This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

Font Size
Display
logologo
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

8 ร้านมหัศจรรย์ ขายอะไรให้เหนือจินตนาการ

8 ร้านมหัศจรรย์ ขายอะไรให้เหนือจินตนาการ

647
June 13, 2022

8Strangeshop-01.jpg

         ทุกวันนี้มีสารพัดสินค้าผลิตมาให้เราได้เลือกสรร หากเราอยากได้อะไร ก็แค่ถือเงินไปที่ร้านขายสินค้าดังกล่าวหรือสั่งซื้อออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบาย แต่ถ้าสิ่งที่เราอยากได้นั้นเกินจินตนาการจะเป็นสินค้าได้ เช่น เวลา ความฝัน ชะตาชีวิต หรือแม้แต่ความตาย คงไม่มีใครจะผลิตเป็นสินค้าออกมาขาย เว้นแต่ร้านประหลาดสุดแสนมหัศจรรย์ในหนังสือซึ่งแต่ละร้านล้วนมีสินค้าเหนือจินตนาการ TK Park ได้รวบรวมลิสต์ร้านสุดแปลกเหล่านี้มาให้ลองติดตามกัน จะมีเล่มไหนบ้างไปดูกันเลย

8Strangeshop-02-(002).jpg

         1. ร้านชำสำหรับคนอยากตาย (The Suicide Shop)
         ผู้เขียน : ฌอง เติลเล่ ผู้แปล : องอาจ กันใจศักดิ์

         “หากคุณล้มเหลวทุกเรื่องในชีวิต อย่างน้อยคุณก็ยังมีสิทธิ์ประสบความสำเร็จในการตาย!” คติประจำร้านที่เขียนไว้บนกระเป๋าของร้านประหลาดที่คงไม่มีคนปกติอยากจะเดินเข้าไปอุดหนุน เว้นแต่คนที่สิ้นหวังในการมีชีวิตอยู่ ซึ่งนับวันจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในโลกยุคที่กำลังจะล่มสลาย

          “ร้านชำสำหรับคนอยากตาย” (The Suicide Shop) ดำเนินกิจการโดยตระกูลตูวาช ซึ่งก็ดูเหมาะสมกับกิจการค้าความตายเป็นอย่างดีเพราะผู้คนในตระกูลต่างไม่รู้จักรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความรื่นรมย์ในชีวิต ลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้านจึงไม่เคยต้องผิดหวังเมื่อทางร้านคอยจัดหาอุปกรณ์สำหรับการตายที่ถูกใจเสมอไม่ว่าจะเป็นเชือกแขวนคอ ยาพิษหลากชนิด แมงมุมแม่ม่ายดำ อุปกรณ์สำหรับทำฮาราคีรี หรือแม้แต่จุมพิตมรณะ

          จนกระทั่ง “อลัน” ลูกชายคนเล็กถือกำเนิดขึ้น ร้านชำสำหรับคนอยากตายก็อยู่อย่างไม่เป็นสุขอีกต่อไป เมื่อเจ้าเด็กน้อยเกิดมาพร้อมกับรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และการมองโลกในแง่งาม ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามของคนอยากตาย เรื่องราวตลกร้ายประชดประชัน “การมีชีวิต” จึงเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน

         แม้การฆ่าตัวตายจะเป็นเรื่องที่ดูน่ากลัวน่าสยดสยอง แต่ฌอง เติลเล่ ผู้เขียนกลับเขียนเรื่องราวเหล่านั้นด้วยอารมณ์ขันจนชวนให้ผู้อ่านอมยิ้มตามวิธีการใช้อุปกรณ์ฆ่าตัวตายแสนพิสดารที่เจ้าของร้านบรรยายไว้อย่างละเอียดแบบตลกหน้าตาย ขณะที่เจ้าหนูอลันก็จะคอยขัดคออยู่เป็นระยะ ๆ ชวนให้พ่อแม่และบรรดาคนอยากตายต้องปวดเศียรเวียนเกล้า เรื่องราวแต่ละบทสั้น ๆ ทำให้ลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาต่างก็ได้ค้นพบบางสิ่งที่สำคัญกับชีวิต ขณะที่คนในตระกูลตูวาซก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปเพราะความสดใสของเจ้าหนูโลกสวยอย่างอลัน จนสุดท้ายนำไปสู่บทสรุปของนิยายที่หักมุมอย่างคาดไม่ถึง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ตัวละครในเรื่องและผู้อ่านได้กลับมาทบทวนว่าแท้จริงแล้วการมีชีวิตนั้นช่างสวยงามและมีความหมายเพียงใด

