This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

ค้นหาตัวตนและเตรียมพร้อมทักษะสู่โลกอนาคต ไปกับ ‘ฮาย-พิชญ์พิสิฐฎ์เสฎ โชคชัย’ และ ‘เฟริสท์-ฉลองรัฐ นอบสำโรง’

ค้นหาตัวตนและเตรียมพร้อมทักษะสู่โลกอนาคต ไปกับ ‘ฮาย-พิชญ์พิสิฐฎ์เสฎ โชคชัย’ และ ‘เฟริสท์-ฉลองรัฐ นอบสำโรง’

25

         ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด การเตรียมทักษะให้พร้อมสำหรับอนาคตทั้งด้านการเรียนและการทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราเลยอยากชวนมาฟังเรื่องราวจากสองรุ่นพี่ ‘ฮาย-พิชญ์พิสิฐฎ์เสฎ โชคชัย’ จาก Haiseoul Channel : ฮายโซล แชนแนล และ ‘เฟริสท์-ฉลองรัฐ นอบสำโรง’ นักแสดงจาก Tharn Type The Series 2 ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และแนะแนวทักษะที่ต้องมีก่อนก้าวเข้าสู่วัยทำงาน

cover-find-yourself.jpg
           How to ค้นหาตัวเอง
           สิ่งที่เฟริสท์และฮายมีเหมือนกันในช่วงวัยเรียน คือความรู้สึกที่ ‘ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร’ เฟริสท์เคยอยากเป็นนักบิน ก่อนจะเบนเข็มไปสายกีฬา แล้วลงเอยที่การเป็นนักแสดงอย่างในปัจจุบัน ส่วนฮายเคยทำยูทูบเป็นงานอดิเรก ก่อนจะเริ่มเข้ามาทำอย่างเต็มตัวในช่วงวัยทำงาน ซึ่งฮายเล่าถึงวิธีค้นหาตัวเองตามแบบฉบับของเธอว่า
           “เราจะไม่มีทางรู้หรอกว่าเราชอบอะไร ในเมื่อเราทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ เราอยากเป็นคุณครูนะ อยากเป็นพนักงานเสิร์ฟนะ อยากใส่ชุดผ้ากันเปื้อนนะ แต่เราลองทำแล้วไม่ใช่ทาง ก็รู้แล้วว่าไม่ชอบ กลับมาที่ตัดต่อ ก็สงสัยว่าเราชอบตัดต่อจริง ๆ หรือเปล่า เลยไปหาอย่างอื่นทำ แต่รู้สึกว่าไม่มีความสุข พอกลับมาตัดต่อแล้วมีความสุข ก็เลยรู้ว่าชอบตัดต่อ เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนรู้แล้วก็ลองค่ะ ไม่มีใครที่จะทำอันนี้แล้วก็ชอบเลย อาจจะไปทำปั๊บ แล้วมีสิ่งที่ชอบกว่าก็เป็นได้”
            นอกจากการลองทำสิ่งต่างๆ แล้วเฟริสท์ยังเสริมว่า ‘การเปิดใจ’ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แล้วลองทำให้เต็มที่ก็ช่วยให้เขาค้นหาตัวเองได้เช่นเดียวกัน
           “ตอนมาเล่นซีรีส์ ยังไม่ได้รู้สึกชอบ เรายังรู้สึกงง ๆ รู้แค่ว่าผมอยากมีความรู้เยอะ ๆ ในด้านนี้ ผมก็เปิดสมอง แล้วเขาสอน เราก็ฟัง ๆ ๆ แล้วก็แค่กล้าแสดงออกอะไรอย่างนี้ จริง ๆ แล้วอย่างที่เขาบอกครับ อย่าทำน้ำให้เต็มแก้ว เราลองเปิดสมองดู แล้วปล่อยให้ความรู้เข้ามาในหัว แล้วเราก็กลั่นกรองเอาเองว่าอะไรดีไม่ดี อะไรเหมาะกับเราหรือเปล่า”

