์ชุด “เบื้องหลังความคิดและจินตนาการของนักออกแบบแหล่งเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21” จำนวน 6 ตอน นำเสนอเรื่องราวและผลงานของนักออกแบบเจ้าของไอเดียแหล่งเรียนรู้ที่โดดเด่น 7 ราย ได้แก่ เร็ม คูลฮาส (Rem Koolhaas) โจชัว ปรินซ์-รามุส (Joshua Prince-Ramus) อึน ยอง ยี (Eun Young Yi) ซาฮา ฮาดิด (Zaha Hadid) แฟรงก์ โอเวน เกห์รี (Frank Owen Gehry) นอร์แมน ฟอสเตอร์ (Norman Foster) และโตโย อิโตะ (Toyo Ito)

 

coverin.jpg
Photo : Rem Koolhaas (Courtesy of MERLIJN DOOMERNIK)
Photo : Joshua Prince-Ramus (Photograph : Matthias Vriens-McGrath)

          เร็ม คูลฮาส (Rem Koolhaas) เป็นสถาปนิกชาวดัตช์ เกิดเมื่อปี 1944 นิตสารไทม์ได้คัดเลือกเขาให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลที่มีอิทธิพลต่อโลก ในฐานะนักคิดและนักออกแบบที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองในยุคสมัยใหม่ คูลฮาสก่อตั้งบริษัทสถาปนิกระดับแนวหน้าชื่อว่า OMA ซึ่งต่อมาหนุ่มน้อย โจชัว ปรินซ์-รามุส (Joshua Prince-Ramus) ได้เข้ามาร่วมงานกับเขา แม้วัยจะต่างกันถึง 25 ปี แต่เขาก็ได้กลายเป็นคู่หูรู้ใจที่สร้างผลงานที่มีชื่อเสียงร่วมกันหลายครั้งหลายครา

          รามุสเป็นคนรุ่นใหม่ที่ชีวิตเปี่ยมไปด้วยสีสัน หากมีใครถามว่าเขาเป็นใคร เขาอาจจะตอบแบบติดตลกว่า เป็นสถาปนิกเพียงคนเดียวในโลกที่สามารถทำสเต็กทูน่าได้ในเวลาต่ำกว่า 12 วินาที นั่นก็เพราะอาชีพแรกในชีวิตของรามุสคือแรงงาน (เถื่อน) ในร้านขายปลา นอกจากนี้เขายังเป็นศิลปิน เป็นนักกีฬาเรือพายและเป็นโค้ชคุมทีมชาติจนเข้ารอบรองชนะเลิศโอลิมปิกปี 1996 เมื่อรามุสเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานจนปีกกล้าขาแข็งเขาได้ขยายสาขาย่อยของ OMA ไปยังนิวยอร์ก และต่อมาแยกตัวไปเปิดบริษัท REX ซึ่งเขาเป็นประธานบริหารอย่างเต็มตัว พรสวรรค์ของรามุสทำให้บางคนเรียกเขาว่า “เร็มน้อย” ในวันนี้เขาก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 5 สถาปนิกอายุไม่ถึง 50 ปีที่มีผลงานยิ่งใหญ่ระดับโลก

          แนวทางการออกแบบที่คูลฮาสและรามุสถนัดก็คือสถาปัตยกรรมด้านวัฒนธรรมที่มีรูปลักษณ์สะท้อนถึงวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของพวกเขาก็คือ โครงการปรับปรุงห้องสมุดประชาชนซีแอตเทิล ซึ่งเป็นห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีงานออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม และแกลลอรี่ที่มีรูปลักษณ์ทันสมัยอีกหลายแห่ง

 

ห้องสมุดประชาชนซีแอตเทิล 
Seattle Central Library, สหรัฐอเมริกา

01-7.jpg
Photo : © REX

 

          ห้องสมุดประชาชนซีแอตเทิลก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1891 ภายหลังจากชาวผิวขาวมาตั้งรกรากที่เมืองนี้ได้ไม่นาน เคยเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ ย้ายสถานที่ตั้ง และผ่านการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง จุดเปลี่ยนสำคัญของห้องสมุดประชาชนซีแอตเทิลคือการปรับปรุงกายภาพห้องสมุดครั้งใหญ่ซึ่งออกแบบโดยเร็ม คูลฮาส และโจชัว ปรินซ์-รามุส จนกระทั่งกลับมาเปิดให้บริการอย่างสง่างามอีกครั้งในปี 2004

