This website uses cookies

TK Park uses strictly necessary cookies to make the site work, and analytics cookies only with your consent. You can change your choice at any time. Read our Cookie Policy

Font Size
Display
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือActivityRecruitmentProcurementPrivacy PolicyTerms of Service
เกี่ยวกับเรา
TK StoryContact Us
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park. All rights reserved.
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
Address
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
Opening Hours
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
Address
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Contact
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
Opening Hours
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
  1. Home
  2. Knowledge
  3. TK Park's learning resources.
  4. Article
Article

Knowledge

12 เล่มต้องอ่าน ในแบบของเต-ตะวัน

12 เล่มต้องอ่าน ในแบบของเต-ตะวัน

57

MyLife-Te-12Books-Blog.jpg

         เราอาจจะรู้จัก ‘เทย์ทาวาฬ’ หรือ ‘เต-ตะวัน วิหครัตน์’ ในฐานะพิธีกรจากรายการ Five Live Fresh และจากบทบาทที่ทำให้เขากลายเป็นหนุ่มในฝันของสาวๆ ทั่วทั้งปฐพีจากซีรีส์ดัง Kiss the Series รักต้องจูบ แต่เบื้องหลังหน้าคม และอารมณ์ขันสร้างมุกขำๆ ในทวิตเตอร์ ตัวตนที่แท้จริงของหนุ่มเต ตะวัน ยังมีอีกมุมที่เป็นโลกอันแสนสงบในหน้าหนังสือ โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องราววิทยาศาสตร์ การผจญภัยโลกกว้าง หรือปรัชญาพุทธศาสนา เขาก็พร้อมที่จะหลีกหนีความวุ่นวายและกระโจนเข้าไปใช้เวลานานๆ อยู่ในโลกของเรื่องราวเหล่านั้น
         มีคำเคยกล่าวไว้ว่า หนังสือบอกตัวตนของผู้อ่าน เราจึงอยากชวนทุกคนมาลองทำความรู้จักหนุ่มเต ตะวัน คนนี้ในอีกแง่มุมหนึ่งที่แตกต่างออกไปจากบทบาทที่เห็นผ่านหน้าจอทีวี ...กับตัวตนของ เต-ตะวัน ที่สะท้อนผ่านหนังสือที่เขาตกหลุมรัก...
        แล้ว 12 เล่มที่ เต ตะวัน  อ่าน จะบอกตัวตนของหนุ่มคนนี้ได้ยังไงบ้าง ไปอ่านตามเต เพื่อให้เราได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น