01-(7).jpg
           การก้าวผ่านอุปสรรคไปสู่สิ่งที่รัก
           แม้ที่สุดแล้วทั้งคู่จะค้นพบและได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่แน่นอนว่าหนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เฟริสท์เล่าถึงความยากระหว่างทางฝันว่า
           “ช่วงที่เล่นกีฬา เราเริ่มเข้าสู่ระบบการแข่งขัน เรารู้สึกว่ามันเริ่มยากขึ้นเพราะอยากทำมันเป็นอาชีพ อยากเป็นทีมชาติเพื่อหาเงินเยอะๆ แล้วอุปสรรคมันอยู่ตรงที่ว่าการแข่งขันมันสูง ถ้าเราหยุดซ้อม แต่คนอื่นยังซ้อมอยู่ เขาก็จะโตขึ้นเรื่อย ๆ และเก่งกว่าเรา พูดง่าย ๆ คือเค้าซ้อมมาก ก็เก่งมาก แล้วอุปสรรคมันก็อยู่ที่ใจเราด้วยเวลาเราไปแข่งแล้วแพ้ เราจะรู้สึกว่า เราก็พยายามมาเต็มที่แล้ว ทำไมถึงยังทำไม่ได้ ช่วงนั้นก็จะรู้สึกดาวน์มาก อยากจะเลิก อยากจะพอ”
          “ส่วนตอนที่เฟริสท์จะเริ่มเข้ามาเป็นนักแสดง เฟริสท์ยังเล่นกีฬาอยู่ ยังซ้อมยังแข่งอยู่ เหมือนเรามีอยู่ 3 ทางเลยคือ เป็นนักเรียนด้วย เป็นนักกีฬาแล้วก็นักแสดง ตอนที่เราเป็นนักกีฬากับเป็นนักเรียนก็แบ่งเวลายากแล้ว เพราะเราอยากเอามันมาเป็นอาชีพ แบบตื่นมาตี 5 ซ้อมถึง 7-8 โมง ซ้อมเสร็จก็ไปเรียนเลยไม่เข้าแถว เรียนเสร็จก็ไปซ้อมต่อ เวลามันเบียดกันไปหมด พอเริ่มมีการแสดงเข้ามาเราก็ต้องเจียดเวลาเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งมันจะเหนื่อยมาก ผมมองว่าตอนนั้นมันเหนื่อยไปหมดเลย ตอนนั้นนั่งท้อ เราเองก็เป็นเด็กมัธยม ไม่มีเวลาไปเล่นกับคนอื่น ไปดูหนังตามประสาวัยรุ่น ถามว่าน้อยใจไหม เราก็น้อยใจนะ มันเหมือนว่าเรามีเป้าหมาย และพอมันมีมาเพิ่ม แล้วเราชอบ เราอยากทำมันให้เต็มที่”
          เฟริสท์เล่าถึงวิธีก้าวข้ามผ่านในวันที่ท้อหรือหมดกำลังใจว่า ต้องมีช่วงที่พักไปทำกิจกรรมอย่างอื่น หรือแม้กระทั่งการนอนหลับ เพื่อชาร์จพลังของตัวเอง เช่นเดียวกับฮายที่มองว่า ‘การพักผ่อนและจัดการกับอารมณ์ทางลบ’ เป็นทักษะอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้ความสามารถด้านการทำงาน เพราะสิ่งที่ยากกว่าการแก้ปัญหา คือการมีแรงใจเพื่อลุกขึ้นมาแก้ปัญหาเหล่านั้น
          ส่วนอุปสรรคของฮายเจอและแตกต่างไปจากเฟริสท์ คือคนบางกลุ่มในสังคมยังไม่ได้เปิดรับ LGBTQ+ หรือคาดหวังให้เธอเป็นไปตามรูปแบบที่สังคมตีกรอบไว้
         “อย่างเช่นถ้าในสมัยฮายก็จะมีความกดดันว่า เป็นกระเทย เป็นตุ๊ด คือมันต้องมีความพยายามให้มากกว่าคนอื่น เราก็ไม่เข้าใจนะ ในยุคนั้นจะเป็นอย่างนี้ตลอดเลย ซึ่งแบบ ทำไม ตอนนี้ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ตอนนั้นก็คือต้องพยายาม ก็จะโดนด่า ยิ่งช่วงทำคลิปก็ยังโดนเลยว่า ‘โอ้โห เกิดมาได้ยังไงเพศแบบนี้’ โดนบ่อยมาก ”
           “เอาจริงๆ ถ้าโดนหนักๆ ก็ร้องไห้ก่อนเลย แต่ตอนนี้ก็คือคิดว่าตัวเองเก่งขึ้นมาแล้ว คือถ้าเราไม่ใช่อย่างนั้นก็ปล่อยผ่านไป แล้วก็ทำในสิ่งที่เรามีความสุขดีกว่า อย่าไปโฟกัสเรื่องนั้น เพราะบางคนก็พูดถึงเราแบบไม่ได้รู้จักเราดีจริง เราใส่ใจกับคนที่รักเราดีกว่า และทำในสิ่งที่เรารักอันนี้ดีที่สุดเลย”

