This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementOpen DataPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ เพื่อรับมือโลกแห่งอนาคต

สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ เพื่อรับมือโลกแห่งอนาคต

24

LearningEcosystem-717-1.jpg

         ในโลกแห่งธรรมชาติ ไม่ว่าจะสิ่งมีชีวิต หรือสิ่งไม่มีชีวิตต่างก็เป็นปัจจัยที่เกี่ยวพัน และสร้างผลกระทบแก่กันได้มหาศาลเมื่อปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น
         ตัวอย่างหนึ่งที่มักจะถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยๆ คือกรณีการย้ายถิ่นฐานของสุนัขป่าในอุทยานแห่งชาติเยลโล่สโตน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในอดีตพื้นที่แห่งนั้นเคยเป็นแหล่งหากินของกวางป่า แต่เมื่อสัตว์นักล่าได้อพยพย้ายเข้ามาสัตว์กินพืชเจ้าถิ่นเดิมก็จำเป็นต้องล่าถอย ระยะเวลาผ่านไปพุ่มไม้ใบหญ้าบริเวณนั้นที่เคยเหี้ยนเตียนเพราะถูกกินจนเรียบก็กลับมางอกงามอีกครั้ง ความอุดมสมบูรณ์ของป่าดึงดูดให้สัตว์น้อยใหญ่อย่าง นก บีเวอร์ หรือหมี คืนกลับสู่พื้นที่บริเวณนั้นอีกครั้ง
         สิ่งเหล่านี้คือแบบจำลองเบื้องต้นที่อธิบายถึงการมีอยู่ของ ‘ระบบนิเวศ’
         จากไอเดียที่ได้จากการสังเกตการณ์ธรรมชาติ ในเวลาต่อมาได้ถูกนำมาพิจารณาเพื่อปรับใช้กับระบบการเรียนรู้ ภายใต้ความเชื่อที่ว่าองค์ประกอบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ผู้เรียน ผู้สอน นายจ้าง เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว สื่อการเรียนการสอน หรือกระทั่งโอกาสในการได้ทดลองลงมือจริง ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนทั้งสิ้น
LearningEcosystem-717-4.jpg
          ระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน ตลอดจนมอบผลลัพธ์ในแบบที่ผู้ออกแบบ และผู้เรียนต้องการ
           อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้เลยสำหรับการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ในยุคนี้ คือการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยความที่โลกได้ก้าวเข้าสู่สังคมดิจิทัลมาเป็นเวลานานแล้ว ผู้คนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ ทุกเวลา
           ระบบการเรียนที่ถูกออกแบบขึ้นจึงควรต้องเอื้อต่อการเป็น E-learning ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้จากทุกที่ ทุกเวลา การจัดเตรียมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสม การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกเนื้อหาที่ต้องการเรียนด้วยตัวเอง การปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารที่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกมากขึ้น อาทิ VR (Virtual Reality), คลิปวิดีโอ, เกมออนไลน์ หรืออุปกรณ์เสริมต่างๆ อย่าง Smart watch
           บทความชิ้นหนึ่งจาก Forbes ที่เขียนโดย มิเชลล์ ไวส์ (Michelle Weise) ผู้คร่ำหวอดในแวดวงการศึกษา และเป็นผู้เขียนหนังสือ Long Life Learning: Preparing for Jobs that Don't Even Exist Yet ได้ตั้งคำถามที่น่าสนใจให้เราได้ขบคิดว่า จากในอดีตที่เราใช้ระบบการศึกษาแบบ K-12 หรือการแบ่งนักเรียนออกเป็น 12 เกรด และป้อนความรู้ในรูปแบบเดียวกัน อาจถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ระบบนี้จะถูกปฏิวัติเพื่อให้การเรียนการสอนในของเด็กรุ่นถัดๆ ไปมีความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอนาคตมากกว่า
          ตั้งแต่ปี 1979 การเติบโตอย่างรวดเร็วของชนชั้นร่ำรวยในอเมริกาถ่างช่องว่างความเหลื่อมล้ำในสังคมให้กว้างขึ้นอย่างที่ไม่อาจมีทางกลับมาบรรจบกันได้ ผู้คนชนชั้นร่ำรวย 10% จากกลุ่มประเทศสมาชิก OECD (องค์กรระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว) มีรายได้มากกว่าคนจนในกลุ่ม 10% ล่างสุดถึง 10 เท่า ปัญหาสำคัญที่สังคมให้ความสนใจจึงวนเวียนอยู่ที่เรื่องค่าแรงที่ค่อนข้างต่ำ หรือปัญหาการว่างงานเป็นส่วนใหญ่
          จนกระทั่งวิกฤตการณ์โควิด-19 ได้ซัดสาดเข้ามาในชีวิตของผู้คนทั่วโลกอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว สร้างความปั่นป่วนให้กับแวดวงเศรษฐกิจทั่วโลก ผู้คนนับล้านต้องสูญเสียงาน ความมั่นคงในชีวิตพลิกผันเพียงชั่วเวลาไม่กี่เดือน ในตอนนั้นเองที่พวกเขาต่างเพิ่งตระหนักว่านอกจากความพยายามในการเอาตัวรอดด้วยการหางานใหม่ให้เร็วที่สุด สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่มีติดตัวก็คือความสามารถในการใช้เวลาว่างพัฒนาทักษะใหม่ๆ เพื่อค้นหาเส้นทางรอดในรูปแบบอื่น นั่นก็เพราะการเรียนรู้ในระบบแบบเก่าทำให้ผู้เรียนยึดติดอยู่กับการเรียนรู้แบบเป็นเส้นตรง ไม่สามารถพลิกแพลง หรือพัฒนาเพื่อหาทางรอดอื่นให้ตัวเองได้
          แน่นอนความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจจากรัฐบาลเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่นั่นอาจไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และไม่อาจโอบอุ้มพวกเราทุกคนไปได้ตลอดรอดฝั่ง สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นแสงสว่างจริงๆ จึงเป็นแนวทางการช่วยพัฒนาทักษะ ข้อมูล ความรู้ การศึกษาที่จะทำให้พวกเราก้าวต่อไปในสนามแห่งอนาคตได้
          นี่จึงอาจเป็นคำถามสำคัญที่ผู้คนในแวดวงการศึกษา นายจ้าง ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อขบคิด ว่าเราจะสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ เพื่อรับมือโลกแห่งอนาคตได้อย่างไร เพราะนี่ดูเหมือนจะเป็นทางออกเดียวที่จะช่วยทำให้คนที่สูญเสียงานสามารถกลับลงไปในสนามอาชีพได้อีกครั้ง และเพื่อให้คนรุ่นใหม่ในอนาคตสามารถปรับตัวรับกับความเป็นไปของโลกยุคใหม่ได้

