This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

สนุกกับการเล่นเพื่อเรียนรู้

สนุกกับการเล่นเพื่อเรียนรู้

16
June 10, 2023

Play Based learning.JPG

          เราเชื่อเสมอมาว่าเด็กควรจะแบ่งเวลา “เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น” และพ่อแม่ส่วนใหญ่ก็ต้องการให้เด็ก ๆ ไปโรงเรียนเพื่อเรียนรู้อย่างจริงจัง แล้วค่อยกลับมาเล่นสนุกที่บ้าน แต่ผลการวิจัยล่าสุดกลับพบว่า play-based learning หรือการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเล่นช่วยให้เด็กปฐมวัยพัฒนาความรู้ได้ดีกว่าการสอนตามตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิชาคณิตศาสตร์และทักษะทางด้านการคิดเชื่อมโยงกับสรรพสิ่งรอบตัว หรือมิติสัมพันธ์

          เอริกา คริสตาคิส ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาปฐมวัยยืนยันว่า การเรียนกับเล่นนั้นไม่ควรแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แม้ว่าห้องเรียนอนุบาลและประถมจะแบ่งเวลานั่งเรียนในห้องมากกว่าการเล่น แต่ในความเป็นจริง สิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงลูกด้วยนมใช้การเล่นเสริมสร้างพัฒนาการที่จะส่งผลไปตลอดชีวิต

          “เด็กที่ได้เรียนผ่านการเล่น และสมองที่กำลังพัฒนามีโอกาสเติบโตในสภาพแวดล้อมที่อุดมด้วยภาษา  ได้รับการกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูอย่างไม่เร่งรีบ จะมีอายุเฉลี่ยยืนยาวกว่า และมีทักษะทางอารมณ์และสังคมที่เข้มแข็งกว่า สร้างความสัมพันธ์เชิงลึกได้ดีกว่า” เอริกากล่าวในบทสัมภาษณ์กับเอดูโทเปียในปี 2019

play based learning.jpg

ออกนอกกรอบ

          เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก การกักขังพวกเขาไว้ในห้องเรียนที่ไม่มีความสุขสนุกสนาน เต็มไปด้วยตารางสอนและกิจวัตร สวนกับความต้องการและคุณค่าของวัยเด็ก ทว่าโรงเรียนมักจะจัดตารางสอนเน้นวิชาการเหมือนกันไปหมด แม้แต่ครูชั้นอนุบาลก็ยังถูกดดดันให้ทำตามแนวทางให้เด็กนั่งเรียนและสอนเน้นให้เด็กทำได้ตามที่พ่อแม่และครูใหญ่ต้องการ

          ผลการศึกษาที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์วิเคราะห์ผลการวิจัยนับสิบปีเกี่ยวกับ “การเล่นแบบมีผู้ชี้นำ” หรือ “เรียนจากการเล่น” สรุปได้ว่ามีผลเชิงบวกในการเสริมสร้างทักษะทางคณิตศาสตร์, วางแนวทางความรู้ และการเปลี่ยนกิจกรรมของเด็กจากรูปแบบเดิมที่นั่งอยู่ในห้องเรียนให้ครูสอนอย่างจริงจัง

          ผลการวิจัยสรุปได้ว่า “ในการนิยามการเล่นใหม่ ตามระดับความเป็นอิสระของเด็กกับการชี้นำของผู้ใหญ่ พบว่าการเล่นแบบมีผู้ชี้นำ ถือเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างการเล่นอิสระกับการถูกควบคุมโดยตรง” และการเล่นแบบมีผู้ชี้แนะ ก็ทำให้เด็กเรียนรู้ได้เข้มข้นลึกซึ้งขึ้น  เพราะเด็กจะได้ทั้งความสนุกสนาน มีแรงผลักดันจากการเล่นที่เด็กได้ทำกิจกรรม โดยมีผู้ใหญ่ช่วยชี้แนะและสนับสนุน ขยายขอบเขตในการเรียนให้กว้างไกลเกินขอบเขตที่เด็กจะทำได้ตามลำพัง

