This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

การปฏิรูปห้องสมุดประชาชนในนอร์เวย์

การปฏิรูปห้องสมุดประชาชนในนอร์เวย์

143

cover_800.jpg

          ในปี 2014 นอร์เวย์ได้ประกาศการทบทวนวิสัยทัศน์ห้องสมุดประชาชนใหม่ โดยบทบัญญัติว่าด้วยห้องสมุดประชาชนนอร์เวย์ (The Public Libraries of Norway) ระบุเป้าหมายของห้องสมุดประชาชนไว้ว่า “เพื่อส่งเสริมการเผยแพร่สารสนเทศ การศึกษา และกิจกรรมวัฒนธรรมอื่นๆ ผ่านการให้บริการเชิงรุก โดยการทำให้ชาวนอร์วิเจียนสามารถเข้าถึงหนังสือและสื่ออื่นๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ห้องสมุดจะเป็น สถานที่พบปะ ที่เป็นอิสระ สำหรับการอภิปรายและถกเถียงประเด็นสาธารณะ”

          นอร์เวย์จึงแสวงหาโมเดลและองค์ความรู้ด้านการออกแบบพื้นที่ห้องสมุด ที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์ใหม่ที่จะนำไปสู่การให้บริการเชิงรุกและการแก้ปัญหาเชิงปฏิบัติ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในอนาคตที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีกระบวนการทดสอบจนแน่ใจว่าทรัพยากร การให้บริการ พื้นที่ทางกายภาพและดิจิทัล สามารถนำมาใช้กับชีวิตและการทำงานได้จริง ดังที่เดวิด แลนเคส (David Lankes) กล่าวว่า “ชุมชนมีส่วนช่วยเสริมพลังให้บรรณารักษ์สามารถตัดสินใจ จัดลำดับความสำคัญ และใช้ทักษะวิชาชีพ ประสบการณ์ คุณค่าของตน เพื่อก่อให้เกิดการลงทุนในชุมชนให้มากที่สุด”

โมเดลห้องสมุดแห่งอนาคต

          การเปลี่ยนแปลงห้องสมุดประชาชนนอร์เวย์ได้รับอิทธิพลทางแนวคิดโดยตรงมาจากประสบการณ์ของประเทศเดนมาร์ก ที่เรียกว่า แบบจำลองจัตวากาศ (Four Spaces Model) โมเดลได้จำแนกพื้นที่ออกเป็น 4 ประเภท คือ พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ (inspiration space) พื้นที่การเรียนรู้ (learning space) พื้นที่พบปะ (meeting space) พื้นที่แสดงออก (performance space) ความคิดเบื้องหลังโมเดลสนับสนุนห้องสมุดให้ทำงานเพื่อสร้างพลเมืองที่เข้มแข็งและเป็นอิสระ ทั้งบุคคลและกลุ่มคน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างนวัตกรรม (Innovation) ประสบการณ์ (Experience) การเสริมพลัง (Empowerment) ความมีส่วนร่วม (Involvement)

          ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ห้องสมุดประชาชนนอร์เวย์กลายเป็นพื้นที่สำหรับสร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจ และเป็นจุดนัดพบของชุมชน มีงานวิจัยระบุว่า ห้องสมุดกำลังเคลื่อนจากทรัพยากร (collection) ไปสู่การเชื่อมโยง (connection) ส่วนกระบวนทัศน์ใหม่ของห้องสมุดคือการเปลี่ยนจากทรัพยากร (collection) ไปสู่การสร้างสรรค์ (creation) ดังนั้นทั้งการเชื่อมโยงและการสร้างสรรค์ต่างเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับห้องสมุด

650_n01.jpg

โครงการนำร่องของเมืองทรอมส์

          นอร์เวย์ประกอบด้วย 23 เมือง แต่ละเมืองมีห้องสมุดประชาชนเป็นของตัวเอง ทรอมส์ (Troms) เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุด คือ 74,541 คน ห้องสมุดในเมืองทรอมส์ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายห้องสมุดประชาชนมาตั้งแต่ต้น ผ่านโครงการพิเศษ 2 โครงการ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากหอสมุดแห่งชาติ ได้แก่โครงการออกแบบพื้นที่ห้องสมุด (ระหว่างปี 2012-2014) และโครงการบ้านวรรณกรรม (ระหว่างปี 2014-2017) โครงการออกแบบพื้นที่ห้องสมุดเน้นการพัฒนาเพื่อเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้ตรงกับความต้องการของชุมชนท้องถิ่น มุ่งให้ห้องสมุดเป็นศูนย์กลางความรู้ วัฒนธรรม วรรณกรรม รวมทั้งการเป็นพื้นที่พบปะและทำกิจกรรมสนุกๆ ส่วนโครงการบ้านวรรณกรรมเน้นการใช้ประโยชน์แบบใหม่จากพื้นที่ห้องสมุด รวมถึงการพัฒนาความสามารถ การแสดงออกถึงไอเดียและความรู้ การอภิปรายและถกเถียงประเด็นสาธารณะ

