This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

สำรวจบ้าน ครัว เมือง และผู้คน ที่ชุมชน ‘บ้านครัว’

สำรวจบ้าน ครัว เมือง และผู้คน ที่ชุมชน ‘บ้านครัว’

68 | Read : 10 min
October 21, 2023

BaanKrul-01.jpg

          แหล่งเรียนรู้อาจเอื้อต่อการถ่ายทอดและส่งต่อองค์ความรู้อย่างเป็นระเบียบแบบแผน ในทางตรงกันข้าม พื้นที่นอกแหล่งเรียนรู้อาจประกอบไปด้วยเรื่องราวที่กระจายตัวอยู่และรอให้เราไปสกัดเป็นความรู้

          TK Park จึงถือโอกาสใช้เทศกาลการเรียนรู้กรุงเทพฯ Learning Fest Bangkok 2023 บุกเบิกเส้นทางการเรียนรู้บนพื้นที่ที่หลากหลายกว่าเดิม โดยใช้จุดเด่นของกรุงเทพมหานคร คือความเป็นเมืองที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน ชุมชน การจราจร ที่ผสมปนเปกลายเป็นมหานครที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว

          กิจกรรม ‘รอบบ้านชานครัว’ หนึ่งในกิจกรรม Wonder Walk เพื่อให้การเรียนรู้ขับเคลื่อนไปตามจังหวะก้าวเท้า ตั้งใจเชื่อมโยงคนหลายกลุ่มเข้าด้วยกันอย่างเรียบง่ายและพื้นฐานที่สุด โดย TK Park เป็นตัวกลางในการพาคนทั่วไปที่สนใจ เข้าไป ‘เดิน’ เที่ยวชมบ้าน ลิ้มรสอาหารจากครัว และพูดคุยกับผู้คนที่อาศัยอยู่ใน ‘ชุมชนบ้านครัว’ ที่ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวชาวแขกจามที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเกิน 2 ศตวรรษแล้ว ปัจจุบันชุมชนนี้กำลังเริ่มสนใจเรื่องวิถีชุมชน อัตลักษณ์ท้องถิ่น ที่อาจขยับไปเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาชุมชนในด้านสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต

          เมื่อผู้นำชุมชนอารมณ์ดี ซึ่งวันนี้รับหน้าที่เป็นผู้นำสำรวจ มาพบกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ต่างก็มีความสนใจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นทุนเดิม กิจกรรมในวันนั้นจึงเต็มไปด้วยบทสนทนาแลกเปลี่ยนสู่กันฟัง กลายเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์แบบสนุก ๆ บนเส้นทางยาวนานกว่า 200 ปี ตั้งแต่ก่อนที่ชุมชนบ้านครัวจะน่าอยู่และน่าเที่ยวอย่างที่เป็นในปัจจุบัน

BaanKrul-04.jpg

          ผู้คนคือเสาหลัก

          แม้ชาวชุมชนบ้านครัวส่วนใหญ่เป็นลูกหลานชาวแขกจามจากนครจามปาที่มาบุกเบิกบริเวณนี้ให้เป็นถิ่นอาศัย แต่ก็กล่าวได้ว่าที่นี่เป็นสังคมพหุวัฒนธรรม เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ก็มีคนอีกหลายกลุ่ม เช่นคนอีสาน และคนจีน ย้ายเข้ามาอยู่ตามการเติบโตของสังคมเมือง ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านี้ก็นำพาวัฒนธรรมอื่น ๆ เข้ามาในพื้นที่ด้วย

          การอยู่ร่วมกันระหว่างคนต่างวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ จากปากคำของคนในชุมชนแห่งนี้ การอยู่อาศัยของคนที่นี่อยู่บนพื้นฐานของการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เช่น ช่วงเทศกาลไหว้เจ้า คนจีนมักเตรียมอาหารในปริมาณมากเพื่อเผื่อแผ่คนรู้จักหรือเพื่อนบ้าน คนจีนเหล่านี้ก็คำนึงเสมอว่าชาวมุสลิมรับประทานอะไรได้หรือไม่ได้ แล้วจึงจัดอาหารมาให้ตามความเหมาะสม