8Strangeshop-03-(002).jpg

          2. ร้านขนมแห่งความลับ
          ผู้เขียน : ซากากิ สึคาสะ ผู้แปล : ปาวัน การสมใจ

          ขนมกับการสืบสวนสอบสวน ดูเหมือนจะเป็นสองสิ่งที่ไม่น่าจะไปด้วยกันได้ แต่คำโปรยหน้าปกว่า “นิยายสืบสวนที่ไม่มีเลือดสักหยด” ก็เป็นคำที่เชื้อเชิญให้คนรักขนมและนิยายสืบสวนได้มาใจเต้นและท้องร้องไปพร้อมกับการค้นหาความลับของขนมในร้านนี้ด้วยกัน

          เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อเด็กสาวมัธยมปลายชื่ออุเมโมโตะ เคียวโกะ ที่กำลังหลงทางสายชีวิตและยังไม่ได้ตัดสินใจเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยได้มาพบกับ "ร้านมิตสึยะ" ร้านขนมวากาชิแห่งหนึ่งในโตเกียว (ขนมวากาชิ เป็นชื่อเรียกโดยรวมของขนมที่มักจะทานคู่กับน้ำชาในพิธีชงชาของชาวญี่ปุ่น เช่น ดังโงะ โมจิ โดรายากิ) เด็กสาวร่างท้วมผู้ชอบกินขนมเป็นทุนเดิมจึงตัดสินใจทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านแห่งนี้ นั่นทำให้เธอได้พบกับผู้จัดการสุดเฉียบ พนักงานหนุ่มสาวเนิร์ดขนมมืออาชีพ และสารพัดลูกค้าที่พกปัญหามาเต็มอก พร้อมกับเปิดโลกใบใหม่ทำให้เธอรู้จักขนมวากาชิว่าไม่ใช่เป็นแค่เพียงขนมเท่านั้น แต่ยังมีรากเหง้า ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมญี่ปุ่นอัดแน่นอยู่ในไส้ถั่ว กรรมวิธีการทำที่พิถีพิถัน ตลอดจนชื่อเรียกภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายลึกซึ้ง ส่วนปริศนาในเรื่องไม่ได้เกี่ยวกับการฆาตกรรมแต่อย่างใด แต่คือการวิเคราะห์ความต้องการหรือช่วยแก้ไขปัญหาหนักอกของลูกค้าผ่านขนมวากาชิราวกับเป็นนักสืบนั่นเอง

         ร้านขนมแห่งความลับ เหมาะกับผู้อ่านนักทานขนมหรือคนที่สนใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่จะได้อ่านเรื่องราวของขนมวากาชิที่สร้างความสุขให้แก่คนญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานไปพร้อมกับตัวเอก และหากได้อ่านฉบับแปลภาษาไทยก็จะพบกับเชิงอรรถที่เรียกว่าอัดแน่นไปด้วยความรู้ทางวัฒนธรรมจากขนมวากาชิแทบทุกแง่มุมเลยทีเดียว

8Strangeshop-04-(002).jpg

         3. ที่ร้านอูคิกิ มีคนเปลี่ยนชะตาชีวิตให้คุณได้
         ผู้เขียน : หลินถิงอี๋ ผู้แปล : ชาญ ธนประกอบ

          บางครั้งเมื่อเราผิดหวังกับบางสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตตัวเอง พร้อมกับมองไปยังชีวิตของไอดอลหรือคนที่เราชื่นชอบ (หรือแอบอิจฉา) แล้วคิดในใจว่า "ถ้าเรามีชีวิตแบบคนนี้ก็คงดีกว่านี้" "ถ้าเรามีชีวิตแบบนี้จะต้องมีความสุขมาก ๆ แน่นอน" แต่จะดีแค่ไหนหากโลกนี้มีร้านหนึ่งที่สามารถลิขิตชีวิตของเราให้เป็นไปตามที่ต้องการ