          ห้องสมุดส่วนใหญ่ในเมืองทรอมส์มีขนาดเล็กและกลาง นับเป็นเรื่องท้าทายในการทำงานข้ามหน่วยงานเพื่อร่วมกันตอบโจทย์การให้บริการประชากรหลากหลายกลุ่มและสร้างสรรค์การขับเคลื่อนชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเมืองทรอมส์ร่วมมือกับห้องสมุดหลายแห่งเพื่อจัดงานและกิจกรรมต่างๆ โดยมีบทบาทเป็นสะพานเชื่อมภาคีที่ทำงานจากหลายองค์กร ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มีกิจกรรมเกิดขึ้นกว่า 100 กิจกรรม ในห้องสมุด 20 แห่ง มีผู้เข้าร่วมกว่า 3,200 คน

          โครงการออกแบบพื้นที่ห้องสมุด ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้งานห้องสมุดสำหรับอนาคตในเมือง 15 แห่ง มีกิจกรรมซึ่งถูกริเริ่มโดยผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ใช้บริการตั้งแต่เด็กจนชรา มีกิจกรรมที่มุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์ในประเด็นและความสนใจที่หลากหลาย กลายเป็นความร่วมมือเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ห้องสมุดเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม การทำความรู้จักซึ่งกันและกัน และก่อให้เกิดความสัมพันธ์กับผู้คนและชุมชน         

          พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ (inspiration space) ห้องสมุดหลายแห่งในเมืองทรอมส์ได้จัดทำเฟอร์นิเจอร์เป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้รองรับกิจกรรมต่างๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือคนเดียวหรือกิจกรรมขนาดเล็ก

650_n02.jpg

          พื้นที่การเรียนรู้ (learning space) การออกแบบพื้นที่ให้สามารถตอบสนองสไตล์การเรียนรู้และความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้บริการเป็นเรื่องท้าทายของห้องสมุด กล่าวคือผู้ใช้บริการบางคนต้องการพื้นที่เงียบ แต่บางคนต้องการทำงานร่วมกับผู้อื่นเพื่ออภิปรายถกเถียงหัวข้อต่างๆ ห้องสมุดซาลังเงน (Salangen Library) ได้ปรับการออกแบบเพื่อแก้ปัญหาเรื่องเสียงและพื้นที่การเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยออกแบบซุ้มเป็นพิเศษสำหรับอ่านหนังสือ การศึกษาค้นคว้าแบบเงียบๆ หรือการใช้สไกป์

650_n03.jpg

          พื้นที่พบปะ (meeting space) ห้องสมุดเบิร์ก (Berg Library) ตั้งอยู่ในเมืองประมงขนาดเล็กในเกาะเซนจา (Senja Island) มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติเดินทางมาทำงานให้กับอุตสาหกรรมประมงที่นี่ ชุมชนจึงมีความหมายรวมถึงผู้อพยพลี้ภัยจากประเทศต่างๆ ด้วย ห้องสมุดมีบทบาทเป็นพื้นที่สาธารณะที่นำพาผู้คนมารวมกัน จึงได้ออกแบบและตกแต่งใหม่ให้กลายเป็นพื้นที่กิจกรรมและพื้นที่พบปะ ห้องสมุดแห่งนี้ได้รับความสนใจอย่างยิ่งในระดับชาติ และได้รับรางวัลห้องสมุดแห่งปี 2015 ของนอร์เวย์

