This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

7 หนังสือ ชุบชูใจทาสหมา แค่อ่านก็หัวใจละลาย

7 หนังสือ ชุบชูใจทาสหมา แค่อ่านก็หัวใจละลาย

53
November 20, 2022

cover-web_7DogBook.jpg

          หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดดูคลิปหมาตลกๆ ในวันเหนื่อยล้า จน Reels ใน IG หรือ Feed ในทวิตเตอร์มีแต่น้องหมาเต็มไปหมด เราจึงไม่อยากให้พลาดหนังสือที่แสนชุบชูใจเหล่านี้

          TK Park ชวนเปิดหน้ากระดาษ อ่านหนังสือของเหล่าน้องหมา ผู้ถูกนิยามว่าเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ แล้วคุณจะหัวใจละลายไปกับความรักและมิตรภาพ

7DogBook-01.jpg

          ดีใจที่ได้อยู่ด้วยกันนะ...เจ้าหมา

          ผู้เขียน: Yuki Ibuki

          ผู้แปล: หนึ่งฤทัย ปราดเปรียว

          หนังสือเล่มใหม่สดๆ ร้อนๆ ของสำนักพิมพ์ Piccolo บอกเล่าเรื่องราวของ ‘โคชิโร่’ ลูกสุนัขสีขาวที่เดินหลงเข้ามาในโรงเรียนที่ชื่อฮาจิเรียว โคชิโร่จึงอาศัยอยู่ในโรงเรียนตั้งแต่วันนั้น ตามความตั้งใจของเด็กๆ ชมรมศิลปะ ที่อยากช่วยกันดูแลลูกหมา จนเกิดเป็น ‘ชมรมคนดูแลเจ้าโคชิโร่’  พร้อมคำถามชวนฉุดคิดของครูใหญ่ว่า

          “ความรับผิดชอบคืออะไร รับฝากชีวิตหมายความว่ายังไง ทุกคนเก็บเอาเรื่องนี้ไปคิดกันด้วย” นั่นเพราะการดูแลสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่ง มันไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องการความรับผิดชอบเป็นอย่างมาก 

          โคชิโร่ชอบดื่มนมและกินขนมปัง ทุกวันในอดีตจะมีมือเล็กๆ คู่หนึ่งเอาขนมปังจุ่มนมมาให้กิน ก่อนคนคนนั้นจะทิ้งมันไว้ แล้วหายจากไป หากโคชิโร่ยังคงจำกลิ่นขนมปังนั้นได้ ทำให้มันได้ใกล้ชิดกับ ‘ยูกะ’ ประธานชมรมศิลปะที่มีกลิ่นเหมือนบ้านเก่า เพราะบ้านของเธอขายขนมปัง เรื่องราวมิตรภาพของคนกับหมาจึงเกิดขึ้น เมื่อโคชิโร่ได้รับความอบอุ่นและอ่อนโยนจากมนุษย์ที่หอมกรุ่นดั่งกลิ่นของขนมปังจุ่มนมอีกครั้ง ก่อนที่เด็กหญิงคนนั้นจะสำเร็จการศึกษา จากไปพร้อมความหวังและการเฝ้ารอว่าจะได้พบกันอีก 

          หนังสือเล่มนี้จึงรวบรวมความรัก และมิตรภาพของเด็กและผู้ใหญ่ที่วนเวียนอยู่รอบหมา มีโคชิโร่คอยเฝ้ามองความฝัน ความทุกข์ ความสุข หรือปัญหาหนักใจของเด็กๆ เรื่องราวอันน่ารักละเอียดลออเหล่านี้จึงผลักดันให้หนังสือคว้ารางวัลใหญ่ กลายเป็นหนึ่งในนิยายที่ร้านหนังสือทั่วญี่ปุ่นโหวตว่าเป็นหนังสือที่ดีที่สุดในปี 2021 (2021 Honya Taisho) 

7DogBook-02.jpg

          10 Things I Hate about Maohai บ้านนี้หมาไม่เห่า

          ผู้เขียน: พลอยจะเพลิน เผ่าพันเลิด

          บันทึกวีรกรรมแสบซ่าในรูปแบบภาพลายเส้นระบายความในใจของ บะหมี่-พลอยจะเพลิน เผ่าพันเลิด เล่าเรื่องราวของ ‘เม่าไห่’ หมาพันธุ์บาเซนจิ ที่สร้างวีรกรรมชวนหัวตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะดุด่า จับเข้ากรง หรือเธอจะหนีเข้าห้อง เจ้าเม่าไห่ก็ต้องแวบเข้ามาก่อกวนไม่หยุด จนเกิดเป็นภาพวาดลายเส้นที่บะหมี่หยิกหยอกลงเฟซบุ๊ก แล้วพัฒนามาเป็นหนังสือ ‘10 Things I Hate about Maohai’ เหตุผล 10 ข้อที่ทำให้บะหมี่ทั้งรัก ทั้งหมั่นไส้ (?) หมาป่วนประจำบ้าน 