          การผสมผสานองค์ประกอบของการเล่น เช่นความพิศวงสงสัย, การสำรวจ และนักเรียนได้ลงมือทำ เข้ากับบทเรียนที่วางโครงสร้างไว้อย่างหลวม ๆ โดยมีครูสนับสนุนอย่างนุ่มนวล เป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักเรียน โดยมีผลการวิจัยยืนยันได้ สำหรับเอริกา ข้อสรุปนี้หมายความว่า ประสบการณ์เรียนจากการเล่น ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ “ใช้เวลาอย่างอิสระและเข้าถึงสื่อการเรียนปลายเปิดได้” ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเล่าเรื่องที่ “พรั่งพรู” และมีเวลามากมายที่จะ “เล่นไปเรื่อยด้วยกฎเกณฑ์ที่พวกเขาสร้างขึ้นเอง”

play based learning.jpg

เล่นอย่างมีเป้าหมาย

          ในชั้นเรียนที่อยู่บนพื้นฐานของการเล่น ครูจะวาง “เป้าหมายในการเรียนรู้” ไว้ล่วงหน้าเสมอ ผลการศึกษาของเคมบริดจ์เสนอแนะว่าระหว่างที่เด็กเล่นครูควรจะกำหนดเป้าหมายไว้ในใจและนำทางอย่างนุ่มนวลให้เด็กได้ก้าวหน้าไปสู่เป้าหมายนั้น โดยไม่ดึงเชือกให้ตึงเกินไป

          แมกกี้ ซาบิน คุณครูชั้นประถมบันทึกไว้ว่าครูไม่ควรคาดหวังผลงานจากเด็กแบบเฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่น ในการสอนให้เด็กรู้จักการผสมสีเพื่อสร้างสีใหม่ แทนที่ครูจะบอกเด็กว่าต้องผสมสีอย่างไรและจะได้สีไหนออกมา ครูควรทำให้ดูเป็นตัวอย่างหนึ่งครั้ง แล้วปล่อยให้เด็กเล่นผสมสีในแบบของเขาเอง “ครูควรเตรียมตัวอย่างดี และวางแผนอย่างมีเป้าหมาย แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้ความยืดหยุ่นและแรงบันดาลใจด้วย” ซาบินกล่าว

          วิธีหนึ่งที่จะแน่ใจได้ว่านักเรียนเล่นอย่างมีเป้าหมายก็คือจัดห้องเรียนให้มีพื้นที่หรือศูนย์กลางสำหรับสื่อการสอน, เกม หรือวัตถุที่เลือกสรรมาเพื่อให้เด็กสนใจมีส่วนร่วมและเรียนรู้ความหมาย

          ตัวอย่างเช่น ซาบินจัดบริเวณหนึ่งในห้องเรียนไว้วาง “ถาดจิปาถะ” ใส่สิ่งของต่าง ๆ

          ที่เธอจะใช้ประกอบบทเรียน ถ้าจะเรียนเรื่องธรรมชาติและวัสดุธรรมชาติ ในถาดนี้ก็จะมีก้อนกรวด, ใบไม้ หรือกิ่งไม้ที่เด็กนักเรียนจะฝึกบอกชื่อ หรือนำมาเล่นในรูปแบบต่าง ๆ วัสดุเหล่านี้ใช้ฝึกทักษะคณิตศาสตร์เบื้องต้นผ่านการเล่น เช่นถามเด็กว่ามีกรวดอยู่กี่ก้อน หรือแบ่งให้เพื่อนไปแล้วจะเหลือกี่ก้อนเป็นต้น

play based learning.jpg

ให้ทางเลือกและโอกาสลงมือทำ

          ผลการวิจัยชี้ว่า การเล่นเพื่อเรียนรู้อย่างได้ผล ควรให้เด็กรับบทนำและให้ “อิสระและทางเลือกที่จะแสดงพฤติกรรมการเล่น” อย่างไรก็ตาม การวิจัยพบด้วยว่า ระดับความเป็นอิสระของนักเรียนในสถานการณ์การเรียนรู้ด้วยการเล่นมักจะน้อยเกินไป ไม่เพียงพอต่อการ "ปลูกฝังพฤติกรรม แรงจูงใจ และความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก"

          เพื่อกระตุ้นให้เด็กลงมือทำ เจสสิก้า แอร์โรว์ ครูอนุบาลในนิวแฮมเชียร์มักจะเริ่มวันใหม่ด้วยการปล่อยให้นักเรียนได้มีเวลา 30 – 45 นาทีในการ “เลือก” สำรวจพื้นที่ในห้องเรียนที่มีฐานบล็อก, คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, ศิลปะ, มุมหนังสือหรือมุมการละคร

          สิ่งของที่เด็กได้พบจะเชื่อมโยงกับบทเรียนครั้งก่อน และเข้ากับความสนใจที่เด็กเคยแสดงออก ตัวอย่างเช่น หลังจากอ่านหนังสือเด็กเรื่อง Miss Maple’s Seeds นักเรียนของเจสสิก้าก็สนใจกระบวนการที่นักเขียนสร้างสรรค์หนังสือขึ้นจากจินตนาการ ครูจึงหาวัตถุดิบในการสร้างเรื่องมาใส่ไว้ในฐานศิลปะ ให้เด็ก ๆ ได้แต่งเรื่องของพวกเขาเองพร้อมทั้งฝึกพูด, ฟัง, เขียน ไปด้วยในกระบวนการ