650_n04.jpg

          พื้นที่แสดงออก (performance space) ตัวอย่างกิจกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่แสดงออก เช่น เด็กๆ มารวมตัวกันเพื่อเล่นเกม ฟังบรรณารักษ์อ่านหนังสือ เด็กอนุบาลเข้าร่วมกิจกรรมฟังนิทานปรัมปราและรับประทานอาหารในห้องสมุด นักเรียนมัธยมมีโอกาสสวมบทบาทจำลองเกี่ยวกับอาชีพการตลาดส่วนผู้หญิงรวมตัวกันทำงานเย็บปักถักร้อย ผู้คนในชุมชนสามารถต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ในเมกเกอร์สเปซ และร่วมกิจกรรมสันทนาการสำหรับครอบครัวในวันเสาร์ นักประวัติศาสตร์ชุมชนจัดหลักสูตรการเรียนรู้เรื่องผังเครือญาติ ฯลฯ

650_n05.jpg

          สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างบางส่วนที่เกิดขึ้นในห้องสมุดเมืองทรอมส์ ดังคำกล่าวของ เอส.อาร์ รังกานาธาน (S.R. Ranganathan) ที่กล่าวไว้ว่า “ห้องสมุดคือสิ่งมีชีวิตที่มีการเจริญเติบโต” ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงห้องสมุดในโครงการขนาดใหญ่ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวนมากประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี การเปลี่ยนแปลงในจุดเล็กๆ ก็ได้เกิดขึ้นทั่วนอร์เวย์ เช่น โครงการ “Small Scenes” ซึ่งริเริ่มโดยห้องสมุดในเมืองซอร์ทรอนดีลัก (Sor-Trondelag) เป็นการทำงานร่วมกับสถาปนิกที่มุ่งจะปรับเปลี่ยนผังกายภาพและการออกแบบตกแต่งห้องสมุดจำนวน 15 สาขา เพื่อให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์และมีส่วนสนับสนุนให้กิจกรรมต่างๆ ในห้องสมุดสามารถบรรลุผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยโครงการขนาดเล็กหรือใหญ่ หัวใจสำคัญคือ “ความยืดหยุ่น” ของพื้นที่ห้องสมุด ซึ่งหมายถึงศักยภาพที่จะปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ของห้องสมุดเพื่อจุดมุ่งหมายและบทบาทที่แตกต่างหลากหลาย

“ห้องสมุดสังคม” แนวคิดใหม่ที่ไดค์มัน สโตฟเนอร์

          มีการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้ห้องสมุดในนอร์เวย์ พบว่ากว่า 90% มักมากับเพื่อนหรือนัดพบปะสังสรรค์ การรวมกลุ่มทางสังคมจึงเป็นเป้าหมายหลักของผู้ใช้บริการห้องสมุดในปัจจุบัน หลังเลิกเรียนเป็นเวลาที่เด็กๆ หลั่งไหลเข้ามาเต็มพื้นที่ ส่วนตอนค่ำกลุ่มผู้ใช้บริการหลักคือผู้ใหญ่ ส่วนเช้าตรู่เป็นช่วงเวลายอดนิยมของกลุ่มผู้สูงอายุหรือพ่อแม่ที่มีลูกเล็ก การเปลี่ยนแปลงห้องสมุดไดค์มัน สโตฟเนอร์ (Deichman Stovner Library) ในเมืองออสโล (Oslo) จึงมีแนวคิดเบื้องหลังว่าด้วยการเป็นห้องสมุดสังคม (social library) ซึ่งออกแบบพื้นที่ให้มีความยืดหยุ่นสูง ผู้คนทุกช่วงวัยสามารถอ่านหนังสือ อภิปรายถกเถียง และมีประสบการณ์ใหม่ๆ ในห้องสมุด

650_n07.jpg

          “นี่คืออนาคตของห้องสมุดไดค์มัน สโตฟเนอร์ และหวังว่าจะเป็นอนาคตสำหรับบรรณารักษ์แห่งอื่นในเมืองด้วย ความต้องการของประชากรกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง งานของเราคือการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เพื่อความรู้ การคิดใคร่ครวญ และการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้” ผู้อำนวยการห้องสมุดคนใหม่ของเมืองออสโลกล่าว

          “การพัฒนาห้องสมุดไดค์มัน สโตฟเนอร์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่ใหญ่กว่า ซึ่งมีเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนการให้บริการห้องสมุดในออสโล ห้องสมุดมิได้มีความสำคัญต่อบุคคล แต่ยังมีความสำคัญต่อสังคมส่วนรวม ห้องสมุดต้องเป็นสถานที่ที่เปิดรับทุกคนและให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน ทุกคนสามารถมาเยือนตามที่ต้องการ แม้ในคืนวันอาทิตย์เวลา 22.45 น.” ประธานสภาเมืองออสโลกล่าว