          รูปโฉมใหม่ของห้องสมุดประชาชนซีแอตเทิลดูเหมือนหนังสือหลายเล่มวางซ้อนทับกัน สื่อถึงจุดยืนของห้องสมุดในอนาคตว่า แม้ยุคดิจิทัลในศตวรรษที่ 21 จะมาถึงแต่คนก็จะไม่ทอดทิ้งหนังสือกระดาษ นอกจากนี้สถาปนิกยังต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ห้องสมุดยุคเดิมที่ดูล้าสมัยเพื่อเชื้อเชิญผู้คนมาใช้บริการมากขึ้น

          ห้องสมุดมีทั้งหมด 11 ชั้น ส่วนหลักของอาคารเรียกว่า “Book Spiral” กินพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 1 ทะลุขึ้นไปถึงชั้น 4 ออกแบบการจัดวางหนังสือโดยยังคงรักษาระบบทศนิยมดิวอี้ ผู้ใช้บริการรวมถึงผู้พิการสามารถเพลิดเพลินกับการเลือกดูหนังสือแต่ละชั้นได้โดยใช้ทางลาดไม่ต้องเดินขึ้นบันได ภายในห้องสมุดยังมีห้อง Microsoft Auditorium อยู่บริเวณชั้นล่าง ห้องนั่งเล่นสำหรับอ่านหนังสือที่ชั้น 3 ส่วนที่ชั้น 10 มีโต๊ะบริการให้คำแนะนำด้านสารสนเทศและการวิจัยโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความรู้สหสาขาวิชา และมีห้องอ่านหนังสือมุมสูงที่มองเห็นทิวทัศน์ของอ่าวเอลเลียต

seattlelibrary_main_11.jpg
Photo : © Bruce Mau Design

 

          เมื่อการปรับปรุงห้องสมุดหน้าตาแปลกประหลาดเสร็จสิ้น ก็ได้รับคำวิจารณ์หลากหลายทิศทาง ทั้งคนที่ยกย่องว่า ห้องสมุดแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมแห่งยุคสมัยที่ควรจารึกไว้ แต่บ้างก็มองว่าขัดกับแนวทางเรื่องความเชื่อมโยงกับชุมชน เนื่องจากอยู่ห่างจากถนนสายหลักที่ผู้คนสัญจรกันทั่วไป อีกทั้งยังมีผังที่สับสน ไม่เป็นส่วนตัว ร้อนอบอ้าว และใช้วัสดุไม่สมกับราคา อย่างไรก็ตาม ในปีแรกมีผู้เข้ามาใช้บริการถึงกว่า 2.3 ล้านคน ซึ่งเป็นคนจากต่างเมืองถึงร้อยละ 30 อีกทั้งในปี 2007 ห้องสมุดแห่งนี้ยังได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งใน 150 สถาปัตยกรรมในดวงใจอเมริกันชน และมีการประเมินผลกระทบทางสังคมว่าได้กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่โดยรอบ กว่า 16 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตคอร์ทริจค์
Kortrijk BibLLLiotheek, เบลเยี่ยม

          เมืองคอร์ทริจค์มีประชากรประมาณ 75,000 คน ส่วนท้องถิ่นมียุทธศาสตร์ที่จะพัฒนาสิ่งแวดล้อม 6 ด้านเพื่อช่วยยกระดับการดำรงชีวิตของคนเมือง ซึ่งห้องสมุดเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด จึงจัดให้มีการประกวดออกแบบห้องสมุดขึ้นในปี 2009 บริษัท REX ของโจชัว ปรินซ์-รามุส ได้รับรางวัลชนะเลิศด้วยแนวคิดที่ว่า ห้องสมุดควรจะเป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-Long Learning Center) ของเมือง เขาประดิษฐ์ชื่อให้มันว่า “BibLLLiotheek” ซึ่งถูกเปรียบเทียบว่าเป็น “ห้องสมุดซีแอตเทิล เวอร์ชั่น 2.0”

in03.jpg
Photo : © REX

 

       รามุส จินตนาการให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ซึ่งให้โอกาสทางการศึกษาแก่ผู้คนตั้งแต่เด็กจนถึงวัยชรา มีศูนย์เรียนรู้ดนตรีซึ่งเป็นส่วนขยายเพิ่มเติมจากซีแอตเทิลโมเดล โดยทั่วไปแล้วการเรียนรู้ผ่านสื่อเป็นเรื่องของห้องสมุด การเรียนรู้จากการเรียนการสอนเป็นเรื่องของโรงเรียน และการเรียนรู้ประสบการณ์ดนตรีก็อยู่ในวงการเฉพาะ สำหรับเขาห้องสมุดแห่งอนาคตควรเป็นพื้นที่ที่ลื่นไหล กล่าวคือสามารถเป็นทั้งห้องเรียน พื้นที่ลงมือปฏิบัติ ห้องค้นคว้าวิจัย หรือพื้นที่จัดการแสดงก็ได้ BibLLLiotheek จะทลายกำแพงที่เคยมีอยู่แล้วหลอมรวมการเรียนรู้ทุกรูปแบบไว้ด้วยกัน