smart-technology-global-network-element-this-image-are-furnished-by-nasa.jpg
         เพื่อการนั้น มิเชลล์ ผู้เขียนบทความยังเสนออีกว่าการปรับระบบนิเวศการเรียนรู้แบบใหม่สำหรับโลกในอนาคตควรตั้งอยู่บนแนวคิด 5 ข้อ ได้แก่
         นำทางได้ (Navigable) การเรียนรู้อย่างไร้จุดหมายก็ไม่ต่างอะไรกับการล่องเรือไปในความมืด ก่อนที่ผู้เรียนจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานพวกเขาควรได้รับข้อมูลที่ทำให้เห็นภาพของตลาดงานในปัจจุบัน และอนาคต การมีตัวช่วยนำทางที่ดีจะทำให้พวกเขาไม่ต้องเสียเวลาไปเปล่าๆ กับระบบอันยุ่งเหยิง รวมถึงมองเห็นถึงโอกาสว่าจะต่อยอดอาชีพไปในทิศทางใด
         ช่วยสนับสนุน (Supportive) ประการสำคัญที่จะทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ พร้อมเตรียมตัวสู่เส้นทางการทำงานในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปราศจากอุปสรรคก็คือการได้รับการสนับสนุนอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว หรือการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี ทำให้ผู้เรียนสามารถค้นหาพื้นที่การเรียนรู้ใหม่ๆ ได้โดยไม่มีอะไรมากั้น  
         มีจุดมุ่งหมาย (Targeted) ผู้เรียนจำควรต้องได้รับการศึกษาที่มีจุดมุ่งหมายตรงตามความต้องการของพวกเขา ทักษะที่ใช่ เส้นทางที่ใช่ ในเวลาที่ใช่ ไม่ใช่การเรียนอย่างสะเปะสะปะในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้จำเป็น หรือต้องการ และที่สำคัญพวกเขาควรได้รู้ว่าการศึกษาที่พวกเขาเลือกจะลงทุนจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าอย่างชัดเจน  
         ผสมผสาน (Integrated) ในบางครั้งผู้เรียนก็มีภาระอื่นๆ ที่จำเป็นต้องแบกรับนอกเหนือจากหน้าที่ในการเรียน การผสมผสานรูปแบบของการเรียนและการทำงานที่ได้ผลตอบแทนเข้าด้วยกัน นอกจากจะช่วยลดภาระ และความกดดันด้านค่าใช้จ่ายให้กับผู้เรียนได้แล้ว โมเดลการเรียนรู้จากการทำงานจริงยังให้ประโยชน์ที่มากกว่าแค่การเรียนจากทฤษฎีอีกด้วย  
        โปร่งใส (Transparent) ประการสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้ข้ออื่น และช่วยแก้ปัญหารูปแบบการจ้างงานอันล้าหลังในอดีต คือการปรับกระบวนการจ้างงานให้โปร่งใส เปิดเผย และยุติธรรมต่อผู้หางานทุกคนอย่างเท่าเทียม ทักษะ และความสามารถควรต้องเป็นคุณสมบัติแรกที่นายจ้างใช้พิจารณา ความโปร่งใสดังกล่าวนี้จะช่วยลดอคติในการจ้างงาน รวมถึงช่วยเชื่อมโยงบริษัทต่างๆ เข้ากับผู้สมัครมากความสามารถที่มีความหลากหลายมากขึ้น
         สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า จากการสัมภาษณ์นักเศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่งระบุว่า GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ) ซึ่งเป็นเครื่องมือชี้วัดเศรษฐกิจที่ยอมรับกันในโลกสากล พบว่า ในปี 2020 เศรษฐกิจไทยติดลบมากที่สุดในอาเซียน ยิ่งเมื่อรวมกับความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์อีกหลายคนแล้วยิ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอนาคตในอีกหลายปีนับจากนี้มีแนวโน้มที่จะดิ่งลงมากกว่าพุ่งขึ้น   
          การสร้างระบบการเรียนรู้แบบใหม่เพื่อให้สอดรับกับโลกแห่งอนาคตจึงอาจจะเป็นทางออกสำคัญที่เราสามารถสร้างได้ในตอนนี้ เพื่อเตรียมบุคลากรภายในองค์กร เด็กนักเรียน คนรุ่นใหม่ หรือกระทั่งแรงงานที่อยู่ในสภาวะว่างงาน ให้พร้อมเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจ และรับมือกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
https://www.forbes.com/sites/stradaeducationnetwork/2020/04/13/a-new-learning-ecosystem-is-more-important-than-ever/
http://www.sproutlabs.com.au/blog/a-learning-ecosystem-model/
https://ethinkeducation.com/blog/what-is-the-learning-ecosystem/
https://edtech.worlded.org/what-is-a-learning-ecosystem/