          ร้าน “อูคิกิ” ร้านอิซากายะหรือบาร์ญี่ปุ่นริมถนนของ “ซีเหมินติง” ดาวน์ทาวน์ในไทเป กล่าวกันว่ามีองค์กรลับชื่อว่า อั้นเจวี๋ย ซ่อนอยู่ชั้นบนสุดของร้าน หน้าที่ของพวกเขาคือรับปรึกษาปัญหาของลูกค้า และรับเปลี่ยน “ชะตาชีวิต” ให้กับคนที่ไม่พอใจในชีวิตเดิมของตนเอง โดยมีกฎการเปลี่ยนชีวิตของร้านอูคิกิที่ที่ลูกค้าจะต้องทำตาม นั่นคือ “ต้องยอมรับทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดีของคนต้นแบบ ที่เราอยากเปลี่ยนชีวิตของเราให้เป็นดั่งชีวิตของเขา” และราคาสำหรับการเปลี่ยนชะตาชีวิตคืออะไรบางอย่างที่สำคัญเท่ากับชีวิต หรือบางทีอาจจะมากกว่านั้น

         การเปลี่ยนชะตาชีวิตกลายเป็นคนที่เราใฝ่ฝัน บางครั้งอาจไม่ได้ชีวิตที่ฝันใฝ่ เพราะฉากหน้าที่เคลือบด้วยรอยยิ้มและความสุข อาจมีความทุกข์ทนและทรมานไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเราก็เป็นได้ ดังนั้นอาจต้องระวังหากจะรับบริการที่ร้านอูคิกิ เพราะการเป็นตัวเองนั้นไม่เคยง่าย แต่ก็น่าจะดีกว่าการพยายามเป็นคนอื่น

8Strangeshop-05-(002).jpg

           4. ร้านมหัศจรรย์สำหรับคนไม่หยุดฝัน
           ผู้เขียน : อีมีเย ผู้แปล : วนิดา คราวเหมาะ

           เมื่อพูดถึงความฝัน คนทั่วไปมักจะหมายถึงสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริงหรือเรื่องไร้สาระ แต่ไม่ใช่สำหรับดินแดนแห่งความฝันที่ตื่นขึ้นยามมนุษย์หลับใหล ในดินแดนแห่งนั้นมีสถานที่สำคัญชื่อว่า “ห้างสรรพสินค้าขายความฝันดัลเลอร์กู้ท” ห้างแสนมหัศจรรย์ที่เราสามารถเลือกความฝันและสัมผัสความจริงในความฝันได้อย่างน่าอัศจรรย์

          “ร้านมหัศจรรย์สำหรับคนไม่หยุดฝัน” เป็นนิยายแฟนตาซีเล่าเรื่องราวในโลกแห่งความฝัน ผ่านสายตาของ "เพนี" พนักงานสาวหน้าใหม่ของห้างสรรพสินค้าขายความฝันดัลเลอร์กู้ท ซึ่งเป็นห้างที่มีทั้งหมด 5 ชั้น และมีความฝันหลากหลายรอให้ลูกค้าเลือกสรรไม่ว่าจะเป็นความฝันเบสต์เซลเลอร์ ความฝันถึงความสำเร็จ ความฝันถึงคนรัก ความฝันของสัตว์เลี้ยงและเด็ก หรือแม้กระทั่งความฝันลดราคาที่ไม่ค่อยมีใครอยากจะซื้อมากนัก งานของเพนีจึงไม่ง่ายดาย เพราะนอกจากจะมีสารพัดสินค้าความฝันให้จดจำ ยังต้องคอยรับมือกับลูกค้าที่ต้องการความฝันแปลกประหลาดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความฝันแสนสุขอย่างการฝันถึงคนที่แอบชอบ การได้เดบิวต์เป็นศิลปินดัง หรือฝันอันแสนเศร้าอย่างการอยากเป็นคนอื่น หรือการฝันถึงใครบางคนที่จากไป

        แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นนิยายแฟนตาซี แต่การบรรยายถึงความฝันในเรื่องนั้นค่อนข้างเป็นระบบและสมจริงจนชวนให้เชื่อว่านี่คือโลกความฝันอย่างแท้จริง นอกจากนั้นแล้วผู้เขียนยังสอดแทรกความรู้สึกที่อยู่ใต้จิตสำนึกที่เชื่อมโยงกับความฝัน ทำให้เห็นว่าความฝันไม่ว่าจะดีหรือร้าย แต่การที่เราได้เผชิญหน้ากับความฝันเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้มนุษย์เติบโต สุดท้ายแล้วการเข้าใจความฝันอย่างถ่องแท้ ก็นำมาซึ่งการเข้าใจคุณค่าของความจริงมากขึ้นเมื่อลืมตาขึ้นมาจากความฝันนั่นเอง