          เจสสิก้าบันทึกไว้ว่า การทำหนังสือของพวกเขายังนำไปสู่การเรียนรู้ในสาขาอื่น ๆ เช่นเด็กคนหนึ่งสร้างหนังสือตัวเลข และเมื่อให้เพื่อน ๆ ในชั้นดู หนังสือตัวเลขก็ได้รับความนิยม เพื่อนหลายคนนำตารางตัวเลขไปสร้างหนังสือของตัวเองที่ช่วยในการนับและจดจำตัวเลขจำนวนมาก

          “เมื่อนักเรียนของฉันได้รับประสบการณ์เรียนรู้ผ่านการเล่น พวกเขามีสมาธิมากขึ้น, มีแรงผลักดันและมีเป้าหมาย” เจสสิก้าบันทึกไว้ “ที่สำคัญ พวกเขามีความสุขกว่าเดิม การนำวิธีเรียนรู้จากการเล่นเข้ามาในห้องเรียนของฉันช่วยเสริมสร้างสมดุล, ทำให้เรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้ง และช่วยให้สังคมห้องเรียนของเรากลายเป็นสถานที่ซึ่งเราได้เรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน”

play based learning.jpg

เมื่อไหร่ที่ครูควรเข้าไปช่วย

          ขณะที่เด็กเล่น ครูควรสังเกตอย่างใกล้ชิดเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีที่นักเรียนเรียนรู้ และใช้คำถามปลายเปิด คำใบ้ และการกระตุ้นเตือนเพื่อผลักดันอย่างนุ่มนวล และจุดประกายการคิดเชิงลึก ครูควรเข้าไปช่วย "เมื่อเด็กพบว่ากิจกรรมยากเกินไปหรือง่ายเกินไป" เพื่อให้ "พวกเขาเรียนรู้ได้เรียนรู้มากขึ้นกว่าที่จะได้จากการเล่นอิสระธรรมดา" นักวิจัยกล่าว

          ตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กเล่นกับบล็อก ครูอาจใช้คำถามปลายเปิดเพื่อสนับสนุนให้แก้ปัญหาทำนายเหตุการณ์ หรือสร้างสมมุติฐานก็ได้

          วินนี่ โอ’เลียรี่ ครูอาวุโสและผู้จัดการหลักสูตรที่เอ็ดเมนตัมกล่าวว่า ครูสร้างการับรู้เกี่ยวกับคณิตศาสตร์มาตรฐานได้ด้วยคำถามง่าย ๆ เช่น “สงสัยจังว่าหอคอยนี้จะสูงได้แค่ไหน” หรือ “จะต้องใช้บล็อกกี่ชิ้นถึงจะก่อหอคอยให้สูงเท่าที่เพื่อนทำไว้ได้” คำถามธรรมดาอาจกระตุ้นการฝึกจดจำข้อมูลและรูปทรง, วัตถุ หรือสี ดังที่วินนี่เสนอแนะว่า ระหว่างเกมโกฟิช ครูอาจจะตั้งคำถาม “เฮ้! ใครเป็นที่สี่เมื่อรอบที่แล้ว” หรือในเกมอูโน่ ก็อาจจะถามว่า “อืม ต้องเติมไพ่สีอะไรใส่กองกลาง” เกมที่ต้องใช้กลยุทธ์ เช่นหมากรุก หรือทิคแทคโท ช่วยให้เด็กได้คิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบตามวัตถุประสงค์และปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ในเกม ครูอาจลองตั้งคำถามว่า “จะต้องทำอย่างไรจึงจะชนะ” อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเตือนให้ใช้กลยุทธ์อย่างระมัดระวัง อย่าให้คำถามและคำใบ้กลายเป็นชี้นำ

          เอริกาก็บอกเอดูโธเปียเช่นกันว่า เธอมักจะโค้ชให้คุณครูระวัง “คำถามตรวจสอบ” เช่น “แอปเปิ้ลนี้สีอะไร” หรือ “เธอวาดรูปอะไรอยู่” คำถามที่เหมาะสมกว่าคือ “เล่าเรื่องรูปวาดของหนูให้ครูฟังหน่อยสิ”

          “คำตอบปลายเปิดจะส่งเสริมการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งและเป็นธรรมชาติ” เอริกาสรุป.