          อยากบอกว่าลายเส้นของบะหมี่น่ารักมากๆ ประกอบกับตัวหนังสือกวนๆ เหมือนหน้าหมา เอ่ออออ…แค่มองภาพวาดเม่าไห่ก็ขำแล้ว เพราะหน้าแสบทะลุกระดาษออกมาเลย ถือเป็นหนังสืออีกเล่มที่จะสร้างเสียงหัวเราะให้ไม่น้อย เผลอๆ อ่านไปอยากเลี้ยงหมาหน้ากวน หน้าไม่ถูกชะตา จนอ้อนให้พ่ออุ้มเข้าบ้านบ้าง แม้แม่จะบอกว่าไม่เลี้ยง แต่เชื่อเถอะ เผลอๆ แม่จะรักเอง 

          พบกับวีรกรรมของเม่าไห่ ตั้งแต่การเป็นหมานักหอนแบบน็อนสต็อป หมาที่ชอบขบกัดผู้เป็นเจ้าของไม่เว้นวัน หมานักชิมของแปลก หมาที่วิ่งเร็วจนไม่มีใครไล่จับทัน หมาที่ไม่เฝ้าบ้านแต่ผูกมิตรกับคนแปลกหน้า นักแสดงตัวแม่ยอดเยี่ยม นักก่อกวนอันดับหนึ่งผู้ทำให้ 1 วัน เหมือนมี 25 ชั่วโมง และสารพัดวีรกรรมสุดยอดหมา (แสบ) แห่งปี  ที่กลายมาเป็นที่รักของคนทั้งบ้าน 

7DogBook-03.jpg

          ทะมงกับเด็กชายและความหมายของชีวิต

          ผู้เขียน: ฮาเสะ เซชู

          ผู้แปล: หนึ่งฤทัย ปราดเปรียว

          หากวันที่คุณทุกข์ สุข เศร้า เหงา ไม่สบาย ร้องไห้ โกรธ หรือหัวเราะ ไม่ว่าจะอารมณ์ใด คุณมีหมาอยู่เคียงข้างเสมอ เราอยากแนะนำให้อ่านเรื่องนี้  ‘ทะมงกับเด็กชายและความหมายของชีวิต’ หนังสือรางวัล Naoki Prize หรือวรรณกรรมยอดนิยมโดยนักเขียนดาวรุ่งของญี่ปุ่น ประจําปี 2020 เล่าเรื่องราวดราม่าชีวิตได้งดงาม ซาบซึ้ง สะเทือนใจ จนเสียน้ำตา

          ทะมง สุนัขพันธุ์ผสมเยอรมันเชฟเพิร์ดกับสายพันธุ์พื้นเมืองญี่ปุ่น พลัดหลงกับเจ้าของจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ ระหว่างทางที่ทะมงตามหาเจ้าของ มันได้พบเจอกับผู้คนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้กำลังดิ้นรน บอบช้ำ หวาดกลัว และชีวิตอยู่ในความมืดมน หากทะมงได้เข้ามาเยียวยาหัวใจจนเกิดเป็นความผูกพันกัน

          “ทะมงนอนเชยคางบนตักของชายหนุ่ม สีหน้าสงบยามนอนหลับและแผ่นหลังกระเพื่อมเป็นจังหวะบ่งบอกว่ามันไว้วางใน คาซุมาสะวางมือบนแผ่นหลังนั้นค่อยๆ เพราะกลัวมันตื่น ความอบอุ่นจากร่างกายสุนัขแผ่ซ่านเข้ามา หัวใจเขาก็พลอยอบอุ่นไปด้วย” ตัวอย่างในบทแรก ‘ชายหนุ่มกับสุนัข’