8Strangeshop-06-(002).jpg

          5. ร้านเครื่องเขียนนั้นใต้ต้นสึบากิ
          ผู้เขียน : โอกาวะ อิโตะ ผู้แปล : ฉัตรขวัญ อดิศัย

          ร้านเครื่องเขียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเมืองคามาคุระ จังหวัดคานางาวะ มีจุดสังเกตสำคัญคือต้นสึบากิต้นใหญ่ที่งอกงามอยู่ตรงทางเข้าร้าน ป้ายหน้าร้านซึ่งเขียนว่าอาเมมิยะเริ่มซีดจาง นั่นคือชื่อของตระกูลอาเมมิยะ ตระกูลที่มีอาชีพเป็นอาลักษณ์หรือคนรับจ้างเขียนหนังสือมาแต่โบราณจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

          ผู้สืบทอดรุ่นที่สิบเอ็ด อาเมมิยะ ฮาโตโกะ หรือที่คนแถวนั้นเรียกเธอว่า ป๊บโปะจัง ที่ไม่อยากจะสานต่องานของบรรพบุรุษมากนักเนื่องจากความเข้มงวดของ “รุ่นก่อน” หรือคุณยายที่ถ่ายทอดวิชาการเขียนจดหมายให้เธอตั้งแต่เด็ก หลังจากคุณยายจากไปเมื่อสามปีก่อน เธอจึงตัดสินใจทิ้งร้านและย้ายไปอยู่เมืองอื่นก่อนจะกลับมาสืบทอดกิจการอาลักษณ์ด้วยเหตุผลบางอย่าง

         การกลับมาครั้งนี้ทำให้เธอได้พบกับลูกค้าหลากหลายรูปแบบ และพบว่าการเขียนนั้นมีพลังในการสร้างมิตรภาพ สานต่อความสัมพันธ์ หรือแม้แต่การสะบั้นสายสัมพันธ์ที่เคยลึกซึ้งด้วยถ้อยคำไม่กี่ประโยค สิ่งที่เธอต้องเขียนให้แก่ลูกค้าจึงมีทั้งจดหมายปฏิเสธการยืมเงิน จดหมายถึงคนรักเก่า หรือแม้แต่ “จดหมายจากสวรรค์” ที่ใครบางคนเขียนส่งมาจากฟ้า ทำให้คนบางคนที่รอคอยจดหมายได้นอนตายตาหลับเสียที นอกจากจดหมายที่คลายปมหัวใจให้ลูกค้าแล้ว ป๊บโปะจังยังพบ “จดหมายลับ” ของคุณยายที่เก็บซ่อนความลับอะไรบางอย่างไม่ให้เธอรู้ตลอดมา ทำให้ถ้อยคำบางคำที่หายไปในหัวใจของเธอค่อย ๆ กลับมาชัดเจนขึ้น

          “ร้านเครื่องเขียนนั้นใต้ต้นสึบากิ” เป็นนวนิยายฟีลกู๊ดเล่มเล็กที่อัดแน่นด้วยเรื่องราวอบอุ่นหัวใจสำหรับคนที่รักการอ่านและการเขียน นอกจากการเล่าเรื่องจดหมายจะทำให้เห็นพลังของตัวหนังสือในการสื่อสารแล้ว ยังมีเรื่องราวเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับลายมือแบบญี่ปุ่น หรือแม้แต่การเลือกกระดาษปากกาสำหรับการเขียนจดหมายอีกด้วย ชวนให้อยากหยิบกระดาษและปากกามาเขียนจดหมายถึงคนที่เราคิดถึงทันทีที่อ่านจบเลยทีเดียว