1.jpg
        ปกรณัมปรัมปรา
        “รุ่นพี่ที่คณะอักษรศาสตร์แนะนำให้ผมอ่าน เล่มนี้เล่าถึงตำนานเทพกรีก โรมัน นอร์ส ซึ่งตำนานพวกนี้คือรากเหง้าของหลายๆ สิ่งที่เราเสพกันในปัจจุบัน ทั้งนิทาน การ์ตูน หนัง เล่มนี้เป็นเล่มที่อ่านแล้วทำให้เราร้อง อ๋อ หลายเรื่องเลย ทำให้เข้าใจที่มาของคำศัพท์หรือตำนานต่าง ๆ อย่างเช่น สงครามกรุงทรอยที่เราเคยได้ดูกันในหนัง ที่จริงเบื้องหลังของมันคือการต่อสู้กันระหว่างเทพที่เป็นคนชนชั้นสูงนะ ซึ่งเทพพวกนี้มาทำให้มนุษย์สู้กัน เพียงเพื่อที่จะคานอำนาจของตัวเอง แล้วมนุษย์ก็ไม่รู้เลยว่าที่เราสู้กันเพราะมีเทพคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง”
        “ปกรณัมปรัมปรา” คือผลงานคลาสสิกที่รวบรวมตำนานกรีก โรมัน และนอร์ส อันเป็นต้นธารของวัฒนธรรมและปรัชญาแห่งโลกตะวันตกที่ยังคงส่งต่อมาจนถึงทุกวันนี้ เรียบเรียงโดย เอดิธ แฮมิลตัน นักวิชาการผู้ศึกษาปกรณัมจนเป็นหนึ่งในผู้ทรงความรู้เรื่องปกรณัมเป็นอันดับต้นๆ ของโลก นี่คือตำราเรียนวรรณคดีอังกฤษที่นิสิตนักศึกษาสถาบันระดับอุดมศึกษาทั่วโลก ‘ต้องอ่าน’ เนื้อหาครอบคลุมทั้งตำนานของมหาเทพแห่งโอลิมปัส การผจญภัยของเหล่าวีรบุรุษ เรื่องราวในมหากาพย์อิเลียด โอดิสซีย์ และเอเนอิด ตลอดจนตำนานของชาวนอร์ส เรียกได้ว่าเป็นไบเบิลสำหรับผู้ที่สนใจงานวรรณกรรมและเรื่องราวเกี่ยวกับเทพปรกรณัม รวมถึงผู้ที่สนใจสายปรัชญา มานุษยวิทยา และสังคมศึกษาด้วย
 2.jpg
         What if? จะเกิดอะไรขึ้นถ้า...
         “ผมว่านี่คือหนังสือสำหรับคนที่เป็นเจ้าหนูจำไม ตอนเด็กๆ ผมก็เคยเป็นเจ้าหนูจำไมนะ หนังสือเล่มนี้เขียนโดยคนเขียนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์นาซา โดยเป็นการตอบคำถามแปลก ๆ ของคนธรรมดา แต่เขาอธิบายให้คนธรรมดาเข้าใจได้ ความสนุกของหนังสือเล่มนี้คือ คนเขียนมีอารมณ์ขันบางอย่างที่ทำให้วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องเครียดจนเกินไป”
          จะเกิดอะไรขึ้นถ้าวิศวกรของนาซาผันตัวมาเป็นนักเขียนและนักวาดการ์ตูน? คำตอบก็คือ หนังสือวิทยาศาสตร์เล่มที่กลายเป็น Best Seller ตลอดกาลเล่มนี้นี่แหละ จุดเด่นของ “What if? จะเกิดอะไรขึ้นถ้า...” ไม่เพียงเป็นการรวบรวมความรู้หลากหลายแขนงที่ถูกอธิบายให้เข้าใจง่าย แต่ยังเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันและจินตนาการสุดบรรเจิด ผ่านคำถามสมมติแต่แปลกพิศดารที่คนธรรมดา ๆ ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์เฝ้าสงสัย ก็เลยส่งเข้ามาถามไถ่ให้คุณพี่นักวิทยาศาสตร์นาซาช่วยเคลียร์
3.jpg          The Picture of Dorian Gray
         “เป็นหนังสือที่พูดถึงถึงสุขนิยม ความหลงใหลในตัวเอง ความ Narcissism ที่มันย้อนกลับมาทำลายหลายคนที่อยู่รอบตัวเอก แต่เรื่องราวก็ยังสะท้อนอีกหลายแง่มุม ทั้งสิทธิเสรีภาพ เรื่องเพศ อะไรที่เราเชื่อว่าดีหรือไม่ดีในสมัยก่อน ที่อาจจะเปลี่ยนไปแล้วในปัจจุบัน ตัวผู้เขียนเองอย่างออสการ์ ไวลด์ ก็เป็นตัวแทนของ LGBT ซึ่งมันถือเป็นเรื่องอื้อฉาวและผิดกฎหมายสมัยนั้น หนังสือเล่มนี้ก็ทำให้เห็นมุมมองต่าง ๆ เกี่ยวกับสังคมยุคนั้น ทั้งสิทธิเสรีภาพ สังคม ศิลปวัฒนธรรม โครงสร้างทางสังคม”
         “The Picture of Dorian Gray” คือนวนิยายคลาสสิกแห่งศตวรษที่ 19 เรื่องราวชีวิตแสนพิศวงของชายหนุ่มรูปงามนามว่า โดเรียน เกรย์ ที่ครอบครองภาพวาดพิสดารอาถรรพ์ ซึ่งครอบงำจิตวิญญาณของบุคคลในภาพไว้ ในขณะที่รูปโฉมของชายหนุ่มยังคงความสมบูรณ์งดงามราวกับเป็นอมตะ แต่ภาพวาดของเขากลับผุกร่อนและค่อย ๆ เสื่อมสลายลงไป ราวกับรูปภาพและผู้เป็นเจ้าของได้แลกเปลี่ยนจิตวิญญาณกัน นี่คือผลงานสุดอื้อฉาวแห่งศตวรรษที่ 19 ของผู้แต่ง ออสการ์ ไวลด์ นักเขียนหนุ่มที่ยืนหยัดที่จะใช้ชีวิตอยู่นอกกรอบสังคมและปลดเปลื้องตัวเองจากวิถีทางเพศที่ถูกขีดกรอบไว้ด้วยสภาพสังคมในสมัยนั้น