02-(6).jpg
          เมื่อสิ่งที่ชอบ กลายเป็นอาชีพ
          หลายคราวที่เรามักได้ยินประโยคทำนองว่า หากนำสิ่งที่ชอบมาเป็นอาชีพ อาจจะทำให้ความหลงใหลหรือความสนุกจากการทำงานลดน้อยถอยลง เพราะช่วงวัยทำงานนอกจากความสนุกจากสิ่งที่ทำแล้ว ภาระรับผิดชอบและรายได้ก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกัน ซึ่งเฟริสท์ตอบประเด็นนี้ว่า
           “ต้องบาลานซ์ครับ จริง ๆ เงินมันก็ช่วยสร้างความสุขให้เร็วขึ้น สะดวกขึ้น ง่ายขึ้น บางทีเรามีความสุขอย่างเดียวแต่ไม่มีเงิน ถ้าสมมุติเราไม่มีเงินเราจะกินข้าวยังไง (หัวเราะ) เฟริสท์เลยคิดว่าถ้าบาลานซ์ดี ๆ มันจะโอเค บางทีงานที่เรารักมันอาจจะไม่ได้สร้างเงินให้เราได้ เราก็เอางานที่รักที่ชอบไปเป็นงานอดิเรกแทนไหม เอางานที่สร้างเงินได้มาเป็นหัว แล้วเอางานที่เรามีความสุขมาเป็นงานอดิเรกแทน ซึ่งผมว่ามันไปควบคู่กันได้”
           ส่วนฮายที่มีเงื่อนไขอีกแบบหนึ่ง คือครอบครัวของเธอค่อนข้างสนับสนุน และงานที่เธอรักก็สามารถสร้างรายได้ให้กับเธอเช่นกัน ทำให้ฮายมองว่า สิ่งที่ชอบและอาชีพที่ทำสามารถไปควบคู่กันได้
            “ฮายก็ยังมองว่า อยากทำในสิ่งที่ตัวเองชอบอยู่ ถามว่าเงินจำเป็นไหมก็จำเป็น แต่คิดว่าการที่ทำในสิ่งที่ชอบมันทำให้หัวใจเราฟูมากกว่า อย่างที่เฟริสท์บอกแหละว่าสุดท้ายแล้วก็ต้องบาลานซ์ อาจจะเป็นความโชคดีของฮายที่เงินมันมักจะมากับงานที่ฮายชอบ เพราะว่าถ้ามีงานเข้ามาแล้วเม็ดเงินมันเยอะมาก แต่ถ้าทำไปคือไม่ใช่แนว ถามว่าอยากทำไหม ก็อยากทำเพราะอยากได้เงินนะคะเอาจริง ๆ แต่คิดว่าถ้าเกิดทำแล้วมันไม่เวิร์กแน่ ๆ ก็คงจะไม่ทำ แต่อย่างที่บอกไปว่าโชคดีที่งานอดิเรกของเรา ความชอบของเรา ทำให้เรามีเงินได้”