8Strangeshop-07-(002).jpg

         6. ร้านขายเวลา
         ผู้เขียน : คิมซ็อนย็อง ผู้แปล : สุมาลี สูนจันทร์

         เวลาคือสิ่งมีค่าที่สุดของมนุษย์ หากมีใครบางคนที่ขายเวลา และเราสามารถซื้อเวลาจากเขาเพื่อทำทุกสิ่งที่ต้องการได้จะดีแค่ไหน นั่นคือเรื่องราวของ “อนโจ” เด็กสาวมัธยมปลายคนหนึ่งซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพ่อผู้เป็นพนักงานดับเพลิงที่เสียชีวิตไปในเหตุเพลิงไหม้ เธอจึงถอดแบบจิตอาสาของพ่อมาแบบลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นโดยการเปิด “ร้านขายเวลา” ซึ่งเป็นคาเฟ่ทางอินเทอร์เน็ตเพื่อช่วยเหลือคนอื่น โดยเธอได้ตั้งเงื่อนไขสำคัญเอาไว้ 4 ข้อ ได้แก่ 1) ปฏิเสธสิ่งที่เกินความสามารถของตัวเอง 2) ไม่ทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง 3) เลือกเรื่องที่ช่วยปลอบประโลมลูกค้าได้แม้แต่น้อยก็ยังดี และ 4) เหนือสิ่งอื่นใดคือ เลือกงานที่ทำให้เวลากลายเป็นเงินได้จริง

         การเปิดร้านขายเวลา ทำให้อนโจได้เข้าไปพัวพันกับเรื่องราวมากมาย ตั้งแต่คำของ่าย ๆ อย่างการนำของที่ขโมยไปคืนที่เดิม การไปกินข้าวกับคุณปู่แปลกหน้า งานส่งจดหมาย หรือแม้แต่งานที่คอขาดบาดตายอย่างการตามหาเพื่อนคนหนึ่งเพื่อยับยั้งไม่ให้เขาฆ่าตัวตาย นอกจากเนื้อหาในนิยายจะบอกเล่าถึงคุณค่าและความสำคัญของ “เวลา” ที่ผ่านไปแล้วไม่หวนคืน ยังมีเรื่องราวของมิตรภาพระหว่างอนโจและผองเพื่อน หรือการก้าวข้ามความเศร้าที่กัดกินหัวใจของอนโจและแม่ซึ่งสูญเสียพ่อไปตลอดกาล คุณค่าของเวลาจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าแต่ละคนมีเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด แต่อยู่ที่ว่าแต่ละคนเลือกใช้เวลาไปกับสิ่งสำคัญในชีวิตมากน้อยเพียงใดต่างหาก

8Strangeshop-08-(002).jpg

        7. ร้านหนังสือชื่อมีไหมนะ
        ผู้เขียน : ชินสุเกะ โยชิทาเกะ ผู้แปล : ชมนาด ศีติสาร

        เชื่อว่านักอ่านทุกคนคงจะชอบร้านหนังสือที่มีคุณลุงเจ้าของร้านสุดแสนใจดี แถมคำถามที่พกไปถามเจ้าของร้านว่า “มีหนังสือ...ไหมนะ” ไม่เคยได้รับการปฏิเสธ ยิ่งสำหรับ “ร้านหนังสือชื่อมีไหมนะ” ที่เต็มไปด้วยคำถามสุดประหลาดอย่าง “มีหนังสือวิธีปลูกนักเขียนไหม” “มีหนังสือสำหรับคนอ่านสองคนไหม” หรือแม้แต่หนังสือสุดแปลกอย่างหนังสือพิเศษที่พิมพ์ขึ้นด้วยหมึกแสงจันทร์ที่จะอ่านได้ภายใต้แสงจันทร์ในคืนที่มีพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น กิจกรรมสุดครีเอตอย่าง “พิธีแต่งงานของคนรักหนังสือ” ต้องทำเช่นไร คำถามง่าย ๆ แต่มีคำตอบที่คาดไม่ถึงอย่าง “เหตุผลที่หนังสือเป็นสี่เหลี่ยม” ก็ชวนให้คนอ่านได้หัวเราะ เปิดมุมมองที่คาดไม่ถึง และบางครั้งก็ทำให้ซาบซึ้งถึงขั้นน้ำตาซึม 