4.jpg

         เพชรพระอุมา
        “ใครที่ชอบแนวผจญภัย แฟนตาซีน่าจะชอบ คุณพ่อของผมเป็นแฟนคลับของนวนิยายเซ็ตนี้ และเขารู้ว่าเราชอบการเข้าป่าผจญภัย เขาเลยแนะนำเล่มนี้ คุณป้าผมก็ชอบเรื่องนี้มาก ที่จริงแล้วป้าชอบอ่านนิยายอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นนิยายความรักโรแมนติก แต่เขากลับชอบนิยายเรื่องนี้ ผมเลยคิดว่า ผมเองก็ไม่น่าพลาด”
          นวนิยายแนวผจญภัยที่มีความยาวมากที่สุดในบรรดางานเขียนไทยทั้งหมด และนับว่าเป็นนวนิยายที่มีความยาวมากที่สุดในโลก “เพชรพระอุมา” คือบทประพันธ์ของ พนมเทียน ซึ่งแรกเริ่มได้ตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ และตีพิมพ์ต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์รายวัน ใช้ระยะเวลาในการประพันธ์ยาวนานกว่า 25 ปี เค้าโครงเรื่องมาจาก คิงโซโลมอนส์ไมนส์ (King Solomon's Mines) หรือ สมบัติพระศุลี นวนิยายผจญภัยลี้ลับในทวีปแอฟริกาของ เซอร์เฮนรี ไรเดอร์ แฮกการ์ด (H. Rider Haggard)
5.jpg
          The Old Man and the Sea
          “มันคือเรื่องราวของธรรมชาติที่ต่อสู้กับมนุษย์ ความยิ่งใหญ่ที่เขาเจออาจจะถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ สำหรับใครหลายคน แต่เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเขา”
           นวนิยายขนาดสั้นของ เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ นักเขียนรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ประจำปี ค.ศ. 1954   “The Old Man and the Sea” เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชาวประมงวัยไม้ใกล้ฝั่งในประเทศคิวบาที่ตัดสินใจออกเรือเพื่อไปหาปลาเพียงลำพังในมหาสมุทรกว้าง เกิดเป็นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างธรรมชาติอันยิ่งใหญ่กับมนุษย์ผู้หาญกล้า สะท้อนภาพการต่อตู้กับชะตากรรมของมนุษย์อย่างไม่ยอมพ่ายแพ้
 6.jpg
          มิตรภาพต่างสายพันธุ์
          “คุณย่าให้เล่มนี้กับผมมาเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เพราะท่านเห็นว่าผมชอบถ่ายภาพ ชอบธรรมชาติ ชอบงานเขียน ซึ่งคนนี้ก็คือผมเลย ผมชอบมุมมองที่เขาเข้าไปอยู่ในธรรมชาติอย่างคนเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ใช่มนุษย์ที่เป็นสิ่งยิ่งใหญ่หรือผู้ครองโลก เขาไปในฐานะแขกที่เข้าไปเรียนรู้ในธรรมชาติ ทำให้ได้เห็นมุมมองและมิตรภาพระหว่างธรรมชาติกับเขาที่เป็นสมาชิกใหม่”
           รวมเรื่องเล่าชีวิตในธรรมชาติ วิถีการดำเนินชีวิตที่หลากหลาย น่าค้นหา ชวนหลงไหล ท่ามกลางความเป็นไปของสัตว์ป่า ความงดงามของธรรมชาติ ความสัมพันธ์ที่ลงตัว ระหว่างคนกับธรรมชาติ บันทึกและรวบรวมโดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ นักถ่ายภาพสัตว์ป่าชั้นครูของประเทศไทย
          “มิตรภาพต่างสายพันธุ์” ว่าด้วยเรื่องราวของช่างภาพสัตว์ป่าที่เข้าไปถ่ายภาพในป่า 15 วัน เล่าในมุมของคนที่อุทิศชีวิตตัวเองเพื่อทำงานที่รัก แล้วเขาก็ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่ายและตัวหนังสือ เพื่อคนที่ไม่มีโอกาสได้มาสัมผัสประสบการณ์เดียวกับเขา