03-(6).jpg
          ทักษะที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนก้าวสู่โลกการทำงาน
          เมื่อผ่านช่วงลองผิดลองถูกตั้งแต่วัยเรียน มาจนถึงวัยทำงานในยุคที่เต็มไปด้วยเทคโลยีและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เฟริสท์และฮายจึงแนะนำว่าทักษะสำคัญที่ควรเตรียมพร้อมคือ ‘การรู้เท่าทันสื่อ’ หรือ ‘Media Literacy’ ไม่ว่าโลกจะอยู่ในยุคหนังสือพิมพ์ กระทั่งการเสพข่าวจากในทวิตเตอร์ เพราะข้อมูลข่าวสารส่งผลกระทบต่อความคิด ความเชื่อ ไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวันของเรา การเสพสื่ออย่างมีวิจารณญาณจะช่วยให้ได้รับข้อมูลที่รอบด้านและไม่ตกเป็นเหยื่อของข้อมูลที่บิดเบือน
          นอกจากนี้อีกทักษะที่ฮายและเฟริสท์เห็นตรงกันคือ ทักษะการนำเสนองาน หรือการพูดต่อหน้าสาธารณะ (public speaking) แม้วัยเรียนทักษะนี้มักจะได้ใช้เพื่อการนำเสนอหน้าห้อง แต่เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ทักษะดังกล่าวจำเป็นมากกว่าอาชีพพิธีกรหรืออาชีพด้านการสื่อสาร เพราะบางครั้งเราอาจจะต้องนำเสนองานกับลูกค้า ไปจนถึงเสนอความคิดเห็นในที่ประชุม ซึ่งฮายแนะนำวิธีสร้างความมั่นใจว่า
          “หนึ่งเลย พูดกับตัวเองในกระจก ซ้อมเยอะ ๆ จะช่วยลดความตื่นเต้นไปเยอะมาก ไม่ว่าจะไปไหนก็ตาม ซ้อมและส่งกำลังใจให้ตัวเองเยอะ ๆ”
           อย่างไรก็ตามทั้งคู่มองว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันอาจไม่ได้ส่งผลกระทบกับเด็กรุ่นใหม่มากนัก เพราะเด็กยุคใหม่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี ทำให้สามารถปรับตัวและเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นสิ่งสำคัญอาจเป็นการโฟกัสและทำในสิ่งที่ตั้งใจอย่างเต็มที่
          “อดทน โฟกัสในสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขที่สุด แล้วก็ คือสบายใจเราด้วย แล้วก็สบายใจกับทางครอบครัวเราด้วยอะไรอย่างนี้ค่ะ น่าจะโอเค แล้วก็เด็กสมัยนี้ อันนี้ฮายมองจากมุมคนอายุเท่าฮายนะ 26 นะ ฮายมองว่าเด็กสมัยนี้เก่งมาก สมัยฮาย 15-16 ฮายยังเล่นหมากเก็บอยู่เลย (หัวเราะ) ฮายว่าถ้ามองถึงอนาคต ต้องมีเด็ก ๆ ที่เก่งเยอะมาก ๆ ดังนั้น แค่โฟกัสเป้าหมายของตัวเอง แค่นั้นเลย”

          ก่อนจากกันเฟริสท์และฮายทิ้งท้ายไว้ว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงประสบการณ์และคำแนะนำจากรุ่นพี่ ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีเงื่อนไขชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการเตรียมพร้อมและพัฒนาตัวเองสำหรับวันข้างหน้าก็อาจจะต้องเลือกรับ และนำข้อมูลบางอย่างไปปรับใช้ตามเงื่อนไขและวิธีการในแบบของตัวเอง





July 13, 2021

Recommended articles

เกมไม่ใช่ยาวิเศษ นักออกแบบเกมไม่ใช่หมอเทวดา
Blog

เกมไม่ใช่ยาวิเศษ นักออกแบบเกมไม่ใช่หมอเทวดา

บอร์ดเกมไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้เองโดยอัตโนมัติ แต่หัวใจสำคัญคือการออกแบบ "กระบวนการเรียนรู้" อย่างตั้งใจเพื่อให้ผู้เล่นบรรลุเป้าหมาย

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”
Blog

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”

“เราคิดทัน AI หรือเปล่า?” และ “ในวันที่ AI เข้ามาช่วยคิดมากขึ้น เราควรปรับบทบาทตัวเองไปในทางไหน?”