        “ร้านหนังสือชื่อมีไหมนะ” เป็นหนังสือภาพของชินสุเกะ โยชิทาเกะ นักเขียนหนังสือภาพสุดกวนที่มีผลงานน่ารัก ๆ อย่าง  “แล้วดูตอนนี้สิ” หนังสือภาพที่บอกเล่าความสัมพันธ์ของแม่ลูกสุดแสนน่ารัก หรือ “ผมมีเหตุผลของผมนะ” หนังสือภาพที่เล่าถึง “เหตุผล” จากมุมมองของเด็กในพฤติกรรมที่ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ เช่นเดียวกับเล่มนี้ที่บอกเล่าเรื่องราวของหนังสือในทุกแง่มุม แม้ลายเส้นของชินสุเกะดูเรียบง่าย ถ้อยคำไม่ซับซ้อนคล้ายกับเป็นหนังสือภาพของเด็ก แต่สิ่งที่เขานำเสนอนั้นลึกซึ้งและคมคาย จนอดไม่ได้ที่จะหยุดใคร่ครวญและพยักหน้าไปตามจินตนาการสุดแสนประหลาดในร้านหนังสือเล่มนี้ สมดังคำโปรยที่ปกหลังว่านี่คือ “หนังสือสำหรับคนรักหนังสือ คนขายหนังสือ คนอ่านหนังสือ และสำหรับทุก ๆ คนที่รักหนังสือ”

8Strangeshop-09-(002).jpg

        8. แมวนักพยากรณ์แห่งร้านกาแฟจันทร์เต็มดวง
        ผู้เขียน : ไม โมจิทสึกิ ผู้แปล : ธนพล ศักดิ์สมุทรานันท์

        ดวงดาว โชคชะตา แมวเหมียว เครื่องดื่มและของหวานเกินจินตนาการชวนให้น้ำลายสอ องค์ประกอบที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเข้ากันได้ทั้งหมดนั้นอยู่ใน “ร้านกาแฟจันทร์เต็มดวง” ร้านคาเฟ่รถตู้ที่จะเปิดทำการเฉพาะคืนจันทร์เต็มดวง มีมาสเตอร์ของร้านเป็นแมวตัวใหญ่ที่ทำนายดวงชะตาให้ลูกค้าได้ พร้อมเสิร์ฟเมนูของหวานและเครื่องดื่มรสเลิศที่จะเยียวยาหัวใจของ “ลูกค้าที่ถูกเลือก” ซึ่งได้โคจรมาเจอกันที่ร้านสุดแสนประหลาดแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนตกอับ ผู้กำกับรายการที่เกือบมีสัมพันธ์ต้องห้าม ช่างเสริมสวยที่ลาออกจากงาน หรือเจ้าของบริษัทไอทีที่ทำเรื่องผิดพลาดบ่อยครั้ง ทุกคนต่างมีโชคชะตาที่มาพัวพันกันผ่านดวงดาวและนำไปสู่บทสรุปของแต่ละชีวิตที่เกินคาดเดา 

        "แมวนักพยากรณ์แห่งร้านกาแฟจันทร์เต็มดวง" เป็นนวนิยายฟีลกู๊ดที่ว่าด้วยเรื่องราวของชะตาชีวิตมนุษย์ที่สัมพันธ์กับดวงดาว อัดแน่นด้วยความรู้เกี่ยวกับโหราศาสตร์ เช่น เรื่องจักรราศีและดาวนพเคราะห์ เรือนทั้ง 12 ในผังชะตากำเนิด การโคจรถอยหลังของดาวพุธ (Mercury retrograde) ด้วยภาษาที่เรียบง่ายผ่านการบอกเล่าของแมวเหมียวในร้าน แสดงให้เห็นว่าชะตาของแต่ละคนสอดคล้องกับการโคจรของดวงดาวอย่างไร ทว่าแม้ดวงดาวจะมีผลต่อวิถีชีวิตและนิสัย แต่สุดท้ายแล้วความสำเร็จในชีวิตของเราล้วนแต่ได้มาด้วยความพยายามของเจ้าของชะตาเท่านั้น ดังที่ตัวละครกล่าวว่า “ดวงดาวเป็นอย่างไร เจ้าของชะตาจะเป็นอย่างไร ก็ไม่สู้มานะตนที่เปลี่ยนแปลงชะตานั้น”