23-24-1234x500.jpg
Photo : © REX


          ห้องสมุดถูกออกแบบให้เอื้อต่อฟังก์ชั่นการใช้งานแบบกลุ่ม พื้นที่ครึ่งหนึ่งจัดสรรอย่างเป็นสัดส่วน และอีกครึ่งหนึ่งเปิดกว้างเชื่อมถึงกันโดยไม่ได้แบ่งออกเป็นชั้นๆ ดูคล้ายเส้นริบบิ้นที่ไขว้กันไปมา ใจกลางของห้องสมุดเป็นที่ตั้งของ Synter (Synergy+Center) ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมสารสนเทศที่เปี่ยมประสิทธิภาพ พร้อมที่จะให้คำปรึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้ในเชิงลึก

          ภายหลังจากการออกแบบเสร็จสิ้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ประสานของบประมาณในการก่อสร้าง แต่จนถึงทุกวันนี้ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตคอร์ทริจค์ก็ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง

พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ในลาสเวกัส
Guggenheim Las Vegas และ Guggenheim Hermitage Museum, สหรัฐอเมริกา

          แม้ว่าโจชัว ปรินซ์ รามุส จะเดินออกมาจากร่มเงาของเร็ม คูลลฮาส แต่ทั้งสองคนก็ยังคงมิตรภาพระหว่างกันและร่วมงานกันอยู่เนืองๆ ดังเช่นงานออกแบบพิพิธภัณฑ์ 2 แห่งในลาสเวกัส ที่ OMA กับ REX ออกแบบให้กับมูลนิธิโซโลมอน อาร์. กุกเกนไฮม์ เพื่อจัดแสดงศิลปวัตถุล้ำค่าซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนคาสิโน

01-5-622x500.jpg
Photo : © REX

 

          กุกเกนไฮม์เฮอร์มิเทจมิวเซียมตั้งอยู่ในโรงแรมเวนีเชียน เปิดตัวเมื่อปี 2001 ได้รับการเชิดชูว่าเปรียบประดุจ “กล่องอัญมณี” เพราะจัดแสดงผลงานภาพวาดระดับมาสเตอร์พีซของศิลปินแนวอิมเพรสชั่นนิสต์ โพสต์อิมเพรสชั่นนิส และโมเดิร์นจากทั่วโลก โถงนิทรรศการมีพื้นที่ 5 พันตารางฟุต ผนังห้องกรุด้วยเหล็กที่ทำปฏิกิริยาจนมีสีสันที่ช่วยขับเน้นความโดดเด่นของผลงานศิลปะ วัสดุที่พัฒนาขึ้นใหม่ยังมีคุณสมบัติเป็นแม่เหล็กซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้การติดตั้งหรือเปลี่ยนตำแหน่งชิ้นงานสามารถทำได้สะดวกยิ่งขึ้น กลางห้องโถงออกแบบเป็นเป็นผนัง 3 ชิ้น ที่สามารถเลื่อนหมุนได้ เพื่อให้ภัณฑารักษ์สามารถกำหนดทิศทางการจัดแสดงที่เหมาะสมกับนิทรรศการแต่ละชุด กุกเกนไฮม์เฮอร์มิเทจมิวเซียมปิดตัวลงในปี 2008 รวมตลอดระยะเวลาที่ให้บริการมีผู้เข้าชมนับล้านคน

04-8-625x500.jpg
Photo : © REX

          กุกเกนไฮม์ลาสเวกัสถูกสร้างขึ้นแทนที่พิพิธภัณฑ์แห่งเดิมเพื่อจัดแสดงศิลปะรถจักรยานยนต์ การสรรหาวัตถุจัดแสดงจำนวน 114 คันมีกระบวนการที่เข้มงวดราวกับเป็นเวทีการประกวด เนื้อหาของนิทรรศการได้รับการเรียบเรียงจากนักประวัติศาสตร์ ที่สามารถเชื่อมโยงศิลปะแห่งยานยนต์เข้ากับเรื่องราวทางสังคมเข้าไว้ด้วยกัน แนวทางการออกแบบพิพิธภัณฑ์ครั้งนี้แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้งเชิง ให้ความรู้สึกทันสมัย มีทั้งห้องสีแดงสด ผนังลายเส้นหลากสี โถงสูงตกแต่งด้วยม่านบางๆ สีขาวดูเรียบหรู และบันไดสีเขียวฉูดฉาด กุกเกนไฮม์ลาสเวกัสมีผู้ซื้อบัตรเข้าชมสูงถึง 4-5 พันคนต่อวัน อย่างไรก็ตามพิพิธภัณฑ์ถูกปิดตัวลงอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียง 15 เดือน อันเนื่องจากกองทุนกุกเกนไฮม์สาขาแม่ที่นิวยอร์กยุติการให้งบประมาณต่อ