          หนังสือเล่มนี้อาจไม่ใช่เรื่องราวน่ารักสดใส หากแฝงด้วยเรื่องราวความทุกข์ของชีวิต จากเหล่าตัวละคร 6 คน ใน 6 เรื่องสั้น ทั้งชายที่ต้องขับรถให้กับแก๊งโจรกรรมเพื่อหาเงินรักษาแม่ / หัวขโมยจากแก๊งยากูซ่าที่พยายามทำทุกวิถีทางให้สุนัขได้อยู่กับตน / คู่สามีภรรยาที่ระหองระแหงกันมาตลอด จนมีสุนัขเข้าในชีวิต / หญิงขายบริการ ชายชรา และเด็กชายที่กลัวการอยู่ใกล้ทะเล จากเหตุการณ์สึนามิ แม้เรื่องราวจะเศร้า แต่ปลายทางของหนังสือทำให้รู้ว่าความหมายของการมีชีวิตอยู่นั่นคืออะไร แล้วมิตรภาพของสัตว์เลี้ยงช่วยเยียวยาหัวใจในวันมืดมนมากแค่ไหน เราเชื่อว่าเมื่ออ่านจบ คุณจะกอดหมาของคุณไว้แน่นๆ หรือวันหนึ่งจะอยากเลี้ยงหมาสักตัวเป็นของตัวเอง

7DogBook-04.jpg

          เรื่องของหมา 

          ผู้เขียน: ส. พลายน้อย

          หลายคนคงรู้จัก ส. พลายน้อย หรือ สมบัติ พลายน้อย ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ปี 2553 ผู้ล่วงลับ ซึ่งหนังสือ ‘เรื่องของหมา’ เป็นการรวบรวมบทความเกี่ยวกับหมาที่ ส. พลายน้อยเคยเขียนในนิตยสาร ต่วย'ตูน ออกมาทำเป็นรูปเล่ม ภายในหนังสือว่าด้วยประวัติศาสตร์ของสุนัข ผ่านการสืบค้นข้อมูลมากมาย จนได้เห็นหมาในแง่มุมต่างๆ ทั้งประวัติศาสตร์ คติธรรม ตำนาน ความเชื่อ สิ่งละอันพันละน้อย และความน่ารัก น่าเอ็นดู 

          ผู้อ่านอาจคิดว่า ถ้าหนังสือเล่มนี้เน้นประวัติศาสตร์อาจจะอ่านยากและน่าเบื่อ แต่เราขอแนะนำว่า ด้วยเอกลักษณ์ทางภาษาของ ส. พลายน้อย ทำให้เราอ่านอย่างเพลิดเพลิน ได้อรรถรสครบถ้วน ตั้งแต่การพาย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของการสานสัมพันธ์มนุษย์กับหมา จากวันวานที่หมาและมนุษย์สลับกันเป็นผู้ล่าและผู้ถูกล่า กลายมาเป็นผู้ช่วยทำงาน เป็นเพื่อนเฝ้าบ้าน และส่วนหนึ่งในครอบครัวที่ทุกคนรักในที่สุด รวมถึงเรื่องราวของตำนานโบราณต่างๆ ที่หมาไปปรากฏตัว เช่น เทพเจ้าอนูบิสหัวสุนัขแห่งแดนไอยคุปต์โบราณ ตำนานกำเนิดโรมกับเรมัสและโรมิวลัส สองพี่น้องซึ่งดูดกินนมจากแม่หมาป่า จนหมาป่ากลายมาเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโรม

          ไปจนถึงเรื่องราวความผูกพันของคนกับหมา อย่างเจ้าฮาจิโกะ ของญี่ปุ่น ย่าเหลที่คนไทยรู้จักกันดี หรือหมาจากแดนโสมที่ยอมสละชีวิตเพื่อมนุษย์ เรื่องราวประทับใจเหล่านี้ถูกรวบรวมไว้ครบถ้วน 

7DogBook-05.jpg

          ฮาจิโกะ 

          ผู้แต่ง: หลุยส์, พรัทส์ (Lluis Prats Martinez)

          ผู้แปล:  รัศมี กฤษณมิษ 

          อีกเล่มที่นักสะสมห้ามพลาดกับเรื่องราวของสุนัขที่แสนซื่อสัตย์ ‘ฮาจิโกะ’ ในวาระครบรอบ 86 ปี แห่งการจากไป ขณะกำลังเฝ้ารอเจ้านายที่สถานีชิบูย่ามาตลอดเกือบ 10 ปี หนังสือเล่มนี้เขียนโดยชาวสเปน หลุยส์ พรัทส์ และวาดภาพประกอบโดยชาวโปแลนด์

          ‘ฮาจิโกะ’ เป็นสุนัขพันธุ์อาคิตะ ตอนที่ศาสตราจารย์เอซาบูโร อูเอโนะ รับฮาจิโกะมาเลี้ยง มันมีอายุเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น  