November 30, 2020

Recommended articles

7 วิธีรับมือการทำงานแบบใหม่ ในยุคสมัยแห่งความผันผวน
Blog

7 วิธีรับมือการทำงานแบบใหม่ ในยุคสมัยแห่งความผันผวน

นี่คือ

"ขยะในเมือง เรื่องใกล้ตัว" เปลี่ยนแปลงเริ่มจากตัวเอง
Blog

"ขยะในเมือง เรื่องใกล้ตัว" เปลี่ยนแปลงเริ่มจากตัวเอง

การจัดการขยะที่ดีอย่างเป็นระบบจะต้องใช้แนวทาง “เศรษฐกิจหมุนเวียน”

สร้างกิจวัตรสนุก ให้เด็กวัยซน รับมือโควิด 19
Blog

สร้างกิจวัตรสนุก ให้เด็กวัยซน รับมือโควิด 19

แนวทางการสร้างกิจวัตรประจำวันของเด็ก ๆ ให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองนำไปปรับใช้

100 เล่ม ที่ถูกยืมมากที่สุดในปี 2022 ที่ TK Park
Blog

100 เล่ม ที่ถูกยืมมากที่สุดในปี 2022 ที่ TK Park

TK Park ชวนส่อง 100 เล่ม ที่ถูกยืมมากที่สุดในปี 2022

ไขข้อข้องใจ เลี้ยงลูกอย่างไรให้เติบโตในแบบที่เขาเป็น
Blog

ไขข้อข้องใจ เลี้ยงลูกอย่างไรให้เติบโตในแบบที่เขาเป็น

ลูกมีบุคลิกภาพแบบไหน ต้องเลี้ยงเขาในรูปแบบใด ซึ่งจะทำให้ครอบครัวเข้าใจกันมากขึ้น

สร้างเมืองอนาคต... รับการเปลี่ยนแปลงยุคโควิด 19
Blog

สร้างเมืองอนาคต... รับการเปลี่ยนแปลงยุคโควิด 19

การสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมใหม่ในยุคหลังโควิด 19

นิตยสารสร้างแรงบันดาลใจจากรอบโลก
Blog

นิตยสารสร้างแรงบันดาลใจจากรอบโลก

TK Park รวบรวมนิตยสารสร้างแรงบันดาลใจ 14 เล่ม โดยหลายเล่มสามารถยืมอ่านได้บนแอปพลิเคชันของ TK Park

12 หนังสือไทย ที่พาเราไปไกล…มากกว่าการอ่าน
Blog

12 หนังสือไทย ที่พาเราไปไกล…มากกว่าการอ่าน

หนังสือไทย 12 เล่มถูกนำมาตีความใหม่เป็นบอร์ดเกมในโครงการ Book on Board #5 โดย 12 ทีมนักออกแบบ เปลี่ยนการอ่านให้กลายเป็นการเล่น และอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ใครหลายคนอยากกลับไปหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอีกครั้ง

90
8
715
118
65
5
7
|Read : 10 min
21