
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม และสถาบันบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ (IBGL) เปิดโครงการ “พัฒนานักออกแบบบอร์ดเกมรุ่นเยาว์เพื่อสื่อสารซอฟต์พาวเวอร์ด้านวัฒนธรรมไทย” (Youth Board Game Designer for Thai Cultural Soft Power Project) ณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อส่งเสริมศักยภาพเยาวชนอายุ 15–22 ปีจาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ให้สามารถนำต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นบอร์ดเกมต้นแบบ ภายใต้แนวคิด “เรื่องเล่าบ้านฉัน สู่กระดานเกมโลก”
ในครั้งนี้ได้มีการจัดเสวนาหัวข้อ “การต่อยอดฐานทุนวัฒนธรรมสู่อุตสาหกรรมบอร์ดเกม” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา เพื่อร่วมสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับการนำเรื่องราวท้องถิ่นและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์เป็นบอร์ดเกมสื่อการเรียนรู้ร่วมสมัย

คุณทรงสิทธิ์ แพรเพ็ชร นายกสมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม กล่าวว่า “การออกแบบบอร์ดเกมไม่ใช่เพียงการสร้างความสนุก แต่เป็นการพาผู้เล่นเข้าไปอยู่ในสถานการณ์จำลอง เพื่อเรียนรู้และทดลองสวมบทบาทต่าง ๆ ที่บางครั้งอาจไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตจริง ดังนั้น การเล่นเกมจึงทำให้ผู้เล่นเข้าใจบทบาทหรือประสบการณ์ในสิ่งนั้น ๆ มากยิ่งขึ้น และซึมซับเนื้อหาได้มากยิ่งขึ้น ให้รู้สึกมากกว่าจำได้” พร้อมแนะนำให้เยาวชนเริ่มต้นจากการสำรวจเรื่องราวใกล้ตัว ศึกษาข้อมูล และพูดคุยกับคนในท้องถิ่นก่อนนำมาต่อยอดเป็นบอร์ดเกมต่อไป
คุณนิวัฒน์ ถุงเงินศิริ นักจัดการความรู้อาวุโส TK Park กล่าวถึงความสำคัญของการเรียนรู้จากชุมชนว่า การทำงานกับทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นไม่ใช่เพียงการจดจำข้อมูล แต่ต้องสร้างความเข้าใจและความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเอง “สิ่งที่เห็นจากการทำงาน คือ คนในท้องถิ่นภูมิใจในเรื่องราวที่มีอยู่” พร้อมชี้ให้เห็นว่าบอร์ดเกมสามารถเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้เล่นเกิดความสนใจ ตั้งคำถาม และนำไปสู่การค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับท้องถิ่นและวัฒนธรรมได้
และ รองศาสตราจารย์ ดร.ชาติชาย มุกสง อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สะท้อนมุมมองว่าประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าท้องถิ่นมีความหลากหลายและสามารถนำมาตีความใหม่ได้ผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ โดยเน้นย้ำว่า “อย่ากลัวที่จะนำเรื่องใกล้ตัวมาเล่าผ่านเกม” พร้อมเสนอให้ผู้พัฒนาเกมเคารพเจ้าขององค์ความรู้ และใช้กระบวนการออกแบบเกมเป็นพื้นที่สร้างความเข้าใจในความเป็นมนุษย์และชุมชน
ในพิธีเปิดโครงการ คุณวัฒนชัย วินิจจะกูล รักษาการผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมสะท้อนบทบาทของ TK Park ในฐานะพื้นที่การเรียนรู้สำหรับคนทุกวัย โดยระบุว่า “บอร์ดเกมไม่ใช่แค่เรื่องของความสนุกสนานเพลิดเพลินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทรงพลังมากในยุคปัจจุบัน” ซึ่งช่วยส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น อันสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเยาวชนของ TK Park
คุณวัฒนชัยยังกล่าวว่า การประกวดครั้งนี้เป็นโอกาสให้เยาวชนได้กลับไปค้นหาเรื่องเล่า อัตลักษณ์ และคุณค่าของชุมชน ก่อนนำมาตีความใหม่ผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ และพัฒนาเป็นบอร์ดเกมที่เข้าถึงได้ง่าย โดยเชื่อว่าการนำวัฒนธรรมมาสื่อสารผ่านรูปแบบร่วมสมัยเช่นนี้ จะช่วยให้เรื่องราวท้องถิ่นมีชีวิตชีวาและเชื่อมโยงกับผู้คนในวงกว้างมากขึ้น
ด้าน คุณทรงสิทธิ์ แพรเพ็ชร กล่าวรายงานว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความตั้งใจของสมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกมในการส่งเสริมศักยภาพนักออกแบบบอร์ดเกมรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “เรื่องเล่าบ้านฉัน สู่กระดานเกมโลก” โดยมุ่งเปิดพื้นที่ให้เยาวชนใช้บอร์ดเกมเป็นสื่อกลางในการนำเสนออัตลักษณ์ วัฒนธรรมท้องถิ่น และซอฟต์พาวเวอร์ของไทย พร้อมเน้นย้ำว่า “หัวใจสำคัญคือกระบวนการบ่มเพาะ” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและนักออกแบบบอร์ดเกมมืออาชีพอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ คุณสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธี กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเยาวชนที่สอดรับกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมเป็นฐานในการพัฒนา พร้อมระบุว่า “บอร์ดเกมคือนวัตกรรมในรูปแบบสื่อการเรียนรู้ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในและนอกห้องเรียน” และเชื่อมั่นว่าเวทีแห่งนี้จะเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ช่วยให้เยาวชนสามารถถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่ผู้คนทั่วโลก และร่วมยกระดับทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอนาคต
โครงการพัฒนานักออกแบบบอร์ดเกมรุ่นเยาว์เพื่อสื่อสารซอฟต์พาวเวอร์ด้านวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มุ่งพัฒนาเยาวชนผ่านกระบวนการเข้าค่ายฝึกอบรม การทดสอบเล่น และการนำเสนอผลงานระดับประเทศ เพื่อสร้างทั้งบอร์ดเกมต้นแบบและเครือข่ายนักออกแบบรุ่นใหม่ที่สามารถนำทุนวัฒนธรรมไทยไปต่อยอดเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้และซอฟต์พาวเวอร์ที่ยั่งยืนในอนาคต