          นอกจากจะถูกใจนักอ่านสายมูและทาสแมวแล้ว นักอ่านสายขนมหวานยังได้ฟินกับภาพประกอบและชื่อเมนูเครื่องดื่มและของหวานที่น่าอร่อยเกินจินตนาการ เช่นว่า อัลโฟกาโตไอศกรีมดวงดาว แพนเค้กเนยจันทร์เต็มดวง กาแฟเย็นประกายดาว ราดด้วยไซรัปรุ่งอรุณ เห็นแล้วชวนให้วิ่งไปสั่งของหวานที่ร้านคาเฟ่พร้อมกับละเลียดหนังสือด้วยความรื่นรมย์ไปตลอดทั้งเล่ม

          เป็นอย่างไรบ้างกับ 8 ร้านสุดแปลกที่ TK Park คัดสรรมาให้ทุกคนได้สนุกไปกับเรื่องราวมหัศจรรย์เหนือจินตนาการ แม้บางร้านจะมีอยู่แต่ในความฝัน แต่ความต้องการที่จะซื้อเวลา ความฝัน หรือเปลี่ยนชะตาชีวิตก็ยังคงเป็นความต้องการในใจมนุษย์ที่สะท้อนผ่านนิยายเสมอ หากในโลกความจริงเราซื้อหาหรือแก้ไขสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ เราก็ต้องมุ่งมั่นใช้ชีวิตและทำความฝันให้ดีที่สุดนั่นเอง อ่านแล้วชอบเล่มไหนอย่าลืมมาพูดคุยแชร์ความรู้สึกกันนะ


Recommended articles

6 หมวดหนังสือที่วัยรุ่นควรอ่านในปี 2021
Blog

6 หมวดหนังสือที่วัยรุ่นควรอ่านในปี 2021

อ่านสนุก แก้เบื่อ แถมได้ข้อคิดดีๆ กลับไปใช้ชีวิต

85
7 หนังสือ ชุบชูใจทาสหมา แค่อ่านก็หัวใจละลาย
Blog

7 หนังสือ ชุบชูใจทาสหมา แค่อ่านก็หัวใจละลาย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดดูคลิปหมาตลกๆ ในวันเหนื่อยล้า จน Reels ใน IG หรือ Feed ในทวิตเตอร์มีแต่น้องหมาเต็มไปหมด เราจึงไม่อยากให้พลาดหนังสือที่แสนชุบชูใจเหล่านี้

53
12 เล่มต้องอ่าน ในแบบของเต-ตะวัน
Blog

12 เล่มต้องอ่าน ในแบบของเต-ตะวัน

อ่าน-ตาม-เต

58
เชียร์สุดใจ 12 เพลงใหม่จาก TK Band 10
Blog

เชียร์สุดใจ 12 เพลงใหม่จาก TK Band 10

โครงการปฏิบัติการสร้างสรรค์คนดนตรี TK Band มาต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ยาวนานจนเราเห็นได้ว่าเด็กยุคนี้มีความสามารถด้านดนตรีเด่นชัดมาก ยิ่งได้ฟัง 12 เพลงจาก12 วงดนตรีใน TK Band 10 บอกได้เลยว่าคนดนตรีรุ่นใหม่เหล่านี้ไม่ธรรมดาและน่าจับตาจริงๆ

9
ใคร อ่านอะไร ที่ TK Alive ในรอบปี 2020
Blog

ใคร อ่านอะไร ที่ TK Alive ในรอบปี 2020

ส่องเทรนด์การอ่าน หนังสือที่ถูกยืมมากที่สุดในปี 2020

114
พัฒนาความคิดด้วยการเล่นกับน้ำหนัก
Blog

พัฒนาความคิดด้วยการเล่นกับน้ำหนัก

เรียนรู้และสนุกกับนิทานภาพ วันชั่งน้ำหนักในสวนสัตว์

419
วรรณกรรมคืองานเขียนสะท้อนชีวิต
Blog

วรรณกรรมคืองานเขียนสะท้อนชีวิต

บทบันทึกวิชาการเขียนแบบฉบับนักเขียนซีไรต์สองสมัย วีรพร นิติประภา

21
ทำอย่างไร ไม่ให้เด็กเลิกอ่าน
Blog

ทำอย่างไร ไม่ให้เด็กเลิกอ่าน

ผลสำรวจของ Schlolastic พบว่ากลุ่มเด็กรักการอ่านเเริ่มอ่านน้อยลงมากเมื่ออายุ 9 ขวบเป็นต้นไป

7
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.