08-9-700x500.jpg
Photo : © REX

 

แหล่งข้อมูล

Seattle Central Library

Kortrijk Central Library Competition in Belgium

Guggenheim Hermitage Museum

 

เผยแพร่ครั้งแรก กันยายน 2559

December 3, 2018

Recommended articles

เกมไม่ใช่ยาวิเศษ นักออกแบบเกมไม่ใช่หมอเทวดา
Blog

เกมไม่ใช่ยาวิเศษ นักออกแบบเกมไม่ใช่หมอเทวดา

บอร์ดเกมไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้เองโดยอัตโนมัติ แต่หัวใจสำคัญคือการออกแบบ "กระบวนการเรียนรู้" อย่างตั้งใจเพื่อให้ผู้เล่นบรรลุเป้าหมาย

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”
Blog

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”

“เราคิดทัน AI หรือเปล่า?” และ “ในวันที่ AI เข้ามาช่วยคิดมากขึ้น เราควรปรับบทบาทตัวเองไปในทางไหน?”

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม
Blog

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม

"ถ้าในชีวิตจริงเราไม่วิจารณ์คนแปลกหน้า... แล้วทำไมบนโลกออนไลน์เราถึงทำ?" อย่าปล่อยให้ อิสระ บนหน้าจอ ทำเราลืมมารยาทและคุณธรรมที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะโลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว และไม่ใช่อภิสิทธิ์ในการทำร้ายใคร

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech  ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech
Blog

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech

ยิ่ง AI ฉลาดขึ้นเท่าไหร่ ทักษะความเป็นมนุษย์ยิ่งสำคัญจากอดีตที่ทำตามคำสั่ง วันนี้ AI กลายเป็นสุดยอดผู้ช่วยที่ทำงานแทนเราได้เกือบทุกอย่าง แต่สิ่งที่จะช่วยสร้างความต่างในยุค AI คือการหันมาลับคมทักษะความเป็นมนุษย์ที่หุ่นยนต์ไม่มีวันเลียนแบบได้

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต
Blog

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต

ทำไมย่านที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยที่สุดแห่งหนึ่ง ถึงยังมีเรื่องที่ไม่เคยรู้อีกมาก คำถามนี้เป็นจุดตั้งต้นของกิจกรรมเดินทัวร์ "Learning Pranakorn จากบ้านหม้อ ถึงบางลำพู

ความต่างระหว่างบรรทัด: เมื่อเภสัชกร ศิลปิน และบรรณาธิการ พิสูจน์ว่าทุกประสบการณ์คือต้นฉบับ
Blog

ความต่างระหว่างบรรทัด: เมื่อเภสัชกร ศิลปิน และบรรณาธิการ พิสูจน์ว่าทุกประสบการณ์คือต้นฉบับ

เส้นทางของ กิตติศักดิ์ คงคา, อุทิศ เหมมะมูล และ จิราภรณ์ วิหวา เผยให้เห็นว่า งานเขียนไม่ได้เกิดจากจินตนาการล้วน ๆ หากเติบโตจากประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกัน ซึ่งหล่อหลอมให้แต่ละคนมีภาษาและวิธีเล่าเรื่องในแบบของตนเอง

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม
Blog

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม

บทเรียนเล็ก ๆ ของการอ่านสื่อร่วมสมัย ที่เริ่มจากสตรอว์เบอร์รีร้องไห้ในฟีดมือถือ แล้วค่อย ๆ พาเราตั้งคำถามว่า ทำไมเราจึงเข้าใจความเจ็บปวดของผลไม้ที่ไม่มีอยู่จริงได้เร็วขนาดนี้ โดยไม่ต้องอ่านตำราเล่มหนา

รดน้ำ พรวนดิน และกลิ่นหอม: 5 บทเรียนปลุกชีวิตให้ย่านทรงวาด-หัวลำโพงกลับมามีลมหายใจ
Blog

รดน้ำ พรวนดิน และกลิ่นหอม: 5 บทเรียนปลุกชีวิตให้ย่านทรงวาด-หัวลำโพงกลับมามีลมหายใจ

เมื่อลมหายใจของ"ทรงวาด" และ "หัวลำโพง" ฟื้นคืนจากคนตัวเล็ก ๆ ในชุมชน ผ่านศิลปะ การอ่านเมือง และการร่วมมือของคนหลากทักษะ จนกลายเป็นบทเรียนสำคัญของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนจากฐานรากของพื้นที่

9
13
13
158
53
22
14
12