7.jpg

          คติพจน์บุคคลสำคัญ และสุภาษิตนานาชาติ
          “ผมว่า ชีวิตของคนคนหนึ่ง เมื่อผ่านช่วงชีวิตหรือเหตุการณ์อะไรมา มันจะสามารถกลั่นกรองเป็นบทสรุปสั้น ๆ แบบ ‘เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…’ ได้ เราเองก็ยังมี เคยเจออะไรมา ก็กลับมานอนคิดว่าเรื่องนี้มันให้บทเรียนแบบนี้กับเรานะ บุคคลสำคัญพวกนี้คือคนที่ยิ่งใหญ่ที่ประสบเจอความยิ่งใหญ่มา แล้วเขากลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดเดียวจากความเข้มข้นของสิ่งที่เขาเจอ โควทนั้นอาจใช้ไม่ได้ในทุกบริบท โลกปัจจุบันอาจจะใช้ไม่ได้แล้ว แต่มันก็สะท้อนให้เห็นว่าโลกเคยผ่านอะไรมา”
         “คติพจน์บุคคลสำคัญ และสุภาษิตนานาชาติ” หนังสือที่รวบรวมคำคมข้อคิดจากบุคคลสำคัญระดับโลกที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างโชกโชน โดยถ้อยคำเหล่านั้นล้วนถูกพิสูจน์แล้วด้วยกาลเวลาและเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของเจ้าของคำพูด เป็นหนังสือเพื่อส่งต่อเป็นแรงบันดาลใจของคนรุ่นต่อไป

8.jpg         Who Moved My Cheese?
        “ชีสคือสิ่งที่คนเราตามหาเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข ซึ่งมันอาจจะเป็นอะไรก็ได้ เป็นความสำเร็จ ความร่ำรวย หรือความสัมพันธ์ สิ่งที่เราได้มาแล้ว เราจะไม่อยากเสียมันไป แต่ถ้าเรามัวแต่เสียดายและยึดติดกับชีสเก่า เราก็จะไม่รู้เลยว่ามีอะไรดี ๆใหม่ ๆ ที่งดงามรออยู่ มันมีบางมุมที่เหมือนกับพุทธศาสนา ในแง่ที่ว่าอย่ายึดติด ปล่อยวาง ให้มูฟออน”
        “Who Moved My Cheese?” หนังสือที่นำเสนอแนวคิดของ นายแพทย์สเปนเซอร์ จอห์นสัน นักจิตวิทยาชื่อดัง ที่นำเสนอแง่มุมในชีวิตที่ยึดติดกับอะไรบางอย่างของคนเรา ผ่านการเปรียบเทียบกับหนูที่ออกไปตามหาชีสในเขาวงกต ที่จริงแล้วเราทุกคนตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นได้ทุกขณะ แต่เพราะความเคยชินกับสิ่งที่มีหรือทำอยู่ในปัจจุบัน และคิดว่าสิ่งนั้นดีที่สุดแล้ว ทำให้เมื่อมีสิ่งใหม่เข้ามา เราก็อาจต่อต้านและอาจไม่ยอมรับสิ่งสิ่งนั้น แล้วเราจะได้รู้มั้ยล่ะว่า เนยแข็งชิ้นเดิมที่เราว่าอร่อยล้ำ แท้จริงเป็นเพราะเรายังไม่เคยได้ลิ้มรสเนยแข็งแบบอื่นเท่านั้นเอง
9.jpg
          1984
         “เล่มนี้ขอไม่พูดอะไรเยอะแล้วกัน เอาเป็นว่าร่วมสมัย ตีแผ่ความจริงในยุคสมัยนี้ได้ดี ผมแนะนำว่าควรอ่านอย่างยิ่งในยุคสมัยนี้ เขียนมาตั้งแต่ 1949 แต่ความจริงที่เขาตีแผ่ก็ยังมีอยู่จนทุกวันนี้”
         “1984” คือผลงานอมตะตลอดกาลของ George Orwell นักข่าวสายการเมืองที่ผันตัวมาเขียนนวนิยายตีแผ่สังคม และสร้างผลงานที่สะท้อนความเป็นไปของสังคมการเมืองโลกออกมาหลายชิ้น แต่ชิ้นที่เป็นที่พูดถึงตลอดกาลก็คือ 1984 เล่มนี้ ที่ยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง เคยถูกตีตราให้เป็นหนังสือต้องห้ามในหลายประเทศ (รวมทั้งประเทศแถว ๆ นี้ด้วย…) เล่าเรื่องราวของโลกสมมติในอนาคต (ปี 1984 - ผู้เขียนแต่งเรื่องนี้ในปี 1949)  ที่โลกตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลโลก และมี ‘พี่เบิ้ม’ เป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคน
10.jpg
          แก่นพุทธศาสน์
          “เล่มนี้ทำให้ผมเข้าใจว่าทำไมพุทธศาสนาที่อยู่มา 2,000 ปีแล้วยังเข้าถึงเราได้ เคยเล่นเกมให้พูดต่อกันเรื่อย ๆ แล้วพอมาถึงคนสุดท้าย เรื่องที่เล่าก็ไม่เหมือนเดิมแล้วมั้ยครับ ผมมองว่าพุทธศาสนาก็เป็นแบบนั้น มันถูกแต่งเติมเพิ่มมาเยอะมาก แต่เล่มนี้สอนให้เรารู้ว่าแก่นพุทธศาสนาที่แท้จริงคืออะไร เมื่อตัดความเชื่อความงมงายออกไป พุทธศาสนาคือเรื่องการอยู่กับตัวเอง ใครเคยตั้งคำถามในพุทธศาสนา ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะพระพุทธเจ้าสอนให้เราตั้งคำถามอยู่แล้ว”
         หนังสือเล่มนี้เป็นการถอดเทปคำบรรยายของท่านพุทธทาสภิกขุ 3 ครั้ง ณ ชุมนุมศึกษาพุทธธรรม ตามการนิมนต์ของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2504, 7 มกราคม พ.ศ. 2505 และ 21 มกราคม พ.ศ. 2505 มีใจความสำคัญว่าด้วยเรื่องแก่นที่แท้จริงของพระพุทธศาสนา ความว่าง และวิธีปฏิบัติเพื่อเป็นอยู่ด้วยความว่าง 