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม
Blog

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม

"ถ้าในชีวิตจริงเราไม่วิจารณ์คนแปลกหน้า... แล้วทำไมบนโลกออนไลน์เราถึงทำ?" อย่าปล่อยให้ อิสระ บนหน้าจอ ทำเราลืมมารยาทและคุณธรรมที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะโลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว และไม่ใช่อภิสิทธิ์ในการทำร้ายใคร

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech  ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech
Blog

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech

ยิ่ง AI ฉลาดขึ้นเท่าไหร่ ทักษะความเป็นมนุษย์ยิ่งสำคัญจากอดีตที่ทำตามคำสั่ง วันนี้ AI กลายเป็นสุดยอดผู้ช่วยที่ทำงานแทนเราได้เกือบทุกอย่าง แต่สิ่งที่จะช่วยสร้างความต่างในยุค AI คือการหันมาลับคมทักษะความเป็นมนุษย์ที่หุ่นยนต์ไม่มีวันเลียนแบบได้

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต
Blog

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต

ทำไมย่านที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยที่สุดแห่งหนึ่ง ถึงยังมีเรื่องที่ไม่เคยรู้อีกมาก คำถามนี้เป็นจุดตั้งต้นของกิจกรรมเดินทัวร์ "Learning Pranakorn จากบ้านหม้อ ถึงบางลำพู

ความต่างระหว่างบรรทัด: เมื่อเภสัชกร ศิลปิน และบรรณาธิการ พิสูจน์ว่าทุกประสบการณ์คือต้นฉบับ
Blog

ความต่างระหว่างบรรทัด: เมื่อเภสัชกร ศิลปิน และบรรณาธิการ พิสูจน์ว่าทุกประสบการณ์คือต้นฉบับ

เส้นทางของ กิตติศักดิ์ คงคา, อุทิศ เหมมะมูล และ จิราภรณ์ วิหวา เผยให้เห็นว่า งานเขียนไม่ได้เกิดจากจินตนาการล้วน ๆ หากเติบโตจากประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกัน ซึ่งหล่อหลอมให้แต่ละคนมีภาษาและวิธีเล่าเรื่องในแบบของตนเอง

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม
Blog

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม

บทเรียนเล็ก ๆ ของการอ่านสื่อร่วมสมัย ที่เริ่มจากสตรอว์เบอร์รีร้องไห้ในฟีดมือถือ แล้วค่อย ๆ พาเราตั้งคำถามว่า ทำไมเราจึงเข้าใจความเจ็บปวดของผลไม้ที่ไม่มีอยู่จริงได้เร็วขนาดนี้ โดยไม่ต้องอ่านตำราเล่มหนา

รดน้ำ พรวนดิน และกลิ่นหอม: 5 บทเรียนปลุกชีวิตให้ย่านทรงวาด-หัวลำโพงกลับมามีลมหายใจ
Blog

รดน้ำ พรวนดิน และกลิ่นหอม: 5 บทเรียนปลุกชีวิตให้ย่านทรงวาด-หัวลำโพงกลับมามีลมหายใจ

เมื่อลมหายใจของ"ทรงวาด" และ "หัวลำโพง" ฟื้นคืนจากคนตัวเล็ก ๆ ในชุมชน ผ่านศิลปะ การอ่านเมือง และการร่วมมือของคนหลากทักษะ จนกลายเป็นบทเรียนสำคัญของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนจากฐานรากของพื้นที่

9
13
13
158
53
22
14
12