          แต่เอ๊ะ! คนต่างเชื้อชาติศาสนาจะสัมพันธ์กันฉันท์เพื่อนบ้านแค่นั้นหรือเปล่า หรือจะร่วมมือกันในระดับแน่นแฟ้นกว่านั้นได้อีก คำถามนี้คลี่คลายตัวเองเมื่อกิจกรรมดำเนินล่วงไป เพราะงานพัฒนาพื้นที่สาธารณะ การซ่อมแซมบ้านเรือน และการจัดระเบียบทางสาธารณะที่ปรากฏให้เห็น ล้วนสะท้อนว่าคนในชุมชนบ้านครัวมีส่วนร่วมในการออกความเห็น และจากคำบอกเล่า คนที่นี่ก็ไม่ได้เห็นตรงกันทั้งหมดในทุกเรื่อง แต่อย่างน้อยที่สุด การระดมความเห็นก็นำไปสู่การหันหน้ามาพูดคุยกันมากกว่าต่างคนต่างอยู่ และการหาข้อตกลงกลางร่วมกันก็ก่อให้เกิดความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว เสมือนว่าชุมชนคือบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง

BaanKrul-06.jpg

          บ้านคือรากฐาน พื้นที่ส่วนกลางคือหลังคา

          กาลเวลาย่อมทำให้สิ่งก่อสร้างทรุดโทรมลง ชุมชนบ้านครัวซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่จึงต้องมีการปรับปรุงสภาพบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะอยู่เสมอ บ้านเรือนที่นี่ส่วนมากเป็นบ้านไม้เก่า บางหลังเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ควรอนุรักษ์ แต่บางหลังก็ถูกทิ้งร้างหรือขาดงบประมาณในการดูแล ชุมชนจึงประสานงานขอรับการอุดหนุนจากภาครัฐ เพื่อเป็นทุนตั้งต้นในการซ่อมแซมบ้าน โดยที่กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างก็เป็นคนในชุมชนเอง โครงการต่อเนื่องลักษณะนี้จึงได้พัฒนาทั้งด้านภูมิทัศน์และคุณภาพชีวิต เพราะสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนไปพร้อมกัน

BaanKrul-03.jpg

          นอกเขตรั้วบ้าน พื้นที่ส่วนกลางของชุมชนก็ได้รับการพัฒนาด้วยเช่นกัน เมื่ออุโมงค์ทางเดินริมคลองใต้สะพานเจริญผลถูกแต้มสีใหม่ด้วยสีชมพูสดใส พร้อมภาพการ์ตูนเล่าเรื่องของชุมชนบ้านครัวกับวิถีชีวิตริมคลองแสนแสบในสมัยก่อน พื้นที่บริเวณนี้ก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้น ผู้คนใช้โอกาสจากพื้นที่ นำสินค้ามาขาย เช่น อาหารฮาลาลและอาหารชาวแขกจาม และยังมาพบปะพูดคุย เกิดเป็น ตลาดนัดบ้านครัว พื้นที่ทางเศรษฐกิจขนาดย่อมขึ้นมา

          อีกหนึ่งตัวอย่างของการสร้างพื้นที่สำหรับชุมชนคือการสร้างสวนสาธารณะ ชุมชนบ้านครัวมีลานกีฬาพัฒน์ 2 ซึ่งเป็นลานกีฬาขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยสนามเด็กเล่น เครื่องออกกำลังกาย และลานอเนกประสงค์ ให้คนทุกเพศทุกวัยออกมาทำกิจกรรมที่ดีต่อทั้งกายและใจ เป็นสวนสุขภาพขนาดเล็กหรือ 'สวน 15 นาที' ที่สามารถเดินเท้ามาได้จากบ้าน และทำให้การรวมกลุ่มและการสร้างความคุ้นเคยของคนในละแวกเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น