          ตั้งแต่ปี 1980-2017 ห้องสมุดไดค์มัน สโตฟเนอร์ ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของอาคารจอดรถซึ่งไม่ดึงดูดให้เข้าไปใช้บริการ “ห้องดูเชย เล็ก และทรุดโทรม มันได้สร้างช่องว่างอันห่างไกลระหว่างผู้คนกับห้องสมุด” ผู้อำนวยการห้องสมุดสโตฟเนอร์กล่าว สถาปนิกออกแบบจึงเลือกสร้างสรรค์ห้องสมุดแห่งใหม่ในพื้นที่กว่า 1,100 ตารางเมตรซึ่งมีความยืดหยุ่นและเน้นการสร้างแรงบันดาลใจ “ห้างสรรพสินค้าเป็นหัวใจของสโตฟเนอร์ ดังนั้นห้องสมุดควรเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ที่ผู้คนดำรงอยู่” ผู้อำนวยการห้องสมุดเมืองออสโลกล่าว

          ห้องสมุดแห่งใหม่ในห้างสรรพสินค้า ขยายเวลาให้บริการครอบคลุมตั้งแต่ 7.00-23.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ “ห้องสมุดสังคม” ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ผู้คนมารวมตัวและมีปฏิสัมพันธ์กันได้โดยสะดวก ที่นี่จึงไม่ใช่ห้องสมุด “ของคุณ” แต่เป็น “ของเรา”

650_n06.jpg

          สถาปนิกกล่าวว่า “แทนที่จะออกแบบพื้นที่ห้องสมุดให้มีบรรยากาศแตกต่างกันออกไปตามกลุ่มอายุของผู้ใช้บริการ เราใช้ทางเลือกที่มีความเป็นกลางมากขึ้นสำหรับผู้ใช้บริการทุกวัย พื้นที่หลักที่ให้แรงบันดาลใจคือสวน (park) ซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงและให้ความรู้สึกอิสระ เพื่อผ่อนคลาย เล่น อ่านหนังสือพิมพ์ หรือนั่งทานบาร์บีคิวกับครอบครัว สวนเติมเต็มความสมดุลระหว่างความเป็นกลาง (neutrality) และความยืดหยุ่น (flexibility)

          “ห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่ชานเมืองออสโล ซึ่งผืนป่ามาบรรจบกับความเจริญของเมือง ห้องสมุดต้องการสร้างมิติใหม่สำหรับการพบปะ เรียนรู้ และให้ความบันเทิง ขณะเดียวกันก็มีนัยถึงเมืองที่ใกล้ชิดธรรมชาติ ทั่วทั้งพื้นที่จึงเน้นการออกแบบให้ดูมีความเขียวขจีเจริญงอกงาม การเลือกใช้สีเขียวมาจากรากฐานทางจิตวิทยาว่า สีเขียวอยู่ตรงกลางของสเปกตรัม ช่วยให้เกิดความรู้สึกสงบ การออกแบบตกแต่งสอดคล้องกับความรู้สึกดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นสีเอิร์ธโทน มีต้นไม้ และใช้วัสดุจากไม้ เติมความสดชื่นด้วยสีฟ้าและผนังกระจก ดูคล้ายโรงเรือนกระจกสำหรับเพาะต้นไม้

650_n08.jpg

          นักออกแบบระดับโลกได้ผลิตของตกแต่งเป็นพิเศษ เช่น รังนกขนาดใหญ่พอสำหรับให้คนเข้าไปนั่งรวมกันข้างใน วัสดุหลายอย่างได้มาจากกระบวนการรีไซเคิล เช่น เปลือกไม้จากสวนสาธารณะ กรอบหน้าต่างจากเศษเหล็กภาคอุตสาหกรรม ชั้นหนังสือทำมาจากวัสดุ 3 ชนิดคือ คอนกรีต แผ่นไม้ที่ยังคงมีรูปทรงตามธรรมชาติ และเหล็กฉากรับน้ำหนัก เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ มีล้อเลื่อนเพื่อให้ง่ายสำหรับเคลื่อนย้ายและปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน

650_n011.jpg

          ห้องสมุดตั้งใจเปิดกว้างให้ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กัน สามารถสร้างความทรงจำและมีประสบการณ์ที่เปี่ยมด้วยความหมาย รวมทั้งมีความรู้สึกร่วมต่ออัตลักษณ์ของท้องถิ่นและการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นไปได้ในการออกจากกรอบเดิมๆ นำไปสู่การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง 