 

ที่มา

https://www.edutopia.org/article/young-kids-power-play-based-learning/?fbclid=IwAR2BQ0loDs0-bqlAm40Z1PMx1L7UxthODGrK3zcjHJ3j84pbH0GZHXHR2gg

https://www.gowriensw.com.au/blog/what-is-play-based-learning

Recommended articles

เกมไม่ใช่ยาวิเศษ นักออกแบบเกมไม่ใช่หมอเทวดา
Blog

เกมไม่ใช่ยาวิเศษ นักออกแบบเกมไม่ใช่หมอเทวดา

บอร์ดเกมไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้เองโดยอัตโนมัติ แต่หัวใจสำคัญคือการออกแบบ "กระบวนการเรียนรู้" อย่างตั้งใจเพื่อให้ผู้เล่นบรรลุเป้าหมาย

9
ข่าวปลอมแนบเนียน ยิ่งต้องรู้เท่าทัน ชวนรู้จัก “Digital Literacy” กับการหยุดวงจรข่าวปลอมในยุค AI
Blog

ข่าวปลอมแนบเนียน ยิ่งต้องรู้เท่าทัน ชวนรู้จัก “Digital Literacy” กับการหยุดวงจรข่าวปลอมในยุค AI

ข่าวปลอมยุคใหม่ไม่ได้ดูหลอกลวงเสมอไป แต่มักแฝงตัวมาอย่างแนบเนียน เช่น ข้อความเตือนภัยในกรุ๊ปไลน์ คลิปสั้น หรืออินโฟกราฟิกที่ดูน่าเชื่อถือ จนทำให้หลายคนตกเป็นเหยื่อและเผลอแชร์ต่อเพียงเพราะคิดว่า "แชร์ไว้ก่อนดีกว่า"

9
เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”
Blog

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”

“เราคิดทัน AI หรือเปล่า?” และ “ในวันที่ AI เข้ามาช่วยคิดมากขึ้น เราควรปรับบทบาทตัวเองไปในทางไหน?”

13
มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม
Blog

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม

"ถ้าในชีวิตจริงเราไม่วิจารณ์คนแปลกหน้า... แล้วทำไมบนโลกออนไลน์เราถึงทำ?" อย่าปล่อยให้ อิสระ บนหน้าจอ ทำเราลืมมารยาทและคุณธรรมที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะโลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว และไม่ใช่อภิสิทธิ์ในการทำร้ายใคร

13
ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech  ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech
Blog

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech

ยิ่ง AI ฉลาดขึ้นเท่าไหร่ ทักษะความเป็นมนุษย์ยิ่งสำคัญจากอดีตที่ทำตามคำสั่ง วันนี้ AI กลายเป็นสุดยอดผู้ช่วยที่ทำงานแทนเราได้เกือบทุกอย่าง แต่สิ่งที่จะช่วยสร้างความต่างในยุค AI คือการหันมาลับคมทักษะความเป็นมนุษย์ที่หุ่นยนต์ไม่มีวันเลียนแบบได้

158
บ้าน หนังสือภาพ และงานศิลปะ: เส้นทางสร้างสรรค์ของก้อย สกุณี ณัฐพูลวัฒน์
Blog

บ้าน หนังสือภาพ และงานศิลปะ: เส้นทางสร้างสรรค์ของก้อย สกุณี ณัฐพูลวัฒน์

ชวนทำความรู้จัก “ก้อย สกุณี ณัฐพูลวัฒน์” นักเขียน นักวาดภาพประกอบ และเจ้าของ Koi’s Living Gallery ผู้ถ่ายทอดความรักต่อหนังสือ ศิลปะ และความหมายของบ้าน ผ่านเส้นทางสร้างสรรค์ที่เติบโตไปพร้อมจินตนาการ

8
ทำความรู้จัก ‘หนังสือภาพเชิงสารคดี’ เรียนรู้โลกใบใหญ่ในหน้าหนังสือ Non-fiction Picture Book
Blog

ทำความรู้จัก ‘หนังสือภาพเชิงสารคดี’ เรียนรู้โลกใบใหญ่ในหน้าหนังสือ Non-fiction Picture Book

หนังสือภาพเชิงสารคดี (Non-fiction Picture Book) ประตูบานแรกที่พาเด็ก ๆ ทำความรู้จักโลกความจริง ผ่านภาพที่สวยงาม ข้อมูลที่เหมาะสมกับวัย และเรื่องราวชวนค้นหา จุดประกายความอยากรู้อยากเห็น พร้อมวางรากฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิต

8
เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต
Blog

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต

ทำไมย่านที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยที่สุดแห่งหนึ่ง ถึงยังมีเรื่องที่ไม่เคยรู้อีกมาก คำถามนี้เป็นจุดตั้งต้นของกิจกรรมเดินทัวร์ "Learning Pranakorn จากบ้านหม้อ ถึงบางลำพู

53
Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.