          “ฉันสัญญานะ สัญญาจริงๆ ฮาจิโกะ ว่าเจ้าจะได้กินนมอุ่นในบ้านหลังนี้ทุกวันเลยทีเดียว” ศาสตราจารย์สัญญาไว้ในเช้าวันแรกหลังฮาจิโกะตื่นขึ้นมาในบ้าน “มันเข้ามาใกล้ แล้วเอาลิ้นเลียแก้มเขา และจั๊กจี้เขาด้วยหูแหลมๆ ของมัน ทันใดนั้นเองใบหน้าของศาสตราจารย์ก็ชื่นบาน เขาหัวเราะร่าขณะทำความสะอาดใบหน้า” ตัวอย่างในหน้า 26 

          นับจากนั้นเรื่องราวมิตรภาพของคนและหมา ก็ถักทออย่างยาวนาน ทุกวันฮาจิโกะจะรอเขากลับจากที่ทำงานใกล้ๆ สถานีรถไฟชิบูย่า กระทั่งวันหนึ่งในปี 1925 ศาสตราจารย์เอซาบูโร ได้เสียชีวิตลงจากภาวะเส้นเลือดในสมองแตก แต่ฮาจิโกะยังคงไปรอเจ้านายอยู่ที่เดิมทุกวัน โดยไม่รู้เลยว่าเขาไม่อยู่แล้ว เรื่องราวการรอคอยจนจบอายุขัยของฮาจิโกะ จึงกลายเป็นตำนานของชาวญี่ปุ่น และสืบทอดต่อมายังหัวใจของผู้คนบนโลก  

          แม้หนังสือจะเศร้าเคล้าด้วยรสน้ำตา หากมันก็อบอุ่นหัวใจกับความรักของพวกเขาอีกนานแสนนาน 

7DogBook-06.jpg

          โฮ่งน้อยสื่อรัก 

          ผู้แต่ง: KOZUE TAKEUCHI

          เอาใจคอการ์ตูนกับบ้าง กับเรื่องโฮ่งน้อยสื่อรัก ผลงานของอาจารย์ Kozue Takeuchi การ์ตูน 13 เล่มจบ เล่าเรื่องราวของ ‘ช็อกโกตัน’ สุนัขพันธุ์มิเนียเจอร์ดัชชุน ที่แอบมีความสามารถพิเศษพูดภาษามนุษย์ได้ โดยเจ้านายหรือทาสของเธอ คือ ‘นาโอะ’ หญิงสาวที่อยากเป็นช่างตัดขน ทำให้ช็อกโกตันขนสวยเงาแวบ แถมยังแต่งตัวน่ารัก สมเป็นหมาแฟชั่นอยู่เสมอ 

          วันหนึ่ง นาโอะได้เจอว่าเพื่อนร่วมชั้นที่แอบหลงรักข้างเดียวชื่อ ‘อาริมะ’ ก็เลี้ยงดัชชุนเหมือนกันชื่อ ‘แฮปปี้’ (แต่หน้าดุและกวนมาก) หากแวบแรกดูเหมือนอาริมะจะไม่ชอบนาโอะเท่าไร ร้อนใจถึงช็อกโกตันต้องเข้ามาช่วยเหลือเรื่องความรักของเจ้านายสุดๆ เรื่องราวน่ารักอันแสนอบอุ่นของคน หมา และหมาตัวอื่นๆ จึงเกิดขึ้น 

          เราอยากจะบอกว่า ลายเส้นของอาจารย์น่ารักมาก อ่านแล้วหนุบหนับหัวใจ ชอบความน่ารักของช็อกโกตัน และความสัมพันธ์ของนาโอะกับเพื่อนๆ รอบตัว อ่านสบายๆ เพลินๆ เผลอแปบเดียว 13 เล่มจบ 

7DogBook-07.jpg

          ถ้าเธอคิดจะรักให้รัก 

          ผู้เขียน: ปราณธรสำนักพิมพ์: เป็นหนึ่ง 
          ปิดท้ายสำหรับแฟนนิยายรัก กับผลงานล่าสุดของ ปราณธร นักเขียนที่นักอ่านนิยายหลายคนรู้จักกันดี ว่าด้วยเรื่องราวของ ‘รัญชน์’ แพทย์ทหารนางเอกของเรื่อง และ ‘ยูรายุ’ พระเอกผู้เป็นครูอนุบาล ที่เคยรู้จักกันตั้งแต่ ม.3 ก่อนจะจากกัน แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้ง หลังรัญชน์กลับมาจากอเมริกาโดยพา ‘ฮันส์’ ลาบราดอร์สีดำ เจ้าของฉายา เทพเจ้าฮันส์ สุนัขกู้ภัยระดับโลกกลับมาด้วย ฮันส์เคยทำภารกิจกู้ภัยมาแล้วมากมาย หากวันหนึ่งเมื่อมันและเจ้านายประสบอุบัติเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่ เจ้านายเสียชีวิต และฮันส์ได้รับบาดเจ็บจนสูญเสียขาข้างหนึ่ง พร้อมปัญหาทางด้านจิตใจ ฮันส์เลือกอยู่ข้างรัญชน์ เท่านั้น ทำให้เธอตัดสินใจพามันกลับมาพักฟื้นที่เมืองไทย 