 

 

ที่มาเนื้อหาและภาพคลิกที่นี่

July 17, 2018

Recommended articles

เกมไม่ใช่ยาวิเศษ นักออกแบบเกมไม่ใช่หมอเทวดา
Blog

เกมไม่ใช่ยาวิเศษ นักออกแบบเกมไม่ใช่หมอเทวดา

บอร์ดเกมไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้เองโดยอัตโนมัติ แต่หัวใจสำคัญคือการออกแบบ "กระบวนการเรียนรู้" อย่างตั้งใจเพื่อให้ผู้เล่นบรรลุเป้าหมาย

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”
Blog

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”

“เราคิดทัน AI หรือเปล่า?” และ “ในวันที่ AI เข้ามาช่วยคิดมากขึ้น เราควรปรับบทบาทตัวเองไปในทางไหน?”

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม
Blog

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม

"ถ้าในชีวิตจริงเราไม่วิจารณ์คนแปลกหน้า... แล้วทำไมบนโลกออนไลน์เราถึงทำ?" อย่าปล่อยให้ อิสระ บนหน้าจอ ทำเราลืมมารยาทและคุณธรรมที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะโลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว และไม่ใช่อภิสิทธิ์ในการทำร้ายใคร

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech  ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech
Blog

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech

ยิ่ง AI ฉลาดขึ้นเท่าไหร่ ทักษะความเป็นมนุษย์ยิ่งสำคัญจากอดีตที่ทำตามคำสั่ง วันนี้ AI กลายเป็นสุดยอดผู้ช่วยที่ทำงานแทนเราได้เกือบทุกอย่าง แต่สิ่งที่จะช่วยสร้างความต่างในยุค AI คือการหันมาลับคมทักษะความเป็นมนุษย์ที่หุ่นยนต์ไม่มีวันเลียนแบบได้

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต
Blog

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต

ทำไมย่านที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยที่สุดแห่งหนึ่ง ถึงยังมีเรื่องที่ไม่เคยรู้อีกมาก คำถามนี้เป็นจุดตั้งต้นของกิจกรรมเดินทัวร์ "Learning Pranakorn จากบ้านหม้อ ถึงบางลำพู

ความต่างระหว่างบรรทัด: เมื่อเภสัชกร ศิลปิน และบรรณาธิการ พิสูจน์ว่าทุกประสบการณ์คือต้นฉบับ
Blog

ความต่างระหว่างบรรทัด: เมื่อเภสัชกร ศิลปิน และบรรณาธิการ พิสูจน์ว่าทุกประสบการณ์คือต้นฉบับ

เส้นทางของ กิตติศักดิ์ คงคา, อุทิศ เหมมะมูล และ จิราภรณ์ วิหวา เผยให้เห็นว่า งานเขียนไม่ได้เกิดจากจินตนาการล้วน ๆ หากเติบโตจากประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกัน ซึ่งหล่อหลอมให้แต่ละคนมีภาษาและวิธีเล่าเรื่องในแบบของตนเอง

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม
Blog

สตรอว์เบอร์รีร้องไห้: ทำไมมนุษย์ยังแพ้เรื่องเล่าแบบเดิม

บทเรียนเล็ก ๆ ของการอ่านสื่อร่วมสมัย ที่เริ่มจากสตรอว์เบอร์รีร้องไห้ในฟีดมือถือ แล้วค่อย ๆ พาเราตั้งคำถามว่า ทำไมเราจึงเข้าใจความเจ็บปวดของผลไม้ที่ไม่มีอยู่จริงได้เร็วขนาดนี้ โดยไม่ต้องอ่านตำราเล่มหนา

รดน้ำ พรวนดิน และกลิ่นหอม: 5 บทเรียนปลุกชีวิตให้ย่านทรงวาด-หัวลำโพงกลับมามีลมหายใจ
Blog

รดน้ำ พรวนดิน และกลิ่นหอม: 5 บทเรียนปลุกชีวิตให้ย่านทรงวาด-หัวลำโพงกลับมามีลมหายใจ

เมื่อลมหายใจของ"ทรงวาด" และ "หัวลำโพง" ฟื้นคืนจากคนตัวเล็ก ๆ ในชุมชน ผ่านศิลปะ การอ่านเมือง และการร่วมมือของคนหลากทักษะ จนกลายเป็นบทเรียนสำคัญของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนจากฐานรากของพื้นที่

9
13
13
158
53
22
14
12