BaanKrul-02.jpg

          วัฒนธรรมคือผนังที่แข็งแรง

          สำหรับชุมชนแห่งนี้ เมื่อผู้คนคือเสาหลัก บ้านคือรากฐาน พื้นที่ส่วนกลางคือหลังคา วัฒนธรรมของที่นี่ก็เปรียบเป็นผนังหรือปราการที่แข็งแรง ที่ประกอบกันให้ชุมชนแห่งนี้กลายเป็นบ้านที่สมบูรณ์ และเมื่อพูดถึงวัฒนธรรม คนในชุมชนบ้านครัวภูมิใจนำเสนอเมนูอาหารแขกจามและผลิตภัณฑ์ผ้าไหมทอ

          เมนูชูโรงที่ที่อร่อยเด็ดและมีเกร็ดเรื่องราวให้เจ้าบ้านนำมาเล่าได้อย่างสนุกสนาน คือ 'แกงส้มเขมร' หรือ 'แกงส้มเนื้อ' ซึ่งเป็นเมนูของชาวมุสลิมจามที่ว่ากันว่าพบได้ที่นี่เท่านั้น เพราะเคยมีคนจากบ้านครัวไปตามหาเมนูนี้ในชุมชนแขกจามที่อื่นแต่ก็ยังไม่พบ

BaanKrul-07.jpg

          สำหรับ 'ผ้าไหมทอ' เกิดจากภูมิปัญญาการทอผ้าถูกส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และแม้เมื่อก่อนคนในบ้านจะทอผ้าใช้กันในบ้านเท่านั้น แต่ตั้งแต่ที่ จิม ทอมป์สัน ฃบุกเบิกธุรกิจผ้าไหม หลายครัวเรือนก็เริ่มผลิตผ้าไหมสีสดสวยออกขายไปยังตลาดภายนอก รวมถึงสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันนี้ ผู้ผลิตผ้าไหมเพียงรายเดียวที่เหลืออยู่ในชุมชนบ้านครัว คือ นิพนธ์ มนูทัศน์ เจ้าของกิจการผ้าไหมรุ่นที่ 3 ซึ่งมีโรงทอผ้าที่ใหญ่ที่สุดในชุมชนบ้านครัว

BaanKrul-05.jpg

          เมื่อสิ้นสุดวัน ทั้งผู้จัด ผู้นำสำรวจ และผู้เข้าร่วมกิจกรรม ต่างก็ไม่แน่ใจว่าตลอดกิจกรรมมีบทสนทนาเกิดขึ้นกี่บท ผ่านเรื่องเล่าไปกี่เรื่อง แต่ที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือ ผู้คนในชุมชนก็ได้หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตทั้งที่ย้อนไปใกล้และไกล และได้สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ให้ปรากฏชัดขึ้น ในขณะที่ผู้เยี่ยมเยือนก็ได้รับความอิ่มหนำสำราญ สนุกสนาน ประทับใจ และได้ก้าวกลับออกไปในฐานะที่ไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกันและกัน

          TK Park หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรม ‘รอบบ้านชานครัว’ จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการพัฒนาชุมชนในเขตเมืองในด้านสังคมและวัฒนธรรม ให้กลายเป็นต้นทุนที่สร้างมูลค่าและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ในอนาคต

Recommended articles

เกมไม่ใช่ยาวิเศษ นักออกแบบเกมไม่ใช่หมอเทวดา
Blog

เกมไม่ใช่ยาวิเศษ นักออกแบบเกมไม่ใช่หมอเทวดา

บอร์ดเกมไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้เองโดยอัตโนมัติ แต่หัวใจสำคัญคือการออกแบบ "กระบวนการเรียนรู้" อย่างตั้งใจเพื่อให้ผู้เล่นบรรลุเป้าหมาย

9
ข่าวปลอมแนบเนียน ยิ่งต้องรู้เท่าทัน ชวนรู้จัก “Digital Literacy” กับการหยุดวงจรข่าวปลอมในยุค AI
Blog

ข่าวปลอมแนบเนียน ยิ่งต้องรู้เท่าทัน ชวนรู้จัก “Digital Literacy” กับการหยุดวงจรข่าวปลอมในยุค AI