          ระหว่างทางเกิดเรื่องราวมากมาย ที่ค่อยๆ เปิดเปลือยบางแผลทางจิตใจของรัญชน์ จึงทำให้รู้ว่า ฮันส์ หมาผู้ร่าเริงและชอบแกล้งกระโดดงับผีเสื้อ คือเจ้าตัวอุ่นที่คอยอยู่ข้าง รัญชน์ ผู้บาดเจ็บทางใจเสียมากกว่า และภารกิจของฮันส์คือการกู้ภัยให้เธอ ภายในเล่มจึงไม่ใช่นิยายรักทั่วไป บทหวานน้อยมาก หากกรุ่นไปด้วยปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวต่างกรรมต่างวาระ พร้อมๆ กับการพูดถึงปัญหาทางสภาพจิตใจจากผลกระทบของครอบครัวด้วย แม้บทจะดูหนักหน่วง แต่ยังได้ความน่ารักอบอุ่นเหมือนไมโครเวฟของยูรายุมาช่วยเยียวยาใจ มีบทจีบแบบกวนๆ มึนๆ  พร้อมกับความน่ารักของเด็กอนุบาล และเหล่าผู้ปกครองที่เข้ามาสร้างสีสัน และสร้างความเข้มแข็งให้หัวใจของรัญชน์ก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ 

 

Recommended articles

6 หมวดหนังสือที่วัยรุ่นควรอ่านในปี 2021
Blog

6 หมวดหนังสือที่วัยรุ่นควรอ่านในปี 2021

อ่านสนุก แก้เบื่อ แถมได้ข้อคิดดีๆ กลับไปใช้ชีวิต

85
8 ร้านมหัศจรรย์ ขายอะไรให้เหนือจินตนาการ
Blog

8 ร้านมหัศจรรย์ ขายอะไรให้เหนือจินตนาการ

ร้านประหลาดสุดแสนมหัศจรรย์ในหนังสือ

647
12 เล่มต้องอ่าน ในแบบของเต-ตะวัน
Blog

12 เล่มต้องอ่าน ในแบบของเต-ตะวัน

อ่าน-ตาม-เต

58
เชียร์สุดใจ 12 เพลงใหม่จาก TK Band 10
Blog

เชียร์สุดใจ 12 เพลงใหม่จาก TK Band 10

โครงการปฏิบัติการสร้างสรรค์คนดนตรี TK Band มาต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ยาวนานจนเราเห็นได้ว่าเด็กยุคนี้มีความสามารถด้านดนตรีเด่นชัดมาก ยิ่งได้ฟัง 12 เพลงจาก12 วงดนตรีใน TK Band 10 บอกได้เลยว่าคนดนตรีรุ่นใหม่เหล่านี้ไม่ธรรมดาและน่าจับตาจริงๆ

9
ใคร อ่านอะไร ที่ TK Alive ในรอบปี 2020
Blog

ใคร อ่านอะไร ที่ TK Alive ในรอบปี 2020

ส่องเทรนด์การอ่าน หนังสือที่ถูกยืมมากที่สุดในปี 2020

114
พัฒนาความคิดด้วยการเล่นกับน้ำหนัก
Blog

พัฒนาความคิดด้วยการเล่นกับน้ำหนัก

เรียนรู้และสนุกกับนิทานภาพ วันชั่งน้ำหนักในสวนสัตว์

419
วรรณกรรมคืองานเขียนสะท้อนชีวิต
Blog

วรรณกรรมคืองานเขียนสะท้อนชีวิต

บทบันทึกวิชาการเขียนแบบฉบับนักเขียนซีไรต์สองสมัย วีรพร นิติประภา

21
ทำอย่างไร ไม่ให้เด็กเลิกอ่าน
Blog

ทำอย่างไร ไม่ให้เด็กเลิกอ่าน

ผลสำรวจของ Schlolastic พบว่ากลุ่มเด็กรักการอ่านเเริ่มอ่านน้อยลงมากเมื่ออายุ 9 ขวบเป็นต้นไป

7
Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.