11.jpg
         Sapiens
         “ให้ลองคิดว่าเราอยู่ ณ ตรงนี้ แล้วลองซูมออกไปอีกหลายร้อยล้านปี เราจะเห็นว่าเรามีวิวัฒนาการอย่างไร เราเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน เรามีเงินมาเมื่อไหร่ ทั้งที่เมื่อก่อนเรายังบูชาไฟอยู่เลย หนังสือเล่มนี้ทำให้เราเห็นภาพรวมของความเป็นมนุษย์มากขึ้น เข้าใจความเป็นคน มองเห็นเส้นทางการเดินทางของมนุษยชาติ มันทำให้เราเข้าใจโลก เข้าใจผู้คน เข้าใจแก่นของความเป็นมนุษย์มากขึ้น”
         หนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวอันโลดโผนของประวัติศาสตร์ที่แสนพิเศษของ ‘มนุษย์’ อย่างเรา ๆ นับตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นลิงไร้หาง จนตั้งตนเป็นเจ้าผู้ครองโลก "Sapiens" เป็นชื่อของสปีชีส์หนึ่งของสกุล Homo (มนุษย์) ซึ่งในอดีตอันไกลโพ้น มนุษย์มีอยู่มากมายหลายสปีชีส์ อาทิ Homo neanderthalensis, Homo erectus, Homo soloensis ฯลฯ ในเวลานั้นเซเปียนส์ก็ไม่ได้เก่งกาจเหนือสปีชี่ส์อื่น ๆ แต่การปฏิวัติการรับรู้ที่เกิดขึ้นเมื่อ 70,000 ปีก่อน ได้เป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญที่ทำให้เหล่าเซเปียนส์ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ล่าในห่วงโซ่อาหาร ผู้เขียนพาเราไปหาคำตอบว่า มนุษยชาติเป็นอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ได้อย่างไร? อันเป็นคำถามแสนสามัญธรรมดา แต่ทว่ายากเหลือเกินที่จะตอบ