ข่าวปลอมยุคใหม่ไม่ได้ดูหลอกลวงเสมอไป แต่มักแฝงตัวมาอย่างแนบเนียน เช่น ข้อความเตือนภัยในกรุ๊ปไลน์ คลิปสั้น หรืออินโฟกราฟิกที่ดูน่าเชื่อถือ จนทำให้หลายคนตกเป็นเหยื่อและเผลอแชร์ต่อเพียงเพราะคิดว่า "แชร์ไว้ก่อนดีกว่า"

9
เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”
Blog

เมื่อ AI ช่วยคิดได้มากขึ้น มนุษย์ยิ่งต้อง “ไม่หยุดคิด”ชวนทำความเข้าใจบทบาทใหม่ของคนทำงาน จาก “ผู้ใช้งาน AI” สู่ “ผู้กำกับ AI”

“เราคิดทัน AI หรือเปล่า?” และ “ในวันที่ AI เข้ามาช่วยคิดมากขึ้น เราควรปรับบทบาทตัวเองไปในทางไหน?”

13
มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม
Blog

มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม

"ถ้าในชีวิตจริงเราไม่วิจารณ์คนแปลกหน้า... แล้วทำไมบนโลกออนไลน์เราถึงทำ?" อย่าปล่อยให้ อิสระ บนหน้าจอ ทำเราลืมมารยาทและคุณธรรมที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะโลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว และไม่ใช่อภิสิทธิ์ในการทำร้ายใคร

13
ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech  ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech
Blog

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech

ยิ่ง AI ฉลาดขึ้นเท่าไหร่ ทักษะความเป็นมนุษย์ยิ่งสำคัญจากอดีตที่ทำตามคำสั่ง วันนี้ AI กลายเป็นสุดยอดผู้ช่วยที่ทำงานแทนเราได้เกือบทุกอย่าง แต่สิ่งที่จะช่วยสร้างความต่างในยุค AI คือการหันมาลับคมทักษะความเป็นมนุษย์ที่หุ่นยนต์ไม่มีวันเลียนแบบได้

158
บ้าน หนังสือภาพ และงานศิลปะ: เส้นทางสร้างสรรค์ของก้อย สกุณี ณัฐพูลวัฒน์
Blog

บ้าน หนังสือภาพ และงานศิลปะ: เส้นทางสร้างสรรค์ของก้อย สกุณี ณัฐพูลวัฒน์

ชวนทำความรู้จัก “ก้อย สกุณี ณัฐพูลวัฒน์” นักเขียน นักวาดภาพประกอบ และเจ้าของ Koi’s Living Gallery ผู้ถ่ายทอดความรักต่อหนังสือ ศิลปะ และความหมายของบ้าน ผ่านเส้นทางสร้างสรรค์ที่เติบโตไปพร้อมจินตนาการ

8
เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต
Blog

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต

ทำไมย่านที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยที่สุดแห่งหนึ่ง ถึงยังมีเรื่องที่ไม่เคยรู้อีกมาก คำถามนี้เป็นจุดตั้งต้นของกิจกรรมเดินทัวร์ "Learning Pranakorn จากบ้านหม้อ ถึงบางลำพู

53
ความต่างระหว่างบรรทัด: เมื่อเภสัชกร ศิลปิน และบรรณาธิการ พิสูจน์ว่าทุกประสบการณ์คือต้นฉบับ
Blog

ความต่างระหว่างบรรทัด: เมื่อเภสัชกร ศิลปิน และบรรณาธิการ พิสูจน์ว่าทุกประสบการณ์คือต้นฉบับ

เส้นทางของ กิตติศักดิ์ คงคา, อุทิศ เหมมะมูล และ จิราภรณ์ วิหวา เผยให้เห็นว่า งานเขียนไม่ได้เกิดจากจินตนาการล้วน ๆ หากเติบโตจากประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกัน ซึ่งหล่อหลอมให้แต่ละคนมีภาษาและวิธีเล่าเรื่องในแบบของตนเอง

22
Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.