12.jpg
         One Piece
         “อาจคิดว่าจะ 30 แล้วยังอ่านการ์ตูนอยู่อีกเหรอ (หัวเราะ) แต่ผมเพิ่งมาเข้าใจว่าอ่านตอนเด็กกับตอนโตมันไม่เหมือนกัน ตอนเด็กเราจะเสพความสนุก ความมัน ความบู๊ แต่พออ่านตอนโต เราจะรู้สึกสะกิดใจว่ามันสอดแทรกอะไรหลาย ๆ อย่าง เกร็ดความรู้ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมสังคม การเมือง จริง ๆ แล้วผมเป็นคนร้องไห้ยากมาก แต่ผมร้องไห้กับเล่มนี้ เคยมีคนบอกว่าเรามักจะชอบตัวละครที่คล้ายกับเรา หรือว่าถ้าเขามีชีวิตจริง เราน่าจะเป็นเพื่อนกับเขา ซึ่งผมว่าก็คงจะเป็นเพื่อนกับช็อปเปอร์นี่แหละ”
         หนึ่งในมังงะญี่ปุ่นที่มีแฟน ๆ คอยติดตามมากที่สุดในโลก (จนทุกวันนี้ก็ยังไม่จบ) และได้รับการตีพิมพ์มากที่สุดในโลก “One Piece” เขียนโดย เออิจิโระ โอดะ ว่าด้วยเรื่องราวของการตามหา "วันพีซ" สมบัติปริศนาที่ผู้ที่ได้มาครอบครองจะได้เป็นเจ้าแห่งโจรสลัด เริ่มลงตีพิมพ์ในนิตยสาร โชเน็นจัมป์ ของสำนักพิมพ์ ชูเอฉะ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 และเนื่องจากความโด่งดัง วันพีซ จึงได้รับการดัดแปลงเป็น อนิเมะ นวนิยาย รวมไปถึง เกม อีกหลายภาคด้วยกัน







October 2, 2020

Recommended articles

อีบุ๊ก 10 เล่มโปรดของนักอ่านออนไลน์
Blog

อีบุ๊ก 10 เล่มโปรดของนักอ่านออนไลน์

TK Park ขอพาทุกคนไปสำรวจความนิยมของนักอ่านอีบุ๊กในรอบปีที่ผ่านมา

เริ่มต้นไม่ยาก... เริ่มจากความชอบ กับ ซอฟ SOFTPOMZ
Blog

เริ่มต้นไม่ยาก... เริ่มจากความชอบ กับ ซอฟ SOFTPOMZ

ทุกๆ การผิดพลาด ทำให้เรารู้จักการกล้าทำกล้าลอง

"เปลี่ยน" มุมมองชีวิต เพื่อ "อยู่" กับสิ่งที่ยังเปลี่ยนไม่ได้
Blog

"เปลี่ยน" มุมมองชีวิต เพื่อ "อยู่" กับสิ่งที่ยังเปลี่ยนไม่ได้

TK Park รวมหนังสือเพื่อเปลี่ยนตัวเองจากภายใน ประตูบานแรกสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

เปิดประตูสู่โลกใหม่กับ 7 Verse นิยายเหนือจินตนาการ
Blog

เปิดประตูสู่โลกใหม่กับ 7 Verse นิยายเหนือจินตนาการ

เปิดประตูสู่โลกอีกใบ ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่คุณไม่อาจสัมผัสได้ในชีวิตจริง

อาหารไทย ‘อร่อย’ ยังไง?
Blog

อาหารไทย ‘อร่อย’ ยังไง?

TK Park ชวนอ่านหนังสือว่าด้วยสำรับคาวหวานที่ประกอบร่างเป็นความอร่อยแบบไทย ๆ

ระหว่างรอไหว้พระจันทร์ มา have fun ที่ TK Park!
Blog

ระหว่างรอไหว้พระจันทร์ มา have fun ที่ TK Park!

TK Park คัดสรรสื่อการเรียนรู้มาบริการทุกคน ระหว่างรอให้ถึงคืนไหว้พระจันทร์

ปี 2024 ของคุณ และของเรา
Blog

ปี 2024 ของคุณ และของเรา

รวมสถิติสุดคูลของนักอ่านที่ TK Park ปี 2024

เล่มเล็กนิดเดียว อ่านเถอะ
Blog

เล่มเล็กนิดเดียว อ่านเถอะ

7 เล่ม ที่ TK Park พยายามอย่างยิ่งให้คุณกลับมาเป็นนักอ่านให้ได้

22
|Read : 4 min
10
9
|Read : 10 min
61
6
|Read : 10 min
12
|Read : 10 min
17
|Read : 15 min
15
|Read : 10 min